Skip to content
|

โอปป้าสะเทือน! รีวิว 43X8000D ตัวเดียวมีครบจบทุกอย่าง 4K HDR Android TV

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 27 Jan 2022 0 comments

แบรนด์ Sony ในตอนนี้กลับมารุกตลาดทีวีหนักหน่วงมาก มีไลน์อัพสินค้าตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ไปจนถึงระดับกลาง และท็อปสุดซึ่งอัดเทคโนโลยีทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียว แต่แน่นอนว่าการที่ทีวีระดับท็อปมีความขีดสุดแทบทุกด้าน จึงทำให้ราคาของมันพุ่งไปจนใครหลายคนจับต้องไม่ได้ ทว่าทีวีที่ทุกคนกำลังจะได้อ่านกันต่อไปนี้ เป็น 4K TV ซีรีส์เริ่มต้น ที่มีเทคโนโลยีชั้นนำหลายอย่างเหมือนกับตัวท็อปเลยทีเดียว

สเปคเบื้องต้น 43X8000D

Size : 43″
Resolution : 4K (Ultra HD) 3840×2160 HDR
Backlight : EdgeLED
Interface

      – HDMI x 4
      – USB 2.0 x 2, USB 3.0 x 1
      – Optical Digital

OS : Android 6.0 
Wi-Fi Built-in
Price : 29,490 บาท

 

ดีไซน์

43X8000D มีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ลงตัว กรอบทีวีมีความบางตามสมัยนิยมแทบไม่น่าเชื่อว่ารุ่นเริ่มต้นจะทำได้ดีขนาดนี้ ขอบด้านข้างตัดด้วยสีเงินตีเป็นแนวยาวทำให้ดูโดดเด่น ไล่มาจนถึงบริเวณด้านล่างตรงกลางจะมีโลโก้ Sony พร้อมกับไฟแสดงสถานะ ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Sony TV รุ่นใหม่ ที่ทุกรุ่นจะต้องวางไว้ตรงนี้ ตัวจอทีวีจะเชื่อมต่อกับขาตั้งที่มีรูปทรงตัว U สีเงินโดดเด่น พื้นผิวเป็นลักษณะโละหะขัด ส่วนด้านหลังก็เรียบๆ ครับ เป็นผิวด้าน ช่องต่อจัดวางมาอย่างดี และใส่มาเต็มมากๆ เพราะปกติแล้วรุ่นเล็กๆ จะมี HDMI แค่สามช่อง แต่นี่ให้มาถึง 4 ช่อง

โลโก้ BRAVIA บริเวณมุมซ้ายบน

ขาตั้งลักษณะทรงตัว U โลหะขัดแต่ไม่เงา ออกด้านๆ

ด้านข้างจะมีเส้นสีเงินตัดขอบดูโดดเด่น

ด้านหลังของ 43X8000D

ปุ่มฮาร์ดคีย์ครับรุ่นใหม่ทำมาเล็กลง สามารถเลือกฟังก์ชันต่างๆ เช่นเพิ่มลดระดับเสียง, เปลี่ยนช่อง ได้ด้วยปุ่มกลาง (รูป Power)

แผงช่องต่อด้านข้าง

ช่องต่อทั้งหมดของ 43X8000D

  1. Component
  2. Optical Digital Audio Out
  3. HDMI x 4
  4. USB 2.0 x 2
  5. USB 3.0
  6. Audio Out
  7. Video In
  8. Ethernet (LAN)
  9. Antenna

รีโมทของ 43X8000D มีปุ่มลัดเข้า Google Play และ Netflix ได้ทันที

 

อย่างที่เกริ่นบอกไปคร่าวๆ แล้วในตอนต้นว่ารุ่นนี้แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ก็อัดเทคโนโลยีมาแน่นคับจอ เริ่มจากความละเอียดภาพสูงสุด 4K (3,840 x 2,160) รองรับเทคโนโลยี HDR ที่สามารถแสดงศักยภาพด้านความสว่าง และความมืดได้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายมีระบบแทรกเฟรมภาพที่ช่วยจัดการเรื่องภาพเคลื่อนไหว ซึ่งช่วงแรกของการทดสอบผมอยากจะดูเรื่องความแตกต่างในเรื่องของภาพกันก่อนเลย เพราะต้องเข้าใจด้วยว่าขนาดทีวี 43” มันจำเป็นไหมที่จะต้องความละเอียดภาพสูงถึง 4K?

ถึงแม้ว่าภาพความละเอียดแบบ 4K จะเห็นอย่างชัดเจนบนทีวีขนาด 50” ขึ้นไป ทว่าสำหรับทีวีขนาดเล็กก็ใช่ว่าจะไม่มีความหมาย เพราะอย่าง 43X8000D เครื่องนี้ ผู้ใช้ก็สามารถรับชมทีวีได้ใกล้มากขึ้น ไม่เห็นเม็ดพิกเซลเหมือนกับจอความละเอียด Full HD TV และนี่ถือเป็นคำตอบของคำถามด้านบนครับ ช่วงแรกเปิดทดสอบกับภาพยนตร์เรื่อง Kingsman : The Secret Service ทดสอบเรื่องภาพเคลื่อนไหวกันก่อนเพราะตามปกติแล้วถ้าเป็นจอเล็กความละเอียด Full HD ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่พออัพเป็นความละเอียด 4K ก็ต้องมาใส่ใจกันมากขึ้น เท่าที่ผมได้ดูตอนฉากสุดท้ายที่พระเอกไล่ยิงตัวประกอบ และบู๊กับตัวร้าย Gazelle มีให้เห็นความเหนื่อยล้าอยู่บ้างถ้าไม่เปิดตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหว (Motion Flow) ดังนั้นผมขอแนะนำว่าให้เปิดฟีเจอร์นี้ไว้ในระดับ Standard ก็จะได้ภาพเคลื่อนไหวที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ลื่นจนเวียนหัว และไม่สะดุดจนหกล้ม

บู๊กันมันมากฉากนี้ อย่าลืมเปิด Motion Flow เป็นระดับ Standard ด้วยล่ะ บู๊กันมันมากฉากนี้ อย่าลืมเปิด Motion Flow เป็นระดับ Standard ด้วยล่ะ

สไตล์ภาพของ Sony ขึ้นชื่อลือชาอยู่แล้วในเรื่องของความเป็นธรรมชาติ สมจริง ซึ่งตัวที่ได้รับมาทดสอบนี้ก็ได้รับการสืบทอดสไตล์ภาพมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงแม้จะเลือกโหมดภาพอัตโนมัติที่ยังไม่ได้ปรับแต่งใดๆ ก็ได้สีสันอิ่ม เป็นธรรมชาติ ในจุดนี้คงต้องขอบคุณเทคโนโลยี Triluminos ที่ใส่มาให้ในรุ่นนี้ด้วย โดยโหมดภาพที่ผมขอแนะนำเลยก็คือ CinemaPro หรือ CinemaHome โหมดภาพทั้งสองนี้ให้อุณหภูมิสีที่ใกล้เคียงกันแต่จุดที่แตกต่างคือระดับของความสว่าง และรายละเอียดในที่มืดซึ่งในโหมด CinemaHome จะทำได้ดีกว่า

และนอกจากเทคโนโลยีสีสัน Triluminos แล้ว รุ่นนี้ยังรองรับเทคโนโลยี HDR เทคโนโลยีที่ขุดเอาศักยภาพด้านความสว่าง และความมืดของทีวีมาแสดงกันแบบถึงขีดสุด แผ่นบลูเรย์ที่ผมได้ใช้ทดสอบก็ไม่พ้นเรื่อง Batman VS Superman : Dawn of Justice ใช้ฉากช่วงที่เหล่าฮีโร่กำลังสู้กับตัวร้ายดูมส์เดย์ ฉากนี้จะมีแสงสีเขียว ส้ม แสดง สว่างแวบวาบ ไปมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถสังเกตระดับของความสว่าง ไปพร้อมๆ กับความดำได้ดี ซึ่ง 43X8000D เครื่องนี้ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งภาพยังดูสะอาดตามากขึ้นด้วยเทคโนโลยีกำจัด noise ของ Sony ที่สังเกตเห็นได้ชัดขนาดนี้ก็เพราะหนังเรื่องนี้ใส่ noise มาเยอะครับ

ฉากนี้ที่สู้กับดูมส์เดย์สีสันมาเต็มมากแสงแวบวาบ สีเขียว แดง ส้มเต็มไปหมด อีกทั้งยังทดสอบเรื่อง HDR ได้ดี

สุดท้ายแล้วพระเอกเราก็นอนอย่างสงบ…

ข้อเสียที่สุดในเรื่องภาพของทีวีรุ่นนี้คือระบบอัพสเกลภาพที่ทำได้ดีจนเกินไป บวกกับขนาดจอที่เล็ก ทำให้เวลาเปิดภาพ ผ่านจากแผ่น Full HD Blu-ray ธรรมดา กับแผ่น 4K Blu-ray แทบจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก ถ้าไม่ได้สังเกตแบบจับผิดจริงๆ ก็แทบจะมองไม่ออก ยกเว้นแต่เรื่องความสว่างในบางฉากที่พอจะแยกความแตกต่างได้ แบบนี้จะว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดี ดีหว่า? เพราะเปิดแผ่น Full HD ก็เห็นภาพคมชัดเหมือน 4K อย่างตอนที่ผมเปิดทดสอบกับเรื่อง 13Hours ทั้งที่เป็นแผ่นบลูเรย์ธรรมดาแท้ๆ แต่ดันดูคมชัดเหมือนแผ่น 4K เลย

ระบบอัพเกสลภาพดี มันก็ดีแบบนี้แหล่ะ!

หลังจากที่ดูภาพกันไปพอหอมปากหอมคอแล้วผมก็จับเจ้า 43X8000D มาให้กับนักปรับภาพมือฉมังคือคุณชานม ซึ่งแน่นอนว่าถ้าจะปรับให้เที่ยงตรงจริงๆ ย่อมไม่อาจพึ่งได้แต่สายตา จะต้องมีเครื่องไม้ เครื่องมือในการทดสอบโดยเฉพาะ  เพื่อใช้วัดค่าต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ลำดับแรกทางเราได้ทดสอบค่าอุณหูมิสีก่อน เพื่อดูว่าโหมดใดให้ค่าอุณหภูมิสีได้ดีที่สุดแม้จะไม่ปรับค่าต่างๆ ก็ตาม และเพื่อดูว่าที่ผมบอกในช่วงต้นว่าให้ใช้โหมด Cinema Pro หรือ Cinema Home มันดีจริงเหมือนที่ตาผมเห็นไหม?

โหมดภาพ Cinema Pro ก่อนปรับภาพ

โหมดภาพ Custom หลังปรับภาพ

 

จากค่าในตารางจะเห็นได้ว่ามีโหมดภาพอัตโนมัติหลายโหมดที่วัดออกมาแล้วอุณหภูมิสีค่าเฉลี่ยออกมาดีมากในระดับที่ใกล้เคียงกัน เช่น Cinema Pro, Cinema Home หรือแม้แต่ Game เป็นต้น แต่นั่นเป็นเพียงค่าที่ได้จากตัวเลข สิ่งที่ต้องดูจริงๆ คือ RGB Balance ภาพที่ถ่ายทอดออกมาว่าติดอมฟ้า อมเขียว ทำนองนี้หรือเปล่า ซึ่งหากจะให้เพอร์เฟ็กต์ คงต้องทำการปรับภาพละเอียด

ทั้งนี้เมื่อทางทีมงานลองปรับภาพแบบสุดๆ ในโหมด “Custom” แล้ว ต้องยอมรับว่า 43X8000D เครื่องนี้สามารถปรับภาพเบื้องลึกได้ค่อนข้างดี แม้ปรับได้เพียงบางจุด อย่างไวท์บาลานซ์ก็ปรับได้ละเอียดถึง 10p ผลลัพธ์จึงเที่ยงตรงมาก ส่วนการแสดงขอบเขตสี (Colour Space) ไม่สามารถไฟน์จูน CMS ได้ ทว่าก็สามารถทำได้ครอบคลุมเกิน 90% ของมาตรฐาน DCI P3 (สำหรับรุ่นนี้แนะนำให้กำหนดตัวเลือก Live Colour – High เมื่อรับชมคอนเทนต์ HDR/Wide Colour Gamut) ความลับสำคัญคงจะอยู่ที่รุ่นนี้มีเทคโนโลยี Triluminos การนำเสนอสีสันจึงทำได้ได้ครอบคลุมกว้างขวางกว่ารุ่นที่ไม่มีเทคโนโลยีนี้ 

 

เสียง

ไม่ใช่แค่เรื่องภาพ แต่ 43X8000D ก็ให้เทคโนโลยีเรื่องเสียงมาแบบจัดเต็มเหมือนกัน อย่าง DSEE ( Digital Sound Enhancement Engine ) ที่ถ้าใครจำกันได้เทคโนโลยีตัวนี้จะมีอยู่ในเฉพาะรุ่นท็อปๆ เท่านั้น ความสามารถของเทคโนโลยีตัวนี้จะไปเพิ่มคุณภาพเสียงจากแหล่งสัญญาณที่มีการบีบอัดข้อมูลมากๆ ให้มีคุณภาพดีขึ้น เช่นจากวิดีโอคอนเทนท์ ฟรีทีวีเป็นต้น

โหมดเสียงอัตโนมัติที่ให้มาในรุ่นนี้ 4 โหมด LiveFootball, Standard, Cinema, Music แต่ละโหมดให้โทนเสียงที่ไม่ต่างกันมากนัก โดยภาพรวมเสียงจะไม่เปิดกระจ่างเท่าไหร่ แต่จะได้ในเรื่องของความหนักเข้ามาแทน การกระจายเสียงอยู่ในระดับพอใช้ ไม่ได้แคบและกว้างจนเกินไปนัก ดังนั้นจึงเหมาะกับการดูหนังมากกว่าการฟังเพลงแบบจริงจัง เพราะการดูหนังจะเน้นความทุ้มหนักแน่นอน

ใครชอบโหมดไหนลองถามใจตัวเองดู!

 

เพิ่มเติม

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับระบบปฏิบัติการ Android ของ Sony ไปกันไม่มากก็น้อยแล้ว ส่วนคนที่ยังไม่รู้เป็นมือใหม่ ผมก็ขออธิบายไว้ตรงนี้เลยว่าระบบปฏิบัติการ Android บน Sony TV ทุกรุ่นนั้นเป็นระบบที่ออกแบบเพื่อใช้งานบนทีวีจริงๆ ซึ่งยูสเซอร์อินเตอร์เฟซต่างๆ จึงถูกปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงแอพพลิเคชันที่มีอยู่ใน PlayStore ก็จะถูกคัดกรองและทำใหม่เพื่อให้ใช้งานบนทีวีได้จริงๆ ดังนั้นพวกกราฟิก การควบคุมต่างๆ จึงทำได้บนรีโมททีวี หรือคุมผ่านจอย Dual Shock 4 ของ PlayStation 4 ได้เลย

เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ Android ที่อยู่บน 43X8000D เครื่องนี้เป็นเวอร์ชัน 6.0.1 ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดของระบบปฏิบัติการ Android TV ที่สามารถทำงานด้านต่างๆ ได้ลื่นไหลขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Multitasking, การเข้าถึงแอพพลิเคชันต่างๆ อีกทั้ยังสามารถดู YouTube แบบ 4K HDR ได้ ส่วนพื้นที่ในการติดตั้งแอพพลิเคชันที่ให้มาเหลืออยู่ประมาณ 7.3GB เพียงพอต่อการลงแอพฯ และเกมต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ เพราะอย่างเกมที่กินสเปค และทรัพยากรเครื่องค่อนข้างสูงอย่าง Breakneck ก็กินพื้นที่ประมาณ 200MB เท่านั้น

ถึงจะเปลี่ยนเวอร์ชันแต่หน้าตายังเหมือนเดิมนะ!

แอพพลิเคชันที่ผ่านการสร้างใหม่ และคัดมาไว้บนทีวีโดยเฉพาะ

จะเล่นเกมให้สนุกต้องต่อกับจอ Dual Shock 4 แต่ถ้าใครไม่มีก็สามารถใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมได้ครับ

เห็นกราฟิกดีงามแบบนี้เล่นบนทีวีนะครับไม่ใช่บนเครื่อง PlayStation

ภาพนี้จากแอพฯ Netflix สามารถชมความละเอียด 4K แบบสตรีมมิ่งได้เลย ภาพนี้จากแอพฯ Netflix สามารถชมความละเอียด 4K แบบสตรีมมิ่งได้เลย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแชร์ภาพ แชร์คลิปวิดีโอต่างๆ รุ่นนี้ก็สามารถตอบสนองความต่างการของท่านได้เช่นกัน ขอเพียงอุปกรณ์สมาร์ดีไวซ์รองรับการทำ Screen Mirroring เราก็สามารถส่งภาพ หรือคลิปต่างๆ ขึ้นไปแสดงบนทีวีได้ทันที แต่ข้อแม้ในการทำแบบนี้ก็คือระหว่างทีวี กับอุปกรณ์นั้นๆ จะต้องเชื่อมต่ออยู่บนเครือข่ายเดียวกันนะครับ 

สรุป

ข้อดีของ Sony 43X8000D

  1. เป็นทีวีระดับเริ่มต้นที่รวมเอาขีดสุดเทคโนโลยีเรื่องภาพในเครื่องเดียว 4K, HDR, Triluminos (Wide Colour Gamut)
  2. HDMI Input Lag ต่ำ ราว 30ms และถึงแม้จะเปิด Motionflow เพื่อแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว Input Lag ก็เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (ไม่เกิน 50ms)
  3. มีเทคโนโลยี ClearAudio+, DSEE ช่วยเพิ่มคุณภาพของเสียง (เมื่อก่อนมีเฉพาะรุ่นท็อป)
  4. ระบบปฏิบัติการ Android Smart TV 6.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด มีแอพใช้งานได้จริง รองรับ YouTube 4K HDR
  5. ราคาจับต้องได้

ข้อเสียของ Sony 43X8000D

  1. ปุ่มฮาร์ดคีย์แบบใหม่ แม้ความสามารถจะเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่ต้องกดเปลี่ยนฟังก์ชันไปเรื่อยๆ ทำให้บางครั้งเกิดความยุ่งยากได้ ถ้าเกิดว่ามันเลยฟังก์ชันที่ต้องการไป ก็ต้องมาเริ่มใหม่หมด
  2. เนื่องจากมันเป็นขนาด 43” อาจจะเหมาะเป็นมอนิเตอร์มากกว่า การติดตั้งรับชมปกติ (ที่นั่งห่างจากทีวี) อาจแยกแยะความแตกต่างภาพแบบ 4K ได้น้อย เน้นรับชมภาพยนตร์แนะนำเป็นขนาดใหญ่กว่านี้ ซึ่งในซีรีส์เดียวกันที่ใหญ่กว่ามีเพียง 49” เท่านั้น
  3. ยังไม่ได้การรับรอง UHD Premium ในการรับชม HDR จึงให้ระดับ Peak Brightness ได้ไม่สูงนัก 

Sony 43X8000D ราคาเปิดตัว 29,490 บาท

ต้องยอมรับว่าโซนี่ทำการบ้านมาดีมากสำหรับตลาดทีวีเริ่มต้นช่วง 20,000 – 30,000 บาท เพราะใส่เทคโนโลยีของค่าย และเทคโนโลยีชั้นนำมาแบบไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดสูงสุด 4K พร้อมเทคโนโลยี HDR เรื่องเสียงก็มีเทคโนโลยี DSEE ที่ช่วยปรับและเพิ่มคุณภาพของเสียงให้ดียิ่งขึ้น สมาร์ทีวีก็เป็น Android 6.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของ Android TV ที่แม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนเดิมแต่การทำงานต่างๆ ดีขึ้น อีกทั้งยังรองรับการเล่น YouTube HDR คงไม่มีเหตุผลข้อไหน ที่คุณจะไม่ซื้อ!ต้องยอมรับว่าโซนี่ทำการบ้านมาดีมากสำหรับตลาดทีวีเริ่มต้นช่วง 20,000 – 30,000 บาท เพราะใส่เทคโนโลยีของค่าย และเทคโนโลยีชั้นนำมาแบบไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดสูงสุด 4K พร้อมเทคโนโลยี HDR เรื่องเสียงก็มีเทคโนโลยี DSEE ที่ช่วยปรับและเพิ่มคุณภาพของเสียงให้ดียิ่งขึ้น สมาร์ทีวีก็เป็น Android 6.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดของ Android TV ที่แม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนเดิมแต่การทำงานต่างๆ ดีขึ้น อีกทั้งยังรองรับการเล่น YouTube HDR คงไม่มีเหตุผลข้อไหน ที่คุณจะไม่ซื้อ!

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้