Skip to content
|

Enhanced Audio Plus Visual Entertainment !! รีวิว Oppo BDP-105D 4K 60Hz Ready Universal Player

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 23 Jan 2022 0 comments

4K/60Hz Ready Universal Player

 

Enhanced Audio+Visual
Entertainment !!

หลังจากที่ Oppo นำ BDP-103D ซึ่งเป็นรุ่นอัพเกรดของ BDP-103 ออกสู่ตลาด โดยจุดหลักสำคัญของรุ่น “D” เป็นการพัฒนาปรับเปลี่ยนในส่วนวิดีโอสเกลเลอร์ชิพ อาศัยเทคโนโลยีจาก DarbeeVision ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องเดาให้เหนื่อยว่าเมื่อถึงคิวของพี่ใหญ่ BDP-105 คงไม่แคล้วดำเนินการแบบเดียวกันในรุ่น BDP-105D

รายละเอียดของ DarbeeVision บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีวิดีโอสเกลเลอร์ ที่ Oppo เลือกใช้กับเพลเยอร์รุ่นใหม่ลงท้ายด้วย “D” อาทิ BDP-105D เครื่องนี้ ผมคงไม่กล่าวซ้ำ เพราะได้เกริ่นไปบ้างแล้วใน รีวิว Oppo BDP-103D (<<คลิกเพื่ออ่านรีวิว) ส่วนรายละเอียดภายนอก จะมีความแตกต่างจากรุ่นก่อน (BDP-105) หรือไม่ มาดูกันครับ


Design – การออกแบบ

เป็นดังเช่นที่ Oppo ดำเนินการไปกับรุ่นเล็กก่อนหน้า การอัพเกรดจะสังเกตได้เฉพาะส่วนประกอบข้างในตัวถังเท่านั้น สำหรับภายนอกของ 105D จึงไม่มีความแตกต่างจาก 105 เดิม

 

ด้านหน้าดูแล้วเดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อน การจะแยกแยะว่าเป็นรุ่นใหม่ (105D) ต้องอาศัยดูจากชื่อรุ่นตัวเล็กๆ หรือไม่ก็สังเกตโลโก้ Darbee ที่กำกับไว้ด้านล่าง

 

ช่องระบายถ่ายเทความร้อนบริเวณฝาครอบตัวถังด้านบน กับดีไซน์ไร้เสียงพัดลมรบกวน (fanless) ของ 105D ยังคงไว้เหมือนเช่นรุ่น 105 (หากเป็นรุ่น 95 จะใช้พัดลมระบายความร้อนออกทางด้านหลัง ไม่มีการเจาะช่องระบายด้านบน)

 

เอกลักษณ์ปุ่มเพาเวอร์สวิทช์ทางด้านซ้าย ที่จัดวางโลโก้ Oppo เอาไว้ด้วย

 

แผงหน้าปัดเรียบง่าย มีเพียงปุ่มควบคุมระบบสัมผัสเพียงไม่กี่ปุ่ม (เฉพาะ Eject เป็นปุ่มกด ไม่ใช่สัมผัส) ซึ่งจะเรืองแสงขึ้นเมื่อเปิดเครื่อง สามารถมองเห็นได้แม้ในที่มืด บริเวณส่วนล่างใต้แผงหน้าปัด เป็นตำแหน่งช่องต่ออินพุต/เอาต์พุต ทางด้านหน้า มี USB In, MHL/HDMI In และ Headphone Out (เหมือนกับรุ่น 105) ช่องต่อ Headphone Out นี้ ถือเป็นความพิเศษเฉพาะของรุ่นใหญ่ (105D/105) ไม่มีในรุ่นเล็ก (103D/103) กล่าวคือ ภาคขยายหูฟังคุณภาพสูงถูกติดตั้งมาด้วย

 

ด้านหลังยังคงเลย์เอาต์เดิมจากรุ่นก่อน ช่องต่อทั้งหมดชุบทอง เงาวับ มาไล่ดูกันอีกทีว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

จุดเด่นที่ 105D/105 เหนือกว่ารุ่นเล็กอย่าง 103D/103 คือ อะนาล็อกเอาต์พุตแบบ 2 แชนเนล ที่แยกเฉพาะ ไม่ได้รวมอยู่กับช่องอะนาล็อกมัลติแชนเนลเอาต์ (7.1) เหมือนรุ่นเล็ก พร้อมกับให้มาทั้งรูปแบบ Balanced XLR และ Unbalanced RCA จุดนี้สัมพันธ์กับการออกแบบภายในที่แยกแผงวงจร DAC สำหรับ 2 แชนเนลออกมาต่างหาก (มี ESS SABRE32 DAC chip 2 ชุด ชุดหนึ่งสำหรับ 2 แชนเนล อีกชุดสำหรับมัลติแชนเนล)

ด้านล่างจะเป็นตำแหน่งของ Dual HDMI Out แยกสัญญาณภาพและเสียงได้ และยังมี Digital Audio Out ตามมาตรฐาน S/PDIF (Coax, Optic) ให้ด้วย เผื่อใครจะต่อกับ DAC ภายนอก หรือเชื่อมต่อกับ AVR หรือชุดโฮมเธียเตอร์รุ่นเก่า (ที่ยังไม่มี HDMI)

HDMI In (รวมช่องด้านหน้าก็เป็น 2 ช่อง เฉพาะ HDMI In ด้านหน้า รองรับ MHL) มีไว้สำหรับกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อสัญญาณวิดีโอจากแหล่งโปรแกรมภายนอก (อาทิจาก Set-top Box, Smart Phone ฯลฯ) เข้ามาอัพสเกลผ่าน Oppo

USB Input สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 ช่อง (รวมช่องด้านหน้าก็เป็น 3)

การเชื่อมต่อกับเครือข่ายบ้าน รองรับทั้ง LAN และ Wi-Fi ซึ่งอย่างหลัง จะมี USB Wi-Fi Dongle แถมให้มาด้วยเช่นเคย

 

จากภาพนี้ ด้านบนจะเห็นตำแหน่งติดตั้งช่องสัญญาณอะนาล็อกมัลติแชนเนล (7.1) จัดวางห่างกันให้เชื่อมต่อสายได้สะดวกกว่ารุ่นเล็กมาก ส่วนด้านล่างจะเป็นตำแหน่งของช่องต่อ Digital Audio Input เรียกว่าเป็นทีเด็ดที่ดึงศักยภาพของ DAC ภายใน คือ ESS Sabre32 ออกมาใช้ได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น

Digital Input รองรับสัญญาณดิจิทัลออดิโอรายละเอียดสูงจากแหล่งโปรแกรมดิจิทัลภายนอก อาทิ CD Transport, Set-top Box, Game Console ฯลฯ ผ่านทางช่องต่อ Optical และ Coaxial แต่ที่สำคัญคือ USB Input เพื่อการใช้งานในรูปแบบ Computer Audiophile ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอยู่นั่นเอง (รายละเอียดจะกล่าวถึงต่อไป)

ช่องต่อสายไฟเอซี เป็นมาตรฐาน IEC สามขา ถอดเปลี่ยนสายไฟได้ ดูรายละเอียดภายนอกไปแล้ว ต่อไปดูส่วนประกอบข้างในของ BDP-105D กันบ้างครับ

 

ภายใน 105D ยังอัดแน่น เต็มไปด้วยอุปกรณ์คุณภาพเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แทบทั้งหมดถอดแบบมาจาก 105

 

จุดต่างเพียงประการเดียว คือ Video Processor หรือชิพประมวลผลวิดีโอ ที่นำเทคโนโลยีจาก Darbee ผสานกับ Silicon Image (VRS ClearView) ทดแทน Marvell Qdeo ในรุ่นก่อน

 

จุดเด่นประการสำคัญของ 105D/105 ที่เหนือกว่ารุ่นเล็กอย่าง 103D/103 คือ การติดตั้ง ES9018 SABRE32 Reference DAC Chip ระดับท็อปจาก ESS Technology โดยจะติดตั้งมา 2 ชุด หนึ่งชุดแยกไว้สำหรับเอาต์พุต 2 แชนเนล และอีกหนึ่งชุด สำหรับเอาต์พุต 7.1 แชนเนล ซึ่งการแยกจะทำให้ได้ระดับ DNR ที่สูงกว่า ระดับการรบกวนต่ำกว่า แน่นอนคุณภาพเสียงจากช่องสัญญาณอะนาล็อกจะดีกว่ารุ่นเล็กอย่างเห็นได้ชัด!

 

อีกจุดที่ไม่กล่าวถึงมิได้แล้วสำหรับนาทีนี้ คือ แนวทางที่ Oppo ใช้เพื่อดึงศักยภาพของ ESS SABRE32 DAC ออกมาอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นความพิเศษเฉพาะสำหรับรุ่น 105D/105 สิ่งนั้นคือฟังก์ชั่น Asynchronous USB Input นั่นเอง (PCB ในรูป คือ Digital Audio and USB Interface) ก่อนหน้าเมื่อครั้งรีวิวรุ่น 105 ผมติดค้างการใช้งานในจุดนี้ไว้ คราวนี้เลยจะมาดูประเด็นการใช้งานฟังก์ชั่นนี้กับรุ่นใหม่กันครับ (สามารถอ้างอิงร่วมกับรุ่น 105 ได้ เพราะพื้นฐานเดียวกัน)

 

Setup – การติดตั้ง

การติดตั้งเพื่อใช้งาน USB DAC มีขั้นตอนอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับซับซ้อนเกินไปนัก

สิ่งสำคัญ ไม่มีไม่ได้กับการใช้งานร่วมกับ Windows PC คือ ไดรเวอร์ >>ดาวน์โหลดที่นี่<< USB Cable (A to B type) และสายสัญญาณอะนาล็อก ดีๆ สักชุด เชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 2 แชนเนล หรือหูฟังก็ได้

 

เมื่อติดตั้งไดรเวอร์เรียบร้อยแล้ว ก็เพียงเลือก Device ให้ถูกต้อง จากรูปตัวอย่าง เป็นการใช้งานผ่านโปรแกรม Foobar2000 ร่วมกับ Windows PC

เพียงเท่านี้ หากมี Hi-res files อยู่ สามารถนำมาเล่นได้เลย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ระดับ Studio Master หรือ SACD iso หรือแม้แต่เล่นไฟล์มาตรฐาน CD rip ไม้เว้น Lossy format อย่าง MP3 ด้วยอานิสงส์ของภาค DAC จาก 105D จะอัพเกรดผลลัพธ์ทางเสียงได้อย่างน่าสนใจ (ผลการใช้งานจะกล่าวถึงอีกครั้งช่วงรายงานคุณภาพเสียง)

 

Features – ลูกเล่น

สำหรับลูกเล่นใหม่ๆ ของ 105D มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ…

 

รีโมตคอนโทรลไร้สาย ดีไซน์เดิม มี Backlit สว่างเห็นชัดทุกปุ่ม มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมบางฟังก์ชั่น หนึ่งในนั้นคือปุ่ม Darbee สำหรับเป็น shortcut เรียกเมนูปรับภาพของ Darbee ขึ้นมา

 

หากกดปุ่ม Darbee ที่รีโมต จะปรากฏ OSD Menu ขึ้นมาดังนี้ ซึ่งเป็นเมนูสำหรับปรับตั้งค่าปรับภาพของ Darbee นั่นเอง

 

ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด สำหรับ Oppo BD Player รุ่นใหม่ที่ลงท้ายด้วย “D” (ทั้ง 105D และ 103D) ที่ช่อง HDMI 1 Out สามารถอัพสเกลเอาต์พุตสัญญาณวิดีโอได้สูงสุดถึง 4K/60Hz เลยทีเดียว ซึ่งในรุ่นก่อนจะยังจำกัดที่ 4K/24-30Hz เท่านั้น จากข้อสังเกตนี้ เข้าใจว่ารุ่นใหม่จะมาพร้อมกับมาตรฐาน HDMI 2.0

 

ในส่วนของ HDMI Options นอกเหนือจากการกำหนดตัวเลือก Color Space และ Deep Color แล้ว ยังเพิ่มเติมตัวเลือก De-interlacing Mode เข้ามา (เดิมสเกลเลอร์จะดำเนินการแบบ Auto แต่คราวนี้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงค่ากำหนดได้)

 

มิใช่แค่ฟีเจอร์จากทางด้านของฮาร์ดแวร์ ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็ได้รับการเพิ่มเติมเช่นกัน จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ล่าสุด (Official Firmware BDP10X-75-0515) พบว่า มีออนไลน์คอนเทนต์ใหม่เพิ่มข้ามา และต้องขอแสดงความยินดีว่า คนไทยสามารถรับชมคอนเทนต์นี้ได้ด้วยครับ คือ Digital Concert Hall เป็นการรวบรวม Live Classical Concert หลากหลายบทเพลงที่บรรเลงโดยวง Berliner Philharmoniker

 

อันนี้คือหน้าแรกของ Digital Concert Hall ผมทดลองแล้ว หลังจากดำเนินขั้นตอน register สามารถรับชมได้เลยฟรีๆ วิธีการแค่นำ Code ที่ปรากฏบนจอทีวี ไปลงทะเบียนในเว็บ http://www.digitalconcerthall.com/en/

ต่อไปถึงคราประสิทธิภาพของภาพและเสียง

 

Picture – ภาพ

คราวก่อนที่ทดสอบกับ 103D ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีเฟิร์มแวร์อัพเกรดสเกลเลอร์ให้เอาต์พุตสัญญาณ 4K/60Hz พบว่า ประสิทธิภาพการอัพสเกลที่ความละเอียด 4K (24Hz) โดย Oppo ยังย่อหย่อนในประเด็นความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวอยู่บ้าง จุดนี้หากเปรียบเทียบกับการบายพาสสเกลเลอร์ในตัว Oppo เพื่อปล่อยสัญญาณไปอัพสเกลโดยสเกลเลอร์ในตัวของจอภาพ 4K (ซึ่งมักจะเป็นรุ่นสูง) จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ทว่าบัดนี้ เมื่อมีเฟิร์มแวร์อัพเกรดให้ Oppo รุ่นที่ลงท้ายด้วย D สามารถอัพสเกลที่ระดับ 4K/60Hz ได้ ผลลัพธ์ด้านความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวจึงน่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากช่วงเวลาที่ได้รับ 105D เครื่องนี้มาทดสอบ เป็นช่วงที่ไม่มีจอภาพ 4K/60Hz ส่งเข้ามาให้อ้างอิงร่วมด้วยเลย ครั้นเมื่อได้รับทีวีมา ก็กลายเป็นว่าต้องส่งคืน 105D ไปเสียแล้ว ช่วงเวลาจึงไม่สมพงษ์สักเท่าไหร่ การรายงานในจุดนี้จึงต้องขอยกยอดไปโอกาสหน้าครับ…

 

ในส่วนของกระบวนการอัพสเกลกับจอภาพ Full HD ทั่วไป (ที่อาศัยประสิทธิภาพจากสเกลเลอร์น้อยกว่า 4K) Oppo รุ่นใหม่ให้ความลงตัวเป็นอย่างดี ซึ่งจุดนี้ด้วยพื้นฐานที่เหมือนกันกับ 103D (เทคโนโลยีเดียวกัน ชิพสเกลเลอร์รุ่นเดียวกันคือ Darbee และ VRS ClearView) ผลลัพธ์การใช้งานวิดีโอสเกลเลอร์ของ 105D จึงเป็นไปในแนวทางเดียวกับ 103D ซึ่งทั้งคู่จะให้ความโดดเด่นด้านศักยภาพที่สูงกว่ารุ่นก่อน (ที่ไม่มี D)

การเพิ่มตัวเลือก De-interlacing Mode ใน HDMI Options ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทดลองเปรียบเทียบผลลัพธ์จากกระบวนการ De-interlacing ได้ แต่กับคอนเทนต์มาตรฐานโดยทั่วไป การกำหนดตัวเลือกไว้ที่ Auto ก็มักจะให้ผลลัพธ์ที่ลงตัวดีอยู่แล้วครับ

กระนั้นหากจะให้อธิบายถึงประสิทธิภาพระหว่างรุ่นใหญ่ราคาสูงกว่า จุดที่ 105D ทำได้เหนือกว่ารุ่นเล็ก 103D คือ พื้นฐานทางด้านฮาร์ดแวร์ (อาทิประสิทธิภาพของภาคจ่ายไฟ) ที่จะส่งผลให้ได้ภาพที่สะอาด และความอิ่มเข้มของเนื้อสีที่ลงตัวยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง แต่แน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้ 105D น่าสนใจกว่า 103D ย่อมมีมากกว่าแค่เรื่องของคุณภาพของภาพ

 

Sound – เสียง

ความประทับใจในแง่ของการเป็นเครื่องเล่นครอบจักรวาล ที่เล่นได้หลากหลายฟอร์แม็ต โดยเฉพาะออดิโอฟอร์แม็ตของ 105D ยังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลง คราวนี้หลังจากอัพเดทเฟิร์มแวร์ล่าสุด แล้วทดลองเล่น DSD ในรูปแบบของไฟล์ (.dsf/.dff) พบว่าเล่นได้ไม่มีปัญหาแล้วครับ (DSD64 – DSF/DFF) ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากเล่นแผ่น SACD แต่ปัญหาคือไฟล์ .dsf/.dff ใช่จะหาง่ายเสียเมื่อไหร่

ท่านที่อยากสัมผัสมาตรฐานการบันทึกเสียงแบบ DSD ในรูปแบบไฟล์ (.dsf) สามารถดาวน์โหลดตัวอย่าง มาทดลองฟังกับ Oppo ได้ >>ที่นี่<<

ประโยชน์ของการเล่นผ่านแผ่น SACD โดยตรงร่วมกับ 105D ก็ยังเหนือกว่า ตรงความสะดวกที่รองรับระบบเสียง Stereo และ Multi-channel DSD ในแผ่นเดียว แค่เปลี่ยน layer (ขึ้นอยู่กับการบันทึกเสียงของอัลบั้มนั้นๆ การรับฟังแบบ Multi-channel ต้องทำการเชื่อมต่อสัญญาณทาง HDMI Out หรืออะนาล็อกมัลติแชนเนล)

ดังที่เรียนไปแล้วว่า ฟังก์ชั่นที่ดึงประสิทธิภาพของ ESS SABRE32 ออกมาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คือ USB DAC กับการเชื่อมต่อแบบ Computer Audiophile ที่มีคอมพิวเตอร์เป็นต้นทาง แล้วเล่นไฟล์ระดับ Studio Master

โดยทั่วไปหากจะหา Stand-alone USB DAC ที่มาพร้อมกับชิพระดับ ES9018 คงต้องใช้งบมิใช่น้อย แต่ Oppo ให้เหมือนซื้อ BD Player แถม DAC เทพมาด้วย กระนั้นฟังก์ชั่น USB DAC ของ 105D ยังจำกัดการรองรับ Sampling Rate สูงสุดที่ 192KHz ในขณะที่ Stand-alone DAC อาจได้ถึง 384KHz** แต่แน่นอนว่าค่าตัวอาจจะสูงกว่า 105D อีกประการ คือ USB DAC ของ 105D ก็ยังไม่รองรับ Native DSD via USB DAC ครับ การเล่น DSD format กับคอมพิวเตอร์จึงต้องอาศัยการถอดรหัสให้อยู่ในรูปของ PCM ก่อน แต่ในเรื่องของคุณภาพเสียง ก็เรียกได้ว่าทำเอา Stand-alone DAC ที่มีราคาใกล้เคียงค่าตัว 105D หนาวๆ ร้อนๆ ได้เหมือนกัน

** รอข้อมูลยืนยันว่า Oppo 105D สามารถรองรับ 24-bit 352.8/384kHz หรือไม่

ความยืดหยุ่นของช่องต่ออะนาล็อกเอาต์พุต 2 แชนเนล ที่ให้มาทั้ง XLR และ RCA ช่วยขยายขอบเขตการใช้งานร่วมกับชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์ ไปจนถึงเชื่อมต่อตรงเข้ากับลำโพง Studio Active Monitor เป็นสิ่งที่ดำเนินการได้ และ Oppo ก็มีฟังก์ชั่น Digital Volume สำหรับปรับระดับเสียงผ่านสัญญาณเอาต์พุต ด้วยรีโมตคอนโทรลที่เอื้อกับลำโพงมอนิเตอร์เป็นอย่างดี

 

Conclusion – สรุป

แม้ความแตกต่างของ 105D ที่เหนือกว่า 105 จะมีเพียงแค่การปรับเปลี่ยน Video Scaler chip ทว่าผลลัพธ์การใช้งาน บวกกับคุณสมบัติแวดล้อมที่ Oppo เพิ่มเติมเข้ามาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ใหม่ อาทิ 4K/60Hz output ไปจนถึงออนไลน์คอนเทนต์ใหม่ๆ ก็ตอกย้ำถึงความพยายามเพิ่มคุณค่าของ Universal Player ให้สูงยิ่งขึ้น และโดยพื้นฐานแล้ว ต้องบอกว่า 105D ยังคงเป็น Universal Player ที่ให้คุณภาพของภาพและเสียงอยู่ในอันดับต้นๆ ของวงการเช่นเคย ฟังก์ชั่น USB DAC ไม่ใช่ของแถม แต่ให้ความโดดเด่นเลยทีเดียว

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน

  • รูปลักษณ์ตัวถังภายนอก คือ BDP-105 ที่ได้รับการอัพเกรด Video Processor คือ Darbee และ VRS ClearView
  • คุณสมบัติอัพสเกลสัญญาณภาพถึงระดับ 4K/60Hz แน่นอนว่าจะต้องใช้งานกับจอภาพ 4K ยุคใหม่ ที่มาพร้อมมาตรฐาน HDMI 2.0 เท่านั้น อย่างไรก็ดีประสิทธิภาพการอัพสเกลที่ 1080P ก็ให้ความโดดเด่น หรือหากต้องการใช้งานสเกลเลอร์ภายนอก ให้เลือก Source Direct
  • คุณสมบัติด้านเสียงไม่มีจุดที่เปลี่ยนแปลงจาก 105 อย่างมีนัยสำคัญ จุดที่เรียกว่าโดดเด่น คือ ฟังก์ชั่น USB DAC สามารถนำไปใช้งานร่วมกับซิสเต็มฟังเพลง (2 แชนเนล) หรือจะรับฟังร่วมกับหูฟัง ก็ให้ผลลัพธ์คุ้มค่ายิ่ง
  • ยังคงการเป็น Universal Media Player ความสามารถครอบคลุมรอบด้านเช่นเคย รองรับอ็อพติคัลดิสก์หลากหลาย รวมถึงดิจิทัลไฟล์ ครอบคลุมไปถึงการสตรีมมิ่งผ่านระบบเน็ตเวิร์ก อ็อพชั่นอุปกรณ์ของแถมอย่างสาย HDMI, Wi-Fi Dongle ยังจัดเต็มเช่นเดิม
  • อรรถประโยชน์จาก HDMI/MHL In และ Dual HDMI Out with ARC และที่พิเศษ คือ USB DAC ให้อรรถประโยชน์ที่กว้างขวางกว่า BD Player ในท้องตลาดทั่วไป
  • สานต่อความสำเร็จจาก 105 โดยอัพเกรดในส่วนของวิดีโอสเกลเลอร์แล้วเพิ่มงบประมาณอีกเล็กน้อย

by ชานม !
2014-06

ราคา Oppo BDP-105D
45,000 บาท
(BDP-105 = 40,000 บาท)

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้