Skip to content
|

อภิมหาทีวี ! รีวิว Panasonic 65EZ1000T 4K OLED TV ภาพเจ๋งระดับฮอลลีวูด !!!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 09 Feb 2022 0 comments

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Panasonic ได้เชิญสื่อมวลชนเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมงานเปิดตัว OLED TV รุุ่น EZ1000 ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพียงแว๊บแรกที่ได้เห็นตัวจริงในแดนลอดช่อง ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่าเจ้า EZ1000 คือ “ทายาทตัวจริง” ผู้สานต่อ “ตำนาน” อย่าง Plasma TV ซีรีส์ VT60 เมื่อซัก 4 ปีที่แล้ว ซึ่งต้องบอกว่า VT60 เป็นทีวีคุณภาพระดับอ้างอิง ให้ระดับสีดำที่ดำสนิท ซึ่งเป็นจุดที่ LED LCD TV ให้ไม่ได้ พร้อมสีสันที่ถูกต้องตามมาตรฐานอุตสาหกรรมวีดีโอ ในขณะที่ OLED TV คือเทคโนโลยีใหม่ทีดีกว่า และได้ควบรวมข้อได้เปรียบของ Plasma TV ที่ทุกเม็ดพิกเซลสามารถกำเนิดแสงได้ด้วยตัวเอง ผสานกับพลังความสว่างที่มากกว่า แต่มีความร้อนและอัตราการกินไฟที่น้อยกว่า จึงสามารถกลบข้อด้อยของ Plasma TV ไปจนหมดสิ้น ด้วยเหตุนี้ OLED จึงชูคอขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีจอภาพชั้นนำในตลาดทีวีในปัจจุบันนี้

Panasonic ประเทศไทยจึงส่งทีวีรุ่น Flagship รุ่นนี้ในขนาดใหญ่ 65 นิ้วที่สุดมาประจำการที่ห้องทดสอบ LCDTVTHAILAND ราคาก็จัดว่าพรีเมี่ยมสุดๆ สองแสนห้ามีทอนสิบบาท แต่ ณ โมเมนต์นี้ ทีวีที่ให้คุณภาพดีที่สุดก็คือจอแบบ OLED นี่แหละ และจอ 65″ ก็คือขนาดที่ใหญ่กำลังดี ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ฉะนั้นทาง Panasonic จึงขอส่งเข้าประกวดทดสอบคุณภาพแบบกันแบบเข้มข้นตามสไตล์ LCDTVTHAILAND กันซะหน่อย เป็นการเริ่ม “ปฐมบท” OLED TV ของแบรนด์ทีวีจากแดนปลาดิบแบรนด์นี้

Panasonic TH-65EZ1000T 4K OLED TV (65″)
 ราคาเปิดตัว 249,990 บาท รับประกัน 3 ปี

ส่วนตัวนี้คือ Panasonic NeoPlasma TV รุ่น VT60 เมือ่ปี 2013
ตำนานแห่งอัศวินรัตติกาล ดำจริง ภาพดีจริง ในสมัยนั้น !

Panasonic TH-65EZ1000T (65″)

  • Master HDR OLED Panel
  • 4K Ultra HD
  • Absolute Black Filter
  • Hexa Chroma Drive Pro
  • HDR10 Support
  • THX 4K Certified Display
  • Dynamic Blade Speaker
  • 80 Watts Sound Output
  • HDMI x 4
  • USB x 3
  • Wireless LAN
  • YouTube, Netflix Apps

Dimension

  • ขนาดรวมขาตั้ง 1452 x 918 x 330 มม.
  • ขนาดไม่รวมขาตั้ง 1452 x 837 x 42 มม.
  • นำ้หนัก 27 กก.

Price

  • TH-65EZ1000T (65″) ราคา 249,990 บาท
  • รับประกัน 3 ปี

ดีไซน์

ดีไซน์ของ TH-65EZ1000T จอใหญ่เครื่องนี้ มีแผงหน้าจอ OLED Panel ขนาดใหญ่แต่ดีไซน์บางเฉียบ ซึ่งตัว Panel ถูกยึดติดกับแผ่นกระจกอีกชั้น ทำให้เหมือนภาพแสดงบนกระจกเรียบๆเพียงแผ่นเดียว มีแผงลำโพงซาวด์บาร์ที่มีชื่อว่า Dynamic Blade Speaker ทำหน้าที่เป็นขาตั้งทีวีขนาดกว้างด้วยเลยในตัว ตัวแผงลำโพงมีดีไซน์ที่อิงจาก “มีดดาบซามูไร” ของนักรบชาวญี่ปุ่น ทำให้ดู มีเหลี่ยม-มีคม ประดุจ “ใบดาบ” ไม่เหมือนลำโพงซาวด์บาร์ทรงเหลี่ยมๆทั่วไป พร้อมแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อยิงเสียงเข้าหาผู้ชม เสียงก็จะไม่กองอยู่ด้านล่างเหมือนลำโพงซาวด์บาร์ทั่วไป พลิกมาด้านหลังก็ดูเรียบๆ ส่วนกลุ่มช่องต่อก็จะมีฝาปิดซ่อนสายมาให้เพื่อความสวยงาม รีโมทคอนโทรลให้มา 2 แบบทั้งแบบธรรมดาและแบบทัชแพด โดยรวมแล้วไม่ว่าจะตั้งหรือแขวนผนังก็ดูสวยหรูไฮโซทั้ง 2 แบบ เพียงแต่ว่าหากจะตั้งบนชั้นวาง ต้องเช็คความกว้างของชั้นวางทีวีของท่านให้ดี เพราะฐานตั้งมันกว้างมว๊ากกก !

หน้าตรงพร้อมซาวด์บาร์ด้านล่าง

ลำโพงซาวด์บาร์ทำหน้าที่เป็นขาตั้ง

แกะหน้ากากซาวด์บาร์ให้ดูดอกลำโพงข้างใน

ด้านหลังครื่องเรียบๆ

ปุ่มกดเปิด-ปิดทีวีด้านหลังเครื่อง

รีโมทคอนโทรลให้มา 2 แบบ ได้แก่ แบบธรรมดา และทัชแพด

 

ตั้งโต๊ะหรือแขวนผนัง ?

จะเรียกได้ว่าสวยทั้ง 2 แบบ แอบรักพี่เสียดายน้อง !

1) ตั้งบนชั้นวางทีวี ดูดีเลยแหละ แต่ให้ระวังเรื่องความกว้างของชั้นวาง เช็คให้ดี

2) แขวนผนัง ก็ดูเรียบหรูแบบ Minimal

ช่องต่อ

เนื่องจากเป็นตัวท็อปที่สุด จำนวนช่องต่อจึงต้องจัดเต็มทุกสิ่งอย่าง ทั้ง HDMI ที่รองรับ 4K/60Hz ทั้ง 4 ช่องแบบไม่มีกั๊ก, ช่องต่อ USB ที่เล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ทั้งวีดีโอ รูปภาพ และเพลง ตลอดจนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สาย

  • HDMI x 4 (รองรับ 4K/60p)
  • USB x 3
  • LAN x 1
  • Component x 1
  • AV x 1
  • Antenna (รองรับดิจิตอลทีวี)
  • Headphone Out x 1
  • Optical Out x 1
  • Wireless LAN Built-In

กลุ่มช่องต่อด้านหลังและด้านข้างเครื่อง จะมีฝาปิดช่วยซ่อนสายเพื่อความสวยงามให้มาด้วย

ประเภทไฟล์ที่ช่องต่อ USB ด้านข้างรองรับไฟล์มัลติมิเดียหลากรูปแบบ ทั้งไฟล์วีดีโอที่พวกเราคุ้นเคยอย่าง AVI / HEVC / MKV /WMV / MP4 / M4v / FLV / 3GPP / VRO / VOB / TS / PS , ไฟล์รูปภาพ JPEG ตลอดจนไฟล์เพลงคุณภาพสูง AAC / WMA Pro / FLAC / Apple Lossless / WAV / MP3  มีซาวด์บาร์เป็นลำโพงหลักทั้งที อย่าลืมใช้ให้คุ้มทั้งดูหนังฟังเพลงจะได้ไม่เสียของ

ภาพ

OLED ย่อมากจาก Organic Light Emitting Diode เป็นเทคโนโลยีจอภาพชนิดใหม่ ที่ทุกเม็ดพิกเซลสามารถส่องสว่างเองได้ ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟ Backlight เฉกเช่น LED LCD TV จึงสามารถให้ระดับสีดำที่ดำสนิทได้ EZ1000 เป็น OLED TV ความละเอียด 4K หากคิดเป็นจำนวนจุดพิกเซลก็เท่ากับ 3840 x 2160 = 8.29 ล้านพิกเซล ใน 1 เม็ดพิกเซล มีถึง 4 ซับพิกเซลย่อยประกอบไปด้วย White + Red + Green + Blue เป็นโครงสร้างจอ OLED ชั้นสูงจากโรงงาน LG Display ซึ่งทุกแบรนด์ที่มี OLED TV ใช้บริการอยู่ทุกเจ้า

หน้าจอมีการผนึกฟิล์ม Absolute Black Filter ที่ช่วยเสริมความดำให้และลดแสงสะท้อน เพื่อให้จอดำสนิทขึ้นไปอีกขั้น รองรับภาพ HDR : High Dynamic Range มาตรฐาน HDR10  ที่ใช้ในแผ่น 4K Blu-ray และแอพส์วีดีโอสตรีมมิ่ง ะรวมถึง HLG : Hybrid Log Gamma ที่ใช้ในการออกอากาศดิจิตอลทีวี และล่าสุดอัพเดทเดือน 9/2017 EZ1000T ก็จะรองรับมาตรฐาน HDR10+ ที่พัฒนาร่วมกับ Samsung และค่ายหนังใหญ่อย่าง 20th Century Fox ตามหลักแล้วหากอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่กำลังจะปล่อยออกมาก็จะใช้งานได้ทันที ใช้ชิพประมวลผล Studio HCX2 ควบคู่กับ Hexa Chroma Drive Pro ที่สามารถประมวลการแสดงเฉดสีได้ถึง 6 แกน ทั้งแม่สีหลักอย่าง Red Green Blue และแม่สีรองอย่าง Cyan Magenta Yellow 

ได้รับการปรับจูนแสงสีของภาพโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Panasonic Hollywood Lab เพื่อให้การแสดงผลภาพถูกต้องเป็นธรรมชาติเฉกเช่นที่ผู้กำกับต้องการสื่ออกมาให้เห็น EZ1000 เป็น 4K OLED TV ตัวเดียวในท้องตลาดตอนนี้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานภาพจากสถาบัน THX ซึ่งเป็นสถาบันรับรองคุณภาพของโรงภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ว่าเป็นจอที่ให้คุณภาพที่ดีระดับเทียบเคียงกับจออ้างอิงในสตูดิโอผลิตภาพยนตร์ พร้อมโหมดปรับภาพเบื้องลึกอย่าง Professional ที่กำหนดโดยสถาบันมาตรฐานภาพระดับโลกอย่าง ISF : Imaging Science Foundation ให้ปรับกันอย่างถึงพริกถึงขิง จูนได้ทั้งค่าสมดุลแสงขาวอย่าง White Balance และขอบเขตการแสดงเฉดสีอย่าง CMS : Color Management System และตัวที่การันตีได้ดีที่สุดคือ EZ1000 ตัวนี้ผ่านการรับรองมาตรฐาน Ultra HD Premium จากสถาบัน UHD Alliance ซึ่งหมายถึงเป็นทีวีความละเอียด 4K Ultra HD ที่ให้คุณภาพที่ดีเยี่ยม ทั้งเรื่องระดับความสว่าง ความดำ และขอบเขตการแสดงเฉดสี สามารถทำได้ดีทะลุข้อมาตรฐานแสนโหดที่เขากำหนดไว้ให้ 

เป็นทีวี 4K OLED ตัวเดียว ณ ตอนนี้ได้รับการรับรองจาก THX

รวมถึงมาตรฐาน Ultra HD Premium ก็ผ่านฉลุยเช่นกัน

โหมดภาพสำเร็จรูปที่ให้แสงสีได้ถูกต้องได้แก่ THX Cinema = รับชมในห้องมืดสนิท, THX Bright Room = รับชมในห้องสว่าง, Professional 1 & 2 = สำหรับปรับภาพขั้นลึก รับรองโดย สถาบันมาตรฐานภาพอย่าง ISF หรือหากคิดว่าโหมดเหล่านี้ภาพจะดูไม่สว่างจับใจนัก โหมดอย่าง Custom ก็จัดว่าใช้ได้

โหมดภาพสำเร็จรูปที่ให้ค่าแสงสีเที่ยงตรงสุดๆได้แก่ 1) THX Cinema = ดูในห้องมืด, 2) THX Bright Room : ดูในห้องสว่าง, 3) Professional 1 = ดูในห้องสว่าง, 4) Professional 2 = ดูในห้องมืดค่า Peak Brightness ของทั้ง 2 โหมดจะอยู่ที่ 580 Nits ส่วนส่างสุดจะอยู่ที่โหมด Dynamic จะอยู่ราว 660 Nits ส่วนค่า White Balance จูนมาได้ค่อนข้างแม่นยำมาก ใกล้เคียงกับ 6500K ทั้งสองโหมดเลย

Pre-Calibration : ปรับภาพในโหมด Professional 1 (ISF Day) จัดว่าเป็นทีวีที่ให้ค่าแสงสีเริ่มต้นที่ยงตรงที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา ให้ขอบเขตการแสดงเฉดสีกว้างประมาณ 96.7% ของมาตรฐาน DCI-P3 สำหรับการรับชมคอนเทนต์ HDR และ 99.2% ของมาตรฐาน Rec 709 สำหรับการรับชมคอนเทนต์ SDR

Post Calibration : ปรับภาพทั้งค่า White Balance แบบ 10 จุด และ Color Management System ขอบเขตแม่สีหลักและรอง ผลลัพธ์ออกมาเข้าขั้น “เพอร์เฟกต์” ภาพ SDR และ HDR อยู่ในระดับ “Reference”

ส่วนภาพ HDR ค่าเริ่มต้นก็แม่นยำจนแทบไม่ต้องปรับอะไรเลย เป็นทีวีให้ให้ค่าแสงสีได้ถูกต้องระดับอ้างอิงจริงๆ

 

ทดสอบภาพ

ทดสอบหนัง 4K HDR แท้ๆเรื่อง X-Men Apocalypse ในฉากที่แม่สาว “จีน เกรย์” ระเบิดพลังฟินิกซ์ใส่เจ้าตัวร้าย เปลวไฟสีเพลิงมีความเจิดจรัสและทรงพลัง แอบรู้สึกได้ถึงความ “แผดเผา” บนร่างกาย สีที่แสดงได้ค่อนข้างโดดเด่นคือสีในโทนสีแดง คือให้ระดับความเข้มข้นได้ค่อนข้างทะลุทะลวง อีกเรื่องคือ Warcraft ในฉากที่พ่อมดเมอร์ลินร่ายเวทย์ยิงสายฟ้าฟาด ก็ให้ความรู้สึก “เปรี้ยงปร้าง” สาดกระหน่ำเข้าหา เป็นจุดที่ HDR ได้สำแดงเดช ต้องยอมรับว่าพื้นหลังที่ดำสนิทของจอ OLED ผสานเม็ดพิกเซลแบบ Self-Illuminating ที่กำเนิดแสงสีเองได้ จึงให้ระดับสีดำที่ดำสนิท รวมถึงสีสันที่จัดว่าชัดทุกมุมมอง ช่วยยกระดับภาพ HDR ให้ฉีกหนี LED LCD TV อย่างเห็นชัด ยิ่งปิดไฟมืดก็จะยิ่งเห็นภาพป็อปอัพได้อย่างสะท้านดวงตา

ฉากยิงไฟบรรลัยกัลป์ใส่เจ้า Apocalypse ภาพ HDR สำแดงได้เจิดจรัส สีสันอิ่มวาว

ฉากร่ายเวทย์เรียกสายฟ้าฟาดจากเรื่อง Warcraft จุดเด่นที่นอกเหนือจากทำระดับสีดำได้ดำสนิท เพื่อช่วยยกระดับภาพ HDR ให้เจิดจ้า ยังสามารถให้ รายละเอียดยิ่บย่อยในที่ืมืดของภาพได้อย่างชัดเปิดเผย !!

หากคิดว่าระดับความสว่างของ ในโหมดภาพ HDR ไม่ค่อยไบรท์โดนใจนัก ให้ไปเปิดฟีเจอร์ลับอย่าง HDR Brightness Enhancer ให้เป็น On จะช่วยบูสต์อัพความสว่าง ตัวอย่างคือภาพใบหน้าของสการ์เลตต์ โจฮันสันจากเรื่อง Lucy เปิดสว่างขึ้นอีก 1 สเต็ป

ทดสอบภาพจากแผ่น Blu-ray 1080p SDR ธรรมดากันบ้างจากเรื่อง X-Men 2 โมชั่นภาพเคลื่อนไหว หากคอนเทนต์เป็น 4K อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิดตัวช่วยแทรกเฟรมภาพอย่าง IFC : Intelligent Frame Creation ก็ได้ แต่หากดูคอนเทนต์พวก HD / Full HD เช่นนี้ การเปิด IFC ระดับ Min จะช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดวุ้นเรืองแสงรอบตัวละครเพื่อเคลื่อนไหว เป็นระดับที่ให้ความสมดุลดี ส่วนระดับอื่นๆไม่ดีแทบทั้งหมด ให้งดใช้โดยเด็ดขาด อีกหนึ่งฟีเจอร์คือ Clear Motion เป็นการแทรกเฟรมดำสนิทไว้ระหว่าง 2 เฟรมภาพหลัก จะช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวให้นิ่งขึ้น ลดอาการสั่นและเบลอ ถามว่าดีจริงไหม ? ขอตอบว่าก็ดีจริง แต่ก็จะแลกกับการที่ภาพจะกระพริบถี่ๆเพราะมีการแทรกเฟรมสีดำ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ยิ่งตาเรามันขี้จับผิดอยู่แล้ว ดูแบบธรรมดาเดิมๆจะดีที่สุด

X-Men 2 ภาพเป็น 1080p ตัวชิพประมวลผลภาพอัพสเกลให้เป็น 4K ภาพรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเอริค (แม็กนีโต้) แสดงออกมาได้ชัดจะแจ้งว่า “หน้ายับมาก” (ฮา) ** ต้องปิดฟีเจอร์ที่เรียกว่า 1080p by 4 Pixel ทิ้ง ตัวทีวีจะทำการอัพสเกลภาพให้เป็น 4K อย่างอัตโนมัติ

ดูดิจิตอลทีวีก็ภาพสวยใสสบายบรื๋อ !

Input Lag

สำหรับการเล่นเกมส์ แนะนำให้เปิด Game Mode ค่า Input Lag หรือค่าดีเลย์ของการแสดงผลต่อคำสั่งจอยเกมส์ (ยิ่งค่าน้อยแปลว่ายิ่งตอบสนองไว = ดี) จะอยู่ที่ 25.7 ms เท่านั้น ในขณะที่โหมดอื่นๆจะกระโดดไปถึง 115 ms ฉะนั้นหากจะเล่นเกมส์ก็เปิด Game Mode ไว้แล้วจะรุ่ง ^ ^ 

สรุปเรื่องภาพ

ก็จัดว่าเป็นหัวแถวของ OLED TV ด้วยกัน ระดับสีดำที่ดำสนิท ผสานสีสันที่สดใสเจิดจรัสโดยยังคงความถูกต้องเอาไว้  พร้อมโหมดภาพสำเร็จรูประดับคุณภาพมากมาย หากจะบอกว่าคุณภาพของภาพอยู่ใน ระดับอ้างอิง” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Reference” ก็คงไม่ผิดกระไร เพราะโดยการสาธิตจากทีมวิศวกรของ Panasonic เองก็ทำการเทียบกับจอ Studio Reference Monitor ราคาหลักล้านกว่าบาท ที่ใช้ในการผลิตภาพยนตร์ในแวดวงฮอลลีวูดในทุกมิติการแสดงผลภาพกันแบบตัวต่อตัว ซึ่งต้องบอกว่าผลลัพธ์ใกล้เคียงกันมาก โดยผมเคาะให้ว่าเป็นทีวีที่ดีที่ให้ภาพที่ ดีที่สุด” เท่าที่ Panasonic เคยผลิตมา

ผมได้มีโอกาสสนทนากับทีมวิศวกรชาวญี่ปุ่นผู้พัฒนา EZ1000 – OLED TV ตัวนี้แบบลึกซึ้ง ซึ่งเขาก็เล่าถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่การพัฒนา Plasma TV พวกซีรีส์ VT ในสมัยก่อนจวบจนต่อยอดมาเป็น OLED TV เครื่องแรกเครื่องนี้ สิ่งที่ผม “รู้สึกได้” จากการสนทนาเพียงครึ่งชั่วโมงเศษคือ ทีมพัฒนาใส่ใจ “คุณภาพของภาพ” เป็นลำดับแรกเสมอ (First Priority) เพราะหัวใจของทีวีคือเรื่องภาพ จะเอาให้ดีเลิศที่สุดให้ได้ หากไม่ดีจริงไม่ปล่อยออกมาขายอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกใจเลยว่า Plasma TV ในอดีตของ Panasonic จึงกินรวบคุณภาพของภาพทีวีแบรนด์อื่นๆมาหลายปีติดต่อกัน จนในที่สุดก็ต่อยอดมามาถึง OLED TV รุ่นใหม่ตัวนี้

เสียง

ลำโพงซาวด์บาร์ที่มีชื่อเรียกเก๋ๆว่า Dynamic Blade Speaker จัดว่ามีคุณภาพเสียงที่ดีไม่หยอก Blade แปลว่า “มีดดาบ” การออกแบบมีแรงบันดาลใจมาจาก “ดาบซามูไรญี่ปุ่น” ดูมีเหลี่ยมมีคมเท่ห์ๆ ไม่ได้เป็นทรงสี่เหลี่ยมทื่อๆเหมือนซาวด์บาร์ทั่วไป แถมดีไซน์ยังดูลงตัวกับตัวจอภาพ ทำให้เมื่อติดตั้งไม่ว่าจะเป็นแขวนผนังหรือตั้งชั้นวางก็ดูสวยไฮโซทั้งคู่ ! เปิดหน้ากากเพื่อให้เห็นไว้ในลำโพงก็จะเห็นดอกลำโพงทั้ง Tweeter x 2, Squaker x 4, Woofer x 8 และ Quad Passive Radiator กำลังขับรวมถึง 80 วัตต์ ซึ่งครอบคลุมความถี่ครบทุกย่านทั้ง สูง-กลาง-ต่ำ สังเกตได้ว่าตัวซาวด์บาร์จะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เสียงนั้นถูกยิงทะแยงขึ้นไปยังผู้นั่งรับชม มิใช่กองจมๆไว้ด้านล่างจอ โหมดเสียงสำเร็จรูปมี Standard, Ambience, User ให้เลือกใช้แมตช์ชิ่งกับประเภทคอนเทนต์ที่รับชม รวมถึงโหมด Surround จำลองเสียงรอบทิศทางที่มีเอาไว้ให้เลือก เปิด/ปิด เป็นอ็อปชั่นเสริมด้วย

ทดสอบด้วยเพลง Do that to me one more time ของ Susan Wong เสียงมาครบทุกย่าน เบสมีเป็นลูก มีความคึกคัก สนุกสนาน ความใสของเสียงกลางใช้ได้แต่ อาจจะไม่ใสถึงระดับตาตั๊กแตน กำลังขับรวม 80 วัตต์

ทดสอบกับเพลง You ve got a friend โดย Lady Gaga เสียงทรงพลัง ลงโวลุ่มซัก 60 ก็ดังลั่นทุ่งแล้ว ไม่ต้องซื้อลำโพงซาวด์บาร์มาเสริมให้ทับซ้อน หากคิดจะอัพเกรด ก็ไปนู้น 5.1 หรือ 7.1 แชนแนล ลำโพงแยกชิ้นไปเลย

Dynamic Blade Speaker ลำโพงซาวด์บาร์แบบ Built-In ที่ติดมากับตัวเครื่องทีวี

แกะหน้ากากให้ดูไส้ใน จะเห็นบรรดาไดรเวอร์ลำโพงเรียงกันหน้าสลอนอยู่ สิริรวมแล้วถึง 14 ดอก ครอบคลุมความถี่เสียงครบทุกย่าน

คุณภาพเสียงโดยรวมถือว่าดีกว่าลำโพงทีวีทั่วไปแบบขาดลอย ต้องยอมรับว่าลักษณะทางกายภาพที่ใหญ่โตเพียงพอของแท่งซาวด์บาร์ จึงทำให้สามารถผนวกดอกลำโพงหลายๆดอกลงไป เสียงที่ได้มีน้ำหนัก อิ่มแน่น เบสสำแดงออกมาได้อย่างตึงตัง ดูหนัง + ฟังคอนเสิร์ตได้อย่างสนุก ติเล็กน้อยเรื่องความใส อาจจะยังไม่ถึงขั้นเทพนัก สรุปโดยรวมแล้วคุณภาพเสียงนั้นเป็นระดับ “หัวแถว” ของลำโพงทีวีระดับท็อปด้วยกัน

เพิ่มเติม

ในปี 2017 นี้ทาง Panasonic ไม่ได้ร่วมมือกับทาง Firefox อีกต่อไปแล้ว แต่ก็ได้ต่อยอดทั้ง User Interface หรือหน้าตาเมนูใช้งาน และ แอพพลิเคชั่นทั้งหลายแหล่มาบนแพลทฟอร์มใหม่ของตัวเองแทบทั้งหมด หลักๆคือมีแอพส์ดูหนังดูซีรีส์อย่าง Netflix (รองรับ 4K HDR), YouTube ที่ใช้กันเป็นประจำ, มี Web Browser เอาไว้ท่องโลกอินเตอร์เน็ต, และมีแอพส์เกมส์แบบเอาไว้เล่นขำๆติดมาให้จำนวนหนึ่ง การใช้งานสามารถใช้รีโมทแบบทัชแพดอันเล็ก โดยควบคุมทิศทางด้วยการใช้”นิ้วโป้ง” ไถๆได้ จะสะดวกกว่ารีโมทคอนโทรลอันใหญ่แบบธรรมดา ความสามารถในการเชื่อมต่อกับมือถือก็ยังทำได้เช่นเดิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการโคลนหน้าจอมือถือไปแสดงบนจอทีวีอย่าง Screen Mirroring หรือพวกการ Cast วีดีโอต่างๆไปแสดงบนจอทีวี จะเรียกได้ว่าถึงแม้ว่าหน้าตา Smart TV ของ Panasonic EZ1000 จะไม่ได้ดูแฟนซีเสียเท่าไหร่นัก แต่กระนั้นพวกแอพส์และฟีเจอร์หลักๆที่ Smart TV พึงควรจะมี…ก็มีให้ครบถ้วนทั้งหมดจ้า อุ่นใจได้

หน้าหลัก My Home Screen รวมแอพส์ที่พร้อมเล่นไว้ให้

YouTube มีให้เป็นภาคบังคับของทุกทีวี ตอนนี้เล่นวีดีโอความละเอียด 4K ได้แล้ว

ภาพ 4K แท้ๆจากแอพ YouTube

Netflix มีหนังและซีรีส์กว่าหมื่นเรื่องให้เลือกชมกัน

อย่าง Iron Fist เรื่องนี้ให้ภาพแบบ 4K HDR เสียด้วย

ในหลายๆเรื่องก็มีซับไตเติ้ลภาษาไทย

มีพวกเกมส์เล่นพอกล้อมแกล้ม

ทดสอบใช้ “คำสั่งเสียง” พูดลงรีโมทคอนโทรลแบบัชแพดเพื่อค้นหาคลิปวีดีโอ

ไปหาโหลดแอพส์เพิ่มเติมได้ที่ Apps Market

สรุป

ข้อดี

  1. คุณภาพของภาพเยี่ยมยุทธในระดับอ้างอิงทั้ง HDR และ SDR
  2. ระดับความดำดำสนิท พร้อมให้รายละเอียดในที่มืได้อย่างดีเยี่ยม
  3. โหมดภาพสำเร็จรูปหลากหลายที่ให้แสงสีถูกต้องทั้ง THX หรือ Professional (ISF)
  4. ได้รับการรับรองทุกมาตรฐานภาพทั้ง THX 4K Display และ Ultra HD Premium
  5. ลำโพง Dynamic Blade Speaker เสียงดีกว่าลำโพงทีวีทั่วไปมาก
  6. รับประกันถึง 3 ปี

ข้อเสีย

  1. ฐานตั้งกว้างมาก ก็ตวรจสอบชั้นวางทีวีให้ดี
  2. ระบบ Smart TV ไม่ค่อยแฟนซีเท่าไหร่
  3. ยังไม่รองรับ HDR แบบ Dolby Vision แต่จะรองรับ HDR10+ แทน
  4. ระดับราคาที่ค่อนข้างสูง 

Panasonic TH-65EZ1000T 4K OLED TV (65″) ราคาเปิดตัว 249,990 บาท รับประกัน 3 ปี

Panasonic TH-65EZ1000T เป็น 4K HDR OLED TV ที่ให้คุณภาพของภาพใน “ระดับอ้างอิง” ผ่านทุกมาตรฐานภาพอันโหดเหี้ยมทั้งจากทุกสถาบันระดับโลก THX และ Ultra HD Premium ขององค์กร UHD Alliance ถึงขั้นกล้าแม้กระทั่งตั้งเทียบจอ OLED Stuido Monitor ราคาหลักล้านที่ใช้ในการผลิตภาพยนตร์ ให้ระดับสีดำที่ดำสนิท สีสันที่ป็อปอัพพร้อมขอบเขตสีที่กว้าง โหมดภาพสำเร็จรูปมีให้เลือกสรรมากมาย พร้อมโหมดปรับภาพเบื้องลึกอย่างละเอียดสำหรับการใ้ช้งานระดับอ้างอิง ผสานลำโพงซาวด์บาร์อย่าง Dynamic Blade Speaker ที่ให้คุณภาพเสียงเหนือชั้นกว่าลำโพงทั่วไป ส่วนข้อจำกัดก็คือระบบ Smart TV ซึ่งหลังจากผละจาก Firefox OS ก็ยังไม่มีอะไรใหม่ให้ดูตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่นัก แต่ทว่าในแง่ของแอพส์วีดีโอคอนเทนต์ที่เอาไว้ดูหนังดูซีรีส์ก็ยังจัดสรรมาให้ครบอยู่ โดยรวมแล้วที่ทาง Panasonic ขยันกล่าวอ้างว่าคุณภาพของทีวีนั้นประหนึ่งคำว่า  “ยกฮอลีวูดมาไว้ที่บ้านคุณ” หรือ “Hollywood to Your Home” ก็คงมิใช่คำกล่าวอ้างที่เกินจริงแต่อย่างใด สามารถใช้งานในห้องนั่งเล่นปกติแบบไลฟ์สไตล์ รวมถึงห้องโฮมเธียเตอร์ที่ปิดไฟมืดสนิทจะยิ่งช่วยให้เปล่งพิษสงได้อย่างถึงอกถึงใจ ผมฟันธงให้ว่า EZ1000 เป็นรุ่นเปิดประวัติศาสตร์บทใหม่ของ OLED TV สานต่อตำนานในอดีต Plasma TV ได้ยิ่งกว่าสมภาคภูมิ !!

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้