Skip to content
|

รีวิว Onkyo TX-NR575E และ TX-NR474 ผสานกับชุดลำโพง Polk Audio T Series ซิสเต็มคุ้มค่าที่มากกว่ารุ่นเริ่มต้น

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 27 Feb 2022 0 comments

 

7.2-Channel & 5.1-Channel Network AV Receiver 
With Affordable Home Theater Speaker and Powered Subwoofer

Onkyo TX-NR575E & TX-NR474
Polk T Series
Polk HTS-10

ท่านใดที่ติดตามเพจ HOMETHEATERTHAILAND อยู่ คงทราบดีว่าก่อนหน้านี้ได้ทำการทดสอบเอวีรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-NR676E และชุดลำโพง Polk Signature Series กันไปแล้ว มาในครั้งนี้ ยังคงเป็นรีวิวควบทั้ง 2 แบรนด์ยอดฮิตอยู่ แต่เป็นชุดดูหนังที่มีราคาประหยัดกว่ารีวิวก่อน แต่มีความโดดเด่นน่าสนใจไม่แพ้กัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับท่านใดที่กำลังมองหาชุดลำโพงมาเติมเต็มการรับชมภาพยนตร์ และเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง

และซิสเต็มที่จะทำการทดสอบครั้งนี้ นำโดยเอวีรีซีฟเวอร์ 2 รุ่น Onkyo TX-NR575E กับ TX-NR474พร้อมด้วยชุดลำโพง Polk Audio ตระกูล T Series และซับวูฟเฟอร์พลังสูง Polk Audio HTS-10 บางท่านอาจสงสัยกันแล้วว่าทำไมรีวิวนี้ใช้เอวีรีซีฟเวอร์ถึง 2 รุ่นเลย นั่นก็พื่อเพิ่มทางเลือกในการซื้อ รุ่นไหนจะเหมาะกับผู้ใช้งานแบบใด ความสามารถจะคุ้มค่าตัวหรือไม่ ทั้งรับชมการทดสอบชุดลำโพงรุ่นประหยัด แต่เห็นสเปคแล้วต้องอยากลองพิสูจน์เสียงกันแน่นอน เกริ่นกันมาเยอะแล้ว มาเริ่มทำความรู้จักแต่ละรุ่นในชุดนี้กันเลยดีกว่า…

ราคาเปิดตัวของแต่ละรุ่น สนนอยู่ที่…
เอวีรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-NR575E ราคา 24,900 บาท
เอวีรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-NR474 ราคา 19,900 บาท
ลำโพงวางหิ้ง Polk Audio T-15 ราคา 7,490 บาท
ลำโพงเซ็นเตอร์ Polk Audio T-30 ราคา 7,490 บาท
ลำโพงตั้งพื้น Polk Audio T-50 ราคา 12,900 บาท
ซับวูฟเฟอรฺ Polk Audio HTS-10 ราคา 15,900 บาท

 

Design – การออกแบบ

หน้าตาและขนาดของเอวีรีซีฟเวอร์ทั้ง 2 รุ่นมีความแตกต่างกันพอสมควร TX-NR575E มีขนาดที่ใหญ่ ดีไซน์ค่อนข้างใกล้เคียงรุ่นที่ระดับสูงกว่า หน้ากว้างและความสูงอยู่ที่ 435 x 173.5 มม. รุ่นนี้เป็นเอวีซีฟเวอร์ 7.2-Chรองรับการติดตั้ง Top Surround แบบ 5.2.2-Ch ให้กำลังขับต่อแชนแนลสูงสุด 135W ที่ 6 โอห์ม

รูปโฉมคมเข้ม แต่เรียบง่าย

ด้านหน้าเครื่องของ TX-NR575E มีจอแสดงผลขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจนจากตำแหน่งนั่งฟัง ปุ่มคำสั่งก็ครบถ้วนต่อการใช้งาน เช่น ปุ่มเลือกใช้งานสำหรับช่องต่อต่างๆ, ปุ่มปรับโหมดเสียง, ปุ่มปรับแต่งย่านเสียง, ปุ่มโหมด Pure Audio และปุ่มปิด/เปิดเครื่อง ซึ่งทาง Onkyo ได้ใส่ปุ่มหมุนเพิ่มเติมเข้ามานอกจากการใช้ปรับระดับเสียง เพิ่มความสะดวกในการใช้ ส่วนช่องต่อที่อยู่ด้านหน้าเครื่อง ได้แก่ ช่องต่อหูฟัง 6.35 มม., ช่องต่อไมโครโฟนคาลิเบรทเสียง และสุดท้ายช่องต่อ AUX 3.5 มม.

ช่องต่อทางด้านหลังของ TX-NR575E มีมาให้เพียงพอต่อการใช้งาน ช่องอินพุต HDMI มีจำนวน 4 ช่อง และเอ๊าท์พุต HDMI ARC จำนวน 1 ช่อง ทุกช่องรองรับ HDR10, Dolby Vision, BT.2020, 4K/60Hz และ HDCP 2.2 ช่องต่อสายลำโพง Binding Post รองรับการเข้าสายทั้งแบบเปลือยและแบบหัวกล้วย ช่องต่ออื่นๆ สำหรับภาคดิจิตอลและอะนาล็อกก็มีให้เลือกใช้มากมาย ส่วนภาคการเชื่อมต่อไร้สาย ได้มีเสารับสัญญาณมาให้ถึง 2 เสา รองรับ Bluetooth 4.1 และ Wi-Fi แบนด์วิธ 2.4GHz กับ 5GHz

ช่องเชื่อมต่อมีเพียบพร้อมหลากหลาย

มาดูฝั่งรุ่นรองกันบ้าง TX-NR474 ความสูงของตัวเครื่องจะเล็กลงมาหน่อย อยู่ที่ 160 มม. ให้กำลังขับ 135Wต่อแชนแนล รองรับซิสเต็มขนาด 5.1-Ch ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้อยู่ที่การรองรับระบบเสียง Dolby Atmosและ DTS:X สามารถติดตั้งลำโพงในรูปแบบ Dolby Atmos 3.1.2-Ch อย่าเพิ่งตกใจ… นี่คือเรื่องจริง ไม่ได้พิมผิดแต่อย่างใด การเซ็ตอัพแบบนี้ ตัดการเซอร์ราวด์ด้านข้างออก ไปเพิ่มเซอร์ราวด์ด้านบน จะให้อรรถรสการฟังที่ดีสู้ระบบ 5.1-Ch แบบปกติได้หรือไม่ รอชมการทดสอบในส่วนถัดไปกัน

หน้าตาของรุ่นนี้ อาจไม่ดูหรูหราเท่ารุ่นสูงกว่า แต่ก็จัดวางปุ่มคำสั่งต่างๆ ทางด้านหน้าตัวเครื่องได้เป็นระเบียบ ใช้งานง่าย โดยปุ่มคำสั่งและช่องต่อหน้าเครื่องจะเหมือนกับรุ่น TX-NR575E ต่างกันนิดหน่อยตรงที่ไม่มีปุ่มหมุน เป็นเพียงแค่ปุ่มแบบกด ส่วนจอแสดงผลก็มีขนาดใหญ่ มองเห็นไ้ด้ชัดเจน

สัดส่วนจะเล็กลงนิดหน่อย หน้าตาแตกต่างกันพอสมควร

ช่องต่อทางด้านหลังจะลดหลั่นจำนวนลงมาตามลำดับรุ่น ช่องต่ออินพุต HDMI มี 4 ช่อง ส่วนเอ๊าท์พุต HDMI ARC มี 1 ช่อง ด้านการรองรับสัญญาณจะเหมือนกับรุ่นบน ช่องต่อสายลำโพงก็เป็น Binding Post รองรับสายเปลือยกับหัวกล้วยเช่นกัน ซึ่ง TX-NR474 จะถูกตัดการเชื่อมต่อลำโพงโซน 2 ออกไป แต่ภาคเชื่อมต่ออื่นๆ ทั้งดิจิตอล อะนาล็อก และไร้สาย ยังคงมีให้ครบเพียงพอต่อการใช้งาน

สังเกตได้ว่าช่องต่อด้านหลังค่อนข้างโล่ง แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน

รีโมทของเอวีรีซีฟเวอร์ทั้ง 2 รุ่นนั้นเป็นแบบเดียวกัน เน้นความเรียบง่าย ใช้งานสะดวก จัดเรียงปุ่มตามช่องอินพุตต่างๆ มีขนาดกะทัดรัด นอกจากนี้ภายในชุดยังให้ไมโครโฟนรับเสียง สำหรับการคาลิเบรทอัตโนมัติ อีกหนึ่งลูกเล่นเด็ดของ Onkyo

รีโมทใช้งานง่าย แยกปุ่มชัดเจน

มาดูชุดลำโพง Polk Audio T Series กันต่อ โดยซีรีส์นี้มีนิยามการออกแบบที่เน้นในเรื่องคุณภาพเสียงชั้นดี ในระดับราคาที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย รูปลักษณ์ภายนอกมีดีไซน์ที่อาจจะดูธรรมดา ใช้วัสดุเป็นไม้ MDF ผิวตู้เป็นลายไม้สีดำ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้อารมณ์เรียบง่าย สุภาพเคร่งขรึม ไม่หวือหวาจนเกินไป เหมาะกับทุกสไตล์การตกแต่งบ้าน

 

Polk Audio T Series มีดีไซน์และโทนสีที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความเคร่งขรึม

ลำโพงตั้งพื้นรุ่น T50 เป็นลำโพงตู้ปิด ไม่มีช่องคายเสียง มีความสูงประมาณ 40.35 นิ้ว บรรจุดอกลำโพงถึง 4 ดอก แบ่งเป็นดอกลำโพงทวีตเตอร์โดมผ้าไหม Wave Guide ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ดอก, ดอกลำโพง Bass Radiator ขนาด 6.5 นิ้ว 2 ดอก และสุดท้ายเป็นดอกลำโพงมิดวูฟเฟอร์ Dynamic Balance อีกหนึ่งดอก ตามสเปคแล้วนับว่าเป็นลำโพงคู่หน้าที่ตอบสนองย่านเสียงต่ำได้ลึกเลยทีเดียว อยู่ที่ 38Hz-24kHz ช่องต่อทางด้านหลังเป็น Binding Post รองรับสายหัวกล้วย ฐานลำโพงเป็นแบบแบนราบกับพื้น สามารถติดตั้งสไปค์รองลำโพงได้

หน้ากากลำโพงเป็นแบบรูเสียบ มีอักษรบ่งบอกประเภทดอกลำโพงบนทวีตเตอร์ด้วย

ปกติแล้วลำโพงวางหิ้งและลำโพงตั้งพื้นในซีรีส์เดียวกันมักจะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องการออกแบบตัวตู้และดอกลำโพง แต่สำหรับลำโพงวางหิ้งรุ่น T15 นั้นจะค่อนข้างแตกต่างจาก T50 อยู่สักหน่อย ตัวตู้มีช่องคายเสียงอยู่ทางด้านหน้าระหว่างดอกลำโพงทวีตเตอร์และมิดเบส ใช้ดอกทวีตเตอร์ผ้าไหม Dynamic Balance ขนาด 0.75 นิ้ว ส่วนดอกมิดวูฟเฟอร์เป็น Dynamic Balance Polymer Composite Cone ขนาด 5.25 นิ้ว ด้านช่องต่อสายจะเป็นแบบเดียวกัน มีรูสำหรับแขวนอยู่ทางด้านหลังด้วย

ลำโพงวางหิ้งมีดีไซน์เคร่งขรึมสวยงาม

ด้านหลังมีรูสำหรับแขวนให้ด้วย

ลำโพงเซ็นเตอร์รุ่น T30 มีขนาดตัวกำลังพอดี ความสูง 6.5 นิ้ว หน้ากว้าง 19 นิ้ว เข้ากับชั้นวางทั่วไปได้ ใช้ดอกลำโพงชนิดเดียวกับรุ่น T50 ซึ่งทวีตเตอร์มีขนาดเท่ากัน ดอกมิดวูฟเฟอร์จะมีขนาดเล็กกว่า อยู่ที่ 5.25 นิ้ว มีจำนวน 2 ดอก ด้านหลังตัวตู้จะมีช่องคายเสียงอยู่ตรงกลาง ข้างๆ กันจะเป็นช่องต่อ Binding Post

ลำโพงเซ็นเตอร์ T30 ขนาดตัวไม่เล็กหรือใหญ่ ลงตัวเข้ากับชั้นวางทั่วไป

ปิดท้ายชุดนี้กันด้วยซับวูฟเฟอร์รุ่น HTS-10 ซับวูฟเฟอร์พลังสูงที่บิลต์อินแอมป์คลาส D มาในตัว เคยรีวิวกันมาแล้วในรีวิวก่อน รายละเอียดดีไซน์คงไม่ต้องลงลึกอะไรมากแล้ว ด้วยกำลังขับกว่า 200W และฟีเจอร์ Power Port จากซีรีส์ Signature ที่มากรันตีพลังเสียง ทั้งราคายังจับต้องได้ จึงเหมาะแก่การทดสอบกับซิสเต็มนี้ยิ่งนัก

Polk HTS-10 ซับวูฟเฟอร์พลังช้างสาร

 

Features – ลูกเล่น

เอวีรีซีฟเวอร์ทั้ง 2 รุ่นนี้ บอกเลยว่าลูกเล่นแพรวพราวพอตัวเลยทีเดียว แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็อัดแน่นฟีเจอร์เด็ดๆ เพียบ เริ่มต้นที่ด้านการดูหนังและฟังเพลง คู่นี้รองรับการส่งผ่านสัญญาณภาพที่ทันสมัย ทั้ง 4K/60Hz, HDR10, Dolby Vision และ BT.2020 สามารถต่อเครื่องเล่นที่รองรับมายังรีซีฟเวอร์ได้โดยตรง

ฝั่งเสียงก็รองรับระบบทันสมัยเช่นกัน สามารถถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์ด้านสูง Dolby Atmos และ DTS:X ซึ่งไฮไลต์น่าสนใจอยู่ตรงที่ TX-NR474 รองรับซิสเต็มสูงสุดได้แค่ 5.1-Ch ก็จริง แต่สามารถติดตั้งลำโพงได้ในรูปแบบ Dolby Atmos 3.1.2-Ch ได้ นำแชนแนลลำโพงเซอร์ราวด์ด้านข้าง เปลี่ยนมาเป็นเซอร์ราวด์ด้านสูงแทนนั่นเอง

มีเมนูสำหรับปรับแต่งลำโพง Dolby Atmos Enabled แยกต่างหากด้วย

ในการรับชมภาพยนตร์ที่ไม่มีระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS:X แต่อยากได้อรรถรสจากเสียงเซอร์ราวด์ด้านสูง ทั้ง 2 รุ่นสามารถ Upmix จำลองเสียงเซอร์ราวด์ด้านสูงขึ้นมาได้ เช่น Upmix จากการรับชมบน Netflix ที่เป็น Dolby Digital 5.1 ตัวเครื่อง TX-NR575E จะเพิ่มเติมเซอร์ราวด์ด้านบนให้เป็น 5.1.2-Ch นั่นเอง

นอกจากนี้สิ่งที่เหมือนกันของทั้งคู่ยังอยู่ที่ฟีเจอร์ด้านการฟังเพลงต่างๆ ซึ่งคอเพลง Hi-Res สามารถสนองการฟังได้อย่างถูกใจแน่นอน สองรุ่นนี้ใช้ชิพประมวลผลจาก AKM รุ่น AK4438 เป็น Multichannel DACรองรับความละเอียดสูงสุด 32bit/384kHz โดยผู้นิยมไฟล์ Hi-Res สามารถเล่นไฟล์สกุลยอดฮิตได้ทั้งหมด ผ่าน USB Drive และสตรีมมิ่ง Media Server ภายในบ้าน เช่น WAV, FLAC, AIFF, AAC, Apple Lossless (ทั้งหมดนี้รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 24bit/192kHz) หรือ DSD 2.8MHz กับ 5.6MHzเป็นต้น

ด้านการสตรีมมิ่งของสองรุ่น ไม่ได้น้อยหน้ากว่ารุ่นสูงๆ รองรับบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมในปัจจุบันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Tidal, TuneIn หรือ Deezer (เร็วๆ นี้จะมีอัพเดทเฟิร์มแวร์รองรับ Deezer HiFi ฟังเพลงที่ความละเอียด 16bit/44.1kHz) รวมถึงการบิลต์อิน Apple AirPlay, DTS Play-Fi สำหรับใช้งานผ่านแอพฯ บนสมาร์ทโฟน และ Chromecast แคสต์ทุกการฟังมายังรีซีฟเวอร์ได้ (แคสต์ได้เฉพาะการฟังเพลงเท่านั้น ไม่สามารถแคสต์ภาพเคลื่อนไหวอย่าง Netflix ได้) ส่วนใครที่ต้องการเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ก็สามารถดาวน์โหลดแอพฯ Onkyo Controller เพื่อควบคุมบนสมาร์ทโฟน รับรองทั้งระบบ iOS และ Android

มีช่องทางการฟังเพลงที่ทันสมัย บิลต์อินมาไว้ในเครื่องทั้ง 2 รุ่น

ปิดท้ายด้วยลูกเล่นที่ช่วยให้มือใหม่เพิ่งหัดใช้งานเอวีรีซีฟเวอร์ สามารถปรับแต่งคาลิเบรทเสียงให้เหมาะสมลงตัวกับจุดที่นั่งรับชม ได้อย่างง่ายดาย ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที นั่นคือฟีเจอร์ AccuEQ Room Acoustic Calibration ที่ช่วยปรับแต่งอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการใช้งานจะเป็นอย่างไรนั้น รับชมการอธิบายเพิ่มเติมในส่วนถัดไป…

 

Setup – การติดตั้ง

ในการทดสอบนี้ ได้ใช้ฟีเจอร์ AccuEQ ปรับแต่งคาลิเบรทเสียงกับทั้ง 2 รุ่น โดยวิธีการใช้งานนั้นง่ายมากๆ เพียงนำไมโครโฟนที่ให้มาในชุด เสียบเข้ากับช่องต่อด้านหน้ารีซีฟเวอร์ ทันทีที่เสียบจะมีเมนูปรับแต่งขึ้นมา ให้ผู้ใช้งานเลือกการตั้งค่าให้ตรงกับซิสเต็มจริง เพื่อการปรับที่ถูกต้องสมบูรณ์ ซึ่ง TX-NR474 จะมีความแตกต่างตรงที่การเซ็ตอัพเซอร์ราวด์ด้านสูงจะตัดการใช้งานลำโพงเซอร์ราวด์หลังออก

ไมโครโฟนรับเสียงสำหรับการคาลิเบรท

เมื่อตั้งค่าเรียบร้อย ให้นำไมโครโฟนวางบริเวณตำแหน่งนั่งฟังระดับเดียวกับหู ถัดไปให้ผู้ใช้งานออกจากพื้นที่ของชุดโฮมฯ ป้องกันการบดบังเสียงจากลำโพงสู่ไมโครโฟน รอเพียงสักครู่ก็เป็นอันเรียบร้อย จากการทดสอบนั้นความแม่นยำสูงเลยทีเดียว แทบไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติมสักเท่าไร เพิ่มความสะดวกต่อผู้ใช้งาน โดยเฉพาะมือใหม่เป็นอย่างมาก

การเลือกติดตั้งลำโพงรูปแบบ 5.1.2-Ch บน TX-NR575E

การเลือกติดตั้งลำโพงรูปแบบ 3.1.2-Ch บน TX-NR474

ซึ่งชุดที่ใช้ทดสอบติดตั้งเป็นระบบ 5.1.2-Ch สำหรับ TX-NR575E และ 3.1.2-Ch / 5.1-Ch สำหรับ TX-NR474 จับคู่กับชุดลำโพง Polk Audio T Series, ซับวูฟเฟอร์ Polk Audio HTS-10 และลำโพงฝังฝ้า KEF โดยใช้สายลำโพง Velocita รุ่น Rome I และ Rome V โดยอุปกรณ์ที่ร่วมทดสอบนั้นได้ใช้ PlayStation 4 Pro กับ OPPO UDP-205 เชื่อมต่อด้วยสาย LCD HDMI รุ่น Jericho เพื่อให้ได้ศักยภาพในการทดสอบที่สูงที่สุด ว่าแล้วก็เข้าสู่การทดสอบจริงในส่วนต่อไปเลย


Sound – เสียง

ขอเริ่มต้นด้วย Onkyo TX-NR575E รับชมในรูปแบบ 5.1.2-Ch ด้วยภาพยนตร์เรื่อง Kingsman : The Golden Circle ในฉากที่สายลับตัวเอกไปปฏิบัติภารกิจกู้โลก ถล่มรังศัตรูกันแบบดุเดือด ซึ่งฉากนี้มีจุดเด่นในเรื่องของเสียงเซอร์ราวด์ที่เด่นชัดว่องไว เสียงปืนและระเบิดที่ซัดกันสนั่นหวั่นไหว ประสานกับเพลง Saturday Night”s Alright ของ Elton John ที่มาเพิ่มความเร้าใจ

สุ้มเสียงที่สัมผัสได้นั้น เนื้อเสียงจากชุดลำโพง T Series มีความอวบอิ่ม เสียงหนักแน่น ลอกเอกลักษณ์เสียงความเป็น Polk Audio มาจากรุ่นก่อนๆ ได้แบบไม่ผิดเพี้ยน เสียงปืนที่ยิงมีออกมามีความกระชับดุดัน คอหนังและเกมแนวแอ๊คชั่นที่ชอบเสียงปืนแน่นๆ ชุดลำโพงนี้ตอบโจทย์แน่นอน ด้วยคุณสมบัติดอกลำโพงของคู่หน้า T50 สามารถระเบิดเสียงหนักๆ ให้จุกกันไปข้างได้เลย

ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเสียง ด้านภาพก็ถ่ายทอดสัญญาณได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ขับ HDR ออกมาอย่างเจิดจรัส สีสันถูกต้องสมบูรณ์ ไม่ผิดเพี้ยนจากเครื่องเล่นต้นทาง

โทนเสียงอิ่มแน่นนี้ เมื่อจับคู่ TX-NR575E นั้น ปลายเสียงที่ได้มีความกลมมน เสียงเศษซากต่างๆ จึงไม่จัดจ้านหวือหวาเท่าไร ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับใครที่ชอบเสียงนวลหู ไม่แสบจัดจ้าน ฟังได้ในระยะยาว อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ความหวานของเสียง นั่นคือความสามารถในการโยนเสียงเซอร์ราวด์ มีความว่องไวแม่นยำ ระบุตำแหน่งเสียงชัดเจนสัมพันธ์กับฉากในภาพยนตร์ โดยเฉพาะเสียงเซอร์ราวด์ด้านสูง จากการทดสอบด้วยแผ่นอ้างอิง Dolby Atmos Demo ที่เผยตำแหน่งเสียงออกมาได้อย่างมีมิติน่าชื่นชม

ตัดมาที่รุ่นน้อง TX-NR474 แม้แชนแนลจะด้อยกว่า แต่อะไรที่ TX-NR575E ทำได้ รุ่นนี้เองก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ลองทดสอบด้วยระบบ 5.1-Ch แล้ว อรรถรสเสียงที่ได้มีความว่องไว เนื้อเสียงมีพลัง ให้ความฉวัดเฉวียนที่ดีเลยทีเดียว แต่นั่นธรรมดาไป ต้องทดสอบด้วยระบบเซอร์ราวด์ด้านสูง 3.1.2-Ch อันเป็นไฮไลต์เด็ดประจำตัว

ต้องยอมรับว่าเมื่อตัดเซอร์ราวด์ด้านข้างออก ไปเพิ่มมิติเสียงทางด้านบน อารมณ์การฟังที่ได้อาจยังไม่คุ้นชินเท่าไร เวทีเสียงที่ได้มีความกว้าง ความสามารถของลำโพงคู่หน้า Polk T50 จึงให้พื้นที่เสียงครอบคลุมทดแทนได้ดีแม้ไม่มีเซอร์ราวด์ด้านข้าง รูปแบบการฟังจะคล้ายกับซาวด์บาร์ที่มีฟีเจอร์เซอร์ราวด์ด้านสูง แต่จุดต่างที่ชัดเจนเลยคือ พลังเสียง และความแม่นยำชัดเจนในการระบุตำแหน่งเซอร์ราวด์ ยิ่งไม่มีเซอร์ราวด์ด้านข้างแล้ว เสียงที่มาจากมิติด้านบนยิ่งชัดเจนกว่าเดิม เนื่องจากไม่มีบรรยากาศด้านข้างมาดึงความสนใจ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแนะนำที่ยอดเยี่ยม สำหรับผู้ที่ต้องการเสียง Dolby Atmos ในพื้นที่จำกัด

คอนเท็นต์ Dolby Atmos แท้ๆ สามารถเล่นได้อย่างสมบูรณ์ในรูปแบบ 3.1.2-Ch

อย่าเพิ่งคิดว่าหนังที่รับชมส่วนใหญ่ไม่ใช่ Dolby Atmos แล้วจะไม่ใช้ไม่คุ้ม ซึ่งจุดเด่นที่ค่อนข้างประทับใจหลังได้ทดสอบบนรีซีฟเวอร์ทั้ง 2 รุ่น อยู่ที่ลูกเล่นการ Upmix จำลองเสียงเซอร์ราวด์ด้านสูง เช่นจาก 5.1-Ch ให้เป็น 5.1.2-Ch ด้วยโหมดเสียง Dolby Surround หรือ DTS Neural:X คุณภาพเสียงที่ได้อยู่ในระดับที่ดีจนตกใจ ได้บรรยากาศเติมเต็มขึ้น ไม่ลดความเข้มข้นของเนื้อเสียง ต้องยกความดีความชอบให้ชิพประมวลของทั้ง 2 รุ่นเลย

เปลี่ยนจากการฟังเพียงระนาบเดียว ให้เพิ่มมิติด้านสูงขึ้นมา

ในด้านการฟังเพลงนั้น รีซีฟเวอร์คู่นี้และชุดลำโพงได้เผยเอกลักษณ์ของแบรนด์ออกมาเต็มๆ อย่างที่คุ้นเคยกันว่า Onkyo ต้องเสียงหวานกลม Polk Audio ต้องเสียงนุ่มแต่หนักแน่น ซึ่งสายอนุรักษ์นิยมไม่มีผิดหวัง คงสไตล์เสียงเอาไว้อย่างครบถ้วน ต่างจากรีซีฟเวอร์รุ่นสูงและ Polk Signature ที่เน้นความพุ่งพล่านจัดจ้านมากขึ้น

ทดสอบด้วยแผ่น Hans Zimmer – Live In Prague การแสดงคอนเสิร์ตออร์เครสตร้าของนักประพันธ์เพลงภาพยนตร์ชื่อก้องที่หลายท่านน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ที่สำคัญแผ่นนี้มีระบบเสียง Dolby Atmos ด้วย ตัวลำโพง T Series และซับวูฟเฟอร์ HTS-10 ทำงานสอดคล้องกันลงตัว เสียงกลองและเบสมีความหนักแน่น ไดนามิกเสียงที่ออกมาจากซับวูฟเฟอร์ ปลุกความรุกเร้าของเสียงกลองใบใหญ่ให้ฮึกเหิม มีแรงปะทะแบบเนื้อๆ อีกทั้งปลายเสียงของแต่ละตัวมีความกลมมน ฟังสบายเพลิดเพลิน ไม่ตึงเครียด

เนื้อเสียงเข้มกระชับ อาจจะไม่กระจ่างใสปิ๊งปั๊ง แต่ให้ความกลมกล่อมฟังได้อย่างลื่นไหลนวลหู

ในภาคการฟังแบบสตรีมมิ่งและไฟล์ รีซีฟเวอร์รองรับการเล่นที่หลากหลายทันสมัย แคสต์จากมือถือได้รวดเร็ว คุณภาพเสียงน่าพึงพอใจไม่แห้งแบน เมื่อสลับมาฟังไฟล์เพลงความละเอียดสูง ชิพ AKM สามารถให้ความอิ่ม ย่านเสียงต่ำที่ยืนพื้นมีความนิ่ง หนุนเสียงให้ฉ่ำ มีเนื้อมีหนัง ขณะเดียวกันลำโพง Polk T Series ก็เก็บรายละเอียดได้ไม่ตกหล่น คุมโทนความหวานนุ่ม เป็นอีกหนึ่งลำโพงประหยัดที่อยากแนะนำให้ได้ฟังกัน

อยากฟังเพลงอะไรก็แคสต์มาได้เลย เพียงแค่เชื่อมต่อรีซีฟเวอร์เข้ากับเครื่อข่ายภายในบ้านก็พร้อมแคสต์ได้ทันที

ด้านเสียงร้องเองไม่ได้ถูกกลบจากความกลมมนจนหมดความเด่น ให้เสียงร้องชัดถ้อยชัดคำ แต่มีความหนามากกว่าปกติ ยกตัวอย่างเพลง Giorgio by Moroder ของ Daft Punk ที่ช่วงต้นจะเป็นเสียงพูด ถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ เสียงพูดมีความหนา พอเสียงดนตรีเริ่มบรรเลง เสียงร้องก็ยังคงเด่นลอยชัด เข้ากันได้กับคอหนังและคอเพลง หรือจะเพลงมันๆ เดือดๆ อย่าง Linkin Park ชุดนี้ก็ให้ความสนุกชวนโดดได้อย่างเพลิดเพลิน ปลายเสียงแหลมมีความอั้นเล็กอยู่บ้าง ไม่เปิดโปร่งเท่าซีรีส์ Signature แต่แรงปะทะที่ได้นั้นหนักหน่วง ขับเสียงกีตาร์ที่แผดลึก เข้าคู่กับการเดินเบสที่เป็นลูกๆ ว่าแล้วอาจไม่เห็นภาพ ไปชมคลิปทดสอบกันเลย…

 

Conclusion – สรุป

สรุปได้ว่าทั้งเอวีรีซีฟเวอร์ 2 รุ่นนี้ เป็นอีกตัวเลือกรุ่นคุ้มค่าคุ้มราคา เกินกว่าคำว่ารุ่นเริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นมากมาย เหมาะสำหรับใครที่อยากจะอัพเกรดชุดดูหนังฟังเพลงที่บ้าน ให้มีความทันยุคทันสมัย โดยเฉพาะเทรนด์การฟังเพลงสตรีมมิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก และเร็วๆ นี้ทาง Onkyo เตรียมปล่อยอัพเดทแอพฯ Deezer ที่บิลต์อินมาในเครื่องให้สตรีมมิ่งที่ความละเอียดระดับ Lossless 16bit/44.1kHz เทียบเท่าแผ่น CD เลย

ด้านการรับชมภาพยนตร์ Onkyo ซีรีส์นี้มีพัฒนาการที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าชัดเจน การโยนเสียงและตำแหน่งเซอร์ราวด์สามารถจำแนกเสียงออกมาอย่างมีมิติ ฉวัดเฉวียนว่องไว และแม้ TX-NR474 จะเป็นรุ่นเล็ก มีแชนแนลการเซอร์ราวด์แค่ 5.1-Ch แต่ก็เพิ่มการรองรับการติดตั้งลำโพงแบบ Dolby Atmos มาให้ เพื่อเป็นตัวเลือกแก่ผู้ไม่สะดวกต่อการติดตั้งเต็มระบบ แต่อยากได้คุณภาพเสียง Atmos ที่เหนือกว่าซาวด์บาร์

อัพเกรดการฟังให้เต็มระบบ Dolby Atmos 5.1.2-Ch ต้อง Onkyo TX-NR575E
แต่ถ้าเน้นซิสเต็มขนาดเล็ก ต้อง Onkyo TX-NR474 เลย

และที่ชื่นชอบเป็นพิเศษหลังจากได้ทดสอบแล้ว นั่นคือความสามารถในการจำลองเสียงเซอร์ราวด์ Dolby Surround และ DTS Neural:X ที่ยกระดับการฟังให้เติมเต็มครอบคลุมการเซอร์ราวด์รอบด้านได้อย่างน่าชื่นชม ที่สำคัญการ Upmix นี้ ไม่ได้ทำให้เนื้อเสียงเบาบางลง แยกเสียงได้สัมพันธ์สอดคล้องกับภาพยนตร์ จนต้องแนะนำให้เปิดเอาไว้เลย

ส่วนชุดลำโพงจาก Polk Audio รุ่น T Series และซับวูฟเฟอร์รุ่น HTS-10 ทั้งเซ็ตนี้เองก็ต้องยกเครดิตให้เช่นกัน ด้วยสุ้มเสียงที่หนักแน่นกระแทกกระทั้น ตามแบบฉบับสูตรสำเร็จของชุดลำโพงอเมริกัน แต่กระนั้นก็ยังให้ความหวานนุ่มชวนฟัง เพลินกันได้ยาวๆ ไม่เสียดหูหรือสร้างความอึดอัดแก่ผู้ฟัง เข้ากันได้กับการฟังทุกประเภท

ท่านใดที่สนใจ สามารถรับชมตัวจริง พร้อมทดลองฟังเสียงสดๆ ได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย หรือที่ Power Buyทุกสาขาทั่วประเทศ

ราคาเปิดตัวของแต่ละรุ่น สนนอยู่ที่…
เอวีรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-NR575E ราคา 24,900 บาท
เอวีรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-NR474 ราคา 19,900 บาท
ลำโพงวางหิ้ง Polk Audio T-15 ราคา 7,490 บาท
ลำโพงเซ็นเตอร์ Polk Audio T-30 ราคา 7,490 บาท
ลำโพงตั้งพื้น Polk Audio T-50 ราคา 12,900 บาท
ซับวูฟเฟอรฺ Polk Audio HTS-10 ราคา 15,900 บาท

ราคาโปรโมชั่นพิเศษ!
ซ้าย Onkyo TX-NR474 กับชุดลำโพง Polk T Series ราคา 47,780 บาท

ขวา Onkyo TX-NR575E กับชุดลำโพง Polk T Series ราคา 52,780 บาท

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้