รีวิว Tannoy Mercury V เมื่อสายเลือดราชาหวลคืนสู่บังลังก์…

หากพูดถึงประเทศสหราชอาณาจักร หรือที่มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่าประเทศอังกฤษหลายๆคนจะนึกถึงอะไรกันครับ? ถ้าถามผมก็คงเป็นความดูดี เป็นต้นกำเนิดของความเจริญทางเทคโนโลยีต่างๆ, ลีกฟุตบอลที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่หากบีบขอบเขตของคำตอบให้แคบลงเป็นสินค้าโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ก็คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ตัว B อันโด่งดังใช่ไหมล่ะครับ ทว่าจริงๆแล้วแบรนด์เครื่องเสียงที่มีสัญชาติอังกฤษ(แม้ปัจจุบันส่วนใหญ่จะผลิตที่จีนก็เถอะ ฮ่าๆ) ที่มีชื่อเสียงไม่ได้มีเพียงแค่แบรนด์ B เพียงอย่างเดียวซะเมื่อไร ยังมีอีกหนึ่งชื่อที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนรุ่นใหม่นัก แต่สำหรับรุ่นเก๋าแล้วคงต้องเคยได้ยินอย่างแน่นอน นั่นก็คือ Tannoy ครับผม…
จริงๆแล้ว Tannoy ไม่ได้เป็นน้องใหม่ในวงการตลาดเครื่องเสียงในบ้านเราซะทีเดียวนะครับ ก่อนหน้านี้เคยถูกนำเข้ามาวางจำหน่ายอยู่ช่วงนึงแล้ว แต่อาจจะเพราะสาเหตุอันใดไม่ทราบทำให้ต้องร่ำลากันไประยะนึง ทว่าในวันนี้ทางบริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง ได้ไปพากลับมาอีกครั้งเสมือนเป็นการหวนคืนสู่ถิ่นเก่าอันคุ้นเคย โดยกลับมาครั้งนี้หลายคนคงได้อ่านรีวิวงานเปิดตัวกันไปแล้ว จะพบว่ามันยิ่งใหญ่กว่าที่แล้วมา คือทางเซ็นทรัลจัดเต็มเอาเข้ามาทุกไลน์อัพสินค้าเลยตั้งแต่ชุดเบาๆ ยันซุปเปอร์ไฮเอ็นด์สมใจคนที่รอคอยกันไปตามๆกัน

สำหรับสินค้าตัวที่เราจะมาทดสอบในครั้งนี้ เป็นชุดโฮมเธียร์เตอร์แบบ 5.1 แชนแนลใน Mercury ซีรี่ส์อันโด่งดังและได้รับเสียงชื่นชมจากนิตยสารและเว็บรีวิวในต่างประเทศมามากมาย ราคาค่าตัวทั้งชุดจะอยู่ในระดับมิดเอ็นด์ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้คงเอื้อมถึงกันได้ไม่ยาก แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้นเราก็ต้องมาชมมาฟังกันก่อนถูกต้องไหมครับ ว่าคุณภาพเสียงพี่ท่านจะสมค่าดั่งราคาที่ตั้งไว้และคำเยินยอของสารพัดนักรีวิวต่างประเทศหรือเปล่า….
Tannoy Mercury V Series
Floorstanding – Mercury V4 ราคาตั้ง 24,900 บาท
Bookshelf – Mercury VR ราคาตั้ง 9,900 บาท
Center – Mercury VC ราคาตั้ง 8,900 บาท
Subwoofer – TS2.10UB ราคาตั้ง 41,900 บาท
ราคารวมทั้งเซ็ต 85,600 บาท
Design – การออกแบบ
ขึ้นสัญชาติว่ามาจากดินแดนน้ำชาเมืองผู้ดีแล้ว ค่อนข้างจะต้องการีนตีความแน่นอนในการดีไซน์ไว้ระดับนึงล่ะ เป็นถึงประเทศต้นกำเนิดอารยธรรมความเจริญหลายๆอย่าง จะน้อยหน้าสินค้าจากที่อื่นได้อย่างไร สำหรับเซ็ตที่ได้มาทดสอบนี้จะเป็นสีโทน Sugar Maple ทั้งหมดนะครับ ทว่าหากไปชมสินค้าในเว็บไซต์ Tannoy เขาจะบอกว่ามันยังมีอีกสีนึงที่เรียกว่า Dark Walnut ที่ดูเข้มขึงกว่านี้ เริ่มไล่ดูจากคู่หน้าไปก่อนเลยครับ

คู่หน้าในชุดนี้หรือมีชื่อเรียกประจำตัวว่า V4 เป็นลำโพงฟลอร์สแตนดิ้งขนาดความสูงเกือบเมตร(97 ซ.ม.)
ติดตั้งไดร์เวอร์สามตัว เป็นมิด/เบสที่ทำจากกรวยกระดาษเคลือบโค้ตติ้งสองตัว
และทวีตเตอร์โดมใยสังเคราะห์ อีกหนึ่งทำหน้าที่ให้เสียงความถี่ต่ำและสูงตามชื่อมัน

ด้านหลังเป็นท่อยิงเบสและขั้วต่อแบบไบน์ดิ้งโพสต์ครับ
พร้อมฉลากลายธงชาติบอกถิ่นกำเนิดและซีเรียลนัมเบอร์ประจำตัวชัดเจนเป็นเอกลักษณ์

ถัดไปเป็นลำโพงบุ๊คเชลฟ์สำหรับใช้เป็นเซอร์ราวด์ซ้ายขวาภายในชุดฮะ
มีชื่อรุ่นว่า Mercury VR ครับผม ใช้ท่อเบสรีเฟล็กซ์แบบยิงออกด้านหน้าอยู่ข้างบนไดร์เวอร์

หันข้างดูสักนิ๊ดส์นึง จะเห็นว่าขนาดค่อนข้างเล็กทีเดียวหากเทียบเคียงกับลำโพงชนิดเดียวกันของยี่ห้ออื่น

ด้านหลังเป็นสลักไว้แขวนผนัง และขั้วต่อแบบไบน์ดิ้งโพสต์เช่นเดียวกัน แต่เป็นแบบซิงเกิลไวร์
อย่างไรก็ตามในซีรี่ส์ Merucry V นี้ยังมีลำโพงวางหิ้งอีกรุ่นที่ชื่อว่า V1 ซึ่งหากดูจากสเปคคร่าวๆ ค่อนข้างจะดีกว่า VR อยู่พอสมควร และคิดว่าคงเป็นตัวเรือธงในซีรี่ส์นี้และให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าซึ่งราคาก็ต้องถีบตัวตามขึ้นไปด้วยอย่างแน่นอน ก็น่าเสียดายนิดๆที่ทางเซ็นทรัลฯน่าจะส่งตัวนั้นมาด้วย จะได้ชี้แจงได้ชัดเจนกันไปเลยว่าแตกต่างกันอย่างไรระหว่าง VR กับ V1 เพราะดูสเปคเปล่าๆคงจะบอกอะไรได้ไม่มากนัก เอาเป็นว่าท่านใดสนใจก็สะกิดพนักงานหยิบมาวางให้ลองได้นะครับผม

ต่อกันที่ขอนไม้อิงหลังยี่ห้อ Tannoy ครับ! จะบ้าหรอ!!? ลำโพงเซ็นเตอร์ Mercury VC ต่างหาก!

ติดตั้งไดร์เวอร์สามชิ้นเช่นเดียวกันเพื่อตอบสนองสองย่านความถี่ครับผม
ประกอบไปด้วยมิด/เบสขนาด 4 นิ้วสองตัว และทวีตเตอร์โดมใยสังเคราะห์ขนาด 1 นิ้วอีกหนึ่งตัว

ด้านหลังเป็นท่อเบสรีเฟล็กซ์สองท่อ และขั้วต่อสายลำโพงไบน์ดิ้งโพสต์แบบซิงเกิลไวร์

สำหรับหน้ากากของลำโพงในเซ็ต Mercury V นั้นจะยึดติดกับตัวลำโพงด้วยช่องสลักแบบนี้ครับ
ดังนั้นขณะทำการถอดเข้า-ออก ควรต้องให้ความระมัดระวังสักนิดนึงเพื่อไม่ให้สลักที่หน้ากากมันหัก

อีกหนึ่งข้อดีของลำโพง Tannoy จะเห็นได้ว่าแม้เราถอดหน้ากากออก ด้านในก็ยังมีเพลตโลหะสลักตรายี่ห้อ
ให้เห็นเด่นชัดอยู่ ทำให้ลำโพงเซ็ตนี้ดูดีในทุกจังหวะท่าทางไม่หลงยี่ห้ออีกต่อไปเมื่อถอดหน้ากาก

ปิดท้ายด้วยซับวูฟเฟอร์ตัวสีดำขลับ High Gloss Black รุ่น TS2.10
ขนาดกำลังดี มีสไปค์ติดตั้งมาให้เลยในตัว

ลักษณะการยิงเบสจะออกทางด้านข้างทั้งสองด้านครับ ผ่านทางตัวไดร์เวอร์ขนาด 10 นิ้วและ 12 นิ้ว
ที่ทำงานสอดประสานกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ด้านหลังเป็นแผงควบคุมวอลู่ม, เฟส และครอสโอเวอร์
รวมไปถึงสวิตช์การทำงานและช่องเชื่อมต่อทั้งเอ้าต์พุตและอินพุต

ถ่ายรูปหมู่แบบใส่หน้ากากซะหน่อย หล่อแบบเข้มๆคลาสสิคๆ ถ้าจะเปรียบก็คงพระเอกยุคเก่าๆประมาณนั้นเลย
จะเห็นว่าดีไซน์ชุดลำโพงในเซ็ตของ Mercury V(ไม่รวมซับวูฟเฟอร์) ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องความเหลี่ยมให้อารมณ์แข็งๆเก่าๆ ดูแล้วค่อนข้างจะคลาสสิคซึ่งถือว่าเป็นแนวทางการออกแบบหลักของผลิตภัณฑ์จาก Tannoy ยิ่งตอนที่ใส่หน้ากากประกบเราจะพบว่ามันค่อนข้างจะให้อารมณ์เหมือนตู้ลำโพงสมัยเก่าซึ่งหากคนที่ชอบและมีรสนิยมแบบนี้ก็อาจจะได้ใจในความ Antique ของมัน ในเรื่องงานประกอบและรายละเอียดก็ค่อนข้างเรียบร้อยปราณีตดี วัสดุที่ใช้ก็สมเหตุสมผลกับราคาอยู่ อย่างว่าแหละครับเรื่องดีไซน์มันเป็นความชอบส่วนบุคคลที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งก็สุดแล้วแต่ทุกคนจะไขว่คว้ามาครอบครองละกันนะครับผม
Setup – การติดตั้ง
แนวทางการติดตั้ง Tannoy Mercury V ชุดนี้นั้นหากใครที่ไม่เคยสัมผัสการลงมือทำอะไรแบบนี้ผมแนะนำให้ท่านหยิบคู่มือขึ้นมาอ่านเลยครับ ในนั้นจะมีแนวทางเบื้องต้นในการติดตั้งบอกไว้ให้เรียบร้อยว่าควรจะวางตำแหน่งอย่างไร ระยะห่างเท่าไร ทว่าหลักๆแล้วไม่หนีกันมากกับการติดตั้งลำโพง 5.1 แชนแนลทั่วไปครับ
สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจก็ค่อยๆอ่านรีวิวนี้ไปเรื่อยๆก็ได้ฮะ เดี๋ยวผมจะทะยอยแนะนำไปทีละอย่างว่าต้องทำอะไรบ้าง ไม่เหลือบ่ากว่าแรงมนุษย์อย่างเราๆแน่นอน เอาล่ะเริ่มจากผลัก(เบาๆนะ) Mercury V4 ให้ล้มลงนอนราบกับโซฟา หรืออะไรนิ่มๆที่จะไม่ทำให้ลำโพงเราบอบช้ำ เพื่อที่เราจะทำการใส่สไปค์ให้กับน้อง V4 ซะก่อน

ช่องนี้แหละ เล็งให้แม่นๆ เลยนะแล้วค่อยๆหมุนสไปค์ที่แถมมาเข้าไป
หลังจากขาแหลมๆของเราเข้าที่แล้วก็เตรียมตัวยกขึ้นตั้งได้ แต่เดี๋ยวก่อน!! ด้วยสามัญสำนึกทั่วไปหากขาแหลมๆปักลงบนพื้นมันก็ต้องเป็นรอยแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ถูกต้องไหมครับ? ฉะนั้นก็เอาฐานรองมาวางก่อนหรือที่เรียกว่า “สไปค์ชูส์” จากนั้นก็ช่วยๆกันกับเพื่อนอีกคนบรรจงวางลำโพงให้สไปค์ปักลงบนฐานรอง
จบจากลำโพงตั้งพื้นต่อมาก็เป็นตัววางหิ้งและเซ็นเตอร์ Mercury VR, VC อันนี้ถ้าใครสะดวกแขวนผนังก็แนะนำให้ตามช่างมาติดตั้งตัวเม้าท์เพลตให้เรียบร้อยเพื่อความสะดวก จากนั้นค่อยเอาขึ้นแขวนไปนะครับ ส่วนท่านใดที่วางบนขาตั้งก็แนะนำให้หาบลูแท็คที่ผมเคยพูดถึงในรีวิวก่อนหน้านี้ มารองฐานด้านล่างซะหน่อยเพื่อไม่ให้แรงสั่นสะเทือนมารบกวนเสียงจากลำโพงของเรา

จบจากการเตรียมพร้อมแล้วก็จัดวางให้เข้าที่ตามรูปนี้เลย ตามที่ในคู่มือของลำโพงระบุไว้
จากแผนภาพด้านบนนะครับ จะเห็นว่าทาง Tannoy แนะนำให้เราวางตัวลำโพงตั้งพื้นให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 50 ซ.ม. เนื่องจากว่าท่อเบสเป็นแบบยิงออกด้านหลัง ซึ่งการวางใหล้กับผนังมากจนเกินไป อาจส่งผลให้เกิดอาการเบสบวมจากการสะท้อนในระยะที่ใกล้กันเกินไปของเสียงย่านความถี่ต่ำ ฉะนั้นแล้วควรจะขยับมันออกมาสักนิดนึงให้ได้ระยะตามรูปจะเป็นการดีครับผม ส่วนใครอยากจะหันลำโพงคู่หน้าเข้าหากัน(โทอิน) ก็สามารถปรับมุมได้ตามใจชอบ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังอีกทีครับว่าแตกต่างกับการไม่โทอินอย่างไร
หลังจากจัดวางกันเข้าที่แล้วก็ทำการแคลิเบรตเสียงต่อเลยครับ สำหรับท่านใดที่ชำนาญและมีเครื่องไม้เครื่องมือพรั่งพร้อมก็จัดเต็มได้เลยครับ ใครที่เครื่องมือไม่พร้อมก็สามารถพึ่งพาฟีเจอร์ที่ให้มากับแอมป์ตัวเขื่องของเราได้จะยี่ห้ออะไรก็ว่ากันไป

เสียบไมค์เข้าแอมป์แล้วทำตามขั้นตอนที่ขึ้นอยู่บนจอได้เลยครับ รับรองไม่มีหลง!!

เมื่อทุกอย่างเข้าที่ก็ขอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกสักหนึ่งใบ…แชะ!
Sound – เสียง

เมื่อทุกอย่างพร้อมออกรบแล้วก็จะได้เวลามานั่งฟังเสียงกันล่ะครับพี่น้อง โดยต้องขอแนะนำซิสเต็มที่ใช้ประกอบการทดสอบในครั้งนี้ก่อน อย่างที่บอกว่าแอมป์ที่ใช้ก็จะเป็น Onkyo TX-NR5010 ตัวที่ทางเซ็นทรัลฯส่งมาให้สลับกับ Onkyo TX-NR1008 เพื่อเปรียบเทียบกันระหว่างแอมป์ที่ผ่านการเบิร์นมานานแล้วกับแอมป์ตัวใหม่ เพลเยอร์ก็จะเป็น OPPO BDP-105 ตัวท็อปรุ่นล่าสุดสลับกับ BDP-95 เช่นกัน สายลำโพงจาก Velocita รุ่น Naple X และชั้นวางสีขาวตัวท็อปตัวเดิมที่หลายๆคนถามถึง(ฮาา) เมื่อพร้อมทดสอบแล้วก็ลุยยย
Movie Testing

เริ่มจากภาพยนตร์กันก่อนดีกว่าครับ กับเรื่องแรกที่ทางเราเพิ่งได้แผ่นมาสดๆร้อนๆ The Dark Knight Rises บทสรุปแบทแมนในแบบฉบับของคริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งฉากที่เราใช้ก็คือฉากแรกเลยครับกับปฏิบัติการบนเครื่องบินของเบน ในจังหวะการต่อสู้เสียงการชก การอัดกระแทกชัดเจน เสียงพูด เสียงระเบิดมีน้ำหนักและเนื้อเสียง เปลี่ยนมาต่อกันที่ The Avenger กับซีนยาวช่วงที่ฐานทัพของหน่วย S.H.I.E.L.D. กำลังถูกโจมตีจากกองทัพของโลกิ เรียกว่าเป็นช่วงที่มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นบนยานมากมาย ไหนจะเป็นการสู้กันไปๆมาๆ ค่อนข้างมั่วเลยทีเดียว ซึ่งการแยกรายละเอียดของวัตถุต่างๆถือว่าเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับชุดลำโพงกับฉากนี้ ซึ่ง Mercury V ชุดนี้ก็ทำได้อย่างประทับใจครับ ยิ่งไปกว่านั้นซับวูฟเฟอร์ T2.10 ของเราก็ให้เสียงความถี่ต่ำที่มีคุณภาพสูงทีเดียว ทำให้ทุกฉากได้รับอรรถรสเต็มที่เน้นๆ ไม่มีการมากองรวมกันของเสียงเป็นก้อนเดียวที่หน้าเวทีให้เห็นสักเท่าไร

หลายคนอาจจะปรามาสลำโพงเซอร์ราวด์ของเราตั้งแต่แรกเห็นกัน ว่าลำโพงแค่นี้ตัวมันจะเล็กเกินไปหรือเปล่า ดูตู้มันบางๆ เสียงบรรยากาศด้านหลังมันจะออกมาดีไหม? ผมเองก็สงสัยในจุดนี้ฮะเลยต้องทดสอบด้วย The Hunger Games ในฉากที่แคทนีสกำลังถูกต้อนจากลูกไฟ ซึ่งจะมีเสียงไฟไหม้จากต้นไม้วิ่งวนไปวนมาอยู่ด้านหลัง ซึ่งถ้าฟังดีๆเราจะได้ยินเสียงใบไม้กร่อบแกร่บกำลังลุกไหม้ ซึ่งเสียงจาก Tannoy Mercury VR เซอร์ราวด์ของเราตัวนี้อยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าขนาดตัวจะส่งผลให้ความแน่นและเนื้อเสียงตกหล่นไปเล็กน้อย หากท่านใดคิดว่าอยากได้บรรยากาศที่แน่นมากยิ่งขึ้น ผมแนะนำให้ขยับขึ้นไปลอง Mercury V1 ลำโพงวางหิ้งอีกตัวในไลน์สินค้าของซีรี่ย์ Mercury V ซึ่งมีสเปคที่สูงกว่าครับ
Music Testing

แม้ว่าลำโพงเซ็ตนี้จะถูกดีไซน์มาให้ทำงานร่วมกัน 5 ตัวพร้อมกับซับวูฟเฟอร์ แต่เราก็เลี่ยงที่จะทดสอบการฟังเพลงแบบสองแชนแนลไม่ได้นะครับ เนื่องจากผู้บริโภคหลายๆท่านไม่ได้ตัดสินใจซื้อลำโพงแค่เพียงประสิทธิภาพการดูหนังเพียงอย่างเดียว เรื่องของการฟังเพลงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกัน ฉะนั้นเราจึงต้องมาทดสอบเพื่อที่จะมาเล่าให้ฟังว่าเอกลักษณ์เสียงของลำโพงเชื้อสายอังกฤษแบรนด์นี้เป็นอย่างไร ซึ่งการทดสอบนี้เราจะกดแอมป์เป็นแบบ Pure Direct หรือปล่อยสัญญาณผ่านมายังลำโพงคู่หน้าสองตัวแบบตรงๆไม่ผ่านอะไรเลยเพื่อฟังเสียงแบบเนื้อๆของตัวลำโพง
เริ่มต้นการทดสอบด้วยแทร็ค Vivaldi, Violin Concentro in F Minor – The Avison Ensemble กับการบรรเลงไวโอลินที่คม..ชัด…ถึงเสียงคันสายเสียดสีกับเอ็นเพื่อให้เกิดการสั่นสะเทือนออกมาเป็นเสียงโทนต่างๆ ซึ่งหากฟังกับลำโพงที่ให้เสียงเปิดสว่าง มักจะส่งผลให้เกิดความเครียดในการฟังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมันเข้มข้นเกินกว่าจะฟังนานๆได้ แต่ Mercury V4 คู่หน้าของเราให้เสียงที่ค่อนข้างกลมมนไม่ได้เปิดสว่างจัดจ้าน เสียงที่ออกมาจึงเสนาะหูและไม่เร่งให้เกิดความเครียดแต่อย่างใด

ตามด้วย Row, Row, Row your boat ของ Brent Lewis มือกลองอัจฉริยะกับแผ่นที่มีการบันทึกเสียงและมิติได้อย่างดีเยี่ยม ในแทร็คนี้เราจะได้ยินเสียงเรือพายจ้วงน้ำในช่วงเริ่มต้น ตามมาด้วยการโหมโรงของสารพัดกลองและเพอร์คัสชั่นโถมเข้าใส่สเตจกันอย่างบ้าคลั่ง เป็นการทดสอบที่วัดความกว้างของเวทีและความหนักแน่นของเสียงทุ้มได้เป็นอย่างดี ซึ่งออกมาน่าผิดหวังนิดๆกับการฟังแบบ Pure Direct เพราะคู่หน้าของเราออกจะฟังสบายไปหน่อยไม่เร้าใจ ผมเลยต้องลองเปิดซับ TS2.10 ช่วยเพิ่มความมันส์ ผลลัพธ์ก็คือตึ่มตึ๊มสะใจได้ตามจังหวะกลองจริงๆ ซับชุดนี้เค้าโหดมากๆ ไม่ได้โม้!
ทั้งนี้เรายังทดสอบกับสารพัดแทร็คยอดนิยมของชาวออดิโอไฟล์ อาทิ เช่น Guess you had to be there – Janis Ian, Time – Pink Floyd, Evening bell at Nanping hill – The Greatest Basso และอีกแทร็คเพลงไทยทั่วๆไปอีกมากมาย ซึ่งก็พบว่าความนิ่งของโทนที่ได้จาก Tannoy Mercury V4 นั้นดูจะเหมาะกับเพลงแนวออดิโอไฟล์ที่เน้นเสียงกลางถึงสูงจัดๆ เพราะลำโพงตัวนี้จะช่วยเกลาความแหลมคมให้นุ่มเนียนและถ่ายทอดออกมาได้อย่างสบายหูอย่างพอดิบพอดี
อีกหนึ่งข้อสังเกตในการทดสอบนี้ก็คือแรกฟังผมมีความรู้สึกว่า Tannoy มันค่อนข้างจะทึบๆ ทางทีมงานเราเลยต้องทดลองเปลี่ยนแอมป์จาก TX-NR5010 มาเป็น TX-NR1008 ด้วยข้อสงสัยว่าแอมป์ตัวใหม่อาจจะยังไม่เข้าที่เท่าไร ซึ่งผลจากการสลับก็ช่วยให้เสียงเปิดสว่างได้มากขึ้น แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบ Tannoy อยู่ครับ อย่างไรก็ตามหลังนำ TX-NR5010 กลับไปเบิร์นมาให้เข้าที่ หลายๆอย่างก็เริ่มดีขึ้นดังเช่น TX-NR1008 เช่นเดียวกัน
Conclusion – สรุป
ต้องบอกว่าค่อนข้างตื่นเต้นพอสมควรกับการที่เป็นคนแรกๆ ของประเทศไทยที่ได้สัมผัสลำโพงยี่ห้อ Tannoy ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเข้ามาทำตลาดครั้งนึงแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่และน่าสนใจกว่ามาก(จากปากคำคนที่เคยสัมผัสนะครับ ผมเกิดไม่ทันรอบแรก(ฮา)) ซึ่งชุด Mercury V นี้ถือว่าเป็นลำโพงในระดับเริ่มต้นที่มีความไม่ธรรมดาแฝงอยู่มากมาย ตั้งแต่งานประกอบภายนอกที่ดูเรียบร้อยและเนี๊ยบ ไปจนถึงน้ำเสียงที่ดูสุขุมสูงส่งที่ออกจะดูดีกว่าราคายิ่งนัก นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำการรีวิว Tannoy เซ็ตนี้ครับ

ฉะนั้นแล้วผมขอสรุปรีวิว Tannoy Mercury V ไว้ ณ ที่นี้เลยนะครับว่ามันเป็นลำโพงที่มีเนื้อเสียงสุภาพมีความสมดุลย์เสียงที่ฟังสบาย ไม่จัดจ้าน ไม่กระแทกกระทั้น ย่านเสียงที่ถูกขับออกมาล้วนเสมอกันหมด สูง, กลาง, ต่ำ เหมาะกับคนที่ชอบอะไรที่สมดุลย์และดูดี การฟังคู่หน้าเปล่าๆอาจจะได้ผลลัพธ์ดังว่าไว้ ทว่าหากได้ทำการเปิดซับวูฟเฟอร์ TS2.10 เพิ่มในแบบ 2.1 จะทำให้เราเข้าถึงเพลงที่มีท่วงทำนองเร้าใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากซับฯลูกนี้ให้เสียงย่านความถี่ต่ำที่กระชับและแน่น ไม่หย่อนย้วยและครางค้างหากเปรียบเป็นนักมวยก็คงเป็นคนที่ออกหมัดได้รวดเร็วและหนักหน่วงนั่นเองครับ ฉะนั้นผมจึงอยากแนะนำให้เปิดซับไปด้วยขณะรับชมภาพยนตร์และการฟังเพลงในจังหวะเร็วๆ เพื่อเติมเสียงให้ได้อรรถรสที่ยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นครับ
LIKE
– งานประกอบสุดเนี๊ยบ ใส่ใจในทุกรายละเอียด
– เนื้อเสียงสุขุมนุ่มนวลชวนฝัน ฟังติดต่อกันได้นานๆอย่างไม่เครียด แม้ว่าจะเปิดซับฯหรือไม่ก็ตาม
– ซับวูฟเฟอร์เบสลึก ดุดัน กระชับเก็บตัวเร็ว ได้ความเร้าใจไปเต็มๆ
DISLIKE AND SUGGESTION
– ดีไซน์หน้าตาดูเก่าเก็บเกินยุคไปนิดหน่อย อาจจะทำให้หลายคนไม่ชอบ
– ลำโพงต้องทำการใช้งานเบื้องต้นสักระยะ จนกว่าเสียงทุกย่านจะเข้าที่และได้เสียงที่กลมกล่อม ซึ่งเป็นธรรมดาของลำโพงจากอังกฤษ