Skip to content
|

แรงไม่หยุด !!! รีวิว ACER H5370BD DLP Projector (3D) เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น “โรงภาพยนตร์”

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 21 Jan 2022 0 comments

สำหรับ “โปรเจคเตอร์” ตัวแรกที่ทางทีมงานได้รีวิวไปนั้น ก็ถือว่ามีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีนะครับ เนื่องด้วยความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานด้าน “ภาพ” ในปัจจุบัน มีความอยากที่จะสัมผัสการแสดงผลผ่านจอภาพที่ใหญ่ขึ้น ( แน่นอนว่าใหญ่กว่า LED TV ขนาด 40 นิ้ว 55 นิ้ว หรือแม้กระทั่ง 60 นิ้ว ) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์  เลยเป็นที่มาของ Acer Projector รุ่น H5370BD รุ่นนี้ ที่อยู่ในหมวดหมู่ของ Essential Home Entertainment ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการดูหนังได้เป็นอย่างดี ผนวกกับราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยากกับการปรับตั้งเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้บ้านของคุณกลายเป็น “โรงภาพยนตร์” ได้เลยล่ะครับ เกริ่นกันมาขนาดนี้ หลายท่านคงอยากจะทราบแล้วว่าโปรเจคเตอร์ตัวนี้มีดีอะไร ขอเชิญรับชมได้เลยครับ

ACER H5370BD ราคา 25,900 บาท
Promotion พิเศษ!! แถมแว่น 3D จำนวน 2 อันและ สกรีนขาด 70”x70” 1 อัน

ดีไซน์

เริ่มแรกนั้นมาดูในด้านตัวบรรจุภัณฑ์ของโปรเจคเตอร์ Acer H5370BD กันก่อนดีกว่า ซึ่งโดยรวมแล้ว ต้องบอกว่าทาง Acer ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งตัวกระเป๋าใส่เครื่องและยังรองด้วยอุปกรณ์กันกระแทกอีกชั้น เรียกว่าเป็นหนึ่งในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่ทาง Acer ใส่ใจกับผู้บริโภค ด้านตัวเครื่องเป็นสีขาวแบบ High Gross พร้อมรูระบายอากาศรอบๆ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดความร้อนสะสม น้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.4 Kg. ถือว่ากำลังดีมีความมั่นคงขณะตั้งใช้งานครับ

กระเป๋าใส่ตัวเครื่องป้องกันการกระแทก

แผงปุ่มควบคุมด้านบนตัวเครื่อง

ด้านหน้ามีตัวเลนส์พร้อมหมุนปรับโฟกัสได้

ปุ่มปรับระยะ ( Zoom ) ที่ด้านบน

ช่องต่อด้านหลังทั้งหมด

ใต้เครื่องมีฐานรองทั้งหมด 3 ขา เป็นยาง ( ช่างภาพของเราท่าน Boomerang กลัวเครื่องจะเป็นรอย เลยนำผ้าไมโครไฟเบอร์มารองไว้ อิอิ )

อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง มีรีโมท , คู่มือ , สายไฟ และสาย VGA

ช่องต่อ

ในส่วนของช่องต่อ Acer H5370BD ที่น่าสนใจคือช่อง HDMI Input ที่มี 2 ช่องด้วยกัน สามารถรองรับการใช้งานเชื่อมต่อแบบ MHL หรือ Mobile High-Definition Link ที่สามารถนำหน้าจอมือถือเข้ามาแสดงผลได้ทันที ในด้านการจ่ายไฟให้ตัวเครื่องใช้ปลั๊กไฟแบบ 3 ขา (IEC) สามารถถอดเปลี่ยนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ได้ รวมถึงช่องสัญญาณภาพอื่นๆเช่น S-Video , Component , Composite หรือ D-Sub ถือว่าโดยรวมให้มาครบครันทีเดียว ในด้านเสียงก็มี 3.5 mm Audio Jack ( In ) ในกรณีที่ต้องการให้เล่นเสียงผ่านลำโพงในตัวเครื่อง ก็พอใช้งานได้ในระดับหนึ่ง

ภาพ

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำสเปคของ Acer H5370BD ก่อนครับ ตัวนี้เป็น DLP Projector หรือ (Digital Light Processing) แน่นอนว่าเหมาะสมกับการนำมารับชมภาพยนตร์ 2 มิติทั่วไปและ รวมไปถึงการรองรับไฟล์แบบ 3 มิติ ( 3D แบบ Active ) ซึ่งคุณภาพเหนือกว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้ในการนำเสนองานตามบริษัทหลายเท่านัก ความละเอียดของตัวเครื่อง Acer H5370BD อยู่ที่ 1280 x 720 ( Native Resolution ) ที่อัตราส่วน 16:9 Wide Screen และในด้านความสว่างก็ถือว่าสู้แสงภายนอกได้ดีในระดับหนึ่งครับคือ 2500 ANSI Lumens

สำหรับการปรับตั้งโปรเจคเตอร์นั้นจะมีระยะที่เหมาะสมอยู่ดังภาพด้านบนนี้ ซึ่ง Acer H5370BD สามารถขยายใหญ่สุดได้ถึง 300 นิ้ว ที่ระยะ 10.3 เมตร แต่ที่เราใช้ทดสอบกันคือ 90 นิ้ว จะอยู่ที่ระยะประมาณ 3.1 – 3.2 เมตร ครับ น่าจะเป็นระยะที่พอเหมาะกับห้องโฮมเธียเตอร์ตามบ้านทั่วๆไป วิธีการติดตั้งก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ตั้งตัวเครื่องไว้ใน “ระยะฉาย” ที่เหมาะสมแล้วทำการปรับวงแหวนซูมเข้าออกที่หน้าเลนส์ให้พอดีกับหน้าจอ ( Screen ) และสุดท้ายคือปรับโฟกัสให้แสดงผลได้คมชัด ส่วนระนาบของการติดตั้งนั้นสามารถแขวนผนังคือตั้งขนานไปกับหน้าจอได้ ( มีโหมดให้เลือกปรับในตัวเครื่อง ) และแม้ว่าการติดตั้งจะไม่สามารถวางได้พอดีแบบ เป๊ะๆ แต่ฟังก์ชั่นที่ช่วยในการปรับอย่าง Keystone ก็บรรจุมาในเครื่องนี้ด้วยเช่นกัน สามารถตั้งเป็น Auto เครื่องจะทำการปรับให้โดยอัตโนมัติเลยครับ

ฟังก์ชั่น Keystone ที่สามารถปรับมุมมองของจอโปรเจคเตอร์ ให้ไม่ผิดเพี้ยน

โหมดภาพต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้งาน

การเลือกใช้งานของโหมดภาพต่างๆนั้น มีให้เลือกเช่นเดียวกับ LED TV ปกติทั่วไป ถ้าเดิมๆจากโรงงานผมแนะนำโหมด USER ก็ถือว่ามีสีสันใช้ได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าข้อจำกัดคือต้องดูในห้องที่มืดสนิทเท่านั้น เพื่อคุณภาพที่จะแสดงออกมาเต็มศักยภาพของตัวเครื่อง

Pre-Calibration
ค่าจากโหมด USER ก่อนทำการปรับภาพ

ลองปิดฟังก์ชั่น Brilliant Color ดูบ้าง ระดับ RGB Balance ดีกว่าตอนเปิดใช้งานในกราฟแรก

Post Calibration หลังจากปรับภาพในโหมด USER แล้ว ถือว่ามีความเที่ยงตรงพอสมควรทั้งค่าสีและระดับ White Balance สรุปว่าควรปิดฟังก์ชั่น Brilliant Color ไว้จะดีกว่า

ลองทดสอบดูเรื่อง Fast Five สัมผัสแรกที่ผมรู้สึกคือการนั่งดูที่บ้านแต่ให้อารมณ์เฉกเช่นรับชมในโรงภาพยนตร์เลยครับ เริ่มจากฉากเปิดตัวทีมีทีมรถซิ่งของพ่อหนุ่ม “ไบรอัน โอคอนเนอร์” ขับรถไปช่วย “ดอม โดมินิค โทเร็ตโต” องค์ประกอบหลายๆอย่างเช่นขนาดหน้าจอที่ใหญ่ 90 นิ้ว หรือแม้กระทั่งแนวภาพที่ดู “นุ่มนวล” ช่วยเสริมแต่งให้อินไปหนังมากขึ้นอีก จนพาลทำให้คิดว่า “รู้งี้ไปซื้อมาดูตั้งนานแล้ว” และอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เลยคือ แม้จะเป็น DLP Projector ที่ความละเอียดระดับ HD 720p แต่ความคมชัดนั้นก็ยังคมอยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างประหลาดใจครับ (นี่ถ้าเป็น 1080p คงจะคมกริบกว่านี้หลายเท่า)

นั่งดู Fast Five รอบนี้ มันส์กว่าดูจาก LED ปกติ

ฉากไล่ล่า ได้อารมณ์ทีเดียว

ผ่านมาอีกเรื่องที่หยิบมาทดสอบคือ The Avenger หนังแนวซูปเปอร์ฮีโร่ ขวัญใจเด็กแนว เรื่องนี้โดยรวมแล้วเป็นหนังที่มีฉากค่อนข้างสว่างรวมถึงสีสันของทั้งตัวละครและฉากแอ็คชั่นที่ยิงกันดุเดือด พอมาดูกับ Acer H5370BD ตัวนี้แล้วก็ยังคงความถูกต้องของสีผิวตัวละครอยู่ ไม่ได้ติดอมแดง หรืออมเหลืองแต่อย่างใด ส่วนเรื่องภาพเคลื่อนไหว เวลาเจอฉากแพนกล้องก็ยังทำได้ดีครับถือว่าเหนือกว่ารุ่น P1340W รุ่นที่คุณชานมเคยรีวิวไปซะด้วย

ฉากนี้ ดร.แบนเนอร์กำลังแปลงเป็นยักษ์เขียว

สำหรับเรื่องถัดมา เราจะมาดูรายละเอียดในที่มืดกันบ้างครับ โดยอ้างอิงจาก Journey 2 ฉากเล่นอูคูเรเล่ ถือว่าทำได้ดีเกินคาด รายละเอียดพวกต้นไม้ใบหญ้าก็ถือว่าสว่างพอควร จุดสังเกตอีกที่หนึ่งคือตามรอยพับของเสื้อ ถ้าเป็นทีวีบางรุ่นหรือโปรเจคเตอร์ระดับล่างๆ จะมองไม่เห็นเลยครับ คือดำจมหายไป กลืนเป็นผ้าชิ้นเดียวไปเลย

รายละเอียดในที่มืดที่ทำได้ค่อนข้างดี

สำหรับ “ความดำ” ของภาพนั้น ถือว่าดำในระดับหนึ่งครับ ทั้งนี้ต้องพิจารณาองค์ประกอบที่ช่วยส่งเสริมความดำด้วยอีกทางก็คือตัว “จอ” ถ้ายิ่งได้จอที่มีคุณภาพดี ก็ช่วยในจุดนี้ได้เยอะ ฉะนั้นถือว่านี่คือโปรเจคเตอร์ระดับกลางที่มีคุณภาพต่อราคาที่คุ้มค่าทีเดียว

ดูหนัง 3D บ้าง Cloudy with a Chance of Meatballs

Acer H5370BD รุ่นนี้สามารถตอบสนองการเล่นไฟล์ 3D ได้ครับ ซึ่งเป็นประเภท Active ตัวแว่นสามารถใช้แบบเดียวกับรุ่น P1340W และ H7532 ได้ ทดสอบดูในฉากที่ลูกอมตกจากท้องฟ้าก็ถือว่ามีมิติในเชิงลึกดีครับ แต่ถ้าเอาลอย ก็ยังไม่ได้ลอยออกมาแบบหวือหวา เรียกได้ว่าพอแยกมิติแต่ละชั้นของวัตถุได้พอประมาณ ที่สำคัญคือตัวแว่นนั้นออกจะกระพริบซักเล็กน้อย และเมื่อเราใช้งานในโหมด 3D ภาพโดยรวมจะมีความสว่างลดลงเล็กน้อย

ดูในห้องมืดๆนั้น ให้มิติที่อยู่ในระดับปานกลาง

ภาพ

มาดูอัตราส่วนของจอภาพกันบ้าง โดยปกติแล้วผมจะทดสอบดูว่าตัวเครื่องสามารถแสดงภาพได้ครบถ้วนและตรงตามพิกเซลหรือไม่ โดยใช้แพทเทิร์นจากแผ่น DVE ( Digital Video Essentials ) เป็นเครื่องวัด ซึ่งโหมดที่มีให้เลือกคือ  Auto , 4:3 , 16:9 , และ L.Box  ทดสอบจากโหมด 16:9 แสดงผลได้เต็มอัตราส่วน ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งถูกคร็อปหายไป แนะนำโหมดนี้ครับสำหรับดูหนัง Blu-ray

ตัวอย่างอัตราส่วนภาพในโหมดต่างๆ

ทดสอบต่อคอมพิวเตอร์ดู โดยคง Ratio ไว้ที่ 16:9 กับ Resolutio 1280 x 720 ตัวอักษรชัดเจน ดังนั้นจะนำไปใช้นำเสนองานก็ได้เหมือนกันนะเอ้อ !

Wall Color คือการปรับชดเชยสีของภาพฉาย ให้แม็ตช์เข้าสภาพสีของพื้นหลัง (ผนัง) ยกตัวอย่างเช่นผนัง เป็นสีโทนฟ้า ก็จะปรับสีภาพที่แสดงให้ชดเชยสมดุลกันในระดับหนึ่ง เรียกได้ว่าการใช้งานจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

สามารถปรับ Color Temperature ได้ จากตัวเลือก ปรับได้ละเอียด 2 ช่วง คือ Gain และ Offset แต่จากผลการทดสอบพบว่า Gain ปรับแล้วไม่เกิดผลใดๆ

รวมถึง Advanced Color Management ที่รองรับการปรับภาพในระดับสูง จุดนี้เองที่ทำได้โดดเด่นกว่ารุ่นเล็ก P1340W

ตัวอย่าง Screen Capture นำมาใช้เป็นภาพระหว่าง No Signal

สำหรับ Acer H5370BD มีความสามารถในการ Capture หน้าจอจากฉากที่กำลังแสดงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหนัง Blu-ray หรือต่อมาจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งเมื่อ Capture มาแล้ว จะอยู่ในภาพระหว่างพักหน้าจอ หรือหน้า No Signal นั้นเอง

ทดสอบเล่นเกมส์ Call of Duty

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่หลายคนไม่ค่อยได้สัมผัสคือการเล่นเกมส์ผ่านขนาดหน้าจอใหญ่ๆ ซึ่งสำหรับผมแล้วมันช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้มากมายจริงๆ ยิ่งเทียบกับหน้าจอ 32 นิ้วหรือ 40 นิ้วจาก LED TV ยิ่งเห็นความต่างชัดเจน ภาพเคลื่อนไหวก็ถือว่าใช้ได้เลยครับ (อ้างอิงจากเกมส์ที่ความละเอียด 720p) ดังนั้นใครที่ตั้งใจเอามาเล่นเกมส์คอนโซลอย่าง PlayStation 3 หรือ XBox 360 ก็ถือว่าเหมาะสมทีเดียว

ยิงกันสะบั้นหั่นแหลก

จุดที่น่าสังเกตอีกจุดหนึ่งก็คือระยะของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์กับเครื่องเล่นที่ส่วนมากแล้วจะตั้งไว้ห่างกันพอสมควร ดังนั้นจึงควรเลือกใช้สาย HDMI ที่มีความยาวตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป เพื่อความสะดวกในการใช้งานและเก็บสายเข้าผนังอย่างเรียบเนียน แน่นอนว่าทีมงานคงต้องแนะนำสายคุณภาพสูงจาก LCDTVTHAILAND นั่นก็คือ JERICHO ยาว 10 เมตรครับ รับรองว่าภาพติด เสียงออก มาเต็มแน่ๆครับ

สรุป

ACER H5370BD ราคา 25,900 บาท
Promotion พิเศษ!! แถมแว่น 3D จำนวน 2 อันและ สกรีนขาด 70”x70” 1 อัน

ผมเชื่อว่ายังมีหลายๆท่านที่คิดว่าการหันมาใช้ Projector ต้องการงบประมาณที่สูงมากๆ และต้องถอดใจกันไป แต่ในปัจจุบันนี้ การที่จะหันมาเล่น Projector นั้น เพียงแค่มีพื้นที่ในระดับหนึ่งสำหรับติดตั้งจอฉาย บวกกับตัวเครื่องราคา 2-3 หมื่นบาทซักเครื่อง ก็ทำให้เราสัมผัสประสบการณ์เฉกเช่นโรงภาพยนตร์ที่บ้านได้แล้ว อีกทั้งคุณภาพก็เรียกได้ว่า “ไม่ธรรมดา” ไหนจะรองรับการเล่นแบบ 3D อีกด้วย ตัวผู้เขียนรีวิวก็อยากให้หลายๆท่านได้ลองสัมผัสดูบ้างครับ ไม่แน่ท่านอาจจะหลงรักในตัว Projector เหมือนผมก็เป็นได้ ทั้งนี้ตัว Acer H5370BD ก็ถือเป็นรุ่นระดับกลางที่เหมาะสมมากๆ สำหรับผู้ที่อยากจะลองเปลี่ยนจาก LED TV มาเป็น Projector หรืออัพเกรดจาก Projector ที่ใช้นำเสนองานทั่วไปมาเป็นระดับ Home Essential ด้วยระดับราคาที่ไม่เจ็บตัวมากนัก บวกกับคุณภาพคับแก้ว ก็ต้องขอเชียร์ตัวนี้เป็นพิเศษเลยครับ คอนเฟิร์มเลย !!

ข้อดีของ Acer H5370BD
– คุณภาพของภาพโดยเฉพาะโหมดจากโรงงาน (User) อยู่ในเกณฑ์ดีมาก และยังรองรับการปรับแต่งละเอียดเพิ่มเติมเพื่อใช้อ้างอิงอย่าง White Balance และ CMS
– ภาพเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ
– ช่องต่อ HDMI Input มี 2 ช่อง รองรับการใช้งาน MHL ด้วย
– ชัตดาวน์ได้รวดเร็วแทบไม่ต้องรอ

ข้อเสียของ Acer H5370BD
– White Balance ที่ควรปรับได้ทั้ง 2 ช่วง แต่เมื่อปรับแล้วพบว่าให้ความเปลี่ยนแปลงเพียงช่วงเดียว (Offset) ผลลัพธ์จึงยังไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์
– แว่น 3 มิติยังมีการกระพริบอยู่บ้าง เวลารับชมภาพ 3D และมิติภาพยังไม่ถึงกับหลุดลอยออกมามาก
– ไม่มีขาปรับระดับสูงต่ำด้านหน้า แต่ถ้าใช้แขวนก็ไม่มีปัญหาใดๆครับ
– รีโมตคอนโทรลไม่สามารถเรืองแสงในที่มืด

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้