รีวิว Sony 55X8000H 4K HDR Android TV รุ่นคุ้มค่า ภาพดี ลูกเล่นความบันเทิงเพียบ !!
Sony 55X8000H 4K/UHD HDR LED TV

4K HDR Android TV รุ่นคุ้มค่า
ภาพดี ลูกเล่นความบันเทิงเพียบ
ล่วงเลยมาจนถึงครึ่งปี 2020 เราได้เห็นผู้ผลิตทยอยวางจำหน่ายทีวีรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ บางยี่ห้ออาจจะลดสเป็คบางอย่างลงเพื่อลดต้นทุนพร้อมๆ กับอาจจะปรับราคาขายให้ต่ำลง แต่สำหรับ Sony ใช้วิธีอัพเกรดคุณสมบัติบางอย่างเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้าดูมีคุณค่ามากขึ้น และหนึ่งในรุ่นที่ดูคุ้มค่าน่าลอง คือ X8000H

ในบรรดาทีวี Sony รุ่นใหม่ประจำปี 2020 X8000H คือ 4K HDR TV ลำดับที่ 2 เหนือกว่ารุ่นเริ่มต้นอย่าง X7500H แน่นอนว่าราคาที่สูงขึ้น คุณสมบัติย่อมเหนือกว่า แต่จะให้ความคุ้มค่ามากเพียงใดนั้น ตามมาพิสูจน์ในรีวิวนี้กันได้เลยครับ
ดีไซน์

ปัจจุบัน X8000H มีจอภาพให้เลือก 5 ขนาดด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ 43 นิ้ว ไปจนถึง 85 นิ้ว สำหรับรุ่นที่จะทำการทดสอบต่อไปนี้ คือ 55 นิ้ว

ฐานตั้งรองรับซ้ายขวา มีที่มาจาก Blade Design หรือใบมีดนั่นเอง

โลโก้ Sony บริเวณกึ่งกลาง ตัดกับกรอบจอสีดำ

การออกแบบกรอบจอทำให้มองจากทางด้านหน้าดูบาง

อย่างไรก็ดีหากมองในมุมข้างจะเห็นถึงความหนา อันเนื่องมาจากโครงสร้างจัดวาง Backlight แบบ Direct LED นั่นเอง

ด้านหลังส่วนบนเป็นช่องเปิดระบายความร้อน มีโลโก้ BRAVIA ที่ฝั่งซ้าย ในส่วนจุดเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ ของ X8000H จัดวางไว้ที่ด้านข้างบริเวณฝั่งขวาของจอทั้งหมด

รีโมตคอนโทรลดีไซน์คุ้นเคย มีปุ่มลัดเข้าแอพ Google Play, Netflix และมีไมโครโฟนสามารถรับคำสั่งเสียงโต้ตอบกับ Google Assistant ได้
ช่องต่อ
จำนวนช่องต่อรับสัญญาณของ X8000H ประกอบไปด้วย HDMI In 4 ช่อง (เป็น HDMI 2.0 Full Bandwidth พร้อม HDCP 2.3 ทั้งหมด, รองรับ ARC ที่ HDMI In 3), USB 3.0 1 ช่อง, USB 2.0 1 ช่อง, Digital Audio Out (Optical) 1 ช่อง, Analog Audio/Headphones Out (3.5mm) 1 ช่อง, Analog Audio/Video Input (3.5mm Composite) 1 ช่อง

Ethernet (LAN) In พร้อม Wi-Fi & Bluetooth Built-in, DVB-T2 Antenna In,สายไฟมาตรฐาน C7 (หัวเลข 8) สามารถถอดเปลี่ยนสายได้
สรุปจำนวนช่องต่อของ Sony 55X8000H ได้ดังนี้
| HDMI™ In | 4 (ด้านข้าง) |
| USB | 2 (ด้านข้าง) |
| Ethernet | 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| Composite Video In | 1 (ด้านข้าง) |
| Component Video In | – |
|
RF (Ant enna) In |
1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner |
| PC HD15 In | – |
| Analog Audio In | 1 (ด้านข้าง ร่วมกับ Composite) |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านข้าง) |
| Audio/Headphone Out | 1 (Mini Jack ด้านข้าง) |
| Bluetooth Audio | – |
เพิ่มเติม

X8000H ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android TV 9.0 กับอินเทอร์เฟสหน้า Home กับไอคอนขนาดใหญ่ที่คุ้นเคยกันดี อัพเดทแอพและรายการใหม่ๆ การตอบสนองต่างๆ ก็รวดเร็วดี

จุดที่เพิ่มเติมแตกต่างจากเจนเนอเรชั่นก่อน คือ ตัวเลือก Setting Menu บางรายการ จะมีภาพประกอบและคำอธิบาย ช่วยให้ดูเข้าใจการทำงานได้ง่ายขึ้น

“Google Assistant” ระบบโต้ตอบรับคำสั่งเสียงอัจฉริยะมีความโดดเด่นยิ่งขึ้นแบบสังเกตได้ ไม่ว่าจะเป็นการจับคำพูดไทยผสมอังกฤษได้อย่างแม่นยำ (ไม่ต้องเปลี่ยนภาษาตัวเครื่องให้ตรงกับภาษาที่พูด) บวกกับการตอบสนองที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในภาพผมลองพูดใส่ไมโครโฟนที่รีโมตว่า “เส้นทางไปร้าน LCDTVTHAILAND” ระบบฯ ก็ตอบรับและค้นหาข้อมูลอย่างถูกต้องและรวดเร็ว จะสั่งเปิด-ปิด ควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ในบ้านที่มีความซับซ้อนมากขึ้นก็ทำได้

Apple AirPlay และ Chromecast Built-in ของ X8000H ช่วยให้การส่งภาพความบันเทิงจากแอพฯ ของโทรศัพท์มือถือทั้ง iOS และ Android ไปรับชมบนจอทีวีได้ง่ายๆ ในภาพทดลองเชื่อมต่อสัญญาณภาพจาก iPad ไปยังทีวี

จุดเด่นของ Android TV ที่ต้องพูดทุกครั้ง คือ แอพฯ ความบันเทิงดาวน์โหลดจาก Google Play จำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็สามารถซิกแซกนำแอพฯ ภายนอกมาติดตั้งเพิ่มเองได้ หลากหลายมาก

Netflix app รองรับการแสดงผล 4K HDR10 และ Dolby Vision ส่วนการรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos (Dolby Digital Plus) ให้ได้เต็มอรรถรส แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC เข้ากับชุดโฮมเธียเตอร์ หรือ Soundbar

YouTube app รองรับความละเอียด 4K HDR

Google Play Movies มีภาพยนตร์อัพเดทเรื่องใหม่ทันท่วงที

TrueID app อีกหนึ่งแอพ Video Streaming ยอดฮิตของไทย ที่มีจำนวนช่องรายการรับชมฟรีหลากหลาย ดูกันได้ทั้งครอบครัว

LINE TV app ที่รวบรวมรายการบันเทิงขวัญใจคนไทยให้ดูฟรีมากมาย

ซีรี่ส์ไทยและต่างประเทศจาก WeTV app เหมาะมากสำหรับคอหนังจีน
ภาพ

Sony TV ตั้งแต่รหัส G ปี 2019 เป็นต้นมา จะให้โหมดภาพมาทั้งหมด 7 โหมด ให้เลือกตามแต่รสนิยม แต่ถ้าเน้นโหมดภาพที่ให้ความเที่ยงตรงสูง สำหรับใครที่ต้องการรับชมภาพยนตร์เน้นสีสันใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิง แนะนำ Custom หรือ Cinema ระดับความสว่างประมาณ 420 nits ไม่ด้อยกว่าโหมดอื่น สามารถใช้งานในห้องรับแขกได้ความสว่างกำลังดี หากใช้งานในห้องมืดหรือห้องที่คุมแสงรบกวน อาจต้องปรับลดความสว่างลงตามความเหมาะสมเพื่อให้รับชมได้อย่างสบายตา หรือมีอีกทางเลือก คือ เปิดใช้ “Light Sensor” ให้ทีวีปรับความสว่างโดยอัตโนมัติอิงตามสภาพแสงแวดล้อม
กรณีที่จะใช้ X8000H เล่นเกมคอนโซล หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อทำงาน-เล่นเกมแทนจอมอนิเตอร์ แนะนำโหมด Game และ Graphics เนื่องจากมีระดับ “Input lag” ต่ำกว่า ในขณะที่ดุลสีเที่ยงตรงไม่ต่างกับโหมด Custom/Cinema

หากต้องการให้ 55X8000H ถ่ายทอดภาพของภาพยนตร์-ซีรี่ส์สำหรับโหมด Custom และ Cinema ด้วยความเที่ยงตรงสูงสุด แนะนำให้ Off ตัวเลือก Adv. Contrast Enhancer ผลที่ได้ คือ การแสดงรายละเอียดส่วนมืดและสว่างจะใกล้เคียงกับภาพในสตูดิโอมากขึ้น เนื่องจากระดับ Gamma จะใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการรับชมภาพยนตร์ SDR (ITU-R BT.1886) มากยิ่งขึ้น

เมื่อ Off ตัวเลือก Adv. Contrast Enhancer และทำการตรวจวัดดู พบว่า โหมด Custom/Cinema ให้ความเที่ยงตรงของสมดุลสีได้ดีมาก ค่าความผิดเพี้ยน (Grayscale Avg dE) ต่ำเพียง 1.4 ขอบเขตสีก็ทำได้เที่ยงตรงและครอบคลุม >100% ของมาตรฐาน Rec.709/sRGB หากจะติงก็มีเพียงบางจุด คือ การแสดงรายละเอียดเงามืด (Shadow Details) จะดูจมไปสักนิดหนึ่งสำหรับค่า Default ที่ตั้งมา แต่ก็สามารถแก้ไขได้โดยการปรับตัวเลือก Gamma เพิ่มขึ้น 1 – 2 สเต็ป และในส่วนของ Black Level จะยังทำได้ไม่ดำลึกเท่าไหร่ เนื่องจากรุ่นนี้ยังไม่มีระบบควบคุม LED Backlight แบบ Local-Dimming แต่โดยรวมยังนับว่าให้ผลลัพธ์โดดเด่นสำหรับทีวีระดับราคานี้

X8000H รองรับการปรับภาพละเอียด 10-point White Balance แต่จะยังไม่รองรับการปรับ Color Management System (CMS) อย่างไรก็ดีหลังดำเนินการไฟน์จูนในส่วนของ 2-point White Balance และชดเชยระดับ Gamma แล้ว พบว่า ความเที่ยงตรงของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ค่าความผิดเพี้ยน (Grayscale Avg dE) ลดต่ำลงมาอยู่ที่ 0.5 เท่านั้น ! หากเป็นทีวีเจนเนอเรชั่นก่อน การจะได้ผลลัพธ์แบบนี้จะต้องเป็นทีวีรุ่นที่มีราคาสูงกว่าพอตัว

X8000H ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Motionflow จากชิพประมวลผล X1 ซึ่งสามารถแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวได้ หากปรับระดับ Smoothness อย่างเหมาะสม (1 – 2) จะช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวของคอนเทนต์ที่มีอัตราเฟรมเรตต่ำดูมีความต่อเนื่องไหลลื่นขึ้นได้ ในขณะที่ไม่ทำลายความเป็นธรรมชาติของภาพยนตร์ต้นฉบับ

อีกหนึ่งความโดดเด่นของรุ่น X8000H คือ การแสดงผลฟอร์แม็ต Dynamic Metadata HDR ขั้นสูงอย่าง Dolby Vision นอกเหนือจาก Static Metadata HDR อย่าง HDR10 และ HLG ที่เดิมรองรับในรุ่น X8000G

ผล Lab Test พบว่า โหมดภาพ HDR ก็ให้ความเที่ยงตรงอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นเดียวกัน ทดลองรับชมภาพยนตร์จาก Netflix แม้ X8000H ยังไม่มี “Netflix Calibrated Mode” (คุณสมบัตินี้จะมีเฉพาะ Sony TV รุ่นท็อปๆ) แต่การรับชมร่วมกับโหมดภาพ Custom/Cinema (SDR, HDR10) หรือ Dolby Vision Dark (Dolby Vision) ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี ใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิง

ทั้งนี้โหมดภาพ HDR ของ X8000H ที่ให้ระดับความสว่างสูงสุด คือ Game/Graphics โดยมีระดับ HDR Peak Brightness (10% Window) ที่ 580 nits (สูงกว่า Vivid ที่ 554 nits เสียอีก) ในขณะที่ Custom/Cinema ความสว่างจะเพลาลงมาอยู่ที่ 500 nits อันเป็นผลจากตัวเลือก Adv. Contrast enhancer ที่ค่าโรงงานตั้งไว้ที่ Low หาก Off ตัวเลือกนี้ ความสว่าง HDR Peak Brightness ก็จะทำได้ไม่ต่างกับโหมด Game/Graphics
X8000H ใช้เทคโนโลยีจอภาพแบบ Triluminos จึงให้ขอบเขตสีได้กว้าง โดย HDR Color Space ทำได้ครอบคลุม 87.86/93.97% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเท่ากับ 63.73/70.35% Rec2020 (xy/uv)

ข้อดีของ Sony TV หลายรุ่น คือ หลังจากดำเนินการปรับภาพโหมด SDR แล้ว จะพบว่า โหมดภาพ HDR ก็มีความเที่ยงตรงที่ดีขึ้นตามไปด้วย แนวทางนี้ใช้ได้กับรุ่น X8000H เช่นกัน ค่าความผิดเพี้ยน (dE) ต่ำลงทั้ง Grayscale และ Colorspace เป็นผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากทีเดียวสำหรับทีวีระดับราคานี้

การเชื่อมต่อรับสัญญาณภาพจากเกมคอนโซล และคอมพิวเตอร์ X8000H จะรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K (3840 x 2160) Refresh Rate สูงสุดที่ 60Hz ยังไม่รองรับเทคโนโลยี Variable Refresh Rate (VRR) ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับรุ่นระดับราคานี้

จุดที่ส่งผลกับการเล่นเกม และ X8000H ทำได้โดดเด่นมาก คือ HDMI Input Lag ในโหมด Game และ Graphics ต่ำสุดเพียง 9.8 ms เท่านั้น ! สามารถท้าชน Gaming Monitor ได้เลย การตอบสนองรวดเร็ว ไม่มีอาการภาพหน่วงช้าไม่ทันมือ
เสียง

X8000H ที่มีขนาดจอภาพใหญ่กว่า 55 นิ้ว ขึ้นไป จะติดตั้งตัวขับเสียงแบบใหม่ที่เรียกว่า X-Balanced Speaker ที่ด้านล่างของจอ ลักษณะจะดูแตกต่างจากตัวขับเสียงของทีวีทั่วไปโดยจะออกแบบรูปทรงเฉพาะกึ่งทรงรี Sony ให้เหตุผลว่ารูปทรงแบบนี้สามารถบาลานซ์ขนาดกับการถ่ายทอดคุณภาพเสียงได้อย่างลงตัว เหมาะกับการติดตั้งภายในโครงสร้างกรอบทีวีที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ทดลองฟังเสียงจริงดูก็พบว่า ให้รายละเอียดเสียงได้ชัดเจน ดุลเสียงดีสำหรับมาตรฐานลำโพงทีวี ไม่อุดอู้คลุมเครือ เบสก็นับว่าพอเหมาะ ไม่ขาดแคลนสำหรับการรับชมภาพยนตร์และฟังเพลง ระดับเสียงไม่ถึงกับดังมากที่สุด แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้งานในห้องรับแขกตามบ้าน

X8000H จะไม่มีโหมดปรุงแต่งเสียงสำเร็จรูปนัยว่าเน้นเสียงที่เที่ยงตรง แต่ก็เปิดโอกาสให้ชดเชยดุลเสียงเบสจากตำแหน่งตั้งวางที่หัวข้อ TV position และสามารถใช้ระบบจำลอง Surround ให้มิติเสียงที่เปิดกว้างขึ้นได้

นอกจาก X8000H จะสามารถ Pass through สัญญาณเสียง Dolby Atmos (Dolby Digital Plus) ไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกผ่านทาง HDMI ARC แล้ว ขณะเดียวกันก็สามารถ Pass through ระบบเสียง DTS ได้ด้วย (อุปกรณ์เชื่อมต่อจะต้องรองรับถอดรหัสเสียง DTS)
สรุป
Sony ประเดิมเปิดตัวทีวีประจำ 2020 ด้วยรุ่นราคาไม่แพง แต่ประสิทธิภาพหลายจุดโดดเด่นเกินคาด ทั้งการอัพเกรดให้รองรับฟอร์แม็ต Dynamic Metadata HDR ขั้นสูงอย่าง Dolby Vision โดยยังคงเน้นความเที่ยงตรงของโหมดภาพโรงงานไว้ได้ดีตามมาตรฐานเช่นเคย ผลลัพธ์ด้านภาพดีกว่ารุ่นระดับเดียวกันจากเจนเนอเรชั่นก่อนด้วย และตอกย้ำศักยภาพอันยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการ Android TV 9.0 ที่ตอบสนองได้รวดเร็ว Google Assistant จับคำสั่งเสียงได้แม่น แอพความบันเทิงหลากหลาย ในแง่ความคุ้มค่าจึงนับว่าน่าสนใจยิ่ง

ข้อดี Sony 55X8000H
– พาเนล ADS ให้มุมมองรับชมกว้างเหมือน IPS พร้อมเทคโนโลยี Triluminos ขอบเขตสีกว้างครอบคลุม 87.86/93.97% DCI-P3
– รองรับ Dolby Vision, HDR Peak Brightness 580 nits ภาพดูสว่างกว่ารุ่นเริ่มต้น และยังให้ความเที่ยงตรงของสีสันก่อนและหลังปรับภาพได้ดีมาก
– มี Motionflow ช่วยประมวลผลแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว
– โหมดภาพ Game/Graphic มีระดับ Input Lag ต่ำมากเพียง 9.8 ms
– Android TV มีฟีเจอร์และแอพความบันเทิงหลากหลาย, Google Assistant จับคำแม่น ตอบสนองรวดเร็วขึ้น
ข้อเสีย Sony 55X8000H
– โครงสร้างแบบ Direct LED ทำให้จอดูหนา และยังไม่มี Local-Dimming ช่วยคุมแสงลอด
– ช่องต่อ USB ลดเหลือ 2 ช่อง (รุ่นก่อนมี 3 ช่อง)
มาตรฐานคะแนนปี 2020
ราคาเปิดตัว Sony 55X8000H (55″)
22,990 บาท รับประกัน 3 ปี