รีวิว Wharfedale MS-100 HCP มินิเธียเตอร์ MovieStar สุ้มเสียงเร้าใจ!

Wharfedlae MS-100 HCP เซ็ตลำโพงดูหนัง 5.1 แชนแนล ตัวล่าสุดที่เพิ่งแลนดิ้งมาที่ไทยเมื่อไม่นานมานี้ โดยผู้นำเข้าเจ้าเดิม HiFi Tower ของเรา จุดเด่นหลักของชุดนี้คงจะเป็นเรื่องขนาดตัวอันกระทัดรัดสามารถนำไปจัดเซ็ตวางเข้ากับห้องฟังขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือราคาที่เบาหวิวสบายกระเป๋า เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นกับเซ็ตดูหนังที่ต้องเผื่องบไปลงส่วนอื่นอีก
ลำโพงในเซ็ตประกอบไปด้วย ลำโพงแซทเทิลไลท์พร้อมไดร์เวอร์ฟูลเรนจ์ขนาด 75 มม. 4 ตัว ลำโพงเซ็นเตอร์ที่ใช้ไดร์เวอร์แบบเดียวกันอีก 1 ตัว และสุดท้ายก็คือแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์แบบยิงลงพื้นเพื่อเสริมมิติเสียงอันหนักหน่วงให้กับชุดลำโพงอีกด้วย

Wharfedale MS-100 HCP
ราคาพิเศษ 9,900 บาท
Design – การออกแบบ

สำหรับลำโพงรุ่นนี้มีแบ่งสีออกเป็นสองขั้วขาวดำ ซึ่งแต่ละสีก็จะมีผิวสัมผัสที่ตัวตู้ลำโพงไม่เหมือนกัน สำหรับสีดำจะเป็นการทิ้งลายไม้ไว้ที่ตัวตู้ซับวูฟเฟอร์ ส่วนสีขาวที่ผมได้มาทดสอบจะเป็นวัสดุผิวมันวาวขาวนวล

ตัวลำโพงแซทเทิลไลท์ในชุดมีขนาดกว้าง,ยาว,สูง อยู่ที่ 98x100x107 มม. น้ำหนักแต่ละตัวตกประมาณ 0.66 กก. ภายใต้ตัวตู้ปริมาตร 1 ลิตร มีฟูลเรนจ์ไดร์เวอร์ขนาด 75 มม. อยู่ ตัวลำโพงมีลักษณะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อโฟกัสเสียงให้มาเข้าที่หูคนฟัง
ภายในเซ็ตนี้จะมีขาแขวนลำโพงแถมมาให้ โดยเราสามารถประกอบเข้ากับตัวลำโพงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทาง Wharfedale เค้าก็ออกแบบขาแขวนมาอย่างชาญฉลาด โดยมีลักษณะเป็นเหมือนบานพับที่สามารถปรับระดับก้มเงยได้ซึ่งก็จะช่วยให้การแขวนผนังทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

ขาแขวนผนังแถมมาให้ในเซ็ตสามารถปรับก้มเงยได้

เมื่อประกอบเข้ากับตัวลำโพงแล้ว จะออกมาเป็นดังรูป
ทางด้านลำโพงเซ็นเตอร์ใช้ไดร์เวอร์ฟูลเรนจ์ตัวเดียวกันกับลำโพงแซทเทิลไลท์ แต่ว่ามีการออกแบบตัวตู้ให้ขยายออกทางด้านข้างมากกว่า มีช่วงการตอบสนองความถี่ที่ 120Hz ~ 20kHz

ฐานวางลำโพงถูกออกแบบมาให้วางเชิดหน้าขึ้นก็ได้ หรือจะกดลงให้ได้ระนาบ

ด้านฐานลำโพงของทั้งแซทเทิลไลท์และลำโพงเซ็นเตอร์จะมีการแปะแผ่นยางรองมาระดับนึงแล้ว ซึ่งก็จะช่วยให้เราวางลำโพงได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ตัวซับวูฟเฟอร์มาพร้อมกับแอมพลิฟายเออร์กำลังขับสูงสุด 150 วัตต์ พร้อมไดร์เวอร์เบสช่วงชักยาวแบบยิงลงพื้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มม. พร้อมตอบสนองความถี่ในช่วง 35Hz ~ 200Hz พร้อมวงจรกลับเฟสในตัว

ท่อเบสรีเฟล็กซ์สองช่องด้านหลัง ไว้ยิงลมออก
ควรจะต้องระมัดระวังเรื่องประมาณเบสให้ดีตอนวางชิดผนัง

สำหรับสายลำโพงที่ใช้งานคู่กับทั้งเซ็ตนี้ได้(ยกเว้นซับฯ) น่าจะอยู่ที่ราวๆ 16 AWG น่าจะกำลังพอดี เพราะหากใช้ใหญ่มากเกินกว่านี้อาจจะส่งผลให้ยัดไม่เข้ารูที่ขั้วด้านหลังลำโพง
Setup – การติดตั้ง

การติดตั้งลำโพงเซ็ตนี้นั้นไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย เริ่มจากดูแผนผังด้านบนเพื่อเช็คตำแหน่งคร่าวๆ ก่อนว่าควรที่จะวางลำโพงตัวไหนที่บริเวณใด ซึ่งหัวใจหลักก็คือคู่หน้าที่ควรจะมีระยะห่างจากกันอย่างต่ำ 2 เมตร เพื่อเวทีเสียงที่กว้างพอเหมาะกับการดูภาพยนตร์ เสร็จคู่หน้าก็ไปเช็คเซอร์ราวด์ด้านหลังสองตัว โดยตำแหน่งที่แนะนำก็คือข้างจุดนั่งฟังเลยครับ พยายามวางให้ได้ระดับตรงหูพอดี ไม่ควรต่ำหรือสูงจนเกินไป
เมื่อจัดได้ตำแหน่งก็เริ่มจูนเสียงกันตามลำดับ กรณีที่นำลำโพงชุดนี้ไปแทนที่ชุดลำโพงเดิมที่ใช้งานอยู่ ผมแนะนำให้ทำการรีเซ็ตแอมป์ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อคืนค่าเริ่มต้นจากโรงงาน จากนั้นก็ไล่ปิดพวกฟีเจอร์สีสันที่ส่งผลกับ EQ ให้หมด ส่วนใหญ่จะซุกซ่อนไว้ตามเมนูเสียงของแอมป์ท่าน สำหรับผมที่รีวิวนี้เราใช้ Onkyo TX-SR608 ก็จะเป็นพวก Audyssey EQ ครับ

สำหรับท่านไหนที่ไม่ชัวร์ว่า AVR มี EQ อะไรเปิดไว้บ้าง
ก็สามารถกด Hard Reset เพื่อล้างค่าให้หมด
อันดับแรกเราจะเริ่มปรับ Speaker Configuration ให้เหมาะสมกับตัวลำโพงที่ใช้งานก่อน โดยเลือกขนาดของลำโพงเป็น Small ปรับจุดตัดความถี่ไปที่ช่วงความถี่สูงสุด ในที่นี้ปรับไปที่ 200Hz เพื่อโอนช่วงความถี่ต่ำไปให้ซับวูฟเฟอร์ช่วยขับ จากนั้นก็ให้ไปปรับระยะห่างระหว่างลำโพงกับจุดฟังให้ได้ค่าใกล้เคียงกับตัวเลขที่อ่านได้จากตลับเมตร
เมื่อตั้งค่าถูกต้องแล้วก็เริ่มวัดระดับเสียงที่ลำโพงแซทเทิลไลท์ก่อนครับ โดยเราจะใช้ Sound Level Meter ช่วยอ่านค่า หรือใครที่มั่นใจในหูของตัวเองก็สามารถปรับเอาเองได้เลย โดยเราจะต้องเกลี่ยเสียงของลำโพงทุกแชนแนลให้เท่ากันเพื่อปิดรอยต่อระหว่างเสียงให้เนียน เพื่อให้การโยนเสียงระหว่างแชนแนลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรับเหมือนภาพด้านบน แต่หมุน Volume อยู่ที่เที่ยงตรง กับ ปรับ Auto Sense เป็น Off
สุดท้ายเราก็จะมาลองเซ็ตอัพซับวูฟเฟอร์กัน ซึ่งเราไม่สามารถใช้ Sound Level Meter ช่วยได้เพราะตัวเครื่องอาจจะไม่ได้ออกแบบมาให้รับความถี่ต่ำได้ดีมากนัก ถึงตรงนี้ก็ขอให้ลับประสาทหูให้เฉียบคมไว้ แล้วหยิบแทร็คเพลงที่คุณคิดว่าให้เบสที่สะอาดสมจริง มีไดนามิคเป็นเลิศมาเปิด จากนั้นหมุน Volume ไปที่ตำแหน่งเที่ยงตรง ปรับเฟสไปที่ 0 องศา และสุดท้าย crossover หมุนมาที่ตำแหน่งสูงสุด (150Hz) เพื่อเป็นการบายพาสวงจรครอสโอเวอร์ในลำโพงซับวูฟเฟอร์ และใช้ที่เราปรับไว้ที่ตัวแอมป์แทน
พอปรับทุกอย่างเสร็จก็เปิดแทร็คที่เตรียมเอาไว้ แล้วฟังเบสที่ออกมา หากมีลักษณะเป็นทรงกลมแน่นลอยขึ้นมาจากพื้นห้องก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าฟังแล้วเบสบวมหรือเบสหาย ก็ให้ลองปรับลดระดับ ระหว่าง Volume กับ Crossover จนได้อิมเมจของเบสที่ใกล้เคียงกับค่าที่เราต้องการมากที่สุด ทั้งหมดนี้คือวิธีการตั้งค่าชุดโฮมเธียเตอร์แบบแมนนวลคร่าวๆ ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะมีความซับซ้อนมากกว่านี้อีกพอสมควร แต่เพียงเท่านี้ก็น่าจะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่พอใจในระดับหนึ่งแล้ว
สำหรับทางเลือกอื่นหากเห็นว่าขั้นตอนข้างต้นดูซับซ้อนไป และมั่นใจว่า AVR ที่ท่านใช้งานอยู่นั้นมีระบบ Speakers Auto Calibration ที่เที่ยงตรงพอ อาจจะใช้งานระบบอัตโนมัติในการกำหนดตั้งค่าลำโพงแทนได้
Sound – เสียง
เช่นเคยเมื่อได้ลำโพงมาเป็นเซ็ต เราก็ควรต้องเปิดเบิร์นในโหมด All Channel Stereo ไปสักระยะ เพื่อให้ไดร์เวอร์ได้สัมผัสกระแสอิเล็กตรอนกันสักหน่อย ผมหยิบเอาแผ่นอินดี้ป็อปของสาวเก่ง Lorde – Pure Heroine ขึ้นมาฟังในเพลง Royal ที่มีมิติเสียงชัดเจนแยกแยะสูงต่ำหน้าหลังได้ง่าย
แม้ว่าจะเป็นลำโพงเซ็ตเล็ก แต่การเซ็ตอัพที่ดีจะช่วยดันประสิทธิภาพให้ออกมาดียิ่งขึ้นได้ เช่นเดียวกันกับเซ็ต MovieStar MS-100 HCP ตัวนี้ การทำงานตอบสนองความถี่ร่วมกันระหว่างลำโพงแซทเทิลไลท์และซับวูฟเฟอร์ ช่วยให้เวทีเสียงมีความหนาแน่นต่อเนื่องฟังแล้วเป็นแผ่นเดียวกันทั้งซิสเต็ม

ดีไซน์ตัวตู้แซทเทิลไลท์แบบนี้ สามารถทำให้เราเลือกได้ว่าจะวางลำโพงเชิดขึ้น หรือกดลงระนาบปกติ

เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ ก็ได้เวลาสลับมาดูหนังกัน โดยผมเลือกใช้ซีนแรกจาก The Dark Knight ในการเบิกฤกษ์เช่นเคย จุดที่เราจะทดสอบฟังนั้นมีหลายที่มาก เช่น ฟังมิติเสียงจากการโหนตัวไปมาช่วงแรก หรือจะเป็นช่วงการสนทนาภายในที่เราจะได้ฟังเสียงสะท้อนก้องไปมาคล้ายกับว่าเรานั้นอยู่ในโถงธนาคารด้วย แน่นอนว่าลำโพงชุดนี้แม้จะตัวเล็ก แต่การจำลองห้องเสียงที่โอบล้อมทำได้ดีทีเดียว เสียงสะท้อนที่ออกมาดูจับต้องได้และมีทิศทางที่แน่นอน

สลับไปฟังเสียงที่รุกเร้าขึ้นเล็กน้อย กับฉากต่อสู้ระหว่าง Mr. กับ Mrs. Smith ที่เราจะได้ยินเสียงชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์ในบ้านกระจายเป็นเสี่ยงๆ จากการยิงถล่มกันอย่างเมามันส์ ผมลองขยับแซทเทิลไลท์คู่หน้าให้โทอินเข้ามาหาจุดนั่งฟังบริเวณกลางห้อง เพื่อขับเอาเสียงเศษซากต่างๆ ให้คมชัดยิ่งขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ออกมาก็เรียกว่าช่วยเสริมให้ลำโพง Wharfedale เซ็ตนี้ดูเหมาะเป็นลำโพงดูหนังที่กระชับเก็บตัวไว และตอบสนองได้ดีกับทุกจังหวะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยทีเดียว

Jupiter Ascending หนังอีกหนึ่งเรื่องที่หยิบมาทดสอบ หนังไซไฟแฟนตาซีที่ล้ำเหนือโลก

ทดสอบฟังคอนเสิร์ตด้วย Paul Anka Live in Switzerland ตัวลำโพงให้เสียงที่เปิดกระจ่าง
ความฉ่ำหวานที่มีอาจจะไม่เยอะมากนัก แต่จะได้เรื่องความกระชับของเครื่องดนตรีชิ้นต่างๆ แทน
Sound – เสียง
สลับมาฟังเพลงเหมือนตอนเบิร์น แต่คราวนี้ฟังจริงจังขึ้น โดยเปลี่ยนโหมดจาก All Channel Stereo มาเป็น Stereo ธรรมดาเพื่อโฟกัสเวทีมาที่ด้านหน้าแทน และถึงตัวแซทเทิลไลท์จะใช้ไดร์เวอร์แบบฟูลเรนจ์ก็ตาม แต่งานขับเสียงเบสผมก็ยังไว้ใจให้ซับวูฟเฟอร์ช่วยอยู่ดี

ผมหยิบเอาแทร็คออดิโอไฟล์ยอดฮิต Yim Hok-Man – Poem of Chinese Drum ขึ้นมาฟัง เป็นอีกหนึ่งแทร็คยอดนิยมของชาวออดิโอไฟล์ เพราะมีการบันทึกเสียงกลองที่ให้ไดนามิคกว้างที่สุด ซึ่งเสียงกลองใบใหญ่สองครั้งแรกหน้าแทร็คที่ถูกขับออกมาจากซับวูฟเฟอร์ในเซ็ตให้น้ำหนักที่แน่นพอตัว อาจจะมีเรื่องความลึกที่ไม่สามารถจำลองภาพกลองจีนใบใหญ่ได้ดีมากนัก แต่เรื่องน้ำหนักและแรงปะทะถือว่าได้อยู่

จากนั้นผมสลับไปลองแทร็คดิสโก้มันส์ๆ Give Life Back To Music จากสองดีเจ Daft Punk ที่แม้ว่าเสียงเมโลดี้ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงสังเคราะห์ แต่เสียงกลองและกีต้าร์นั้นอัดจริงแถมคุณภาพเยี่ยมอีกต่างหาก ซึ่งการทดลองฟังผ่าน MS-100 HCP แบบ 2.1 ก็ให้อรรถรสการฟังเพลงแนวนี้ได้เป็นอย่างดี ที่เด่นมากคือเสียงไฮแฮทที่กระจ่างชัดอยู่ตลอดทั้งเพลง ทำให้จินตนาการได้ถึงภาพเครื่องโลหะทองเหลืองมาแต่ไกล
Conclusion – สรุป
Wharfedale MS-100 HCP ก็นับว่าเป็นเซ็ตลำโพงในช่วงราคาหมื่นต้น (บางร้านอาจพิเศษกว่านี้) ที่ให้เสียงคุ้มค่าตัวอีกเซ็ตหนึ่ง เหมาะจำเอาไปประจำการที่คอนโด หรือจะใช้เป็นเซ็ตดูหนังในห้องนอนก็ยังได้ แอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ที่แม้ตัวจะเล็ก แต่เสียงที่ออกมาก็พอจะทำให้ใจสั่นได้ไม่น้อย
ทั้งนี้งานดีไซน์ก็ไม่ได้ด้อยตามราคา พวกงานตัวตู้ยังคงเก็บได้เนี๊ยบเช่นเคย มีให้เลือกใช้งานกันสองสีอีกต่างหาก แต่ส่วนตัวผมถูกใจสีขาวมากที่อย่างน้อยได้วัสดุผิวมันทั้งเซ็ต ซึ่งถ้าเป็นสีดำตัวซับวูฟเฟอร์จะเป็นลายไม้แทน
ในชั่วโมงนี้หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากได้มินิโฮมเธียเตอร์ ที่ราคาเร้าใจไม่แพ้คุณภาพเสียง หากจับคู่กับแอมป์และสายสัญญาณที่มีคุณภาพ รับรองว่าจะยิ่งดึงประสิทธิภาพของเซ็ตลำโพงให้ออกมาให้ดีขึ้นอีก ไปทดลองฟังกันได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Wharfedale ใกล้บ้านท่าน หรือจะบุกไปสำนักงานใหญ่ HiFi Tower ตรงปิ่นเกล้าเลยก็ได้เช่นกัน
ข้อดี
– ซับวูฟเฟอร์ทำงานได้ยอดเยี่ยมเกินราคา จะดูหนังฟังเพลงก็สนุกขึ้นเยอะ
– ดีไซน์ตัวตู้ลำโพงแซทเทิลไลท์ที่ชาญฉลาด สร้างทางเลือกในการจัดวางลำโพงให้หลากหลายเข้ากับสภาพห้องมากขึ้น
ข้อเสีย
– เสียงแซทเทิลไลท์ติดบางไปหน่อย เนื่องมาจากปริมาตรตัวตู้ที่เล็กกระทัดรัด การปรับจุดตัดความถี่ของเสียงต่ำที่ดี จะพอช่วยให้เสียงดูมีน้ำมีนวลขึ้น
– ตัวซับวูฟเฟอร์ของเซ็ตลำโพงที่เป็นสีดำน่าจะเป็นวัสดุผิวมันเหมือนกับตัวอื่น
ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower)
ร้านขายเครื่องเสียงใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน
ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ โทร. 02-8817273-7