เล็กพริกขี้หนู… ฟังก็มัน กันน้ำก็ดี แถมแบตเตอรี่มหาศาล !!! รีวิว JBL Charge 2 plus
JBL Charge 2+

JBL Charge 2+ Splashproof Portable Bluetooth Speaker
ราคา 6,590 บาท
รีวิว JBL Charge 2+ : Splashproof Portable Bluetooth Speaker
อีกหนึ่งแบรนด์แค่เพียงได้ยินชื่อ ก็รับรู้ถึงคุณภาพและความคุ้มค่าในการเลือกซื้อได้แล้ว กับ JBL แบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติอเมริกัน ที่ใครๆ ต่างนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งตอนนี้ก็เข้าใกล้เทศกาลสงกรานต์มากขึ้นทุกทีแล้ว และนี่ JBL Charge 2+ ลำโพงพกพาไร้สายที่จะทำให้สงกรานต์นี้ เป็นปาร์ตี้สุดสนุกได้อย่างไม่ยาก ด้วยฟีเจอร์กันน้ำสุดเก๋ รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
จากการต่อยอดในซีรี่ส์ Charge อันมีจุดเด่นในเรื่องขนาดที่เล็ก ง่ายต่อการพกพา แต่ให้พลังเสียงเกินตัว จนกลายเป็นอีกซีรี่ส์ยอดนิยมที่ถูกกล่าวขวัญร่ำลือถึงความเยี่ยมยุทธ์ และในรุ่นนี้ Charge 2+ จะพลัสจะเพิ่มเติ่มฟีเจอร์อะไรบ้าง เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ว่าแล้วก็มาเริ่มทำความรู้จักกับ Charge 2+ กันเลย

Design – การออกแบบ

รูปลักษณ์ทรงกระบอกคล้ายแคปซูล ดีไซน์อันชินตาของ JBL เห็นได้จากรุ่นอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปทรงนี้
มาดูหน้าตาของ JBL Charge 2+ กันก่อนดีกว่า ลำโพงตัวนี้แม้จะเป็นรุ่นใหม่ แต่ยังคงใช้ดีไซน์เดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ กับลำโพงรูปทรงกระบอก ขนาดกะทัดรัด หน้ากว้างประมาณ 18 ซม. ความสูงประมาณ 8 ซม. จับถือง่ายกระชับ มีน้ำหนักพอดีมือ เพียง 600 กรัม เท่านั้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพกพา ตัวเครื่องเป็นผิวยางให้สัมผัสค่อนข้างหนึบมือ แม้เปียกน้ำก็ยังสามารถจับได้ถนัด ตัดด้วยด้านหน้าเป็นตะแกรงอะลูมิเนียม พร้อมโลโก้ JBL เด่นๆ ตรงกลาง

ดีไซน์ทุกอย่างจะเหมือนกับรุ่น Charge 2 แทบทั้งหมด ยกเว้นตรงโลโก้ตรงด้านหน้าของ Charge 2+ ที่มีพื้นหลังโลโก้เป็นสีส้ม
ด้านข้างเป็นช่องขับเบสออกทั้งซ้ายขวาคล้ายๆ รุ่นเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยความกันน้ำ วัสดุเป็นพลาสติกพร้อมโลโก้ JBL มีขอบเป็นยางยืดหยุ่น ปิดสนิท ไม่มีช่องให้น้ำรั่วซึม และแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน ต่างจากรุ่น Charge ที่เป็นเพียงช่องตะแกรงสำหรับขับเบส

JBL Charge 2+ มีไมโครโฟนในตัว สามารถรับโทรศัพท์ เพื่อพูดคุยผ่านลำโพงตัวนี้ได้
มาดูด้านบนของตัวเครื่องกันบ้าง ด้านบนจะพบกับปุ่มคำสั่งต่างๆ ได้แก่ ปุ่มปิด-เปิด, ปุ่มเปิดการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Bluetooth, ปุ่มเพิ่ม-ลดความดัง, ปุ่ม Social Mode และ ปุ่มการโทรแบบ Hand Free แผงคำสั่งมีผิวสัมผัสเป็นยางเรียบๆ มีไฟ LED คอยแสดงถึงการใช้งานฟังก์ชั่นนั้นๆ รวมถึงไฟ LED สำหรับบอกปริมาณแบตเตอรี่อีกด้วย ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยว่าแบตใกล้หมดหรือเปล่า

แม้ฟีเจอร์หลักของ Charge 2+ จะเป็นเรื่องกันน้ำ แต่กันได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะช่องเชื่อมต่อด้านหลังไม่สามารถกันน้ำได้
ช่องเชื่อมต่อจะอยู่ทางด้านหลังของตัวลำโพง มีช่องเสียบ Micro USB สำหรับชาร์จไฟ ช่องเสียบขนาด 3.5 มม. สำหรับเชื่อมต่อกับหูฟัง และช่องเสียบ USB สำหรับเป็นแหล่งจ่ายไฟ เหมือนเป็นแบตเตอรี่สำรองสำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์อันโดดเด่นของ Charge 2+เลย

อุปกรณ์ที่แนบมาด้วยมีสีส้มจี๊ดบาดใจ โดนเด่นสวยงาม สาย Micro USB ซึ่งชาร์จนั้น มีความเหนียวแน่นทนทานเป็นอย่างดี
อุปกรณ์ที่ให้มาด้วยในชุด จะมีคู่มือการใช้งาน สาย Micro USB และหัวอะแดปเตอร์แบบต่างๆ มีถึง 4 แบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแบบหัวแบนตรง 2 ขา, แบบหัวแบนเฉียง 2 ขา, แบบหัวกลม 2 ขา และสุดท้ายแบบหัวเหลี่ยม 2 ขา
Features – ลูกเล่น

ด้วยลูกเล่นการกันน้ำของ JBL Charge 2+ จึงทำให้ลำโพงรุ่นนี้ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ฮอตฮิต ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
มาถึงด้านฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ของเจ้าJBL Charge 2+ กันแล้ว สิ่งที่ต้องพูดถึงเป็นอย่างแรกแลยคือฟีเจอร์หลักที่เพิ่มเติมมาจากรุ่น Charge 2 กลายมาเป็นรุ่นพลัสคือ “การกันน้ำ” นั่นเอง ลำโพงตัวนี้สามารถกันน้ำได้ จะใช้งานกลางแจ้งท่ามกลางสายฝนปรอยๆ หรือจะใช้งานช่วงสงกรานต์ โดนน้ำกระเด็นใส่ ก็ยังพอไหว เพราะถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้ในระดับทั่วไป แม้ตัวเครื่องซีลปิดสนิทไม่รั่วซึม แต่ช่องเชื่อมต่อด้านหลังเครื่อง ไม่มีสิ่งใดปกปิดและไม่สามารถกันน้ำได้ จึงกันได้เพียงระดับหนึ่ง

ฟีเจอร์ตัวต่อไปคือฟังก์ชั่น Social Mode หากคุณเคยประสบปัญหาการแย่งกันเปิดเพลงผ่านสัญญาณ Bluetooth แล้วล่ะก็ ไม่ต้องยุ่งยากผลัดกันเชื่อมต่ออีกแล้ว เพราะโหมดนี้ จะทำให้ Charge 2+ รองรับการเชื่อมสัญญาณ Bluetooth ได้พร้อมกันถึง 3 เครื่อง สมาร์ทโฟนที่ถูกเชื่อมต่อเครื่องไหนเปิดเพลง ตัวลำโพงจะขับเสียงของเครื่องนั้น โดยจะเป็นเครื่องที่กดเล่นเพลงเครื่องล่าสุดที่ถูกขับเสียงออกมา ลดความวุ่นวายในการใช้งาน ซึ่ง Charge 2+ สามารถรับการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ได้ไกลมากถึง 10 ม. เลยทีเดียว

สายชาร์จมีความยาวพอสมควร ไม่ต้องพก Power Bank อีกต่อไป JBL Charge 2+ เครื่องเดียวอยู่!!!
และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ กับฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้งานชาร์จแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนได้จากลำโพงเครื่องนี้ เปรียบเหมือนแบตเตอรี่สำรองเลยก็ว่าได้ ซึ่งแบตเตอรี่ของ JBL Charge 2+ เป็นชนิด Lithium-ion Polymer 3.7V มีความจุถึง 6,000 mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 12 ชม. หมดกังวลเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ทั้งตัวสมาร์ทโฟนและตัวลำโพง เสียบชาร์จไฟ เปิดเพลงฟังกันได้ยาวๆ
นอกจากนี้แล้วยังมีฟีเจอร์ Speaker Phone ให้ผู้ใช้งานสามารถรับและพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วยลำโพงเครื่องนี้ หากมีสายเข้าขณะเชื่อมสัญญาณ Bluetooth อยู่ เพียงแค่กดปุ่มสัญลักษณ์รูปโทรศัพท์ ก็สามารถพูดคุยด้วยบิลต์อินไมโครโฟนในลำโพงตัวนี้ได้
Sound – เสียง

ต้องขอบอกก่อนเลยว่า อย่าตัดสิน JBL Charge 2+ ที่ภายนอก เห็นหน้าตาเรียบๆ แต่ได้รับคำชมมาเพียบเลยนะ แม้แต่ตัว Charge 2+ เอง ยังยกให้เรื่องคุณภาพเสียงเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์หลัก ด้วยระบบ Passive Radiator ที่จะช่วยให้เสียงเบส หรือเสียงย่านต่ำ มีความสมจริง เพิ่มมิติของการฟังมากขึ้น โดยการทำงานของ Passive Radiator จะเป็นการสั่นสะเทือนของแผ่นไดอะแฟรม ผลักอากาศออกมา เพื่อเสริมน้ำหนักเบสให้มีน้ำมีนวล มีแรงกระแทกมากขึ้น
JBL Charge 2+ ตอบสนองต่อความถี่ตั้งแต่ 75Hz – 20kHz ในการทดสอบได้ใช้เพลงหลายประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลงนุ่มๆ เบาๆ ไปจนถึงตื๊ดๆ เบสหนักๆ เพื่อทดสอบคุณภาพของ Passive Radiator เพียงแค่เปิดเพลงแรกอย่าง Can”t Feel My Face ของ The Weeknd ซึ่งเป็นเพลงที่โดดเด่นในเรื่องของเสียงเบสหนึบๆ และเสียงสังเคราะห์หลากหลาย
ทันทีที่เพลงขึ้นมาก็ต้องอุทานว่า “ว้าววว!!” กันแล้ว สิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือเสียงและน้ำหนักของเบสที่ถูกขับออกมาจากด้านข้าง 2 ฝั่ง รู้สึกได้ถึงมวลเสียง ความมีตัวตนของย่านเบส ต่างจากลำโพงหลายตัวที่เมื่อได้ฟัง แม้ได้ยินเสียงเบส แต่สัมผัสไม่ได้ถึงมวลของเบส ซึ่งสิ่งนี้แหละ ที่ทำให้ต้องอุทานออกมาเลย

อัลบั้มเพลงที่ใช้ทดสอบหลัก มีความแตกต่างและความโดดเด่นในย่านเสียงแต่ละย่านไม่เหมือนกัน เช่น วง 21 Pilots วงสไตล์ฮิปฮอปอิเล็กทรอนิกส์ JBL Charge 2+ ให้เสียงเบสที่ “ตึ๊บ” จริงๆ ฟังสนุกจนต้องโยกตาม หรือจะวงร็อกฮาร์ดคอร์ Saosin ที่เน้นโทนเสียงแหลม ลำโพงตัวนี้ก็ไม่ง้องแง้ง ให้เสียงชัดเต็มทุกอณู ไม่บาดหูแต่อย่างใด เล็กพริกขี้หนูมากๆ
หลังจากทดลองฟังหลายๆ ประเภทแล้ว JBL Charge 2+ ให้คุณภาพเสียงไม่ธรรมดาจริงๆ เนื้อเสียงย่านกลางและย่านแหลม มีความแข็งแรง คมชัด อย่างเพลง Don”t Let Me Down ของ The Beatles ที่ถูกนำมาทำในรูปแบบความละเอียดสูง ตัวเพลงเน้นเสียงพร่าๆ ของกีตาร์ ตัดกับเสียงเบสสไตล์วินเทจที่มีความกระด้างเล็กน้อย Charge 2+ เก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วงเสียงประสานนั้น มีความชัดเจน ถูกใจนักฟังประเภทชอบเก็บรายละเอียดแน่นอน

ดีไซน์เรียบง่ายแฝงความเท่ ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ความสูงพอๆ กับสมาร์ทโฟนเลย
สำหรับการทดลองฟังในที่โลงแจ้งและมีเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อม เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้ แต่เล็กพริกขี้หนู ให้พลังเสียงในระดับดีเกินขนาดตัวเลยทีเดียว ขอบเขตเสียงค่อนข้างไกล น้ำหนักเสียงอาจมีแห้งหายไปเล็กน้อย แต่ก็สู้กับเสียงภายนอกได้เป็นอย่างดี เอาไปใช้ปาร์ตี้ในสถานที่โล่งได้อย่างไม่ผิดหวัง ไม่ต้องกลัวน้ำกันเลย หากอ่านแล้วยังไม่เห็นภาพ เชิญดูคลิปทดสอบคุณภาพที่ไม่ใช่แค่ด้านเสียง ด้านล่างนี้เลย…
Conclusion – สรุป

บทสรุปของ JBL Charge 2+ นั้น ขอให้ข้อสรุปง่ายๆ เลยว่า “เยี่ยมมาก!!!” ขึ้นชื่อว่าลำโพงพกพาแล้ว ถ้าไม่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานรูปแบบต่างๆ ก็คงไม่ต่างอะไรจากลำโพงบ้านๆ ทั่วไป ที่ต้องคอยดูแลรักษาจนรู้สึกลำบาก ไม่ค่อยอยากพกออกจากบ้านกันเลย แต่ไม่ใช่กับ Charge 2+ ด้วยคุณสมบัติการกันน้ำของเจ้าตัวนี้ เหมาะสำหรับงานเลี้ยงปาร์ตี้หรืองานนอกสถานที่จริงๆ ถึงจะกันน้ำได้เพียงระดับหนึ่งก็ตาม ไม่ต้องคอยกังวลลำโพงเสียหาย จนเหมือนคนขี้ระแวง
และเรื่องเสียงนั้น หากได้ดูคลิปกันแล้ว คงจะพอรับรู้ถึงคุณภาพเสียง JBL Charge 2+ สร้างความประทับใจในการฟังได้ดีมาก ด้วยฟีเจอร์ Passive Radiator ที่ให้เสียงเบสมีน้ำหนักอิ่มเอิบ เสียงย่านอื่นๆ ก็เก็บรายละเอียดเสียงได้อยู่หมัด ไม่ผิดหวังหรือทำให้รู้สึกเสียดายเลย ทั้งยังฟังสนุกแม้อยู่ในสถานที่โล่งแจ้ง เสียงไม่กลืนหายไปกับเสียงแวดล้อมมากเท่าไรนัก และด้วยความจุแบตเตอรี่ ขนาด 6,000 mAh ที่ฟังได้ถึง 12 ชม. แถมสามารถใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรอง สามารถใช้งานกันได้ยาวๆ ทั้งตัวลำโพง ทั้งสมาร์ทโฟน ชนิดข้ามคืนทีเดียว
ข้อดีของ JBL Charge 2+
1. กันน้ำได้ระดับทั่วไป จึงใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น
2. ด้วยความสามารถของ Passive Radiator ทำให้ Charge 2+ มีมิติเสียงในการฟังที่ดีเยี่ยมเลย
3. มีความจุแบตเตอรี่มากถึง 6,000 mAh ใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมง และยังใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองให้สมาร์ทโฟนได้อีก
ข้อเสียของ JBL Charge 2+
1. ช่องเชื่อมต่อไม่สามารถกันน้ำได้ แม้จะกันน้ำหนักๆ ไม่ได้ แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว
ขอขอบคุณ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ที่เอื้อเฟื้อสินค้าในการทดสอบครั้งนี้
สนใจสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด เลขที่ 46 ถ.สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-256-0020-9