Skip to content
|

เรือธง ขย่มปฐพี !!! รีวิว Onkyo TX-NR5010 4K Ready Network AV Receiver

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 05 Jan 2022 0 comments

AV Receiver

Onkyo TX-NR5010

“เรือธง” ขย่มปฐพี !!!

TX-NR5010 ถือเป็น AVR รุ่นสูงสุดที่ทาง Onkyo ยกให้เป็น “รุ่นเรือธง” ในหมวด AVR หากจะเป็นรอง ก็แค่ PR-SC5509 และ PA-MC5501 ซึ่งอยู่ในหมวด AV Separates โดยแยกตัวถัง AV Pre Processor กับ 9-ch Power Amplifier ออกมาอิสระต่างหาก ถึงกระนั้น TX-NR5010 ก็ใช้พื้นฐานหลายๆ อย่างคล้ายคลึงกับ Pre Pro + Power amp ข้างต้น แต่อยู่ภายใต้ตัวถังเดียว

Design – การออกแบบ

ด้วยดีกรีระดับท็อป พื้นฐานโครงสร้างก็ย่อมจะไม่ธรรมดา มาดูกันว่า AVR รุ่นนี้ มีดีอะไรบ้างครับ

แผงหน้าเรียบๆ ที่คุ้นเคย รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่คล้ายๆ กัน

บานพับด้านล่างเปิดออกได้ ตามลักษณะของรุ่นใหญ่ ภายใต้บานพับก็เป็นปุ่มควบคุมต่างๆ และช่องต่อ AUX รองรับทั้งสัญญาณภาพเสียงแบบดิจิทัล และอะนาล็อก รวมถึง USB Input และ Audyssey Setup Mic In ว่าไปมองดูรวมๆ ก็ไม่ต่างจากรุ่นน้องอย่าง TX-NR818 เลยน้อ ยกเว้นความสูงของตัวถังที่มากกว่า

แต่พิเคราะห์ให้ลึกลงไป ที่ต่างน่ะ คือ ตรงนี้ครับ นัยว่าจัดเต็มแบบรุ่นใหญ่เลยเชียวกับโครงสร้างตัวถังที่มั่นคง แน่นหนากว่า! แยกโครงสร้างแผ่นปิดด้านบน และแผ่นประกบข้าง ซึ่งผลิตจากอะลูมิเนียม (รุ่นเล็กฝาครอบเป็นเพียงแผ่นเหล็กพับ) แล้วยึดล็อคเข้าด้วยกันเพื่อผลด้านการลดทอนแรงสั่นสะเทือน (Anti-vibration)

นอกจากนี้ ภายในเองก็อัดแน่นไปด้วยคุณภาพของอุปกรณ์ระดับสูง ดูแล้วอลังการ จุดเด่นที่เห็นชัดๆ คงไม่พ้นภาคจ่ายไฟขนาดเขื่องแบบ H.C.P.S. (High Current Power Supply) Massive High Power Transformer โดยอาศัยขุมกำลังจาก Toroidal Transformer ขนาดเขื่อง และแยก EI Transformer จำนวน 2 ชุด สำหรับภาควิดีโอ และออดิโอโดยเฉพาะ ในส่วนของการจัดวางยังแยกส่วน Preamp และ Poweramp จากกันด้วย โครงสร้างพื้นฐานดูแล้วก็น้องๆ PR-SC5509 + PA-MC5501 ที่เป็นชุด Prepro + Multi-ch Poweramp แต่รวมอยู่ในตัวถังเดียวเลยนะเนี่ย

อีกจุดหนึ่งที่ดูจะมีมากกว่ารุ่นเล็ก ก็คือ ช่องระบายอากาศ อย่างฝาบนนี่พรุนไปหมด อิ อิ และก็มีด้านข้างในบางจุดด้วย ซึ่งตรงนี้จะไม่เห็นใน AVR รุ่นเล็ก แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าความร้อนในขณะใช้งาน 5010 จะสูงมากมายอะไรนะครับ หรืออาจจะเป็นเพราะการระบายความร้อนดีก็เป็นได้ เลยไม่สะสมจนรู้สึกว่าร้อนมาก (มีพัดลมระบายความร้อนข้างใน)

Connectivity – ช่องต่อ

ทีนี้มาดูกันที่ช่องต่อบนแผงหน้า ว่าจะมี “จุดสะดวกเชื่อมต่อ” ให้มากน้อยเพียงใด

เริ่มจากขั้วต่อหูฟังขนาด 1/8″ ปกติจะเห็นกับ AVR ทุกรุ่นจนเป็นของคู่กันอยู่แล้ว (ซื้อ AVR ก็เหมือนได้แถม Headphone Amp มาด้วย) จริงอยู่ว่าอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานกัน เพราะส่วนใหญ่จะเน้นฟังเสียงจากลำโพงโฮมเธียเตอร์กันเป็นหลัก ทว่าท่านใดใช้งานหูฟังอยู่ ลองจัดดูสักหน่อยก็ได้นะครับ ในส่วนของ TX-NR5010 พบว่า ช่องต่อ Headphone ก็มีทีเด็ด ไม่แพ้เรื่องศักยภาพของภาคขยายลำโพงเลยครับ
(จะรายงานผลอีกครั้งช่วง คุณภาพเสียง)

ถัดมาฝั่งขวา เป็นตำแหน่ง AUX Input จุดเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงอเนกประสงค์ ที่มีทั้งดิจิทัล และอะนาล็อก ไม่ว่าจะเป็น HDMI In (รองรับมาตรฐาน MHL เพื่อเชื่อมต่อกับ Smart Devices ด้วย), Digital Optical In, Composite Video & Analog Audio In, และ USB Input รวมถึง Setup Mic Input สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชั่น Audyssey Auto Calibration

ต่อกันที่ด้านหลัง อันเป็นพื้นที่หลักสำหรับเชื่อมต่อสัญญาณ จะเห็นจำนวนปุ่มมากมาย เรียงรายครบครันตามมาตรฐานที่ใช้งานกันในปัจจุบัน จะมีที่พิเศษเพิ่มเติมจาก AVR ยี่ห้ออื่นก็ตรงที่สามารถรับสัญญาณ PC In (D-sub หรือ VGA) มาตรฐานการเชื่อมต่อสัญญาณแบบอะนาล็อกสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า แน่นอนว่าสามารถอัพสเกลเพิ่มได้ แต่ผลลัพธ์ของภาพคงได้ไม่ดีเท่าการเชื่อมต่อ ผ่านมาตรฐานที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือ HDMI/DVI นะครับ ซึ่งจำนวน HDMI In/Out ของ 5010 ให้มามากถึง 9/2 ช่อง เลยทีเดียว

Universal Port ที่เคยถูกใช้เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมของ Onkyo ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ประเด็นนี้ไม่น่าจะต้องให้ความสำคัญ เพราะอุปกรณ์เสริมของ Onkyo ในปัจจุบัน ต่างก็เปลี่ยนไปเชื่อมต่อทาง USB

รุ่นนี้จะมี USB Inputทั้งหมด 2 ช่อง ด้านหน้า 1 ด้านหลังอีก 1 (ตำแหน่งอยู่ข้าง Ethernet port) นัยว่านอกเหนือจากการใช้งานเชื่อมต่อโดยตรงกับ USB Storage Devices และ Smart Devices (iOS/Android) เพื่อรับฟังดนตรีในรูปแบบดิจิทัลไฟล์แล้ว (รวมถึงการอัพเดทเฟิร์มแวร์) ยังเผื่อใช้งานอุปกรณ์เสริมภายนอกแบบ USB ให้เสียบคาไว้ได้เลย ไม่เบียดบังจำนวนช่องต่อกัน ยกตัวอย่างอุปกรณ์เสริมเด่นๆ เช่น UWF-1 USB Wireless Adapter อุปกรณ์เสริมที่จะอัพเกรด AVR เครื่องนี้ ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์กไร้สาย (Wi-Fi) ได้ หรือ UBT-1 USB Bluetooth Adapter เพื่อเชื่อมต่อรับสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์ Smart Devices แบบไร้สาย ผ่านมาตรฐานบลูทูช

ความโดดเด่นอีกจุดหนึ่ง ที่ไม่กล่าวถึงมิได้ คือ ขั้วต่อสายลำโพงแบบใส หน้าสัมผัสชุบทอง ดูดี
ดังเช่นที่เคยเห็นในรุ่นก่อนๆ (5009) ยังคงไว้เช่นเดิม

จากจำนวนขั้วต่อสายลำโพง พบว่าสามารถเชื่อมต่อลำโพงได้ถึง 11 แชนเนล พร้อมกัน ! รองรับระบบเสียงรอบทิศทางสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ที่ใช้งานกันในปัจจุบันได้หมด ซึ่งรวมถึงระบบเสียงเสริม อย่าง Dolby Prologic IIz และ Audyssey DSX แต่ถ้าหากไม่ได้ติดตั้งใช้งานลำโพงรอบทิศทางจำนวนมากถึงขนาดนั้น ก็สามารถบริหารจัดการภาคขยายทั้งหมดที่มี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น นำมาไบแอมป์ ต่อลำโพงชุด B หรือแยกไปใช้งานห้องอื่นในแบบ มัลติโซน ก็ได้

Setup – การติดตั้ง

ดังเช่น AVR อื่นๆ ในปัจจุบันที่มาพร้อมกับระบบ Speakers Auto Calibration แต่ระดับ TX-NR5010 จุดนี้ย่อมต้องเน้นมาตรฐานระดับสูงสุดของทาง Audyssey คือ MultEQ XT32

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเบื้องต้นของระบบ Audyssey MultEQ

จุดเด่นของ MultEQ XT32 คือเรื่องของปรับแก้ Room EQ ของลำโพงหลักและซับวูฟเฟอร์ด้วยฟิลเตอร์ที่ละเอียดกว่า โอกาสจะได้ผลลัพธ์ที่เที่ยงตรงใกล้เคียงอุดมคติก็ย่อมจะสูงกว่า และเมื่อดำเนินการร่วมกับระบบ MultEQ Pro จะสามารถวางตำแหน่งจุดนั่งฟัง เพื่อใช้อ้างอิงในการตรวจวัดได้มากถึง 32 จุด ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่นั่นคงจะเป็นโรงหนังแล้วละครับ ถ้าห้องฟังทั่วไป 8 จุด หรือขั้นต่ำ 3 – 5 จุด ก็เพียงพอ เพราะห้องนึงคงนั่งกันไม่เกิน 5 คน นะ (เยอะกว่านี้คงคับ)

หลังจากจัดวางลำโพง เสียบสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างครบถ้วนแล้ว เปิดเครื่อง AVR แล้วเสียบสาย Audyssey Setup Mic เข้าที่ช่องต่อด้านหน้าของ 5010 ก็จะปรากฏหน้าจอ MultEQ XT 32: Auto Setup ขึ้นมาบนจอภาพดังรูป

ดังที่เกริ่นไปว่า 5010 มาพร้อมกับภาคขยายจำนวนมากถึง 11 แชนเนล และสามารถกำหนดการใช้งานภาคขยายเหล่านั้นได้หลากหลาย โดยสามารถดำเนินการกำหนดตั้งค่าผ่านหน้าแรกของ MultEQ XT 32: Auto Setup ได้เลย อันเป็นขั้นตอนก่อนจะไปยังช่วงการ calibrate โดยระบบจะทำการตรวจวัด และกำหนดตั้งค่าลำโพงให้สัมพันธ์กับรูปแบบการติดตั้งใช้งาน

นอกเหนือจากรองรับระบบเสียงรอบทิศทางจากลำโพงหลายแชนเนลแล้ว การปรับรูปแบบภาคขยายเพื่อใช้ “Bi-amp” หรือเสริมลำโพงชุดที่ 2 (Speaker B) เป็นการเพิ่มศักยภาพการใช้งานภาคขยายอีกแนวทางหนึ่ง แต่ที่พิเศษกว่านั้น คือ การใช้งานในรูปแบบ Digital Processing Crossover ซึ่งเป็นการเสริมวิธีการ Bi-amp พร้อมตัดความถี่ให้สัมพันธ์กับไดรเวอร์ของลำโพง ซึ่งรูปแบบ Digital Filter จะให้ slope ที่ชันกว่าวงจรครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์กที่ติดตั้งใช้งานในลำโพงทั่วไป ปัญหา coloration จากเสียงของไดรเวอร์แต่ละชุดในช่วงความถี่ที่คาบเกี่ยวกันบริเวณจุดตัดก็จะน้อยลง และยังสามารถปรับชดเชย Time Alignment (จากระนาบของไดรเวอร์) ได้ด้วย แต่ฟีเจอร์นี้จะได้อานิสงส์ชัดเจนเมื่อใช้งานกับ “ลำโพงที่ไม่มีครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก” ครับ ส่วนลำโพงไบไวร์ ทั่วๆ ไปในท้องตลาดนั้น อาจจะได้อานิสงส์ในส่วนนี้บ้าง แต่ไม่มากเท่า ผลการใช้งาน Digital Processing Crossover ผมจะรายงานให้ทราบอีกครั้งในภายหลังครับ

เมื่อใช้งานร่วมกับระบบ Audyssey Auto Calibration ระบบจะรองรับการปรับตั้งซับวูฟเฟอร์ได้อิสระ 2 แชนเนล
(แต่เชื่อมต่อได้ 4 ตู้)

Features – ลูกเล่น

Home Menu รูปแบบ Video Overlay GUI ซึ่งเป็นประตูก่อนการเข้าไปตั้งค่า Setup Menu ขณะเดียวกันก็เป็น Shortcut เพื่อเปิดใช้งาน InstaPrevue, Network/USB Content และ Update Firmware

ในส่วนของ Main Setup Menu นั้น จะไม่ใช่รูปแบบ Video Overlay แต่ทาง Onkyo ก็มีเมนูย่อย ที่สามารถปรับเลือกระบบเสียง (Listening Mode) ปรับโหมดภาพและเสียง (Audio/Video Settings) และตรวจสอบสัญญาณ Input – Output ได้ โดยแสดงในรูปแบบ Video Overlay (ซ้อนบนภาพวิดีโอที่กำลังรับชม)

InstsPrevue หรือการพรีวิวภาพวิดีโอของแหล่งโปรแกรมที่เชื่อมต่อทาง HDMI Input ได้พร้อมกันถึง 4 จอเล็ก ซ้อนบนจอใหญ่พร้อมๆ กัน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้อ้างอิงช่องต่อ และเลือกอินพุตนั้นได้สะดวกขึ้นโดยสังเกตจากภาพวิดีโอที่กำลังแสดงอยู่

ลูกเล่นอื่นๆ อย่างเช่น HDMI Through หรือ การส่งผ่านสัญญาณภาพและเสียงไปยังทีวีได้ แม้ขณะที่ AVR อยู่ในสถานะ Standby เรียกว่าถ้าเป็นการรับชมรายการเบาๆ ฟังเสียงผ่านลำโพงของทีวีได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน AVR และชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ อัตราการใช้พลังงานก็จะน้อยลง ช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นครับ

ลูกเล่นอื่นๆ อย่างเช่น HDMI Through หรือ การส่งผ่านสัญญาณภาพและเสียงไปยังทีวีได้ แม้ขณะที่ AVR อยู่ในสถานะ Standby เรียกว่าถ้าเป็นการรับชมรายการเบาๆ ฟังเสียงผ่านลำโพงของทีวีได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน AVR และชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ อัตราการใช้พลังงานก็จะน้อยลง ช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นครับ

TX-NR5010 ได้รับมาตรฐาน THX Ultra2 Plus Certified ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ THXเพื่อยืนยันว่า AVR เครื่องนี้มีศักยภาพ สามารถใช้งานกับพื้นที่ขนาดใหญ่ กว่า 3,000 ตร.ฟุต ได้ และแน่นอนว่ามาพร้อมกับคุณสมบัติอื่นๆ จากทาง THX ซึ่งรวมถึงการรองรับ Metadata-based system หรือการตั้งค่าระบบภาพและเสียงให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติจากการอิงข้อมูลที่ส่งมาพร้อมกับคอนเทนต์ (Cable TV) อันเป็นมาตรฐานหนึ่งของ THX Media Director ทว่าเคเบิลทีวีในบ้านเรา น่าจะยังไม่มีระบบนี้นะครับ

หน้าหลักของ NET Input ดังที่คุ้นเคย ซึ่งออนไลน์คอนเทนต์ (Internet Radio) มีจำนวนเท่ากับซีรี่ส์ก่อน 
ซึ่งก็คงจำนวนเท่านี้เป็นมาตรฐานมานานแล้ว ยังไม่มีผู้ให้บริการเพิ่มเติมเข้ามาใหม่

ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถรับฟังได้ (ฟรี) คือ vTuner และ AUPEO! แต่เพียงผู้ให้บริการ Internet Radio 2 เจ้านี้ก็ฟังกันไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ ออกอากาศ 24 ชม. หมุนเวียนสับเปลี่ยนไม่มีวันหยุด ฟังกันจริงๆ วันนึงก็หลักหลายร้อยเพลง เลือกได้ด้วยว่าอยากจะฟัง “แนวไหน” ก็จัดไป Pop, Jazz, Rock, Classics, New Age, … ตามอารมณ์

เอาตัวอย่างให้ดูสักเพลง กับบริการของ AUPEO! Internet Radio ซึ่งจะแตกต่างจาก vTuner เล็กน้อย
ตรงที่สามารถโหวตชอบเพลงที่กำลังฟังอยู่ได้ คุณภาพเสียงหากสถานีออกอากาศ (streaming) ในระดับ Bit rate สัก 128kb/s ก็ให้คุณภาพเสียงที่ดีทีเดียวครับ อันที่จริงขั้นต่ำสัก 96kb/s ก็ฟังได้โอเคนะครับ ส่วน Bit rate สูงสุดที่เห็น คือ 320kb/s

Network AVR จะมาพร้อมกับความสามารถรองรับการควบคุมผ่าน Smart Devices ซึ่ง 5010 เองก็เช่นกัน เพียงดาวน์โหลด และติดตั้ง Onkyo Remote App ลงบน Smart Devices ก็ใช้งานได้เลย

การควบคุมผ่าน Onkyo Remote App ถือว่าครอบคลุมเฉพาะในส่วนของฟังก์ชั่นพื้นฐาน ยังไม่สามารถทดแทนรีโมตคอนโทรลได้เบ็ดเสร็จ แต่ก็เป็นส่วนที่ใช้งานกันบ่อยๆ ปัญหาการใช้งานเล็กๆ ที่พบ คือ กับมือถือบางรุ่น จะแสดงข้อมูลได้ไม่ครบ (ตกขอบ โดยเฉพาะรุ่นขนาดจอไม่ใหญ่): อ้างอิง Ver.1.50

ประโยชน์ที่เห็นชัดๆ นอกเหนือจากการใช้งาน Smart Devices ทดแทนรีโมตคอนโทรลมาตรฐานในบางฟังก์ชั่น คือ เวลาใช้งาน NET Input จะแสดงหัวข้อ หรือรายชื่อสถานี Internet Radio ให้เลือกได้อย่างสะดวกผ่านหน้าจอ Smart Devices ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ที่หน้าเครื่อง AVR ก็สั่งงานได้ แบบนี้เหมาะมากสำหรับการรับฟังแบบมัลติโซน

Picture – ภาพ

ในส่วนของ Video Scaler นั้น สำหรับ 5010 จะเป็นการใช้งานในรูปแบบ Dual Video Processor chips หรือก็คือ มีจำนวนถึง 2 ชิพ และที่แปลก คือ ไม่ใช่ยี่ห้อเดียวกันเสียด้วย…

อานิสงส์จาก Video Processor chips ทั้ง 2 ตัว แยกทำงาน ในส่วน 4K Upscale รับหน้าที่โดย Marvell”s QDEO Gyto G2H (ซ้าย) และ 1080p Upscale รวมถึงกระบวนการ Analog to Digital Upcoversion (signal input from Composite/Component convert to HDMI Output) เป็นหน้าที่ของ IDT”s HQV Vida VHD1900 (ขวา)

แม้ว่าตลาด Video Processor chips จะมีผู้เล่นมากหน้าหลายตา แต่ปัจจุบันเมื่อก้าวสู่ยุค Digital 4K ดูเหมือนจะผูกขาดอยู่ที่ QDEO เป็นหลัก ทั้งนี้หากไล่อดีตมาจะพบว่ายุครุ่งเรืองของผู้ผลิตดูจะไม่ซ้ำหน้า ตั้งแต่ Faroudja”s DCDi, Anchor Bay”s DVDO Edge, IDT”s HQV Reon และล่าสุด คือ Marvell”s QDEO Gyoto G2 และ G2H อย่างไรก็ดีผู้ผลิต Video Processor chips อื่นๆ ที่เคยมีบทบาทในอดีตก็ไม่ได้หายหน้าไปไหน ปัจจุบันก็ยังคงพัฒนาโปรดักต์ใหม่อยู่ และก็มีการติดตั้งภายในสินค้า AV หลากหลาย นอกเหนือจาก AVR ไม่ว่าจะเป็น TV, Projector, BD/DVD Player, Set top box, etc. แต่อาจจะไม่เห็นการประชาสัมพันธ์โจ๋งครึ่มนัก

อันที่จริง Onkyo ใช้บริการ Video Processor chip ของ IDT (Integrated Device Technology, Inc.) กับ AVR ของตนมาช้านานแล้ว ช่วงที่เห็นชัดๆ ก็คงเป็น HQV Reon VX ในรุ่น TX-NR905 และก็มีการใช้งานต่อเนื่องเรื่อยมาใน AVR ระดับสูง จนมาถึง TX-NR5010 ที่ใช้งาน IDT Video Processor chip เจนเนอเรชั่นที่ 3 คือ HQV Vida (ชิพเปิดตัวในปี 2009) ซึ่งจากการออกแบบของทาง Onkyo ที่ใช้รูปแบบ Dual Video Processor chips นั้น หน้าที่หลัก (ที่น่าจะใช้งานบ่อย) อย่างการ Upconvert Analog Video signal to Digital และ 1080p Video Upscaling (noise reduction, motion adaptive de-interlacing, scaling and detail enhancement up to 1080/60p) จะเป็นหน้าที่ของ HQV Vida VHD1900 จากนั้นเมื่อต้องการอัพสเกลสัญญาณ Digital Video ใดๆ ขึ้นเป็น 4K (หากว่าฮาร์ดแวร์ปลายทาง คือ จอภาพ รองรับสัญญาณ 4K) จึงค่อยเป็นหน้าที่ของชิพ QDEO Kyoto G2H เมื่อพิจารณาแนวทางการใช้งานในปัจจุบัน ที่ยังคงใช้งานร่วมกับจอภาพมาตรฐาน Full HD เป็นหลัก ชิพ HQV Vida ก็จะมีบทบาทมากกว่าชิพ QDEO เสียด้วยซ้ำ สำหรับกรณี TX-NR5010!

หมายเหตุ: Dual Video Processor chips (QDEO + HQV Vida) เป็นฟีเจอร์ที่บรรจุมากับ Onkyo AVR รุ่น TX-NR8xx ขึ้นไป ส่วนในกรณีรุ่นเล็ก เช่น TX-NR6xx จะใช้งานซิงเกิลชิพ (QDEO) เป็นหลัก

เหตุผลหนึ่งที่ Onkyo เลือกใช้ชิพ HQV Vida เข้าใจว่าส่วนหนึ่งจะเป็นประเด็นเรื่องของเหตุผลทางการตลาดอย่าง ISF Certified อย่างไรก็ดี คุณสมบัติของชิพ HQV Vida เองก็ไม่ใช่ธรรมดา อย่างเช่น HQV StreamClean หรือกระบวนการลดทอนน้อยส์ที่แฝงมากับคอนเทนต์บีบอัด โดยแยก algorithms จัดการ 3 รูปแบบ คือ TNR – Temporal noise reduction, BAR – Block artifacts noise reduction และ MNR – Mosquito noise reduction หรือกระบวนการ Four-field, motion adaptive de-interlacing ที่ให้ผลลัพธ์ได้น่าสนใจ (เวลารับชมรายการออกอากาศต่างๆ ฟรีทีวี/ดาวเทียม/เคเบิล จะได้ใช้บ่อย) หรือ HQV Resolution Enhancement ที่ช่วยให้ภาพความละเอียดต่ำ ดูคมชัดขึ้นได้บ้าง ไปจนถึง 12-bit output for deep color and 3D gamut conversion for xvYCC processing ที่จัดการในเรื่องของสีสันได้กว้างขวางสมจริงยิ่งขึ้น

พารามิเตอร์ในหัวข้อ Picture Adjust ที่เกี่ยวข้องกับการอัพสเกลโดยตรง ซึ่งถ้าหากเคยใช้งาน AVR เกือบทุกรุ่นของ Onkyo มาแล้ว ไม่ว่ารุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ก็จะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เนื่องจากคงรูปแบบนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของฟีเจอร์ในส่วนของ Video Processing สามารถเลือกโหมดภาพสำเร็จรูป ที่น่าสนใจก็ ISF Day และ ISF Night ที่จะชดเชยในส่วนของ Gamma เพื่อการแยกแยะรายละเอียดในส่วนของ Black Level มีความชัดเจนเหมาะสมกับสภาพแสงแวดล้อม (ดูตอนกลางวัน-แสงรบกวนมาก หรือกลางคืน-แสงรบกวนน้อย) หรือจะกำหนดตั้งค่าเองแบบละเอียดในโหมด Custom ก็ได้ โดยสามารถกำหนดให้เหมาะสมกับลักษณะ และคุณภาพของคอนเทนต์ที่รับชมได้อย่างละเอียด ความยืดหยุ่นต่อการใช้งานจึงสูง สามารถชดเชยอุณหภูมิสีได้ด้วย แต่เพื่อมิให้สับสน แนะนำว่าส่วนของอุณหภูมิสีให้ไปปรับเอาที่จอภาพจะดีกว่าครับ (นอกเสียจากจอภาพจะไม่มีให้ปรับ)

หมายเหตุ: กรณีที่ไม่ต้องการใช้ Video Scaler ใน 5010 (เช่นการเชื่อมต่อกับแหล่งโปรแกรมคุณภาพสูง) สามารถบายพาสโดยการกำหนด Picture Mode เป็น Direct ทั้งนี้การกำหนด Picture Mode รวมถึงการตั้งค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการอัพสเกลต่างๆ สามารถกำหนดแยกอิสระสำหรับแต่ละอินพุตแหล่งโปรแกรมได้

Sound – เสียง

จากการทดสอบพบว่า ต้องใช้เวลาเบิร์นอยู่นานพอดูจึงจะได้พบกับเสียงที่แท้จริงของ AVR รุ่นท็อปเครื่องนี้ ในช่วงแรกผมทดสอบเชื่อมต่อกับชุดลำโพง >>Tannoy Mercury V<< ที่คุณ Boomerang ทดสอบไป พบว่า น้ำเสียงที่อิ่มหวาน อ่อนช้อยนั้น ช่างส่งเสริมกันและกันเป็นอย่างดีมากๆ ฟังเพลงร้องหวานๆ นี่เสียงเนียนหยดย้อยจริงๆ อย่างไรก็ดีในช่วงแรกของการรันอิน ปลายเสียงจะยังติดห้วนอยู่บ้าง ต้องเปิดเบิร์นทั้งแอมป์ และลำโพงกันอยู่พักใหญ่ถึงจะเข้าที่ ซึ่งในช่วงท้ายๆ เมื่อพ้นเบิร์นแล้ว ต้องบอกว่ารายละเอียดเสียงพรั่งพรูขึ้นมาเลย แต่จุดเด่นเรื่องน้ำเสียงก็ยังคงอยู่ ฟังสบายๆ ไม่รุกเร้าแต่อย่างใด

คุณภาพเสียงนั้น ไม่เสียแรงที่เป็นรุ่นใหญ่ พละกำลังดูจะเหนือกว่า AVR รุ่นต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีส่วนช่วยให้มวลเสียงอิ่มเอิบคงเส้นคงวา ไม่ใช่ว่าเปิดเบาๆ ก็ให้น้ำหนักเสียงดี แต่พอเปิดดังแล้วเหมือนคอนโทรลลำโพงไม่ได้ ในเรื่องสไตล์เสียงนั้น ในบรรดา AVR ด้วยกัน คงหาน้ำเสียงอิ่มๆ สไตล์ Onkyo แบบนี้ได้ยาก ฟังเพลงร้องผู้หญิงนี่โดนจริงๆ ไม่มีคำว่าจัดจ้านให้ได้ยินเลยแม้แต่น้อย (ถ้าซิสเต็มไม่ผิดปกติ) ถ้าจะโหยหาความเฟี้ยวฟ้าวล่ะก็ 5010 คงไม่ใช่แนวครับ แต่ถ้าหาความหนักแน่น เนื้อเสียง และบรรยากาศ นี่ล่ะใช่เลย

เสียงความถี่ต่ำถือเป็นจุดเด่นอีกประการของ AVR เครื่องนี้ ซึ่งถึงแม้จะใช้งานซับวูฟเฟอร์ที่มีภาคขยายในตัว ไม่ได้ใช้ภาคขยายของ AVR ก็ยังได้อานิสงส์ชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาคถอดรหัสที่ให้ความเด็นขาด และสงัดอันเป็นคุณสมบัติของเครื่องระดับสูง เบสลึกมีรายละเอียดที่ชัดเจน สะอาด ให้แรงปะทะหนักแน่นมากกว่า หากใช้งาน Audyssey MultEQ XT32 ก็พบว่าให้ผลลัพธ์โดดเด่นในแง่ที่ช่วยปรับจูนครอสโอเวอร์ เฟส รวมถึงดุลเสียงของซับวูฟเฟอร์ให้อัตราตอบสนองความถี่ราบเรียบ เที่ยงตรงยิ่งขึ้น

ติดค้างเอาไว้ในบททดสอบ >>Polk Audio UltraFocus 8000<< เกี่ยวกับผลการใช้งานหูฟังร่วมกับ AVR
ซึ่งอันที่จริง AVR + Headphone นั้น สามารถตอบสนองการใช้งานได้โดดเด่นน่าสนใจมากๆ ครับ
จริงอยู่ว่าวัตถุประสงค์หลักที่อุตส่าห์ลงทุนซื้อ AVR มา ก็คือนำมาใช้งานร่วมกับระบบลำโพงโฮมเธียเตอร์รอบทิศทาง ครั้นจะนำมาใช้งานกับหูฟังเป็นหลักคงไม่มีใครทำกัน อย่างไรก็ดีถึงแม้ประเด็นนี้จะดูเหมือนของแถม แต่ก็เป็นของแถมที่คุ้มค่าน่าลอง… เพราะอะไร?

ด้วยคุณสมบัติการทำหน้าที่เป็นตัวถอดรหัสเสียงดิจิทัลทั้งหลายแหล่ ปัจจุบัน AVR จะกลายเป็นมีเดียเพลเยอร์อยู่แล้ว สามารถเล่น USB/Network ซึ่งรองรับ Studio Master files ระดับ Hi-res ไปจนถึง Internet Radio เมื่อมี Headphone Amp ติดมาแล้ว เพียงเชื่อมต่อหูฟังก็สามารถรับฟังได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเพิ่มเติม อีกทั้งทางเดินสัญญาณก็สั้นด้วย โอกาสสูญเสียจากตัวแปรคือสายสัญญาณก็ย่อมจะน้อย แต่หน้าที่หลักที่โดดเด่นที่สุด คือ “ภาคถอดรหัสระบบเสียงเซอร์ราวด์” ผ่านกระบวนการ “Down-mix” เป็นระบบเสียง Stereo ในการรับฟังผ่านหูฟัง ซึ่งประเด็นนี้ไม่มีอุปกรณ์ใดทำได้ดีกว่า AVR อีกแล้ว (เพลเยอร์เองแม้จะทำได้เหมือนกัน ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่า AVR ในประเด็นนี้) แน่นอนอานิสงส์นี้จะส่งผลถึงการใช้งานหูฟังในการรับชมภาพยนตร์ การตอบสนองย่านความถี่ต่ำ (จากประสิทธิภาพการ down-mix ช่องเสียง LFE) มิติเสียงรายล้อม (จากการ down-mix ช่องเสียงเซอร์ราวด์) ก็ย่อมจะให้ผลลัพธ์อย่างโดดเด่น เมื่อผนวกกับศักยภาพของ Headphone Amp ของ AVR ระดับนี้ อรรถรสการรับชม (ฟัง) ผ่านหูฟังจะไปไหนเสีย…

Conclusion – สรุป

AVR ดีกรีระดับเรือธง คุณภาพเสียงจึงเป็นสิ่งที่คาดหวังได้ 5010 มิใช่ AVR ที่รุกเร้า เสียงออกจะเนียนสะอาด ฟังสบาย ทว่าย่านต่ำนั้นเล่า ก็หนักแน่นดุดันดี บวกกับคุณสมบัติเด่นตามยุคสมัยที่ผู้ใช้ควรจะได้

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– โครงสร้างระดับเรือธงตัวถังย่อมไม่ธรรมดา นอกจากนี้ส่วนประกอบภายในยังจัดเต็มโดยเฉพาะในส่วนของภาคขยาย และภาคจ่ายไฟที่จัดมาเต็มพิกัด ใกล้เคียง PR-SC5509 + PA-MC5501 ที่เป็นชุด Processor+Multi-ch Poweramp
– นอกเหนือจากการอัพสเกลระดับ 4K โดย ODEO Video Processor chip แล้ว การปรับปรุงวิดีโอคอนเทนต์ด้วยการอัพสเกลสู่ระดับ 1080p โดยเฉพาะการอัพสเกลจากสัญญาณอะนาล็อก รับหน้าที่โดย HQV Vida ให้ผลลัพธ์ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมตัวเลือกปรับแก้อุณหภูมิสี และ ISF Mode
– กำลังสำรอง MultEQ XT32 มาตรฐานสูงสุดของระบบ Audyssey Auto Calibration ช่วยให้การติดตั้งระบบลำโพงรอบทิศทางลงตัวได้ง่าย ด้วยผลลัพธ์ความเที่ยงตรงสูง
– Network AVR ที่
– อินพุตช่องต่อครบครัน มีช่องต่อแปลกๆ แตกต่างจาก AVR เครื่องอื่น อย่างเช่น VGA ที่เพิ่มความยืดหยุ่นรองรับสัญญาณจากหลากหลายมาตรฐาน ให้ HDMI In/Out มากถึง 9/2 ช่อง โดย HDMI Out SUB สามารถกำหนดเป็น HDMI Out Zone2 ได้ / ภาคขยาย แชนเนล สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการ Bi-amp ลำโพงคู่หน้า และ Digital Crossover / รองรับอุปกรณ์เสริมในรูปแบบ USB Dongle ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi Adapter (UWF-1) หรือ Bluetooth (UBT-1)
– Onkyo AVR รุ่นท็อป ราคาย่อมไม่ต่ำ แต่สิ่งที่เหนือกว่า คือ คุณภาพเต็มดีกรีความใหญ่

by ชานม !
2013-03

ขอขอบคุณบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป
ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วย

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้