Skip to content
|

เพลิดเพลินอารมณ์เพลง!! รีวิว TEAC A-R650 Integrated Amplifier

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 05 Feb 2022 0 comments

 

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยอดีตกาลตั้งแต่ยังไม่มีคำว่า “ไฟฟ้า” อยู่บนโลกนี้ การที่มนุษย์หนึ่งคนอยากจะเสพย์ดนตรี เค้าคนนั้นต้องพาตัวของเขาไปยังเวทีการแสดงดนตรี เพื่อที่จะดื่มด่ำไปกับท่วงทำนองเมโลดี้ต่างๆของตัวโน้ต จนถึงยุคปัจจุบันที่เราเพียงนั่งเฉยๆอยู่ที่บ้านกับอุปกรณ์สุดไฮเทคของเรา ก็มีเพลงมาเสิร์ฟถึงที่แบบดิจิตอลผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต แต่กระนั้นแล้วเราก็ยังโหยหาความคลาสสิคแบบอะนาล็อคอยู่ จึงเป็นที่มาของสินค้าที่ผมกำลังจะแนะนำให้ทุกท่านได้ชมในรีวิวนี้นั่นก็คือ TEAC Integrated Amplifier A-R650

 

Integrated Amplifier เรียกสั้นๆว่า Int.Amp เป็นแอมป์ที่รวมเอาทั้งภาคขยายและภาคปรับแต่งเอาไว้ด้วยกัน ตรงตามชื่อเรียกของมันนะครับ ฉะนั้นแล้วจุดประสงค์หลักแบบเนื้อๆเน้นๆของมันเลยก็คือการฟังเพลงนั่นเอง ซึ่งในรุ่น A-R650 ที่เรานำมารีวิวนั้นก็ถือว่าเป็นภาคต่อจาก A-R600 ในปีที่แล้วที่ได้เสียงตอบรับค่อนข้างดี กับการทำหน้าที่เป็น Stereo Amp ที่ให้เสียงที่คุ้มกับค่าตัวก็ต้องมาดูกันครับว่า A-R650 จะยังคงสืบทอด DNA เสียงแบบเดียวกันมาหรือไม่

TEAC A-R650 Specification
– 90 W + 90 W RMS Output Power into 8Ω
– 120 W + 120 W RMS Output Power into 4Ω
– 7-times Input Selector: 5 x Audio, 2 x Video
– Motor-Driven Master Volume Control
– Bass, Treble Tone Control
– Balance Control
– Mic Mixing with Level Control
– A/B Speaker Channel Selection
– Binding Post Speaker Terminals (Speakers A)
– 6.3 mm Gold-plated Mic Jack
– 6.3 mm Gold-Plated Phones Jack
– WxHxD: 435 x 142 x 355 mm
– Weight: 9.7 kg

ราคาโปรโมชั่น 11,850 บาท
ถึง 31 ธ.ค. 2556 นี้เท่านั้น


Design – การออกแบบ

เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าในวงการเครื่องเสียง การดีไซน์ตัวถังส่วนใหญ่จะเน้นหนักให้คงทนแข็งแรงต่อความร้อนและที่สำคัญต้องดูเรียบหรูไม่หวือหวาจนดึงความสนใจของคนฟังไป ด้วยความที่เสียงไม่สามารถสัมผัสด้วยตาได้ ฉะนั้นจึงเป็นสาเหตุที่หลายๆแบรนด์เครื่องเสียงจึงลำดับความสำคัญเรื่องดีไซน์ไว้เป็นรองจากประสิทธิภาพของสินค้านั่นเอง

 

บริเวณด้านหน้าของ TEAC A-R650 ครับ เห็นแล้วต้องอุทานออกมาดังๆ
“เหมือนของปีที่แล้วเลยนะเนี่ยย!!” แหมก็เค้าเพิ่งปรับหน้าตาในช่วง A-R500 มา A-R600 จะให้รีบดีไซน์ใหม่ก็กระไรอยู่

 

ดูละเอียดอีกที มีการเปลี่ยนสีของตัวอักษรบนเครื่องจากสีทองในรุ่นที่แล้วเป็นสีเทาแทน
ดูขรึมขึ้นกว่าเก่าพสมควร ปุ่มใช้งานต่างๆก็ถูกวางไว้ใตตำแหน่งที่ง่ายต่อการหยิบจับ
นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟังอีกด้วยแต่เป็นแจ็คใหญ่ซึ่งหูฟังส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะไม่ค่อยมี

 

ปุ่มเปิดปิดเป็นแบบสองเสต็ป คือต้องกด Power เพื่อปล่อยไฟให้ไหลเข้าไปก่อน
แล้วกด Standby/On เพื่อให้วงจรทั้งหมดทำงานอีกที มีไฟแสดงผลบอกสถานแบบนี้

 

ด้านขวาก็เช่นเดียวกันครับ ส่วนตัวผมชอบการออกแบบตัวหมุนวอลุ่มแบบนี้นะ มันจับถนัดมือ
แต่ยังได้อิมเมจแบบตัวหมุนใหญ่ๆอยู่ เข้าใจทำจริงๆ พร้อมกับปุ่ม Loudness ที่ตามคู่มือบอกว่าเป็นการยกย่านเบสขึ้น
พร้อมกันนี้ยังมีอีกช่องนึงคือ MIC หรือช่องเสียบไมค์เพื่อทำหน้าที่เป็นแอมป์คาราโอเกะได้อีกด้วย

 

ตรงกลางเป็นตัวปรับ EQ ของเสียงย่าน Bass และ Treble ส่วนอันที่สามเป็นตัวปรับ Balance ซ้ายขวาครับ

 

ด้านหลังอุดมไปด้วยช่องต่อที่จำเป็นมากมาย ดูแล้วเรียบง่ายและสะอาดตาพอสมควร
พร้อมกันนี้ยังมีพัดลมระบายอากาศอีกหนึ่งตัวเพื่อไล่ลมร้อนออกจากข้างในเครื่อง

 

ด้วยความมือบอนเลยขอแงะด้านในออกมาดูเป็นดังภาพครับ จะเห็นว่ามีพัดลมซ่อนอยู่ภายในหนึ่งตัว
เสมือนว่าตัวนี้เป็นตัวดูดอากาศร้อนแล้วส่งต่อไปยังฮีทซิงค์ที่เห็นหลังเครื่องในรูปที่แล้ว น่าจะช่วยให้ระบายอากาศ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

Connectivity – ช่องต่อ

 

มาดูช่องต่อด้านหลังดีกว่าครับว่าแอมป์ตัวนี้มีอะไรมาให้เราบ้าง
และเพียงพอมากน้อยต่อการใช้งานหลักๆของตัวแอมป์หรือเปล่า?

 

ฝั่ง Input ก่อนเลยครับผม เป็นแผงของช่อง RCA ขาวแดงตาม Source ที่มีมาให้ครับ
ซึ่งก็ค่อนข้างเยอะอยู่พอสมควรเลย ด้านบนเป็นช่องเสียบ Remote Control สำหรับคุมอุปกรณ์เชื้อสายเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมี Phono สำหรับชาวเทิร์นเทเบิ้ลมาให้อีกด้วยครบองค์ขนาดนี้ เจมส์บอกเลยว่า “สุดๆ”

 

Input อีกฝั่งคือสายไฟครับทว่าเป็นแบบ IEC ที่ไม่มี Ground

 

ขั้วต่อสายลำโพงเป็นแบบไบน์ดิ้งโพสต์ที่แบ่งโซนสามารถเชื่อมต่อลำโพงได้ 2 ชุดด้วยกัน
กรณีที่บ้านใครมีลำโพงหลายตัวหลากสไตล์เสียง

 

ส่วนช่องนี้ที่หน้าตาไม่คุ้นเลยคือช่อง AC Outlet สำหรับพ่วงกระแสไฟไปยังอุปกรณ์อีกตัวหนึ่ง
โดยเมื่อเรานำปลั๊กมาเสียบที่ช่องนี้ตัวแอมป์ก็จะจ่ายไฟไปเลี้ยงอุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งจะเปิดปิดพร้อมกับแอมป์อีกด้วย
นับว่าเป็นช่องต่อที่ไม่ค่อยพบเจอนักในปัจจุบัน

 

แผนผังการเสียบสายกับช่องต่างๆ ให้เข้าใจกันพอสังเขปว่าแต่ละช่องมีหน้าที่ทำอะไร
และแอมป์ตัวนี้สามารถต่อพ่วงไปยังอุปกรณ์อะไรได้บ้าง

 

Sound – เสียง

ทำไมต้อง Integrated Amplifier ?
เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามนี้อยู่ในใจถูกต้องไหมครับ ทำไมเราต้องไปเสียตังซื้อแอมป์แยกแบบนี้ด้วยหว่า ช่องเสียบ HDMI ที่กำลังฮิตๆกันในปัจจุบันก็ไม่มี ไหนจะ USB อีก นี่อุตส่าห์โหลดเพลงแบบ Hi-Res มาอัดไว้เต็มฮาร์ดดิสก์ซื้อเจ้านี่มาก็อ่านไม่ได้สิ? แบบนี้ไปซื้อ AV Receiver จะดีกว่าไหม? เอาเป็นว่าใจเย็นๆนะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายให้ว่าอะไรที่ทำให้คุณต้องเลือก Integrated Amplifier

 

ภาพแสดงความแตกต่างระหว่าง AVR กับ Int.Amp ครับผมต่างฝ่ายต่างมีข้อดีไม่เหมือนกัน

คืออย่างงี้ครับอยากให้มองภาพรวมๆว่า AVR คือการซื้อแอมป์ที่รวมเอาทั้งภาพและเสียงเอาไว้ด้วยกันส่วน Int.Amp เป็นการซื้อภาคเสียงอย่างเดียว ซึ่งตามธรรมชาติของอุปกรณ์แล้วการจะยัดเอาภาพและเสียงรวมไว้ในตัวเดียวก็ต้องมีการตัดตอนลดทอนบางสิ่งบางอย่างออกไปบ้าง เพื่อให้อะไรหลายๆอย่างลงตัวและออกมาเป็นแอมป์ตัวนึงได้ ทว่า เหตุการณ์เหล่านั้นจะไม่เกิดกับ Int.Amp สามารถทำอะไรได้เต็มที่มากกว่า เพราะมีแค่ภาคเสียงอย่างเดียว ฉะนั้นผู้ผลิตจึงสามารถโฟกัสและขับประสิทธิภาพออกมาได้ดีกว่านั่นเองครับ นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องใช้ Integrated Amp ครับผม

เอาล่ะเมื่อเข้าใจแบบคร่าวๆแล้วเราก็มาทดสอบประสิทธิภาพเสียงกันดีกว่า…..

 

Sound – เสียง

การทดสอบครั้งนี้เราได้ใช้ Canton GLE 436 ซึ่งเป็นลำโพงบุ๊คเชลฟ์ตัวใหม่ในการทดสอบควบคู่กับแอมป์ตัวนี้ครับผม โดยเพลเยอร์ที่ใช้ก็จะเป็น OPPO BDP-95 เหมือนเดิมโดยเราจะปล่อยสัญญาณออกทางช่องอะนาล็อกขาวแดงหลังเครื่องเข้าทางช่องอะนาล็อกเช่นเดียวกันของหลังเครื่อง A-R650 เลยครับ ฟังกันแบบดิบๆนิ่มๆไปเลย

 

สำหรับสื่อที่เราใช้ทดสอบก็เป็นออดิโอซีดีสลับกับไฟล์ Hi-Res ที่ได้ซื้อมาจากเว็บ HD Tracks โดยเซ็ตแอมป์เป็นค่าเดิมๆแบบแกะกล่องเลย ปรับ EQ ไว้ตรงกลางทั้งหมดเพื่อฟังย่านเสียงชัดๆ เสียงที่ได้ค่อนข้างจะแข็งไม่อ่อนนุ่มเท่าไรนักอาจเป็นเพราะอุปกรณ์และแผงวงจรต่างๆยังไม่เข้าที่ดี ทว่าเนื้อเสียงลึกๆแล้วมันฟังเหมือนว่ายังมีบางสิ่งซ่อนอยู่ ชะนั้นผมเลยทำการเปิดเบิร์นทิ้งเอาไว้ด้วยเพลงจาก CD หลากหลายแนว หลายคนอาจจะบอกว่าเบิร์นเครื่องเสียงต้องเปิดแทร็คเฉพาะที่มีเสียงแปลกๆหรือเปล่า อันที่จริงก็ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวนะครับ ส่วนตัวผมชอบเปิดเพลงที่ฟังประจำมากกว่าในระดับเสียงที่พอดีๆ

 

หลัง 50 ช.ม. เลยกลับมาลองฟังอีกครั้งหนึ่งพบว่าทุกอย่างเริ่มจะเข้าที่ลงตัว เสียงที่ถูกขับออกมาจากกำลัง 90W ทำได้นุ่มนวลกว่าหลังจากแกะกล่องมาฟังมากอยู่ ผมเปิดฟังกับแทร็ค Highwire Heart ของ Dawn Langstroth ที่มีเอกลักษณ์เด่นตรงที่ช่วง Intro จะฟังดูขุ่นแต่พอเริ่มท่อนบริดจ์ทุกอย่างจะค่อยๆใสขึ้น ซึ่งถ้าตัวแอมป์ขับออกมาได้ไม่ดีมักจะกลายเป็นขุ่นไปแหลมเปี๊ยวแบบขาดช่วงขาดอารมณ์ แต่จากที่ฟังแล้ว A-R650 ตัวนี้ค่อยๆไล่ระดับความสว่างของโทนเพลงออกมาได้อย่างประทับใจ

 

ต่อด้วย Angel – Sarah McLachlan นักร้องหญิงเสียงดีจากแคนาดาที่ยังคงเป็นเพลงโทนเดียวกับเพลงที่แล้วซึ่งตัวแอมป์ก็เนรมิตอารมณ์และความหวานหยดย้อยของเสียงออกมาได้อย่างละเมียดละไม กระชากอารมณ์และเร่งจังหวะขึ้นอีกนิดด้วยแทร็ค Time – Pink Floyd ในแบบ 24-bit/192kHz โดยเล่นผ่าน DAC ในเครื่องของ OPPO BDP-95 นั่นแหละ ต้องบอกว่าความหนักแน่นที่ได้นั้นอยู่ในระดับพอดี ไม่รุนแรงผมเลยลองเล่นปุ่ม Loudness ดู ผลปรากฏว่าเสียงย่านเบสเด่นขึ้นมาอีกระดับแต่ฟังแล้วอาจจะไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไรนัก ส่วนตัวเลยขอปิดไว้ดีกว่าครับ

 

นอกจากนี้ถ้าใครอยากจะลองฟังแบบดิบๆผ่านภาคขยาย ไม่ผ่านภาคปรุงแต่งใดๆเลย แนะนำให้กดปุ่ม Source Direct เพื่อเป็นการปล่อยเสียงให้ผ่านจากต้นทางไปยังปลายทางแบบไม่มีการปรุงแต่งเสียง ก็จะขึ้นอยู่กับต้นทางว่าปล่อยมายังไงก็จะไปออกลำโพงแบบนั้นเลย ใครมี DAC หรือเพลเยอร์เทพๆลองทดสอบดูได้ครับผม แต่ผลจากที่ลองกับ BDP-95 รู้สึกว่าเสียงจะขุ่นลงนิดแต่เนียนขึ้นฟังได้เรื่อยๆกว่าผ่าน EQ ถือว่าค่อนข้างจะคลิ๊กสำหรับแมทชิ่งที่ออฟฟิศเราใช้

 

Conclusion – สรุป

สำหรับบทสรุปของรีวิว TEAC A-R650 ก็คงจะบอกได้เลยนะครับว่าค่อนข้างจะเป็นแอมป์ที่ทำหน้าที่ได้อย่างลงตัวเลย เหมาะกับคนที่เน้นฟังเพลงเพียงอย่างเดียว ย้ำอีกครั้ง! เน้นฟังเพลงเพียงอย่างเดียวเพราะว่าแอมป์ตัวนี้ทำหน้าที่ได้เท่านี้จริงๆ โดยหมัดเด็ดที่ทำให้แอมป์ตัวนี้สามารถปล่อยฮุคขวาชนะบรรดา A/V Receiver ก็คือความเป็นธรรมชาติของเสียงเวลาฟังเพลง ความเนียนความสะอาดและบรรยากาศคลาสสิคที่เอิบอิ่ม ต้องบอกเลยว่า Int.Amp ตัวนี้ให้เราในสิ่งที่ AVR ให้ไม่ได้ ซึ่งก็เป็นเหตุผลนึงที่หลายๆคนหลังจากมีชุดดูหนังแล้ว ต้องมีชุดฟังเพลงควบคู่กันไปด้วย ถึงได้บอกไงครับว่าวงการนี้ถ้า(เงิน)ไม่แน่จริง แล้วระงับกิเลสไม่ไหว บอกเลยว่าอยู่ไม่ได้!!(ฮาาาา)

 

กระนั้นแล้วแอมป์ตัวนี้ก็ยังมีจุดสังเกตให้น่าคิดกัน อาทิ เช่น ความหนักแน่นของเสียงที่อาจจะดุดันน้อยไปหน่อยซึ่งก็ดูเหมือนทางผู้ผลิตจะรู้ทันใส่ปุ่ม Loudness มาให้ยกกระชับเบสสำหรับชาวหูหนัก ทว่าบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันเป็นการปรุงแต่งเสียงทำให้ผิดธรรมชาติ ก็นานาจิตตังกันไป เอาเป็นว่าในระดับราคานี้สำหรับนักฟังที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงชุด Home Theater กับ A/V Receiver อินทิเกรตแอมป์ TEAC A-R650 นับว่าเป็นพี่เลี้ยงชั้นดีที่จะมาดูแลคุณได้อย่างอบอุ่น ต้องฝากให้ไปลองฟังกันได้ที่ร้าน HDT Home Digital Theater ร้านดังย่านพระราม 2 ได้เลยครับถ้ามีโอกาส

LIKE
– ความเนียนสงัดของเสียง มิติรายละเอียดที่ครบถ้วน ทำให้เป็นแอมป์ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง
– การดีไซน์ค่อนข้างแข็งแรงทนทาน ตัวหมุนต่างๆ(Knob) มีความมั่นคงและแม่นยำหมุนได้ไม่มีพลาด
– ระบบ Source Direct ที่จะตัดภาคปรุงแต่งเสียงออกให้หมดจนเหลือแต่ภาคขยายอย่างเดียว หากแมทชิ่งกับ DAC หรือเพลเยอร์ดีๆจะช่วยให้ได้เสียงที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติและฟังสบาย

DISLIKE AND SUGGESTION
– ตัวแอมป์ให้เสียงที่ไม่ค่อยดุดัน ขาดแรงปะทะในบางจังหวะเวลาที่ฟังเพลงที่เน้นจังหวะเร็วๆอาจจะไม่สนุกเท่าไรนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจับคู่กับลำโพงด้วย
– ช่องต่อ Input ด้านหลังที่ให้มาค่อนข้างเยอะแต่เหมือนๆกันหมด(อะนาล็อคอย่างเดียว) ถ้าจะให้ดีอย่างน้อยก็น่าจะมี 3.5mm Jack ที่เป็นเทรนด์ใหม่มาแรงของวงการมาให้สักช่องจะเพิ่มความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อมากกว่านี้

 

ขอขอบคุณร้าน HDT Home Digital Theater
ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับผม
โทร. 086-317-2935

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้