ภาพดีสีสมจริง ISF การันตี! รีวิว BenQ W2000 Rec.709 DLP Projector
สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน ในปีที่แล้ว 2558 วงการทีวีบ้านเราค่อนข้างจะคึกคักและเข้าสู่ยุค OLED TV มากขึ้น เห็นได้จากราคาขายที่เริ่มจะถูกขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับคนทั่วไปแล้ว ขนาดของจอภาพน่าจะยังคงเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ในการตัดสินใจเลือกซื้ออยู่ดี แน่นอนว่าถ้าพูดถึงขนาด คำว่าโปรเจ็กเตอร์มักจะผุดขึ้นมาในหัวของทุกท่านแน่เลยใช่ไหมครับ? เพราะนอกจากอารมณ์ของภาพที่ใกล้เคียงกับการดูในโรงภาพยนตร์แล้ว เรายังสามารถยืดหดขนาดจอได้ตามต้องการอีกด้วย

ตัวเครื่องขอบทองสียอดฮิตของบรรดาอุปกรณ์ไอทีในปัจจุบัน
BenQ เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตโปรเจ็กเตอร์ยอดนิยมของบ้านเรา ซึ่งทางทีมงานก็ได้มีรีวิวออกสู่สายตาไปหลายรุ่น อย่างเช่น W1500 หรือ W1080ST+ ทั้งคู่ต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพเยี่ยมที่น่าซื้อมาติดบ้านไว้ สำหรับในรอบนี้เป็นคิวของ W2000 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะออกวางจำหน่ายเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา
จุดเด่นของโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้นอกจากจะให้ความละเอียด Full HD 1080p แล้ว ยังสามารถแสดงผลสีสันได้ในช่วง Rec. 709 อีกด้วยซึ่งนั่นจะยิ่งเพิ่มความสมจริงให้กับภาพที่แสดงออกมาให้มากขึ้นไปอีก
ข้อมูลเบื้องต้นของ BenQ W2000
– ใช้ระบบฉายภาพแบบ DLP
– ความละเอียดสูงสุด 1920×1080
– ให้ความสว่าง 2000 ANSI Lumens
– สามารถปรับ Keystone ได้ 2 แกน
– Vertical Lens Shift เลื่อนเลนส์ขึ้นลงได้อิสระ
– สามารถขยายขนาดภาพได้สูงสุด 180 นิ้วโดยไม่เสียคุณภาพ
– อายุการใช้งานหลอดไฟสูงสุด 6,000 ชั่วโมง (ในโหมด SmartEco)
ราคาจำหน่าย 54,900 บาท
ดีไซน์
รูปลักษณ์ภายนอกของโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้จะเน้นหนักกับเส้นโค้งเว้าพอสมควร แทบจะไม่มีเหลี่ยมมุมโผล่มาให้เห็น โดยยังคงยึดการใช้พลาสติกมันวาวสีขาวมาทำเป็นตัวบอดี้หลักเหมือนรุ่นก่อนหน้าเช่นเคย

ตัวเครื่องด้านหน้า มาพร้อมกับฝาปิดเลนส์ที่ร้อยเชือกมาให้จากโรงงาน ทางซ้ายมือถัดจากหน้าเลนส์คือช่องระบายลมร้อน ช่วยให้เราถือเครื่องจากด้านข้างได้ถนัดมือขณะใช้งาน

ด้านหลังเป็นแผงช่องต่อ พร้อมลำโพงสเตอริโอซ้ายขวา ด้วยความที่เป็นรุ่นใหญ่จึงมี HDMI มาให้ด้วยกันถึง 2 ช่อ
ภาพรวมงานดีไซน์หน้าและหลัง คือดูน่าจะเน้นให้นำมาวางในห้องนั่งเล่นมากๆ ลมร้อนออกด้านหน้า เสียงออกด้านหลัง ลองนึกภาพห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาวางหันหน้าเข้าผนัง มีโต๊ะอยู่ตรงกลางสำหรับวางโปรเจ็กเตอร์ เดาว่าทาง BenQ น่าจะต้องการวางแผนให้มันมาแทนที่ทีวีแน่ๆ

ด้านข้างจะมีพัดลมดูดอากาศอีกหนึ่งตัว เพื่อปล่อยลมเย็นให้ไหลเวียนเข้าไปลดความร้อน

ด้านหน้าจะมีตัวปรับระดับก้มเงยแบบเป็นล็อคมาให้ สำหรับช่วยในการตั้งค่าภาพให้ฉายได้ตรงระนาบพอดี

ด้านหน้าจะมีตัวปรับระดับก้มเงยแบบเป็นล็อคมาให้ สำหรับช่วยในการตั้งค่าภาพให้ฉายได้ตรงระนาบพอดี

ด้านบนเครื่องมีปุ่มควบคุมพื้นฐานพร้อมไฟแสดงสถานะการทำงาน

สำหรับด้านบนบริเวณเลนส์เราสามารถเลื่อนเปิดฝาครอบออกก็จะเจอกับวงแหวนปรับโฟกัสและระยะซูม (ปรับได้ 1.3x) พร้อมก้านสำหรับทำ Lens Shift ขึ้นลงอีกด้วย

สำหรับ W2000 ตัวทดสอบที่ทีมงานได้มานั้น สิ่งที่แถมมาในกล่องมีเพียงรีโมทคล้ายรุ่นก่อนพร้อมไฟสีแดงเวลากด และสายไฟเท่านั้น เดาว่าตัวจำหน่ายจริงน่าจะมีแว่น 3 มิติมาให้ด้วย
ภาพ
ก่อนที่จะไปทดสอบเรื่องภาพ ผมขอปูพื้นฐานเรื่องขอบเขตสีกันสักนิด…

รูปด้านบนคือ CIE Chart หรือที่เรียกกันแบบติดปากว่าแผนภูมิ Color Gamut โดยข้อมูลที่มันแสดงคือขอบเขตของสีสันทั้งหมดที่ตามนุษย์สามารถมองเห็นได้ ซึ่งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ เรามีการกำหนดช่วงสั้นๆ ออกเป็น 3 ช่วงเพื่อใช้อ้างอิงในการผลิตซึ่งก็คือ Rec.709, P3 และ Rec.2020
โดยคอนเทนต์แบบ Full HD จะอ้างอิงที่ Rec.709 เป็นหลัก ในขณะที่คอนเทนต์ในโรงภาพยนตร์จะเป็น P3 ซึ่งจะกว้างขึ้นมาอีกระดับ และสุดท้ายกับเป้าหมายในอนาคตที่ปัจจุบันยังไม่มีจอภาพไหนสามารถทำได้ คือ Rec.2020 สำหรับคอนเทนต์แบบ UHD
ฉะนั้นการโปรเจ็กเตอร์ทั้งสามตัวที่ทาง BenQ โปรโมทว่าแสดงช่วงสีได้กว้างถึง Rec.709 ก็คือมันถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการรับชมภาพจากคอนเทนต์แบบ Full HD มากๆ นั่นเอง และนี่ก็เป็นจุดแรกที่เราจะมาทดสอบกันครับ ว่าโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้สามารถแสดงสีได้ดังคำกล่าวหรือไม่
เราเริ่มด้วยการเปิดเครื่องฉายอัดเข้ากับฉาก โดยถ้าเป็นการเปิดใช้งานเครื่องครั้งแรก ตัวเครื่องจะขึ้นเมนูให้เราตั้งค่าเบื้องต้นอย่างเช่นตำแหน่งที่ตั้ง, รูปแบบการฉาย, ฯลฯ ซึ่งทำออกมาได้เข้าใจง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่


เช่นเคยนะครับตัวโปรเจ็กเตอร์จะมีคอนเทนต์สำหรับทดสอบมาให้ เพื่อช่วยให้เราปรับโฟกัสและวางโปรเจ็กเตอร์ได้ตรงระนาบ โดยวิธีเปิดแพทเทิร์นดังกล่าวขึ้นมาให้กดรีโมทไปที่ Menu > System Setup : Advanced > Test Pattern – On

สำหรับท่านไหนที่ปรับแล้วปรับอีกจอก็ยังไม่ตรงอย่างที่ใจต้องการเสียที เราสามารถเลือกปรับ 2D Keystone ได้เพียงกดที่ปุ่ม Keystone บนรีโมท มีประโยชน์มากๆ ในกรณีที่เราไม่สามารถวางโปรเจ็กเตอร์ให้อยู่ตรงกลาง แต่ต้องระวังอย่าปรับเยอะ เพระว่ามันมีผลต่อความคมชัดของภาพเช่นกัน

จะวางฉายจากจุดไหนของห้องก็ได้ เพียงแค่เราปรับ Keystone ได้
จากนั้นเราก็หยิบเอาเครื่องมือปรับภาพขึ้นมาทดสอบอุณหภูมิสีเบื้องต้นจากโรงงานกันก่อน ซึ่งค่าที่ได้ออกมามีดังต่อไปนี้ครับ…
| Picture Mode | CTT | Gamma | Consumption | CTT Mode | |||
| Normal | Eco | Normal | Eco | Normal | Eco | ||
| Bright | 7538 | – | 2.03 | – | 283 | – | Lamp Native |
| Vivid | 6066 | – | 2.33 | – | 283 | – | Normal |
| Cinema(Rec.709) | 6630 | – | 2.29 | – | 282 | 207 | N/A |
| Game | 6794 | – | 2.22 | – | 283 | – | Cool |
| User | 6060 | – | 2.23 | – | 283 | 207 | Normal |
| User (Calibrated) | 6582 | – | 2.35 | – | 282 | – | Normal |
ในตารางค่าด้านบนถ้าท่านเป็นคนที่ไม่ปรับอะไรมาก ซื้อโปรเจ็กเตอร์มาเสียบสายแล้วดูเลย แนะนำให้ใช้ Cinema(Rec.709) ได้เลยครับ เพราะอุณหภูมิสีที่ 6630 ถือว่าใกล้เคียงกับมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าห้องที่รับชมสามารถควบคุมแสงได้ดี เราสามารถเปิดโหมด Eco เพื่อถนอมหลอดไฟให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นไปอีก

กราฟที่วัดได้ก่อนทำการปรับภาพในโหมด Cinema(Rec.709) จะเห็นได้ว่าแทบจะลู่เข้าตรงกลาง ต้องยอมรับว่าทีมวิศวกรของ BenQ นั้นตั้งค่าโปรเจ็กเตอร์มาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

รูปนี้คือกราฟหลังจากทำการปรับภาพแบบละเอียด การันตีความเจ๋งของโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้เข้าไปอีก
การปรับภาพของ W2000 สามารถทำได้ลึกและละเอียดมาก โดยเราสามารถปรับจูน White Balance ได้สองระดับด้วยกัน ทำให้ค่าอุณหภูมิสีที่ได้หลังจากปรับภาพห่างจาก 6500K ไม่มากนัก ทว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตัวโปรเจ็กเตอร์เองถูกปรับแต่งมาเป็นอย่างดีด้วยวิศวกรที่ได้รับการอบรมจากสถาบัน ISF ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในแนวทางเดียวกันและแสดงประสิทธิภาพได้เต็มร้อย

เริ่มทดสอบด้วยแอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจากวอล์ทดิสนี่ย์ Inside Out
เราเริ่มทดสอบด้วยแอนิเมชั่นกันก่อนครับ เพื่อเช็คขอบเขตสีสันที่โปรเจ็กเตอร์ตัวนี้สามารถแสดงได้แบบสุดขอบกันไปเลย ผลลัพธ์ที่ได้จากโหมด Cinema(Rec.709) ให้สีอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากไม่สดเว่อจนแสบตา หรืออมเหลืองเหมือนตัวละครเป็นดีซ่านแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเราสามารถปรับโฟกัสของตัวโปรเจ็กเตอร์ได้แม่นยำแล้วล่ะก็ ภาพที่ได้จะมีความคมชัดแทบจะโดดออกมาจากจอ

หนึ่งในชิ้นส่วนที่ทำให้โปรเจ็กเตอร์ตัวนี้สามารถแสดงสีสันออกมาได้สดสวยเสมือนจริงก็คือกงล้อสีที่มีความเร็ว 6 เท่าแบบ RGBRGB ที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน ISF ว่าสามารถแสดงสีสันได้ตรงตามขอบเขตของ Rec.709 ได้จริงๆ ที่สำคัญเมื่อกงล้อสามารถหมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้อาการภาพติดรุ้งเมื่อเรามีการกลอกตาเกิดขึ้นน้อยมากจนแทบไม่เจอเลยด้วยซ้ำ
เช่นเคยนะครับสำหรับโปรเจ็กเตอร์ที่ได้ ISF Certified จะมีเมนูลัพธ์ที่เรียกว่า ISF อยู่ ในจุดนี้เราสามารถไปติดต่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมจากสถาบันปรับภาพอันนี้ เพื่อให้เขาทำการรีดประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้ออกมาถึงขีดสุด ซึ่งผมเองเห็นว่าถ้าคุณอยากได้ผลลัพธ์ในระดับ Reference ก็ไปติดต่อพวกเขาเหล่านี้ได้เลยครับ

สวยครบทุกเฉดแบบถูกต้อง ไม่มีโอเว่อร์

สลับมาดูภาพยนตร์กันบ้างกับเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ที่มีฉากหลังเป็นสถานที่สวยงามทั่วโลก ที่ตากล้องหลายคนใฝ่ฝันจะไปเยือนสักครั้งในชีวิต
ตัวหนังนั้นจะว่าด้วยเรื่องของนาย Mitty ที่ต้องตามหารูปที่หายไปจากฟิล์มของตากล้องมือพระกาฬที่กำลังจะตีพิมพ์ลงในนิตยสารอีกไม่กี่วัน แน่นอนว่าทุกฉากถูกถ่ายทำออกมาได้อย่างพิถีพิถันสวยงามทุกช็อต เมื่อคอนเทนต์ดีๆ มาเจอกับเครื่องฉายปลายทางตัวเทพอย่าง W2000 คนดูก็ฟินกันไปตามๆ กันครับผมนี่เปิดอัดกำแพงดูด้วยจอขนาด 100 นิ้วอยู่ที่หอพักตลอดช่วงเวลาที่ยืมมาทดสอบ บอกได้คำเดียวว่าเปรมครับงานนี้

รายละเอียดในที่มืดและสันเขาทำออกมาได้กลมกล่อมกำลังดี น่าเสียดายที่โปรเจ็กเตอร์ตัวนี้ไม่สามารถปรับค่า Iris เพื่อหรี่รูรับแสงแล้วเร่งความดำของสีดำให้ดีขึ้นได้


งานหนังครบแล้ว งานเกมต้องมาครับ ผมเลือกใช้ Mad Max ในการทดสอบ(เพราะยังไม่มีตังซื้อเกมใหม่)

สำหรับเกมผมให้คะแนนพอๆ กันกับทีวีเลย แม้ว่าโปรเจ็กเตอร์จะไม่มีฟีเจอร์การแทรกเฟรมภาพ แต่ภาพเคลื่อนไหวในสไตล์โรงหนังก็น่าจะเพียงพอต่อการเล่นเกมทั่วไปแล้ว

สำหรับมือปืน Counter Strike บางท่านที่อยากจะลองเอาโปรเจ็กเตอร์มาเล่นเกม ขอเตือนไว้นิดว่ามันอาจจะสู้เกมมิ่งมอนิเตอร์ไม่ได้ แต่สิ่งที่แลกมาคือความใหญ่สะใจไม่ต้องเพ่งตามอง

เพิ่มเติม
ทำโปรเจ็กเตอร์รุ่นเกือบท็อปทั้งที จะให้มีดีแค่เรื่องภาพอย่างเดียวก็เห็นดูจะน้อยไปหน่อย BenQ จึงจัดสรรเอาบรรดาฟีเจอร์ที่น่าสนใจต่างๆ เข้ามาเสริมให้ตัวเครื่องน่าใช้งานมากขึ้นไปอีกระดับ ตัวอย่างเช่นฟีเจอร์ Wireless Projection ที่รองรับการฉายภาพแบบไร้สายไม่ต้องต่อ HDMI

สำหรับการฉายภาพแบบไร้สายนั้น ก่อนอื่นเราจำเป็นจะต้องมี Wireless Full HD Kit เสียก่อนครับ เสร็จแล้วให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากับที่โปรเจ็กเตอร์ และเครื่องเล่นแผ่นที่เป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณ แล้วทำการจับคู่อุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกัน เท่านี้เราก็จะพร้อมสำหรับการฉายภาพแบบไร้สาย

Wireless Full HD Kit จะมีหน้าตาแบบในรูปนี้ครับ สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายโปรเจ็กเตอร์ชั้นนำ
สรุป
ถ้าจะให้พูดถึง BenQ W2000 ตัวนี้ก็คงบอกได้คำเดียวว่ามันเป็นโปรเจ็กเตอร์ที่ให้ภาพและสีสันที่สวยสดงดงาม ตามหลักเกณฑ์ Rec.709 ที่เป็นจุดอ้างอิงของคอนเทนต์แบบ Full HD ในปัจจุบัน ความอิ่มของสีที่ออกมาในระดับที่พอเหมาะพอควร ดูแล้วมีชีวิตชีวาเสมือนจริง ที่สำคัญคือสามารถทำภาพได้คมชัดมากๆ แม้ว่าจะขยายจอใหญ่เกินกว่า 100 นิ้วไปบ้างนิดหน่อยก็ตาม เหมือนว่าเรากำลังนั่งดูทีวีรุ่นเรือธง ในราคาต่ำกว่าแสน แถมได้จอใหญ่กว่าเป็นเท่าตัว
ส่วนเรื่องอื่นนั้น BenQ เก็บงานมาเรียบร้อยสมราคาดีมาก เริ่มจากลำโพงสองตัวด้านหลังที่เสียงลั่นห้องมาก เปิดแค่ 4-5 ก็ดังชัดทั้งห้องขนาด 4×6 เมตรแล้ว อีกเรื่องคือเสียงพัดลมระบายความร้อนในโหมดใช้งานปกติที่เบาไล่เลี่ยกับเสียงแอร์ในห้อง จากที่ก่อนหน้านี้ดังเหมือนพัดลมตั้งพื้น ยิ่งถ้าเปิดโหมด Eco หรือ Smart Eco ก็จะยิ่งช่วยให้เสียงเงียบลงไปได้อีก 1-2 ขั้น

แน่นอนว่าถึงภาพเทพฟีเจอร์แน่นแต่ก็ยังมีจุดตินิดหน่อยให้เห็น จุดแรกคือเรื่องของอาการติดรุ้งที่เป็นเหมือนกับของคู่กันของโปรเจ็กเตอร์แบบ DLP ซึ่งผมบอกได้เลยว่าทาง BenQ ได้เร่งให้กงล้อหมุนเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถ้าเราไม่บังเอิญกลอกตาไปมาแล้วเจอ เราก็คงไม่เห็นรุ้งมากินน้ำหน้าฉากโปรเจ็กเตอร์เราบ่อยๆ แน่นอนครับ

แน่นอนว่าถึงภาพเทพฟีเจอร์แน่นแต่ก็ยังมีจุดตินิดหน่อยให้เห็น จุดแรกคือเรื่องของอาการติดรุ้งที่เป็นเหมือนกับของคู่กันของโปรเจ็กเตอร์แบบ DLP ซึ่งผมบอกได้เลยว่าทาง BenQ ได้เร่งให้กงล้อหมุนเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถ้าเราไม่บังเอิญกลอกตาไปมาแล้วเจอ เราก็คงไม่เห็นรุ้งมากินน้ำหน้าฉากโปรเจ็กเตอร์เราบ่อยๆ แน่นอนครับ
อีกเรื่องคือการควบคุมความดำของภาพ ที่อาจจะสู้ทีวีบางรุ่นในปัจจุบันไม่ได้ ซึ่งในจุดนี้ตัวโปรเจ็กเตอร์รุ่นสูงๆ จะมีพารามิเตอร์ที่เรียกว่า Iris ช่วยในการหรี่รูรับแสงของเลนส์ลง และพอจะช่วยในเรื่องความดำได้บ้างพอสมควร แต่สำหรับ W2000 ต้องยอมแลกกันระหว่างรายละเอียดในที่มืด กับความดำ ถ้าถามผมก็คงจะเลือกรายละเอียดมากกว่าละครับ แล้วพยายามคุมแสงในห้องให้ดีที่สุดแทน
อย่างไรก็ตามโปรเจ็กเตอร์ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นที่สุดของยุคปลาย Full HD แล้ว ก่อนที่เราจะขยับไปสู่ความละเอียด 4K ในอนาคตอันใกล้ ถ้าท่านใดไม่ติดใจว่าภายภาคหน้าจะถอยเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์แบบ 4K มาใช้ โปรเจ็กเตอร์ตัวนี้คือผลิตผลที่ยอดเยี่ยมจากแบรนด์ BenQ ที่ทีมงานอยากให้ได้ไปทดลองกัน แล้วท่านจะเข้าใจสัจธรรมของคำว่า “ภาพดีสีสมจริง” อย่างที่ทีมงานเน้นย้ำกันทุกครั้งที่ทดสอบโปรเจ็กเตอร์และทีวีครับผม
ข้อดี
– ภาพเทพเป็นไปตามเรนจ์สีของ Rec.709 แทบจะทุกประการ ซื้อมาสามารถเสียบใช้งานในโหมด Cinema(Rec.709) ได้ทันที
– ตัวเลนส์สามารถถ่ายทอดความคมชัดของภาพออกมาได้ยอดเยี่ยม ผมเองลองปรับ 2D Keystone เพื่อทดสอบการฉายภาพจากด้านข้าง ตัวภาพโดยรวมก็ยังคงความคมชัดไว้ได้อยู่
– พัดลมเสียงค่อนข้างเบา ไม่กวนการรับชมแน่นอน
– ลำโพงคู่สเตอริโอด้านหลังให้เสียงคมชัด และดังมาก เปิดในระดับ 4-5 ก็ได้ยินกันทั้งห้องแน่นอน
– ตัวเครืองดีไซน์การไหลเวียนของลมได้ดี ทำให้อุณหภูมิรวมขณะใช้งานไม่สูงมาก ช่วยถนอมอุปกรณ์ด้านในได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย
– ยังมีอาการภาพรุ้งให้พบเห็นบ้างประปราย ต้องสังเกตเท่านั้นจึงจะเห็น
– ประสิทธิภาพในการแสดงผลสีดำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ไม่โดดเด่นจนสร้างความแตกต่าง
– อุปกรณ์ Wireless Full HD Kit มีราคาค่อนข้างสูง หากต้องการจะฉายภาพแบบไร้สายให้เต็มประสิทธิภาพ อาจจะต้องลงทุนกันสักนิด
– ช่อง USB เล่นไฟล์อะไรไม่ได้เลย เหมาะที่จะเอาไว้ชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ไอที