Skip to content
|

ถึงไซส์จะเล็ก..แต่มีให้ครบ!! รีวิวชุดโฮมเธียเตอร์ Onkyo HT-S3700

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 22 Jan 2022 0 comments

เซ็ตโฮมเธียเตอร์ น่าจะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่หลายๆ ท่านอยากจะมีไว้ติดบ้านสักชุด เพื่อที่จะได้เสพสุขจากการดูหนังฟังเพลงได้อย่างเต็มอิ่มเต็มอารมณ์ได้อย่างใกล้เคียงกับการไปนั่งดูในโรงหนัง ซึ่งส่วนใหญ่หลายๆ บ้านมักจะได้ชุดโฮมยี่ห้อเดียวกันกับทีวีเนื่องจากพนักงานเชียร์ หรือไม่ก็มีโปรโมชั่นล่อใจ ซึ่งจริงๆ แล้ว ในระดับราคาที่เท่ากันยังมีอีกหลายตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างเช่น Onkyo HT-S3700 ชุดนี้เป็นต้น

Onkyo HT-S3700 เป็นชุดโฮมเธียเตอร์ในระบบ 5.1 แชนแนล ซึ่งคือระบบเสียงหลักที่มาในแผ่นบลูเรย์เกือบทุกแผ่นในปัจจุบัน และด้วยความที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดตัวรีซีฟเวอร์จึงมาพร้อมกับช่อง HDMI 2.0 ซึ่งสามารถรองการแสดงผลความละเอียด 4K/60Hz ได้แบบสบายๆ ที่สำคัญคือราคาค่าตัวที่เป็นมิตรสบายกระเป๋า เพราะเพียงแค่เงินไม่เกิน 20,000 ก็สามารถเป็นเจ้าของเซ็ตโฮมเธียเตอร์ชุดนี้ได้แล้ว

คุณสมบัติสำคัญของ Onkyo HT-S3700 (ราคาเปิดตัว 19,990 บาท)

  • กำลังขับรวมของระบบ 660W
  • รองรับการแสดงผลแบบ 4K/60Hz (Passthrough) ผ่านทางพอร์ต HDMI 2.0
  • สามารถอ่านไฟล์เพลงแบบ Hi-Resolution (FLAC) ที่ระดับ 24-bit/192kHz ผ่านทางช่อง USB
  • พร้อมใช้งานร่วมกับ iOS Device ผ่านทานช่อง USB
  • มีบลูทูธติดตั้งมาให้ภายในเครื่อง

Design – การออกแบบ

งานดีไซน์ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรียกว่าคงมาตรฐานมาตั้งแต่รุ่นก่อน

ด้านหลังลำโพงทุกตัวมาพร้อมกับช่องสำหรับแขวนผนัง พร้อมกับขั้วลำโพงที่ทำสีมาไม่ซ้ำกัน 5 ตัว
ซึ่งจะเป็นสีเดียวกับสายลำโพงที่แถมมาให้

ซับวูฟเฟอร์เบสรีเฟล็กซ์ที่แถมมาในชุดมีขนาดกำลังดี มาพร้อมกับไดร์เวอร์ขนาด 8 นิ้ว

ตัวไดร์เวอร์ถูกออกแบบมาให้ยิงลงพื้น โดยมีท่อเบสรีเฟล็กซ์คายลมออกทางด้านหน้า

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องก็จะมีรีโมท, คู่มือการติดตั้งเบื้องต้น, สายลำโพงและเสาอากาศสำหรับรับสัญญาณวิทยุ

รีโมทหน้าตาแบบเดิมครับไม่มีอะไรแปลกใหม่ ซึ่งส่วนตัวผมว่าน่าจะออกแบบใหม่ได้แล้ว
เพราะมือใหม่ดูแล้วงง ใช้งานยาก หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่มีจำนวนน้อยปุ่มและหน้าตาเป็นมิตรกว่า

มาดูที่ตัวรีซีฟเวอร์ที่มาในเซ็ตนี้ครับ หน้าตาเรียบๆ ยังคงไม่ถูกเปลี่ยนแปลงอะไรมากจากรุ่นที่แล้ว

Connectivity – ช่องต่อ

ถัดจากงานดีไซน์ของซิสเต็มทั้งหมด เรามาดูช่องต่อที่มีมาพร้อมกับ AVR ในชุดนี้กันบ้างครับ

ซ้ายมือด้านหน้าเป็นช่องเสียบหูฟังแบบขั้วใหญ่ ใครไม่มีก็อาจจะต้องหาหัวแปลงกันไปครับ

ฝั่งขวาเป็นช่องอินพุตของ AUX ช่องว่างข้างๆ จะเห็นว่าโดนตัดช่องเสียบ USB ออกไปสงวนไว้ให้กับรุ่นใหญ่ๆ

ด้านหลังเป็นช่อง HDMI จำนวน 7 ช่อง แบ่งเป็น IN 6 ช่อง OUT 1 ช่อง เสียบได้ครอบจักรวาล
ด้านล่างก็จะเป็นบรรดาช่องต่ออะนาล็อกต่างๆ และสุดท้ายก็คือช่องเสียบสายลำโพงแบบสปริงหนีบ

ถ้าพูดถึงสินค้าโฮมเธียเตอร์เซ็ตสำเร็จรูปของแบรนด์ Onkyo จะมีหลายซีรี่ย์มาก เริ่มตั้งแต่ 3xxx, 4xxx, 5xxx, 7xxx และ 9xxx แบ่งกันตามระดับความไฮเอ็นด์ของสินค้า โดยในอาทิตย์ที่แล้วคุณชานมได้ทำการรีวิวรุ่น HT-S7705 เอาไว้ ในอาทิตย์นี้ผมเลยหยิบเอารุ่นเล็กในระดับ Entry Level มาแนะนำกันสำหรับท่านที่มีงบประมาณไม่สูงมาก

ถ้ามองดูในเรื่องของฟีเจอร์แล้ว จุดเด่นหลักๆ ที่ทำให้ S3700 แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าคือการรองรับการแสดงผลภาพความละเอียด 4K ผ่านทางพอร์ต HDMI 2.0 ที่มาพร้อมกับ AVR ในระบบ นอกจากนี้ยังสามารถอ่านไฟล์เสียงความละเอียดสูง หรือที่มีชื่อเรียกว่าไฟล์ Hi-Res. Audio ผ่านทางพอร์ต USB ได้เลย ไม่ต้องผ่านเพลเยอร์ให้ยุ่งยาก

นอกจากนั้นหากสังเกตดีๆ หน้าเครื่องจะมีปุ่มที่เขียนว่า Music Optimizer นับว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่ได้ทำการโปรโมท โดยผมได้ลองเช็คจากคู่มือมีคำอธิบายเขียนไว้ว่า มันทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเนื้อเสียงของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดมา อย่างเช่น MP3 เป็นต้น

ถ้าคนที่คุ้นเคยกับ AVR แบบขายแยกตระกูล TX-NR ก็จะพอคุ้นๆ ว่าตำแหน่งของปุ่มนี้ก็คือปุ่ม Pure Audio ที่หลายท่านชอบกดกันตอนฟังเพลง ผมเลยขอเดาว่าเค้าน่าจะทำมาเพื่อจุดประสงค์คล้ายๆ กัน คือเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงให้มากขึ้น แต่ทำหน้าที่ต่างกัน ถ้า Pure Audio จะเป็นการตัดวงจร Equalizer ทั้งหมดในแอมป์ออก เพื่อให้ได้เนื้อเสียงสดๆ จากลำโพง ส่วน Music Optimizer ใน S3700 เซ็ตนี้จะเป็นการยกระดับ Equalizer ให้เด่นขึ้น เป็นการจับคู่ฟีเจอร์ให้เหมาะกับระดับลำโพงที่จะมาอยู่ในระบบ

Setup – การติดตั้ง

มือใหม่หลายท่านที่เข้ามาอ่านในนี้อาจจะมีความกังวลในการติดตั้งเครื่องเสียงด้วยตัวเองที่บ้านหลังจากซื้อมาแล้ว เพราะด้วยความที่ราคาเซ็ตนี้ไม่แพงมาก ตัวเครื่องเลยไม่มีระบบปรับจูนเสียงอัตโนมัติมาให้ ผมจึงจะมาแนะนำกันคร่าวๆ ว่ามีอะไรบ้างที่เราควรให้ความสำคัญเมื่อนำเครื่องเสียงเซ็ตนี้มาแกะกล่อง

เมื่อแกะชิ้นส่วนของกล่องออกมาทั้งหมดแล้วให้ทำการหาแผ่นรองสี่เหลี่ยมสีดำๆ ออกมาจากซองอุปกรณ์ก่อนเลยครับ แล้วนำมาแปะไว้ใต้ลำโพงทุกตัวในระบบ เพื่อลดการสั่นพ้องและเพิ่มความมั่นคงในกรณีที่วางลำโพงบนพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งซับวูฟเฟอร์ เพราะว่าเป็นลำโพงตัวที่มีการสั่นมากเป็นพิเศษ

หลังจากแปะเรียบร้อยแล้วก็เริ่มจัดวางได้เลยครับ สำหรับตำแหน่งคร่าวๆ สามารถดูได้จากคู่มือที่แถมมาในซองอุปกรณ์ได้เลยครับ เข้าใจง่ายวางตามได้ไม่ยากเย็น

ตำแหน่งการจัดวางลำโพงแบบ 5.1 ในห้องฟังนะครับ
สำหรับซับวูฟเฟอร์จะวางฝั่งซ้ายหรือขวาก็ได้ครับ ไม่มีกำหนดทิศทางตายตัวสำหรับเสียงความถี่ต่ำ

เรื่องตำแหน่งนั้นอาจจะไม่ต้องเป๊ะๆ ตามคู่มือก็ได้ เพียงแค่ให้ตำแหน่งออกมาใกล้เคียง และเล็งให้ลำโพงคู่หน้ามีระยะห่างพอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป เพราะจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเวทีเสียงและเนื้อเสียงโดยรวม

หลังจากจบเรื่องการจัดวางแล้ว ก็เปิดเครื่องขึ้นมาแล้วเข้าเมนู Home > Setup เพื่อที่จะมาตั้งค่าในแอมป์ให้เหมาะสมกับลำโพงกันก่อนครับ เริ่มจากที่ xxx Config เพื่อปรับขนาดของลำโพงทั้ง 5 ตัวให้เป็น Small จากนั้นก็ปรับ Crossover Freq. ให้อยู่ที่ประมาณ 200 Hz โดยสามารถเช็คค่าดังกล่าวได้จากสเปคของลำโพงคู่หน้าของเรา ว่ามีอัตราการตอบสนองความถี่ช่วงต่ำสุดที่ค่าไหน เพราะเราจะทำการทอนช่วงความถี่ต่ำไปให้กับซับวูฟเฟอร์ช่วยอีกแรงกรณีที่ลำโพงมีขนาดเล็ก

SP Config หรือ Speaker Config สำหรับตั้งค่าประเภทของลำโพงที่ใช้งานในระบบ

จบจากการตั้งค่าลำโพงก็จะมาดูเรื่องระยะห่างกับระดับความดัง เริ่มที่ระยะห่างก็ให้เราหยิบตลับเมตรมาวัดเลยครับ ว่าลำโพงแต่ละตัวห่างจากจุดที่นั่งฟังเท่าไร ส่วนระดับความดังถ้าใครมีสมาร์ทโฟนก็หาโหลดแอพฯ ได้เลยครับ คีย์เวิร์ดคือ Sound Level Meter แล้วก็เริ่มจากปรับระดับความดังที่แอมป์ให้ดังในระดับที่เราใช้ฟังปกติก่อน จากนั้นก็ค่อยเข้ามาที่เมนูนี้แล้วไล่ปรับระดับเสียงของลำโพงทุกตัวให้เท่ากัน ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการเซ็ตอัพแบบคร่าวๆ สำหรับเซ็ตโฮมเธียเตอร์เซ็ตนี้

ปรับระยะห่างของลำโพงจากจุดที่นั่งฟัง อาจมีคลาดเคลื่อนได้บ้างเล็กน้อยครับ
ไม่ต้องซีเรียสจนเกินไป

ตลับเมตร อุปกรณ์คู่ใจสำหรับการวัดระยะ ควรเริ่มวัดจากบริเวณหน้าลำโพงนะครับ
เพราะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เสียงเดินทางมาหาเรา

จุดสุดท้ายที่เราจะมาตั้งค่าก็คือระดับความดังของลำโพงแต่ละตัวในซิสเต็ม
ควรจะเกลี่ยให้เท่ากันจึงจะได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับผม

Sound – เสียง

ผมเริ่มทดสอบด้วยการฟังเพลงก่อนฮะ โดยปรับ Listening Mode ไปเป็น Stereo เพื่อเปิดการทำงานของซับวูฟเฟอร์ให้มาช่วยซัพพอร์ตเสียงย่านความถี่ต่ำแบบซิสเต็ม 2.1 แชนแนล ซึ่งจะให้ความมีน้ำมีเนื้อมากกว่าฟังลำโพงเดี่ยวๆ เพราะลำโพงตัวเล็กจะส่งผลให้เสียงแห้งขาดแรงปะทะไปพอสมควร

เบื้องต้นแล้วการฟังเพลงยังคงทำได้ดีตามมาตรฐานของ Onkyo อยู่เช่นเคย เสียงร้องสดใสไม่แต่ไม่จัดจ้าน เสียงทุ้มต่ำมีน้ำหนักกำลังดี แม้ว่าในตอนแรกที่ฟังเสียงจะแอบอัดอั้นนิดหน่อย เหมือนอึดอัดอยู่ในกล่องมานาน เลยต้องเบิร์นกันพลางๆ เทคนิคการเบิร์นเซ็ต Home Theater in The Box ก็คือเปิดแบบ All Ch Stereo ให้เสียงออกลำโพงทุกตัว แล้วเราจะไปกวาดบ้าน ถูบ้าน ตัดหญ้า อะไรก็ตามสบายเลยครับ ละก็เปิดเพลงน่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเปิดหนัง เพราะว่ามีการใช้ย่านความถี่เสียงเกือบทุกย่านตลอดเวลาและสม่ำเสมอกว่า

หน้าตาเมนูขณะฟังเพลงผ่านทางช่อง USB ด้านหลังเครื่องนะครับ…..
แนะนำว่าให้ปิดทีวีฟังจะประหยัดไฟที่สุดนะครับ เพราะไม่มีโชว์ข้อมูลอะไรที่จำเป็นเท่าไร(ฮาา)

นอกจากนี้ผมยังได้ทดลองเปิดใช้งานฟังก์ชั่น Music Optimizer ซึ่งก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับการเล่นไฟล์เพลงแบบ Lossy อย่างเช่น MP3 เนื้อเสียงดูแน่นและพุ่งทะยานมากขึ้น ซึ่งถ้าเปิดกับไฟล์ Hi-Res อาจจะดูผิดธรรมชาติไปหน่อย เป็นอีกหนึ่งของเล่นที่แนะนำให้ไปลองกดฟังกันดูครับ

สลับมาทดสอบดูหนัง ผมเริ่มจากเรื่อง Armageddon หนังคลาสสิคที่มีเสียงระเบิดตูมตามให้เสพย์กันพอสมควร ผมเลือกเอาฉากแรกที่เหล่าอุกกาบาตกำลังวิ่งมาถล่มโลก เสียงเฟี้ยวฟ้าวเฉี่ยวไปมาถูกถ่ายทอดออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียวกับเซ็ตเครื่องเสียงระดับนี้ เสียงระเบิดที่ขับผ่านพาสซีฟซับวูฟเฟอร์ตัวเล็กของเราก็ไม่ธรรมดา ฟังแล้วอึกทึกใช้ได้

ฉากระเบิดสะใจสไตล์ Michael Bay ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านโฮมเธียเตอร์เซ็ตนี้ได้ดีทีเดียว

เสียงบรรยากาศความโกลาหลที่ถูกขับผ่านลำโพง 5.1 ตัวออกมา ถือว่าหวือหวาใช้ได้ครับ
แต่มีข้อแม้ว่าห้องที่ฟังจะต้องไม่ใหญ่เกินไปนะครับ เพราะลำโพงขนาดเล็กอาจจะเอาไม่อยู่

จุดที่ต้องใส่ใจสำหรับการเล่นโฮมเธียเตอร์ชุดเล็กแบบนี้ ก็คือการเซ็ตอัพครับ หากเราวางลำโพงได้ตำแหน่งไม่ดี จะรู้สึกได้ถึงช่องโหว่ของเสียงที่ดูกลวงๆ คล้ายว่ามันไม่เติมเต็มซึ่งกันและกัน แน่นอนว่าระยะห่างระหว่างลำโพงคู่หน้าก็เช่นกัน ถ้าวางชิดกันเกินไปจะทำให้เวทีเสียงแคบ และจะมีปัญหากับมิติตื้นลึกแน่นอน

ความเฟี้ยวฟ้าวในฉากวิ่งหนีภัยพิบัติจากเรื่อง 2012 ถ้าเกิดวางลำโพงคู่หน้าแคบเกินไป
ก็อาจจะได้ความอลังการที่กระจุกอยู่ตรงกลาง ไม่แผ่นกระจายออกเท่าที่ควร

สลับมาดูหนังปกติไม่มีภัยพิบัติกับเรื่อง IP Man 2
มาฟังเสียงรัวหมัดตุ้บตั้บสักหน่อย

พาสซีฟซับวูฟเฟอร์ตัวเล็กของเราสามารถรับมือกับความรวดเร็วในการยิงเสียงช่วงรัวหมัด
ได้พอสมควร แม้ว่าบางทีอาจจะมีหลุดกลายเป็นลมไหลออกมาเป็นแผงบ้างก็ตาม

Features – ลูกเล่น

แม้ว่าเซ็ต HTiB ที่กำลังรีวิวนี้ไม่ใช่รุ่นใหญ่ไซส์บิ๊ก แต่ก็มีลูกเล่นใส่มาให้พอสมควร ซึ่งลูกเล่นต่างๆ มีดังต่อไปนี้ครับ

InstaPureVIew หรือเมนูแบบโปร่งใส ช่วยให้เราเลือกตั้งค่าต่างๆ ได้ขณะรับชมภาพยนตร์

ตัวรีซีฟเวอร์ในระบบสามารถอ่านไฟล์ Hi-Res Audio ได้ผ่านทางพอร์ต USB ด้านหลังเครื่อง
โดยบิตเรตสูงสุดที่รองรับก็คือ 24-bit / 192kHz

แน่นอนว่าการโอนไฟล์ไปเล่นแบบไร้สายก็มีเช่นกัน คือเราสามารถโยนเพลงไปเล่นผ่านบลูทูธ
ซึ่งคุณภาพเสียงก็อาจจะดร็อปจากการเสียบตรงผ่านพอร์ต USB ไปบ้างครับ

Conclusion – สรุป

Onkyo HT-S3700 เป็นเซ็ตโฮมเธียร์เตอร์ขนาดเล็กที่ให้ประสิทธิภาพคุ้มค่าทุกเม็ดเงิน ด้วยราคาต่อเซ็ตไม่เกิน 2 หมื่น แต่พกกลิ่นอายของเครื่องเสียงชุดใหญ่มาด้วย แน่นอนว่าฟีเจอร์ก็เช่นกัน ทั้งการอ่านไฟล์ Hi-Res Audio และซัพพอร์ตการแสดงภาพความละเอียดแบบ 4K เหมาะมากที่จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ของบรรดามือใหม่วงการเครื่องเสียงที่กำลังมองหาโฮมเธียเตอร์ติดบ้านสักชุด

ข้อดี
– เสียงดีราคาประหยัด ประสิทธิภาพการดูหนังฟังเพลงได้ครบทุกบาททุกสตางค์
– รองรับการอ่านไฟล์ Hi-Res Audio ผ่านทางพอร์ต USB ด้านหลัง
– Music Optimizer ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มเนื้อเสียงให้กับการฟังเพลงผ่านไฟล์แบบ Lossy ช่วยให้เพลงมีชีวิตชีวาขึ้น

ข้อเสีย
– การรองพื้นลำโพงด้วยแผ่นยางที่แถมมาให้มีความสำคัญมาก ถ้าลืมอาจะส่งผลต่อประสิทธิภาพเสียงของลำโพงแบบมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะเวลาซับวูฟเฟอร์ทำงาน
– ไม่มีฟีเจอร์การจูนเสียงอัตโนมัติมาให้ สามารถค่อยๆ ทำตามขั้นตอนที่หน้า 3 ได้ครับ

ราคา Onkyo HT-S3700 19,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้