Skip to content
|

รีวิว Samsung Smart Monitor M7 32″ มอนิเตอร์ 4K HDR ดู Netflix, Apple TV+ ใช้ Samsung DeX ได้ในตัวไม่ต้องต่อ PC

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 12 Jun 2021 0 comments

ตามปกติถ้าเราอยากจะซื้อมอนิเตอร์สักเครื่องก็มักแต่จะดูแค่ว่าดีไซน์เป็นยังไง สเปคเป็นแบบไหน? นั่นเพราะมอนิเตอร์ทั่วไปมันทำได้แค่แสดงผลภาพเพียงอย่างเดียว ต่างกับ Samsung Smart Monitor M7 เครื่องที่ผมจับมารีวิวในคราวนี้ สามารถทำอะไรได้มากกว่าแค่แสดงผลภาพ เพราะในตัวเครื่องได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Tizen OS ถอดแบบมาจากทีวีมาเลย!!

Spec Samsung Smart Monitor M7

  • ความละเอียด 4K (3840 x 2160) @ 60Hz
  • ขนาด 32″
  • Speaker Built-in
  • ระบบปฏิบัติการ Tizen OS
  • Wi-Fi Built-in
  • One Remote ควบคุมเครื่อง
  • ราคาเปิดตัว 15,990 บาท

สั่งซื้อ Samsung Smart Monitor M7

Design – การออกแบบ

เพียงแค่มองการออกแบบของ Samsung Smart Monitor M7 (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า Samsung M7) ครั้งแรกก็รู้ได้เลยว่า เป็นมอนิเตอร์ที่สร้างมาสำหรับสายทำงานเป็นหลัก เพราะภาพรวมดูเรียบร้อย เน้นพื้นที่การใช้งาน สังเกตได้จากฐานตั้งที่แทบจะแบนเรียบไปกับพื้นเลย เห็นฐานตั้งบางๆ แบบนี้ที่จริงแล้วทำมาจากโลหะนะครับ มั่นคงแข็งแรงมาก ส่วนบริเวณด้านหลังตรงขายึดจอ ก็จะมีสายรัดเก็บสายไฟด้วย ช่วยสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสายสัญญาณ

Samsung Smart Monitor M7สายรัดด้านหลังเครื่อง

กรอบ และขอบด้านข้าง ถือว่ามีความบางดูดีทีเดียว ช่วยให้ตัวเครื่องดูเพรียว ไม่เทอะทะ พอหันมาทางด้านหลังก็จะพบกับทรงเครื่องแบบหลังเต่า พร้อมเส้นลายนูนต่ำตัดขวาง ช่วยให้ตัวเครื่องดูไม่เรียบเกินไป บริเวณกึ่งกลางจะมีช่องสำหรับที่ติดตั้งขาแขวน (Wall Mount) ส่วนกลุ่มช่องต่อจะอยู่บริเวณด้านล่างขวา

ด้านหลังเครื่อง Samsung M7

ช่องต่อทั้งหมดของ Samsung M7

  • HDMI x 2
  • USB x 3 (Service x 1)
  • USB Type-C x 1

Picture – ภาพ

ตัวจอของ Samsung M7 เป็น VA แบบด้าน ช่วยลดแสงสะท้อน ความละเอียด 4K (3840 x 2160) 60Hz  รองรับ HDR10 ขนาด 32” อัตราส่วน 16:9 จากที่ผู้เขียนได้ลองใช้งานมา หากอยากดูภาพแบบไม่ต้องกวาดสายตา ควรมีระยะการใช้งานประมาณ 1 เมตรขึ้นไปถึงจะกำลังดี

ความละเอียด 4K บนจอ 32″ ภาพคมดี!

ตัว Samsung M7 จัดได้ว่าเป็นลูกผสมระหว่าง มอนิเตอร์ + ทีวี เพราะหากไม่นับเรื่องที่ไม่มีดิจิตอลทีวีจูนเนอร์แล้ว ในแง่การใช้งานด้านอื่นๆ แทบไม่ต่างอะไรกับทีวีเลย การกดตั้งค่า การเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ สามารถทำได้ผ่านทาง One Remote ซึ่งยูสเซอร์อินเตอร์เฟซของระบบ Tizen OS ก็เป็นแบบเดียวกันกับตัวทีวี ดังนั้นถ้าใครเคยใช้งาน Samsung Smart TV มาก่อน ก็ไม่ต้องทำความคุ้นเคยอะไรกันเยอะ แต่ถ้าใครไม่เคยใช้ ก็ต้องมานั่งปรับตัวกันสักหน่อย เพราะเมนูการตั้งค่าจะเยอะกว่ามอนิเตอร์ทั่วไประดับหนึ่ง

One Remote แบบเดียวกับที่ใช้ใน Samsung Smart TV

โหมดภาพที่จะแนะนำให้ใช้งานผู้เขียนขอแบ่งออกเป็น 2 กรณีด้วยกัน  คือระหว่างรับสัญญาณ HDMI แบบปกติทั่วไป และในกรณีที่รับสัญญาณ HDMI แบบ 24Hz, 25Hz, 50Hz และการรับชมคอนเทนต์จากบน Tizen OS

กรณีรับสัญญาณ HDMI แบบปกติ เช่น ปล่อยสัญญาณเต็มที่ 4K @ 60Hz

ถ้าเราเปิดโหมดภาพ หรือการตั้งค่าภาพขึ้นมาในช่วงที่ใช้สัญญาณ HDMI จะพบว่าตัวจอจะทำตัวเองให้อยู่ใน “PC Mode” ซึ่งจะแสดงโหมดภาพอยู่เพียงแค่ 2 โหมดเท่านั้นคือ Standard และ Dynamic ระหว่างสองโหมดนี้ผู้เขียนแนะนำว่าให้ใช้โหมด Standard ในส่วนการตั้งค่าภาพเชิงลึก เมนูส่วนใหญ่ก็จะถูกล็อคเอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับมอนิเตอร์ทั่วไป ถึงแม้โหมดภาพจะมีให้เลือกน้อยกว่า แต่ว่าการตั้งค่าภาพทำได้ละเอียดกว่า เพราะใน PC Mode ของ Samsung M7 เราสามารถปรับ Color White Balance แบบ 2 Point ได้ด้วย ทำให้สีสันที่ออกมามีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

ต่อ Monitor เข้ากับ PC ปล่อยสัญญาณเต็ม 4K @ 60Hz เลือกโหมดภาพได้แค่ 2 โหมดใน PC Mode การตั้งค่าภาพเชิงลึกจะถูกล็อคเอาไว้

กรณีรับสัญญาณ HDMI แบบ 24Hz, 25Hz, 50Hz และ การดูคอนเทนต์ปกติจาก Tizen OS

เวลาที่ Samsung M7 รับสัญญาณจากอุปกรณ์ต้นทางที่ส่งมาในแบบ 24Hz, 25Hz, 50Hz และการดูคอนเทนต์สตรีมมิ่งปกติผ่านระบบปฏิบัติการ Tizen OS ตัวมอนิเตอร์จะมีคุณสมบัติเหมือนกับทีวีทุกประการ โหมดภาพมีให้เลือกใช้เยอะขึ้น ตั้งแต่ Dynamic, Standard, Natural, Movie และ Film Maker Mode นอกจากนี้ เมื่อเข้าไปดูในเมนูการตั้งค่าภาพ ก็จะพบว่าตัวเลือกที่เดิมทีเคยถูกล็อคไว้ใน PC Mode ก็จะสามารถปรับแต่งได้แล้ว

** FW ช่วงที่ทดสอบเป็นเวอร์ชัน 1020

จากภาพตัวอย่างที่ได้ทำการเปิดแอปพลิเคชัน Netflix จากบนตัว Samsung M7 จะพบว่ามีโหมดภาพให้เลือกเยอะขึ้น พร้อมทั้งการตั้งค่าภาพเชิงลึกก็ปรับได้หมดแล้ว

มีโหมดภาพให้เลือกเยอะขึ้นปรับภาพได้เหมือนทีวีเลย

เมื่อตัวเลือกโหมดภาพอัตโนมัติเยอะขึ้น บางคนอาจตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้แบบไหนดี ผู้เขียนขอแนะนำเป็นโหมดภาพ Film Maker Mode หรือโหมด Movie ครับ เพราะสองโหมดนี้จะให้โทนภาพที่อบอุ่น ดูง่าย สบายตา เหมาะกับการรับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่ง

มีเทคนิคมาแนะนำ อย่างที่ได้ยกตัวอย่างไปให้ดูข้างต้นว่าโหมดภาพบนตัว Samsung M7 ระหว่างรับสัญญาณ 60Hz กับ 50Hz นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ แถมยังปรับภาพเชิงลึกไม่ได้ แต่!! ถ้าเกิดว่าเราเปลี่ยนชื่อประเภทของแหล่งรับสัญญาณ จากเดิมที่ตั้งค่าพื้นฐานไว้ HDMI 1 ให้เป็นประเภทอื่นๆ เช่น Game Console, Blu-ray Player เราก็จะสามารถเลือกโหมดภาพอื่นๆ ได้เยอะขึ้น

กด Edit เพื่อเปลี่ยนชื่อประเภทแหล่งรับสัญญาณต้นทางเปลี่ยน Device Type จะเป็น Cable Box, PC หรือ Blu-ray อื่นๆ ที่ไม่ใช่ HDMI 1เปลี่ยนเสร็จเข้า Setting อีกครั้ง จะเห็นว่ามีโหมดภาพให้เลือกเยอะขึ้นแล้ว

และหลังจากที่ได้ใช้เครื่องมือปรับภาพในการวัดค่าแล้ว ผลออกมาได้ว่า ตัว Samsung M7 สามารถแสดงสีสันตามมาตรฐานขอบเขตสี Rec.709 ได้ 97.9% และหากเป็นตามมาตรฐานขอบเขตสี DCI-P3 จะได้ 76% ส่วนค่า Input lag จะเปลี่ยนไปตามสัญญาณที่รับเข้ามา ถ้าตัวเครื่องอยู่ใน PC Mode ค่า Input lag จะอยู่ที่ราว 33 ms แต่ถ้าไม่ได้อยู่ใน PC Mode ค่า Input lag ก็จะอยู่ที่ราว 22 ms ส่วน Peak Brightness หรือความสว่างสูงสุดจะอยู่ที่ราว 273 nits

Samsung M7 SDR Pre Calibration


Samsung M7 SDR Post Calibration

หลังจากที่ปรับภาพอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยมาลองหาหนังดูอีกสักรอบ เรื่องที่เลือกดูคือ Jupiter Legacy ที่เพิ่งจะเข้า Netflix มาหมาดๆ เลย ภาพที่ออกมารู้สึกได้เลยว่าดีขึ้นมาอีกระดับ สมดุลสีดีขึ้น การไล่ระดับสีทำได้เนียนกว่าเดิม เรียกได้ว่าถูกอกถูกใจเลยครับ ส่วนการเล่นเกมภาพก็ดูเด้ง สีอิ่มขึ้น และเปิดสว่างมากกว่าเดิมทายกันออกไหมว่าเกมอะไร?

ส่วนใครที่ชอบเกมแนว FPS ตัวจอ Samsung M7 จะมีฟีเจอร์ที่ว่า Ultrawide Game View ฟีเจอร์นี้จะเป็นการปรับภาพบนจอจากเดิมที่แสดงแบบปกติ 16:9 ให้เป็นแบบกว้างพิเศษ 21: 9 แทน ตัวภาพด้านบนและด้านล่างจะถูกตัดออก แทนที่ด้วยภาพด้านข้างที่แสดงผลได้มากขึ้น ทำให้เราได้เห็นวัตถุต่างๆ ในเกมได้เยอะกว่าเดิม

Speaker – ลำโพง

ยอมรับว่าโดยส่วนตัวผมไม่คาดหวังลำโพงที่ติดตั้งมาบนมอนิเตอร์เท่าไหร่ เพราะจากประสบการณ์ที่เคยเจอมา มันมักจะใช้งานจริงไม่ค่อยได้ แต่พอผู้เขียนได้ฟังเสียงของ Samsung M7 เท่านั้นแหล่ะครับ ความคิดเปลี่ยนเลย! เพราะเสียงจากตัวมอนิเตอร์สามารถใช้ฟังแทนลำโพงได้จริง ลำโพงกำลังขับ 2 x 5W เปิดระดับ Volume สัก 25 – 30 ก็ฟังได้แล้ว แนวเสียงของรุ่นนี้ค่อนข้างใสกังวาล กระจายรอบด้านได้ดี โดยส่วนตัวแล้วประทับใจทีเดียวครับ  

แต่ถ้าใครอยากได้เสียงที่มีคุณภาพมากขึ้น ก็ขอแนะนำว่าควรเอาแบบที่มีคุณภาพ ราคาเกินสองพันบาทขึ้นไป มีซับวูฟเฟอร์แยกก็จะยิ่งดี เพราะจะช่วยเสริมเรื่องเสียงเบสขึ้นมา

Feature – ลูกเล่น

ลูกเล่นการใช้งานของตัว Samsung M7 จะค่อนข้างเยอะครับ เพียงแต่ว่าจะเน้นไปทางด้านทำงาน มากกว่าเล่นเกม ถ้าไม่นับเรื่อง Cast, Air Play และ Screen Mirroring ที่โดยปกติตัว Tizen OS ทำได้อยู่แล้ว และเมื่อได้เข้ามาในเมนูที่ชื่อว่า Remote Access ก็จะพบว่ารุ่นนี้จะมีความพิเศษตรงที่เราสามารถทำงานเอกสารได้ด้วยแม้ว่าตัวมอนิเตอร์จะไม่ได้เชื่อมต่อกับพีซี หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอะไรเลยก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นน้องๆ All in One Computer ก็ว่าได้

Remote Access

  • Remote PC: เมนูนี้เป็นเช่นเดียวกันกับ Remote Desktop Connection บนพีซี คือมีเอาไว้ใช้ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ โดยจะต้องอาศัยการตั้งค่าที่ถูกต้อง เช่นถ้าอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เราก็จะต้องกรอก IP Address, Username, Password ให้ถูกต้อง
  • Screen Sharing: เป็นการนำภาพจาก PC หรือสมาร์ทโฟนขึ้นไปแสดงบนมอนิเตอร์
  • Samsung DeX: เอกสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้ซัมซุงสมาร์ทดีไวซ์เท่านั้น (เช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต) ถึงจะสามารถใช้งาน Samsung DeX ได้
  • Office 365

*มีข้อแนะนำเล็กน้อย หากต้องการใช้งาน Remote PC, Samsung DeX, Office 365 ให้ได้คล่อง ควรเชื่อมต่อเมาส์ และคีย์บอร์ด เข้ากับตัว Samsung M7 ไว้ด้วยครับ แล้วจะได้ความรู้สึกเหมือนใช้งานคอมพิวเตอร์เลย

**Samsung DeX คือการเอาข้อมูลจากซัมซุงสมาร์ทดีไวซ์ ขึ้นไปแสดงผลบนจอในรูปแบบอินเตอร์เฟซการใช้งานที่คล้ายกับ PC ผู้ใช้สามารถที่จะสร้างไฟล์เอกสาร จัดการไฟล์รูปภาพต่างๆ ของซัมซุงสมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมต่ออยู่ ผ่านบนตัวจอได้เลยเอาภาพจากโน๊ตบุ๊คขึ้นไปแสดบนตัว Samsung M7 แบบไร้สายหน้าตาของ Samsung DeX ดูเผินๆ เหมือนตอนต่อกับ PC เลย

Tizen OS จะออกแบบอินเตอร์เฟซเมนูมาให้ใช้งานง่าย ป๊อบอัพเมนูหลัก (Smart Hub) ไม่บดบังสิ่งที่เรากำลังแสดงผลอยู่ในขณะนั้น แอปพลิเคชันที่ดึงขึ้นมาแสดงบนเมนูหลัก จะมีการพรีวิวเนื้อหาภายในแอปพลิเคชันนั้นๆ ด้วย ซึ่งแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งชั้นนำไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amazon Prime Video และ Apple TV เหล่านี้ต่างก็รองรับ 4K HDR ด้วยป๊อบอัพเมนูเด้งขึ้นมาที่ด้านล่างรองรับ 4K HDR

ในเมื่อ Samsung M7 เป็นมอนิเตอร์สายทำงาน ก็จะต้องใส่ “ตัวช่วย” ให้กับผู้ใช้งานมาด้วย อย่างฟีเจอร์ Eye Saver Mode ที่จะเป็นการตัดแสงสีฟ้าบนตัวมอนิเตอร์ให้ลดลง ช่วยลดอาการสายตาอ่อนล้าได้ โดยจะมีตัวเลือกให้ปรับด้วยกัน 2 ระดับคือ Low กับ High นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Adaptive Picture ที่จะช่วยปรับความสว่างของจอโดยอัตโนมัติตามแสงแวดล้อมของผู้ใช้งานอีกด้วย

อ่านมาตรงนี้บางคนอาจมีคำถามในใจ ในเมื่อจุดประสงค์หลักของการใช้งานมอนิเตอร์มันคือการต่อเข้ากับ PC หรือไม่ก็เครื่องเล่นเกมอะไรสักอย่าง (Xbox, PlayStation) แล้วเราจะได้ใช้ประโยชน์อะไรจากแอปพลิเคชันที่มีอยู่ในตัวมอนิเตอร์? จากที่ผู้เขียนได้ลองใช้งานจริงมา พบว่ามีประโยชน์อยู่หลายข้อเลยดังนี้

  • One Remote คุมง่าย ไม่ต้องลำบากไปกดเมนูบนตัวเครื่อง
  • เข้า Netflix ผ่าน One Remote ได้เลย ไม่ต้องลำบากพิมพ์ แอปฯ ยังเป็น 4K HDR ด้วย
  • สายกราฟิก – ตัดต่อวิดีโอ สามารถดูหนัง หรือเล่นแอปฯ อื่นๆ รอเวลาเรนเดอร์ โดยที่ไม่ต้องเปิดบราวเซอร์บน PC ให้กินทรัพยากรของเครื่อง
  • บางเวลาเราแค่อยากดูหนังก็ไม่ต้องลำบากเปิด PC เปิดแค่ตัวจอก็พอแล้ว

Conclusion – สรุป

Samsung M7 จัดได้ว่าเป็นมอนิเตอร์ที่ครบเครื่องเป็นอย่างมาก และน่าจะเป็นมอนิเตอร์ที่สายกราฟิกชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะจอใหญ่ถึง 32″ แล้วยังเป็นความละเอียด 4K รองรับ HDR10 ด้วย ทำให้สามารถแบ่งสัดส่วนจอทำงานได้หลากหลาย ระหว่างรอการประมวลผลงานสามารถดูหนังผ่านแอปพลิเคชันบนตัวมอนิเตอร์รอได้ โดยที่ไม่ต้องไปแย่งทรัพยากรของเครื่อง การควบคุมก็ทำได้สบายๆ ผ่าน One Remote

ข้อดี

  • ขาตั้งเรียบแบน แข็งแรง ประหยัดพื้นที่
  • มี Tizen OS สามารถดูแอปฯ สตรีมมิ่ง Netflix, YouTube ได้โดยที่ไม่ต้องต่อ PC
  • มี One Remote ควบคุมเครื่องจากระยะไกล ไม่ต้องไปกดที่ตัวเครื่อง
  • หากไม่ได้อยู่ใน PC Mode สามารถปรับค่าภาพเชิงลึกได้
  • เสียงบนตัวมอนิเตอร์ใช้งานแทนลำโพงได้จริง
  • รองรับ Samsung DeX

ข้อสังเกต

  • ไม่มีช่องต่อ Display Port
  • หากสายสัญญาณแข็ง และเส้นหนา สายรัดที่ด้านหลังจะรัดไม่ค่อยอยู่
  • ความสว่างสูงสุด 273 nits หากไปใช้ในห้องที่เปิดโล่ง อาจมองเห็นภาพในจอได้ไม่ชัดเจน

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2021

Samsung M7 Smart Monitor ราคาเปิดตัว 15,990 บาท

สั่งซื้อ Samsung Smart Monitor M7

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้