รีวิว BenQ ZOWIE XL2746K จอ 240Hz ที่ถูกใจโปรเพลเยอร์ และชาวเกมเมอร์

ZOWIE เป็นหนึ่งในซีรีส์มอนิเตอร์ของ BenQ ที่ทำเอามาเจาะกลุ่มคนที่ชอบเล่นเกมเป็นหลัก อย่างวันหนึ่งเราใช้งานคอมพิวเตอร์ 7 ชั่วโมง เล่นเกมเสีย 4-5 ชั่วโมง ที่เหลือก็ดูหนังฟังเพลง ซึ่งตัวผมเองที่เป็นผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้น และแนวเกมที่ผมชอบเล่นก็จะเป็นเกมแนว FPS กับ MOBA เป็นหลัก ซึ่ง ZOWIE XL2746K ที่จับมารีวิวในคราวนี้ก็ตอบสนองการใช้งานของผมได้เป็นอย่างดี จนต้องเอามาแชร์ให้ทุกคนได้รู้กัน
สเปกเบื้องต้น BenQ ZOWIE XL2746K
- ขนาด 27″
- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080
- พาเนลแบบ TN
- Native Refresh Rate 240Hz
- ฟีเจอร์ DyAc⁺™, Black eQualizer, Color Vibrance
- มี S Switch 5 ทิศทาง
- ราคา 23,900 บาท
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/35dNet3
Design – การออกแบบ
การออกแบบของมอนิเตอร์ซีรีส์ ZOWIE จะมีความคล้ายคลึงกัน มีจุดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น อย่างฐานของรุ่นนี้จะมีลักษณะคล้ายครึ่งวงกลมโดนตัด แต่ประโยชน์ในการใช้งานยังคงเหมือนเดิม เพราะตัวฐานของมอนิเตอร์ยังมีหน้าตัดเดียว แถมไม่กินพื้นที่ มีความสะดวกมากเวลาปรับวางคีย์บอร์ด และเมาส์บนโต๊ะ
หน้าตรง XL2746K
เทียบฐานตั้งระหว่าง XL2746S (ซ้าย) VS XL2746K (ขวา)
ปรับหมุนซ้าย / ขวา ได้
ที่ฐานมีสเกลบอกระยะ พร้อมจุดมาร์คตำแหน่งจะได้รู้ว่าตรงกลางอยู่จุดไหน

ปรับก้ม / เงยได้
ปรับหมุนจอในแนวตั้งได้ด้วย บางคนอาจจะงงว่ามีประโยชน์อะไร มีบางเกมที่ออกแบบมาสำหรับเล่นในแนวตั้งโดยเฉพาะ อย่างเกมประเภทอาร์เคดสมัยก่อน หรือใครเป็นสตรีมเมอร์ก็อาจจะเอาไว้อ่านแชทโดยเฉพาะก็ได้

ปรับระดับสูง / ต่ำได้
คอของตัวมอนิเตอร์เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
พร้อมช่องสำหรับร้อยสายสัญญาณที่เชื่อมต่อกับพอร์ตต่างๆ เพื่อความเป็นระเบียบในการจัดสาย
ปุ่มฮาร์ดคีย์แบบจอยสติ๊กอยู่ด้านหลัง ควบคุมง่าย
มีที่แขวนหูฟังมาให้ด้วยแต่อยู่ด้านหลังจอ ก็จะไม่ค่อยสะดวกเวลาเก็บเท่าไหร่
ช่องต่อทั้งหมดของ BenQ ZOWIE XL2746K
- HDMI 2.0 x 3
- Display Port 1.2
- Headphone Jack 3.5mm
- USB 2.0 (Update Firm Ware, XL Setting to Share)
ช่องต่อของตัวเครื่องจะอยู่หลังจอทั้งหมด
Picture – ภาพ
BenQ ZOWIE XL2746K มีขนาด 27” อยู่ในช่วงที่ใหญ่กำลังดีเห็นอะไรได้เต็มตามากขึ้น เลือกใช้พาเนลแบบ TN ที่มีจุดเด่นในเรื่องของอัตราการตอบสนองที่รวดเร็ว และทำอัตรารีเฟรชเรตที่สูง ซึ่งมอนิเตอร์สายเกมมิ่งส่วนใหญ่ก็มักจะใช้พาเนลนี้ ตัวจอมีความละเอียด Full HD (1920 x 1080) ความสว่างสูงสุด 275 nits ผิวจอเป็นแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อน พอเสริมกับที่กั้นแสงด้านข้าง ก็ยิ่งช่วยให้ผู้ใช้ได้เห็นภาพบนจอได้ชัดเจนขึ้น รวมไปถึงมีสมาธิกับภาพตรงหน้ามากขึ้นด้วย

อัตรารีเฟรชเรต (Refresh Rate) สูงสุด ที่รุ่นนี้ทำได้อยู่ที่ 240Hz ซึ่งกราฟิกการ์ดในปัจจุบันในรุ่นเริ่มต้นค่อนกลางก็ทำได้ถึงแล้ว เพียงแต่จะเป็นในรูปแบบของการใช้งานปกติเล่นเกมก็พอได้ แต่หากจะเล่นเกมแล้วเอาภาพดีหน่อย เฟรมเรตสูงๆ ด้วย ก็จะต้องเล่นกราฟิกการ์ดที่รุ่นสูงขึ้นมา ซึ่งสำหรับจอที่ทำรีเฟรชเรตสูงได้แบบนี้ก็เหมาะกับการเล่นเกมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น MOBA, RTS, FPS และยิ่งได้ฟีเจอร์ที่ช่วยในการเล่นเกมที่มีอยู่ในตัวจอก็ยิ่งทำให้เราได้เปรียบในการเล่นมากขึ้นอย่าง
DyAc⁺™
ฟีเจอร์ที่ช่วยลดอาการภาพสั่น เบลอโดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ใช้อย่างเรามองเห็นเป้าได้ชัดเจนขึ้น นิ่งขึ้น มีประโยชน์มากโดยเฉพาะตอนเล่นเกมประเภท FPS เพราะทุกคนรู้กันดีว่าในตอนที่เรายิงปืนสาดกระสุนใส่คู่ต่อสู้ แรงถีบของปืนจะมากกว่ายิงแบบทีละนัด ส่งผลให้ภาพสั่นไหวเพิ่มความยากในการจับเป้า แต่พอเปิดใช้ DyAc⁺™ ก็จะช่วยลดอาการสั่นตรงนี้ลง ฟีเจอร์ DyAc⁺™ มีให้ปรับ 2 ระดับคือ Hight กับ Premium แต่เท่าที่ลองแล้วสองระดับนี้ไม่ได้เห็นผลแตกต่างกันอย่างชัดเจนนัก
Black eQualizer
สายแคมป์ สายซุ่ม สายแอบมีร้อง เพราะฟีเจอร์ Black eQualizer จะเป็นการดึงเอารายละเอียดภาพในที่มืดออกมา ช่วยให้เราสามารถมองเห็นศัตรู ไอเทม ที่ซ่อนอยู่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งฟีเจอร์นี้จะแตกต่างจากการดึง Backlight ของตัวจอ เพราะมีผลกระทบต่อส่วนที่สว่างน้อยมาก เน้นดึงเพียงแค่รายละเอียดในที่มืดเท่านั้น
ปิด Black eQualizer

เปิด Black eQualizer

Color Vibrance
ฟีเจอร์นี้จะเป็นการบูสต์สีสันในภาพให้สดอิ่มมากขึ้น ช่วยให้เห็นพวกแม่สีหลักในภาพได้สะดุดตากว่าเดิม แต่ก็มีข้อเสียคือถ้าเราเพิ่มระดับมากเกินไปสีสันในภาพก็จะเพี้ยน แนะนำว่าไม่ควรเพิ่มเยอะจนเกินไป
XL Setting To Share™
ผู้ใช้งานทั่วไป หรือผู้ใช้งานที่เริ่มเข้าสู่วงการแข่งขันเกม และแม้กระทั่งโปรเพลเยอร์ที่แข่งกันเป็นอาชีพ จะต้องถูกใจฟีเจอร์นี้ เพราะเราสามารถที่จะดาวน์โหลด รวมไปถึงแชร์การตั้งค่าของตัวมอนิเตอร์ไปให้กับเพื่อนได้ มีประโยชน์มากเวลาที่จะต้องออกไปแข่งเกมนอกสถานที่ หากสถานที่นั้นใช้มอนิเตอร์รุ่นเดียวกันกับที่เราใช้เป็นประจำ ก็เอาค่าที่เราเซฟไว้ไปเอาไปลงในมอนิเตอร์เครื่องที่เราแข่งได้เลย พอลงเสร็จค่าต่างๆ บนตัวมอนิเตอร์ ก็จะเหมือนกันกับเครื่องที่เราใช้เป็นประจำ ไม่ต้องเสียเวลามาตั้งค่าใหม่อีก
หมุนจอแนวตั้งเล่นเกมแนวยานแบบนี้ คิดถึงแต่ก่อนที่ไปตาม Game Center เลย
โหมดภาพบน ZOWIE XL2746K มีให้ใช้งานหลายโหมด แต่โหมดภาพที่มีอุณหภูมิสีที่เที่ยงตรงที่สุดคือโหมด Movie กับ Standard มีค่าอุณหภูมิสีอยู่ที่ราว 6600K ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่ค่อนข้างดีเพราะค่าอุณหภูมิสีในอุดมคติจะอยู่ที่ 6500K มีค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของระดับสีเทา (Greyscale Avg dE) อยู่ที่ 2.4 ส่วนค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของสีสัน (Color AVg dE) อยู่ที่ 2.8 ซึ่งค่าที่บอกไปข้างต้นเป็นค่าที่มาจากโรงงานยังไม่ได้ผ่านการปรับภาพ
ผลสรุปก่อนปรับภาพของ BenQ ZOWIE XL2746K
ในการปรับภาพทีมงานได้เลือกใช้โหมด Standard ในการเป็นฐานการปรับ หลังจากปรับภาพแล้วค่าต่างๆ ถือว่าดีขึ้นอีกหนึ่งสเต็ป อย่างค่าอุณหภูมิสีวัดแล้วก็อยู่ที่ 6469K ถือว่าดีมาก ส่วนค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของระดับสีเทา ก็ลดลงเหลือ 1.9 ส่วนค่าเฉลี่ยความผิดเพี้ยนของสีสันเหลือ 2.6 ซึ่งค่านี้ยิ่งน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ผลสรุปหลังปรับภาพของ BenQ ZOWIE XL2746K
ในด้าน Input Lag รุ่นนี้เองก็ทำได้ดีไม้แพ้กัน จากที่วัดจากสัญญาณภาพความละเอียดแบบ 1080p@120Hz จะได้อยู่ที่ราว 9.2ms ในกรณีที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ DyAc⁺™ แต่ถ้าไม่ใช้ฟีเจอร์นี้ก็จะเร็วขึ้นอีก อยู่ที่ราว 4.4ms เท่านั้น
อีกจุดหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในการปรับแต่ง ตั้งค่าต่างๆ ของตัวจอ นั่นก็คือการ “ควบคุมการตั้งค่า” ตามปกติ มอนิเตอร์ทั่วไปเราก็จะต้องไปกดปุ่มเมนูฮาร์ดคีย์บนตัวจอ นอกจากจะต้องเสียเวลาคลำหาปุ่มแล้ว ยังกดถูกบ้าง ผิดบ้างด้วย แต่ตัว ZOWIE XL2746K นั้นมีตัว S Switch แบบ 5 ทิศทางมาให้ จึงทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเมนูต่างๆ ได้ง่ายกว่า รวมไปถึงยังสามารถสลับการตั้งค่ามอนิเตอร์ที่เราบันทึกไว้ได้อย่างง่ายดายผ่านแค่ปุ่มเดียวบน S Switch
Conclusion – สรุป
BenQ ZOWIE XL2746K ถือว่าเป็นมอนิเตอร์สายเกมมิ่งที่มีฟีเจอร์เอื้อประโยชน์ในการเล่นเกมให้กับคนใช้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น DyAc⁺™ หรือ Black eQualizer ช่วยให้เล่นเกมได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้มากขึ้น รองรับรีเฟรชเรตสูง 240Hz ทำให้เห็นภาพได้ลื่นตากว่าเคย การออกแบบภายนอกก็เอื้อประโยชน์ต่อเกมเมอร์ สำหรับใครที่ชอบเล่นเกม อยากจะสัมผัสการเล่นที่สนุกกว่าเดิมไปอีกขั้น รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ใช้แล้วรับรองว่าจะติดใจ
ข้อดีของ BenQ ZOWIE XL2746K
- ออกแบบฐานจอ ตัวจอโดยคำนึงถึงนักเล่นเกม
- มี S Switch 5 ทิศทาง ควบคุมง่าย เลือกโปรไฟล์ที่เซฟไว้ง่าย
- Input Lag ต่ำ ถึงจะเปิด DyAc⁺™ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยยะสำคัญ
- มีฟีเจอร์ที่ช่วยในการเล่นเกมใช้งานได้จริง
- อุณหภูมิสีจากโรงงานในโหมด Movie, Standard ค่อนข้างดี
ข้อสังเกตของ BenQ ZOWIE XL2746K
- ไม่รองรับ FreeSync กับ G-Sync แต่มี DyAc⁺™ มาทดแทน
- ไม่มีลำโพงมาในตัว มีแต่ช่องต่อหูฟัง 3.5mm
- ไม่รองรับ HDR
- Flicker Free จะใช้งานได้เมื่อปิด DyAc⁺™
- ที่ฐานไม่ได้เซาะร่องสำหรับวาง S Switch โดยเฉพาะ
BenQ ZOWIE XL2746K ราคาเปิดตัว 23,900 บาท
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/35dNet3