Skip to content
|

รีวิว Sony 65A9G 4K HDR OLED TV 2019 Master Series พร้อมรองรับ IMAX Enhanced

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 07 Aug 2019 0 comments

Sony 65A9G 4K/UHD HDR OLED TV

2019 Master Series พร้อมรองรับ IMAX Enhanced Privilege Content

ย้อนไปในปี 2018 เป็นครั้งแรกที่ Sony เปิดตัว “Master Series” ทีวีระดับท็อปที่เน้นคุณภาพการถ่ายทอดภาพและเสียงมาตรฐานเดียวกับสตูดิโอ และจากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่วงการนี้มานานจนสร้างตำนานอย่าง BVM-X300 Studio Monitor ระดับ Top-class มาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยาก ที่ผ่านมา A9F ถือเป็นเครื่องพิสูจน์… ปัจจุบันความท้าทายใหม่เพิ่มเข้ามาในแง่ที่ว่า Sony จะทำอย่างไรให้ได้คุณภาพที่ดี ในระดับราคาที่ต่ำลง

ปัจจุบัน A9G คือ Master Series 4K HDR OLED TV รุ่นล่าสุดประจำปี 2019 ควบคู่กับ Z9G ที่ใช้เทคโนโลยีจอภาพแบบ 8K HDR LCD with Full-array Local-Dimming LED Backlight โดยเป็นการสานต่อจากรุ่น A9F และ Z9F ของปีก่อน แต่น่าสนใจตรงที่รุ่นใหม่ A9G ตั้งราคาเปิดตัวไว้ต่ำลงกว่าเดิม เป็นการช่วยให้เราๆ ท่านๆ เข้าถึงทีวีระดับท็อปของ Sony ได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนผลการใช้งานจะเป็นเช่นไร? ติดตามได้จากรีวิว 65A9G ต่อไปนี้ได้เลยครับ…

10 รางวัลทีวีที่ดีที่สุดประจำปี 2019-2020 โดย LCDTVTHAILAND

ดีไซน์

ปัจจุบัน A9G มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 65 นิ้ว และ 55 นิ้ว ด้านรูปลักษณ์ยังคงอิงคอนเซ็ปต์ One Slate Design หรือแผ่นหินชนวนดำทะมึนเช่นเดียวกับทีวี Sony หลายๆ รุ่น ทั้งอดีตและปัจจุบัน อย่างไรก็ดีลักษณะฐานตั้งจะไม่ใช้ขาค้ำยันบานพับแหวกแนวดูพรีเมียมแบบรุ่นเรือธงในอดีตอย่าง A9F/A1E แต่เปลี่ยนไปใช้รูปแบบฐานทีวีปกติเหมือนรุ่น A8G/A8F ข้อดีคือติดตั้งได้ง่ายกว่า และน้ำหนักไม่มาก จึงไม่ต้องกังวลกับโครงสร้างยึดแขวนมากนัก

แม้จะอิงรูปแบบฐานตั้งคล้ายกับทีวีรุ่นปีเดียวกันอย่าง A8G แต่ไม่อเนกประสงค์เท่า เนื่องจากฐานตั้งของ A9G ไม่สามารถสลับการติดตั้งเพื่อทำหน้าที่ “ยกทีวีให้สูงขึ้น” กรณีที่ต้องการสอด Soundbar ไว้ด้านล่าง แต่จุดนี้เป็นที่เข้าใจได้เพราะลำพังคุณภาพเสียงของ A9G ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Soundbar อีกทั้งฐานตั้งที่ออกแบบให้จอภาพแนบชิดกับพื้นก็ดูสวยงามกว่า ตรงตามคอนเซ็ปต์ One Slate มากกว่า

ไมโครโฟนคู่ที่บริเวณกึ่งกลางส่วนล่างของจอภาพ ใช้สำหรับรับคำสั่งเสียง สั่งการ Google Assistant ได้โดยตรง มีเฉพาะรุ่น A9G และ A9F เท่านั้น

เมื่อไม่มีขาค้ำยันอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ด้านหลังของ A9G จึงดูไม่แตกต่างจากทีวีทั่วไป กระนั้น Sony ทำการออกแบบเซาะลวดลายให้ดูมีดีเทลน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

โครงสร้างการจัดระเบียบสายเชื่อมต่อทางด้านหลังของรุ่นนี้ทำได้ดี สามารถซ่อนสายไว้ใต้ฝาครอบ และร้อยสายออกส่วนล่างทางด้านหลังของฐานตั้งได้

สวิทช์เพาเวอร์และปุ่มปรับโวลุ่มอยู่ด้านข้าง ฝั่งขวา (เมื่อมองจากทางด้านหลังของทีวี)

ปี 2019 นี้ เป็นปีแรกที่ Sony ทำการเปลี่ยนดีไซน์รีโมตคอนโทรลใหม่ หลังจากอิงดีไซน์เก่ามานานนม โดยรูปทรงจะออกไปทางเพรียวยาวดูโฉบเฉี่ยวขึ้น และที่พิเศษสำหรับรุ่นนี้ที่แถมมาพร้อมกับ Master Series A9G คือ วัสดุตกแต่งคล้ายโลหะ ดูพรีเมียมขึ้นกว่ารุ่นปกติ

ช่องต่อ

จำนวนอินพุตหลักเท่ากับ A9F แต่การจัดวางช่องต่อของ A9G แตกต่างไปเล็กน้อย HDMI In 4 ช่อง (เป็น HDMI 2.0 Full Bandwidth พร้อม HDCP 2.3 ทั้งหมด, รองรับ eARC/ARC ที่ HDMI In 3), Digital Audio Out (Optical) 1 ช่อง, USB 3.0 1 ช่อง, DVB-T2 Antenna In และ Ethernet (LAN) In พร้อม Wi-Fi & Bluetooth Built-in

USB 2.0 2 ช่อง, Analog Audio/Video Input (3.5mm Composite) 1 ช่อง, Audio/Headphone Out (3.5mm) 1 ช่อง, สายไฟมาตรฐาน IEC สามารถถอดเปลี่ยนสายได้

ขั้วลำโพงสำหรับฟังก์ชั่น Center Speaker Mode ของ A9G จะเปลี่ยนไปใช้แบบสปริงหนีบ ไม่ได้เป็นแบบ Binding Post เหมือนรุ่น A9F ถึงแม้ผลการใช้งานจริงด้านเสียงจะทำได้ดีไม่ต่างกัน แต่การเชื่อมต่อสายลำโพงจะทำได้ไม่ยืดหยุ่นหลากหลายเท่ารุ่นก่อน แนะนำให้ใช้สายลำโพงเปลือยตัวนำขนาดหน้าตัดเล็กจะดำเนินการได้สะดวกมั่นคง และเก็บซ่อนสายได้ง่ายกว่า

สรุปจำนวนช่องต่อของ Sony 65A9G ได้ดังนี้

เพิ่มเติม

ฟีเจอร์เด่นล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาให้เฉพาะกับ Sony TV ที่ได้การรับรองคุณภาพมาตรฐาน IMAX Enhanced คือ 4K IMAX Enhanced Privilege Content โดยเป็นบริการ Video Streaming คอนเทนต์คุณภาพที่ผ่านการไฟน์จูนโดย IMAX จึงมั่นใจได้เรื่องภาพและเสียง สามารถรับชมได้ฟรี ปัจจุบันเริ่มทยอยให้บริการในบางประเทศแล้ว สำหรับประเทศไทยคงต้องรอลุ้นกันครับ ฟีเจอร์เด่นล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาให้เฉพาะกับ Sony TV ที่ได้การรับรองคุณภาพมาตรฐาน IMAX Enhanced คือ 4K IMAX Enhanced Privilege Content โดยเป็นบริการ Video Streaming คอนเทนต์คุณภาพที่ผ่านการไฟน์จูนโดย IMAX จึงมั่นใจได้เรื่องภาพและเสียง สามารถรับชมได้ฟรี ปัจจุบันเริ่มทยอยให้บริการในบางประเทศแล้ว สำหรับประเทศไทยคงต้องรอลุ้นกันครับ

ช่วงที่ทำการทดสอบ ระบบปฏิบัติการ Smart TV ของ A9G ยังเป็น Android 8.0 เช่นเดียวกับ A9F แต่เชื่อว่า Sony คงจะเปิดให้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ในอนาคต อย่างไรก็ดี A9G มีจุดที่พัฒนาแตกต่างไปจากเดิม คือ อินเทอร์เฟส Setting Menu ที่จะแสดงซ้อนหน้าจอขึ้นมาด้านล่าง การเข้าถึงตัวเลือกตั้งค่าหลายจุดทำได้รวดเร็ว ง่าย และสะดวกกว่ารูปแบบเก่า

“Google Assistant” ระบบโต้ตอบรับคำสั่งเสียงอัจฉริยะยังคงใช้งานได้โดดเด่นเช่นเดิม สามารถพูดผ่านไมโครโฟนที่ทีวีได้โดยตรง หรือจะพูดผ่านรีโมต หรือ Google Home ก็ได้ (ถ้ามี) สะดวกดี ในภาพผมลองพูดว่า “แนะนำร้านชานมไข่มุกอร่อย” ระบบฯ ก็ไปค้นหาคลิป YouTube ขึ้นมาให้เลือกดูเลย

จุดเด่นของ Android TV ที่ต้องพูดทุกครั้ง คือ แอพฯ ความบันเทิงที่มีความหลากหลายมาก และดูจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน ล่าสุดผมไปเจอแอพฯ ดูอนิเมะฟรีมีโฆษณาคั่นนิดหน่อย แต่อัพเดทเรื่องใหม่ๆ เร็วมาก แต่ยังไม่มีซับไตเติล-เสียงไทยนะ จุดเด่นของ Android TV ที่ต้องพูดทุกครั้ง คือ แอพฯ ความบันเทิงที่มีความหลากหลายมาก และดูจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน ล่าสุดผมไปเจอแอพฯ ดูอนิเมะฟรีมีโฆษณาคั่นนิดหน่อย แต่อัพเดทเรื่องใหม่ๆ เร็วมาก แต่ยังไม่มีซับไตเติล-เสียงไทยนะ

Chromecast Built-in ของ A9G ช่วยให้การส่งภาพความบันเทิงจากแอพฯ ของโทรศัพท์มือถือทั้ง Android และ iOS ไปรับชมบนจอทีวีได้ง่ายๆ และหลากหลายมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันรองรับแอพฯ ยอดฮิตอย่าง Line TV และ TrueID แล้ว

Google Play Movies ก็มีภาพยนตร์มีภาพยนตร์ให้ชมมากมาย อัพเดทเรื่องใหม่ทันท่วงที

“Netflix Calibrated Mode” คุณสมบัติพิเศษเฉพาะ Master Series ยังคงมีอยู่เช่นเดียวกับรุ่น A9F รายละเอียด โทนสีภาพ มีความถูกต้องอิงตามโหมดภาพ Custom

Netflix app รองรับการแสดงผล 4K HDR10 และ Dolby Vision เมื่อเชื่อมต่อ HDMI ARC กับชุดโฮมเธียเตอร์ หรือ Soundbar จะรองรับระบบเสียง Dolby Atmos/DD+ ด้วย

“Netflix Calibrated Mode” คุณสมบัติพิเศษเฉพาะ Master Series ยังคงมีอยู่เช่นเดียวกับรุ่น A9F รายละเอียด โทนสีภาพ มีความถูกต้องอิงตามโหมดภาพ Custom

YouTube app รองรับความละเอียด 4K HDR

ทดสอบชมภาพยนตร์ด้วยแอพมีเดียเพลเยอร์ สามารถเปิดไฟล์วิดีโอจาก Flashdrive/Ext. HDD และเลือกเสียง-เปลี่ยนซับไตเติลได้ โดยรวมทำได้น่าพอใจ แต่หากพบว่าไฟล์ไหนเล่นไม่ได้ ลองติดตั้งแอพฯ อื่น อาทิ VLC, Kodi ฯลฯ ดูครับ

Amazon Prime อีกหนึ่งผู้ให้บริการ Video Streaming รองรับ 4K HDR

ภาพ

หากอิงจากสเป็ก A9G ยังคงใช้อุปกรณ์ระดับท็อป อย่างชิพประมวลผลภาพ X1 Ultimate เช่นเดียวกับรุ่น A9F และเมื่ออิงจำนวนโหมดภาพ ไปจนถึงความสามารถปรับภาพละเอียดแบบโปรเฟสชันนัล อย่าง 10p White Balance ไปจนถึง Color Management System (CMS) ก็ทำได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ดี ผล Lab Test จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยโหมดภาพที่ผ่าน Pre Calibration ปรับภาพเบื้องต้นมาจากโรงงาน อย่าง Custom จะย่อหย่อนลงเล็กน้อย ความเที่ยงตรงจะเป็นรอง A9F อยู่บ้าง ผลโดยรวมดูไม่แตกต่างจากโหมดทั่วไป อย่าง Cinema, Game และ Graphics เท่าใดนัก

โหมดภาพ Custom เมื่ออ้างอิงการแสดงผล SDR พบว่า มีอุณหภูมิสีเฉลี่ยราว 7000K ดุลสีติดโทนเย็นนิดๆ ดูแล้วก็อาจจะเตะตาผู้ชมทั่วไปได้ดีเหมือนกัน โดยค่าความบิดเบือนผิดเพี้ยนของสมดุลสี (dE) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.9 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากแม้ว่าจะไม่โดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบรุ่นท็อปด้วยกัน จุดที่แตกต่างจากโหมดอื่น คือ Custom ให้ระดับ Gamma ได้ใกล้เคียงมาตรฐาน ITU-R BT.1886 มากกว่า

ความพิเศษของ Master Series คือรองรับการปรับภาพแบบโปรเฟสชันนัล ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง CalMAN AutoCal ระบบประเมินและปรับแก้ความเที่ยงตรงของภาพแบบอัตโนมัติจาก Spectracal (Portrait Displays) โดยดำเนินการร่วมกับแอพฯ CalMAN for Bravia ผลลัพธ์น่าจะเรียกได้ว่าโดดเด่นในแง่เสถียรภาพและความเที่ยงตรงมากที่สุดในบรรดา AutoCal ของทีวี

ภายหลังดำเนินการปรับภาพผ่าน CalMAN AutoCal พบว่า ความเที่ยงตรงดีเยี่ยมเข้าขั้นเพอร์เฟ็กต์ ! อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6506K ค่าความผิดเพี้ยน (dE) เฉลี่ยต่ำกว่า 1 อยู่ที่ 0.5-0.6 เท่านั้น ซึ่งหลังปรับภาพ คาแรคเตอร์ดูใกล้เคียง BVM-X300 Studio Reference Monitor ในตำนาน มากกว่า A9F เสียอีก

มาดูในส่วนของโหมดการแสดงผลแบบ HDR กันบ้าง ก่อนดำเนินการปรับภาพ โหมดภาพที่ให้ความเที่ยงตรงของสีสันดีที่สุดอย่าง Custom มีระดับความสว่าง HDR Peak Brightness (10% Window) ที่ 450 nits ในขณะที่โหมดภาพที่ให้ระดับความสว่างสูงที่สุด คือ Vivid ทำได้ที่ 580 nits ต่ำกว่า A9F ในส่วนของขอบเขตสี (HDR Color Space) 93% DCI-P3 coverage หรือเท่ากับ 67.3% Rec2020 ถือว่าพอๆ กัน

ความเที่ยงตรงของดุลสีเมื่ออ้างอิงการแสดงผล HDR โหมด Custom ของ A9F ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

หากดำเนินการ CalMAN AutoCal ในส่วนของ SDR Mode ไปแล้ว จะส่งผลให้การรับชมในโหมด HDR มีความเที่ยงตรงขึ้นด้วย สมดุลสีดีขึ้นไปอีก แต่หากต้องการความเพอร์เฟ็กต์อาจต้องทำการแยกโหมดภาพเฉพาะสำหรับการรับชมแบบ HDR ซึ่งระบบของ Sony ก็รองรับในจุดนี้ ขั้นตอนอาจจะใช้เวลาและเพิ่มความยุ่งยากมากขึ้น แต่น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเช่นกัน

เช่นเดียวกับ A9F รุ่น A9G สามารถรับสัญญาณภาพแบบ High Frame Rate 120Hz ที่ความละเอียด 1080p ทาง HDMI ได้ รองรับการใช้งานกับทั้ง Xbox One S/X และ PC แต่จะยังไม่รองรับ Variable Refresh Rate (VRR) หรือ FreeSync

หมายเหตุ: เมื่อเลือกโหมดภาพ Game และ Graphics ระบบแทรกเฟรมภาพ Motionflow จะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่คงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ Motionflow เวลาเล่นเกม โดยเฉพาะเมื่อคอนเทนต์สามารถรันเฟรมเรตได้สูง 60-120 FPS

เสียง

Sony ทำการพัฒนาระบบเสียงสุดล้ำของทีวีที่เรียกว่า Acoustic Surface สู่ Acoustic Surface Audio+ โดยนำมาใช้งานครั้งแรกกับรุ่น A9F เมื่อปีที่แล้ว พอมาปีนี้ A9G ก็ได้รับการถ่ายทอดมาด้วย ซึ่งคุณภาพเสียงทำได้ดีไม่แพ้กัน จุดเด่น คือ “มิติเสียง” ที่ให้ได้สมจริงกว่าอันมีที่มาจากตำแหน่งทิศทางเสียงที่ออกมาจากจอภาพโดยตรง ไม่กองอยู่ด้านล่างแบบลำโพงทีวีทั่วไป อย่างไรก็ดี Acoustic Surface Audio+ ของ A9G จะเป็นแบบ 2.2 แชนเนล ไม่ใช่ 3.2 แชนเนล แบบรุ่น A9F แต่ประเด็นนี้ไม่ส่งผลกับการถ่ายทอดดุลเสียง และมิติสเตริโอ

Bass woofer พร้อมท่อ Bass-reflex คู่ ทางด้านหลัง ติดตั้งในตำแหน่งซ้ายและขวาอย่างละชุด โดยมีระดับความสูงใกล้เคียงกับ Actuator ส่งผลให้ A9G สามารถถ่ายทอดย่านเสียงต่ำและกลางแหลมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน เบสกระชับ มีน้ำหนัก และลงได้ลึกกว่า Acoustic Surface ของรุ่น A8G แบบสัมผัสได้ไม่ยาก กำลังขับรวม 60 วัตต์ ให้เสียงที่ดังเพียงพอกับการใช้งานในบ้านพักอาศัยทั่วไป

ความพิเศษอีกประการที่เสริมอรรถประโยชน์จากเทคโนโลยี Acoustic Surface Audio+ คือ Center Speaker Mode หรือการใช้งานระบบเสียงของทีวีแทนที่ “Center Speaker” ในระบบโฮมเธียเตอร์ จากการทดสอบใช้งานแทนที่ลำโพงเซ็นเตอร์ในชุด Onkyo SKS-4800 ที่เป็นลำโพงเล็กแบบกึ่งๆ Satellite พบว่า ระบบเสียงของ A9G ทำหน้าที่ได้น่าพอใจมาก น้ำหนักและความอิ่มของเสียงดีกว่า แต่ที่สำคัญ คือ จุดกำเนิดเสียงที่ออกมาจากจอภาพจริงๆ ทำให้แชนเนลเสียงไดอะล็อกนี้โดดเด่นสัมพันธ์ไปกับภาพบนจอ

หมายเหตุ: Center Speaker Mode ทำได้โดยเชื่อมต่อสายลำโพง Center Channel จาก AV Receiver มาที่จุดเชื่อมต่อทางด้านข้างของ A9G และทำการเปลี่ยนตัวเลือก Speakers จาก TV Speakers เป็น Audio System 

ความพิเศษด้านเสียงอีกประการของ A9G ที่ไม่กล่าวถึงมิได้ คือ การรองรับ HDMI eARC เหนือกว่า HDMI ARC ปกติตรงที่ เมื่อทำการเชื่อมต่อกับระบบเสียงภายนอกที่รองรับ eARC เหมือนกัน จะสามารถส่งผ่านสัญญาณฟอร์แม็ตเสียงเซอร์ราวด์แบบ Lossless/Hi Bit-rate อาทิ Dolby Atmos/TrueHD และ DTS:X/HD-Master Audio ได้ (ARC ปกติจะจำกัดที่ Dolby Atmos/DD+, DTS) อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีแอพฯ ของ Android TV ที่รองรับระบบเสียง Lossless/Hi Bit-rate (TrueHD) คงต้องรออีกสักพักใหญ่จึงจะได้ใช้งาน eARC แบบเต็มประสิทธิภาพครับ

หมายเหตุ: นอกเหนือจาก A9G ทีวีของ Sony รุ่นอื่นๆ ที่รองรับ eARC ได้แก่ X8500G (ขนาดจอภาพ 55 นิ้ว ขึ้นไป), X9500G, Z9G, Z9F และ A9F

สรุป

แม้ว่าประสิทธิภาพบางจุดจะย่อหย่อนลงจากรุ่น A9F อยู่เล็กน้อย แต่ด้วยราคาเปิดตัวที่ต่ำกว่าพอควร นับเป็นนัยที่ดีที่น่าจะช่วยให้เราๆ ท่านๆ เข้าถึง “Master Series” ของ Sony ได้ง่ายขึ้น และจุดสำคัญผลลัพธ์เมื่อใช้งานจริง อย่างคุณภาพหลังปรับภาพ ระบบเสียง Acoustics Surface Audio+ และลูกเล่น Android TV พร้อมไมโครโฟนบิลท์อินมากับทีวี ยังคงตอบสนองได้อย่างโดดเด่น บางจุดดูใกล้เคียง BVM-X300 มอนิเตอร์ระดับอ้างอิงมากยิ่งขึ้น

ข้อดี Sony 65A9G

1) รูปทรงแผ่นหินดำทะมึนตั้งตระหง่านแบบ One Slate กับฐานตั้งที่ไม่หวือหวาเท่าเดิม แต่ก็ช่วยให้ติดตั้งง่ายกว่า น้ำหนักไม่มากจึงไม่ต้องกังวลกับโครงสร้างยึดแขวนมากนัก

2) CalMAN AutoCal ให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยม ภาพมีความเที่ยงตรงเข้าขั้นเพอร์เฟ็กต์โดยเฉพาะ SDR Mode คาแรคเตอร์ภาพดูใกล้เคียง BVM-X300 มากกว่า A9F

3) IMAX Enhanced Certified อนาคตสามารถรับชม Privilege Video Content แบบ Streaming คุณภาพสูงตามมาตรฐาน IMAX ได้

4) Acoustic Surface Audio+ พร้อม Woofer คู่ น้ำเสียงกลมกลืนมิติดี, สามารถสลับใช้งานทดแทนลำโพงเซ็นเตอร์ในระบบโฮมเธียเตอร์ได้

5) HDMI eARC สามารถ pass-through ระบบเสียง Atmos/TrueHD, DTS:X/HD-MA เมื่อเชื่อมต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์ หรือ Soundbar ร่วมกับ BD Player (หรือแอพฯ ในอนาคต)

6) ไมโครโฟนติดตั้งมากับตัวทีวี รับคำสั่งเสียง Google Assistant ไม่จำเป็นต้องพูดผ่านรีโมต หรือใช้ Google Home

7) รับสัญญาณ 1080p 120Hz ทาง HDMI ได้, Game Mode มีระดับ Input Lag ต่ำเพียง 26.5 ms

ข้อเสีย Sony 65A9G

1) โหมดภาพ Custom ย่อหย่อนลงจากรุ่น A9F แต่แก้ไขได้ด้วยการปรับภาพ หรือใช้ CalMAN AutoCal

2) IMAX Enhanced Privilege Content ปัจจุบันยังไม่เปิดให้ใช้งานในประเทศไทย

*ประเมินหลังดำเนินขั้นตอน CalMAN AutoCal

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้