Skip to content
|

Big Choices = Small Speakers !? รีวิว Polk Audio BlackStone TL1600

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 24 Dec 2022 0 comments

Home Theater Speaker System

Big Choices = Small Speakers !?

โดยพื้นฐานความรู้สึกของมนุษย์ (อัตตา) มักชอบอะไรที่มันใหญ่ ๆ เพราะอีกด้านหนึ่ง “ความใหญ่” ใช้แสดงสถานะทางสังคมได้ (ยิ่งใหญ่ = บารมียิ่งสูง… หรือเปล่า ?) ซึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎีลำดับขั้นของความต้องการ

ถ้าพูดถึงการพัฒนาลำโพง ระดับรุ่น มักจะผันแปรไปตามขนาดตัวตู้ จนบางครั้งรุ่นเรือธงมีขนาดใหญ่โตเท่าตู้เย็นเลยก็มี อย่างไรก็ดี รูปแบบหนึ่งของแนวทางการพัฒนาลำโพงวันนี้ ดูจะสวนทางจากความเคยชินในอดีต แทนที่ลำโพงจะพัฒนาให้ใหญ่ขึ้น ๆ กลับกลายเป็นว่า เทรนด์ของลำโพงในยุคสมัยถัดไปกลับจะเล็กลง ๆ ทว่าศักยภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ (เช่นเดียวกับแนวทางการออกแบบลำโพงตู้เดียว ทดแทนระบบเซอร์ราวด์ที่ใช้ตู้ลำโพงมากมาย ฯลฯ) ลักษณะนี้กำลังมาแรงทีเดียว จนกลายเป็นรูปแบบที่ผู้ผลิตให้ความสนใจ เชื่อว่าจะทยอยถูกนำออกสู่ตลาดเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว ว่าแต่ลำโพงเล็ก ๆ มีดีอย่างไร ? ดูตู้เล็ก ๆ แล้ว ไม่เห็นจะอลังการเลย สู้ตู้ลำโพงใหญ่ ๆ ก็ไม่ได้ จับต้องได้เต็มไม้เต็มมือ ดูเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า หนำซ้ำตู้ใหญ่ถ้าดีไซน์สวย ๆ หน่อย นอกจากเสียงดีแล้วยังตั้งโชว์ได้อีกต่างหาก…

อันที่จริงวัตถุประสงค์ของลำโพงเล็ก (จิ๋ว) นั้น โดยพื้นฐานมิได้มีไว้เพื่อโชว์ครับ อย่างบางผู้ผลิตเน้นเลยด้วยซ้ำว่า ของเขาไม่เน้นโชว์รูป แต่เน้นโชว์เสียง ! แต่สำคัญที่สุด คือ การไม่แสดงรูปลักษณ์อันใหญ่โตเด่นชัดนั้น ก็เพื่อให้เกิด “ความกลมกลืน” กับสภาพแวดล้อม กลมกลืนในที่นี้ตีความได้ 2 นัย นัยแรก คือ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมทางสายตา ก็อย่างที่บอก เมื่อไม่แสดงตัวเด่นชัด จะนำไปไว้ในสภาพแวดล้อมแบบใดมันก็ผสานเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็น (ไร้รูปแบบเด่นชัด ย่อมผันแปรได้ไม่สิ้นสุด) ดังนั้นบางที หากติดตั้งแล้วเก็บงานเนียน ๆ เผลอ ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงลอยมาจากไหน ดู “อเมซิ่ง” กว่าการตั้งโชว์ลำโพงให้เห็นว่าเสียงมาจากตรงนั้น ตรงนี้ แบบโต้ง ๆ แล้วค่อยฟังไปจินตนาการไปว่าเสียง “หลุดตู้” เสียอีก ส่วนนัยที่ 2 คือ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม “ทางเสียง”

“ยิ่งลำโพงขนาดใหญ่เท่าใด ผลกระทบทางเสียงอันเกิดจากสภาพแวดล้อมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”

คำกล่าวนี้ ไม่ใช่มั่วมา แต่มัน คือ Fact ! ทำไมลำโพงใหญ่จึงต้องการที่ทางในการวางมาก (ขณะเดียวกันมันก็เป็นรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานเพื่อเติมเต็มในพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นกัน) ที่ผู้ผลิตต้องออกแบบลำโพงให้ใหญ่ เหตุผลหนึ่งก็เพื่อตอบสนองความต้องการตามอุดมคติที่ว่า แหล่งกำเนิดเสียงที่ดี ย่อมต้องตอบสนองย่านความถี่ครอบคลุมย่านการรับรู้ของมนุษย์ (20Hz – 20kHz) และลำพังลำโพงเล็ก ๆ ไม่มีทางตอบสนองได้เต็มย่านดังกล่าว โดยเฉพาะความถี่ต่ำ นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมลำโพงดี ๆ (เพอร์เฟ็กต์) จึงต้องใหญ่ แต่เสียงดีจากความใหญ่มิได้มาเปล่า ๆ ทว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาเช่นกัน (หากใช้งานไม่เหมาะสม) หลายท่านคงเคยประสบกับปัญหา “เบสบวม” อันอื้ออึงรบกวนโสตประสาท (แต่บางท่านก็อาจจะชอบ เพราะรู้สึกว่า เบสมัน “แน่น” ดี หรือเปล่า ?) ซึ่งเป็นผลจากที่ทางการวางลำโพงที่ไม่เอื้ออำนวย ยิ่งลำโพงใหญ่เท่าใด ก็ยิ่งต้องการพื้นที่ (หายใจ ?) มากเท่านั้น… แล้วถ้าหากพื้นที่ไม่พอ หรือห้องไม่ใหญ่ล่ะ ?

อีกหนึ่งรูปแบบ “โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์” ตามอุดมคติ ! เพื่อสนองตอบวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน
ซึ่ง Polk Audio BlackStone TL1600 สามารถตอบสนองในจุดนี้ได้อย่างดียิ่ง !

ปัจจุบันราคาที่ดิน – อสังหาริมทรัพย์ ก็พุ่งเอา ๆ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ (น้ำท่วมกันหมดแล้วราคาจะลดลงบ้างหรือเปล่า) จะหาห้องหับใหญ่ ๆ ทำเป็นห้องโฮม ฯ ก็อาจจะลำบาก และถึงแม้สามารถแยกสัดส่วนออกมาเป็นห้องเฉพาะกิจได้ แต่ส่วนใหญ่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่เน้นความอเนกประสงค์ กะทัดรัด การปรับเปลี่ยนห้องนั่งเล่น – รับแขก เพื่อใช้งานระบบโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ก็นับว่าน่าสนใจ ทั้งนี้ในห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก แน่นอนว่าลำโพงขนาดเล็ก ย่อมจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า (เพราะอะไร ? จะกล่าวต่อไปครับ)

Design – การออกแบบ

TL1600 เป็นหนึ่งชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนเนล รูปแบบ Satellites & Subwoofer ของ Polk Audio ภายใต้รหัสซีรี่ส์ที่มีชื่อเรียกว่า BlackStone ทั้งนี้ลำโพง Satellite (ต่อไปขอย่อว่า Sat) เป็นรูปแบบลำโพงขนาดเล็ก (จิ๋ว) จึงสามารถติดตั้งในลักษณะใดก็ได้ จะวางบนชั้น หรือแขวนผนัง ก็สะดวก แต่ในความเล็กนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งานร่วมกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ เนื่องจากลำโพง Sat โดด ๆ ไม่สามารถตอบสนองเสียงความถี่ต่ำได้ ด้วยเหตุนี้ในชุด จึงมีลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์สำหรับใช้งานร่วมกันอย่างเหมาะเจาะมาด้วย… มาดูรายละเอียดของลำโพงในชุดกันครับ

สำหรับลำโพงในซิสเต็ม BlackStone TL1600 ประกอบไปด้วยลำโพงหลัก TL1 Satellite
ซึ่งใช้งานเป็นคู่หน้า (FL, FR) และเซอร์ราวด์ (SL,SR)

โครงสร้างแผงหน้าในบริเวณติดตั้งทวีตเตอร์ Silk Polymer Dome ขนาด 0.5 นิ้ว ที่เว้าเป็นรูปทรงรีนั้น ผู้ผลิตเรียกว่า Acoustic Lens เพื่อการควบคุมมุมกระจายเสียง ให้ช่วงการตอบสนองความถี่สูงราบเรียบ สร้างมิติเวทีเสียงได้กว้างขว้างและเที่ยงตรง พร้อมกันนี้การวางตำแหน่งไดรเวอร์ที่เรียกว่า Time Aligned จากแนวคิดที่ว่า ระยะเวลาที่เสียงความถี่สูงเดินทางผ่านตัวกลาง (อากาศ) เร็วกว่าย่านเสียงกลางและต่ำ ดังนั้นการติดตั้งทวีตเตอร์โดยเขยิบระยะถอยร่นออกจากระนาบของวูฟเฟอร์ไปทางด้านหลัง ให้อยู่ในแนวที่เรียกว่า Spatial Plane จึงเป็นการชดเชยในเรื่องของคาบเวลา ป้องกันการเกิดปัญหาทางเฟส เมื่อทวีตเตอร์ และไดรเวอร์มิด-เบส ทำงานสัมพันธ์กัน ย่อมจะส่งผลให้เสียงดี (ความกลมกลืน เหมือนเสียงออกมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน)

ไดรเวอร์มิด-เบส Dynamic Balance Composite Cone ขนาด 2.5 นิ้ว (ลักษณะเดียวกับที่ใช้ในรุ่น RTi แต่อันนี้เล็กกว่า) ประกอบเข้ากับตัวตู้วัสดุผสมสังเคราะห์ ลักษณะโค้งมน เพื่อลดทอนเสียงก้องสะท้อนภายในตัวตู้ (Non-resonant composite) ทั้งนี้ความแข็งแรงของวัสดุตัวตู้นั้น ไม่ธรรมดา เผลอ ๆ จะสูงกว่าไม้ด้วยซ้ำในประเด็นเรื่องของการทนทานต่อแรงกระแทก และสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะประเทศร้อนชื้นแบบบ้านเรา

โครงสร้างด้านในของหน้ากากผ้า จะเห็นการขึ้นรูปบริเวณโดยรอบทวีตเตอร์ให้เว้าตามโครงสร้างของ Acoustic Lens นัยว่าพยายามให้โครงสร้างหน้ากากใกล้เคียงกับลักษณะแผงหน้าตัวตู้มากที่สุด มีการรองโฟมไว้ด้วย เก็บรายละเอียดทุกเม็ดจริง ๆ ด้านล่างเป็นตะแกรงเพื่อเสริมความแข็งแรงป้องกันไดรเวอร์มิด-เบส จากแรงกระแทกภายนอก

ด้านบนจะเห็นรูสำหรับแขวน (Keyhole Slot) เพียงยึดสกรูเข้ากับผนังแล้วก็ยกลำโพงแขวนได้เลยไม่ต้องใช้ขาแขวนใด ๆ แต่หากจะยึดกับอุปกรณ์ขาแขวนเฉพาะกิจ ด้านใน ลึกเข้าไปจะมีรูสกรูสำหรับยึดกับขาแขวนรูปแบบต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน ขั้วต่อลำโพงไบดิ้งโพสต์ รองรับสายเปลือย หางปลา บาบาน่า หากจะเสียบสายลำโพงที่เข้าหัวบานาน่าให้แกะจุกพลาสติกปิดรูออกก่อน อ้อ จากการทดลองพบว่า ไม่สามารถเสียบต่อหัวบานาน่าแบบ BFA นะครับ (เสียบเข้าไปได้นิดเดียว เหมือนรูมันเล็กไป) แต่ถ้าหัวบานาน่าแบบปกติก็ไม่มีปัญหาใด ๆ

ด้านล่างเป็นตำแหน่งท่อเปิด ผมไม่แน่ใจว่ามันทำงานดังเช่นท่อเปิดของลำโพงทั่วไปหรือไม่ กล่าวคือ หากดูที่ปลายท่อด้านในมิได้เปิดโล่ง ทว่าเหมือนถูกอุดปิดเอาไว้ด้วยวัสดุที่ออกนิ่ม แต่แข็ง (คือ ถ้าออกแรงกดมันจะหยุ่น ๆ นิด ๆ แต่เหมือนถูกอัดมาแน่นมาก จนออกแข็ง) คงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งของทางผู้ผลิต ที่เรียกว่า Aperiodic tuned port เพียงแต่รูปแบบจะไม่เหมือนกับเทคโนโลยีท่อพอร์ทรูปแบบเฉพาะของ Polk Audio อันคุ้นเคย อย่าง PowerPort ที่เห็นใช้กับลำโพงรุ่นอื่น ๆ ของผู้ผลิตเจ้านี้ (เป็นเทคนิคหนึ่งที่ใช้จูนเสียง เพิ่มศักยภาพการตอบสนองเสียงความถี่ต่ำ โดยการออกแบบโครงสร้างทรงกรวยที่บริเวณปลายท่อเปิด) ผิวตัวตู้ดำเงา ช่วยให้ความรู้สึกหรูหรามากขึ้น (ดูคล้ายกับกรวดแม่น้ำสีดำ ดังชื่อซีรี่ส์)

ติดเม็ดยางรองด้านใต้มาจากโรงงานเลย เพิ่มความมั่นคง ป้องกันการลื่นไถลได้ดี จุดที่จะต้องระวังในระหว่างใช้งานก็คงเป็นเรื่องว่าจะหมิ่นเหม่ต่อการโดนปัดตกหรือไม่ หากวางไว้ริมขอบชั้น หรือบนข้าตั้ง เพราะขนาดที่เล็กและน้ำหนักมิได้มากมายอะไรซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการใช้งานลำโพงเล็กอยู่แล้ว (หากทำการยึดแขวน ก็จะปลอดภัยในประเด็นนี้มากกว่า)

TL1 Center ลักษณะแผ่ยาวออกด้านข้าง ติดตั้งทวีตเตอร์กึ่งกลาง ขนาบข้างด้วยไดรเวอร์มิด/เบสคู่ ซึ่งเป็นรูปแบบปกติที่น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับลำโพงเซ็นเตอร์

อีกหนึ่งจุดแตกต่างจากลำโพง Sat คือ Center จะแยกจุดติดตั้งสกรูยึดขาแขวน กับรูแขวนผนังออกจากกัน
ท่อเปิดอยู่ทางด้านหลัง เยื้องไปด้านข้าง ลักษณะของท่อเปิดนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับลำโพง TL1 Sat

เทียบขนาด ซึ่ง TL1 Center มีความยาวมากกว่าพอสมควร ขนาดที่ใหญ่กว่าส่งผลให้การตอบสนองความถี่ต่ำลงได้ลึกกว่า TL1 Sat เล็กน้อย รวมไปถึงเรื่องของระดับความดังจากความ Sensitivity แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความกลมกลืน เพราะทั้งหมดถูกจูนมาให้ใช้งานร่วมกัน จากไดรเวอร์แบบเดียวกัน สไตล์เสียงจึงเหมือนกัน เพียงแต่ต้องชดเชย Level (ที่ AVR) กันนิดหน่อย

อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับชุดโฮมเธียเตอร์จากหน้าที่ในการตอบสนองเสียงเอฟเฟ็กต์ความถี่ต่ำ (LFE) และยิ่งลำโพงหลักเป็นรูปแบบแซทเทลไลท์ขนาดเล็กแล้ว ความสำคัญจากซับวูฟเฟอร์ยิ่งมากเข้าไปใหญ่ เนื่องจากหน้าที่ในการเติมเต็มฐานเสียงความถี่ต่ำของทั้งซิสเต็ม ถูกโยกมาเป็นภาระของซับวูฟเฟอร์ทั้งหมด

ด้านหลังมีตัวอักษรกำกับไว้ว่า Model TL1600 แสดงว่าซับวูฟเฟอร์นี้ ตั้งใจทำมาเพื่อเซ็ตนี้โดยเฉพาะเลย อินพุตที่มี รองรับทั้ง Speaker Level In (High level) และ Line Level In (Low level) เลือกปรับเฟสแบบสลับระหว่าง 0 และ 180 องศา เพาเวอร์สวิทช์เป็นแบบปรับโยก 3 สเต็ป (Off/Auto/On) Auto คือ จะเปิดทำงานเมื่อมีสัญญาณความถี่ต่ำเข้ามา และปิดตัวเองลง (Standby) เมื่อไม่มีสัญญาณในช่วงเวลาหนึ่ง ปุ่มปรับครอสโอเวอร์ต่อเนื่อง ปรับได้ตั้งแต่ 80 – 160Hz ซึ่งก็นับว่าครอบคลุมกับการใช้งานร่วมกับลำโพงแซ็ทเทลไลท์ จุดเชื่อมต่อสายไฟ AC เป็นมาตรฐาน C7 ถอดสายได้

ตัวตู้ขนาดไม่ถึงกับเล็กสุด ๆ แต่ก็เรียกว่า “ย่อม” อยู่เหมือนกัน ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 8 นิ้ว Long-throw Dynamic Balance polymer composite cone ขนาดไดรเวอร์กับตัวตู้ก็นับว่าเหมาะสมกันดี โดยติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่างตามลักษณะที่เรียกว่า “ยิงลงพื้น” เช่นเดียวกับท่อพอร์ท

ขาวัสดุสังเคราะห์เพื่อทำหน้าที่ยกตัวตู้ให้ลอยเหนือพื้น (เป็นโครงสร้างสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับซับวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งไดรเวอร์แบบยิงลงพื้น) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ในซีรี่ส์อื่น ๆ ของ Polk Audio ทว่าส่วนล่างจะมีจุกยางให้มาด้วย สำหรับสอดเข้าไปรองใต้ขาวัสดุสังเคราะห์อีกที อันมีส่วนช่วยให้ลำโพงไม่ลื่นไถลง่าย และยังช่วยซับสลายแรงสั่นสะเทือนส่วนเกินในขณะที่ซับวูฟเฟอร์ทำงานได้อีกด้วย

หมายเหตุ: จากการทดลองพบว่า จุกยางนี้ตอนใช้งานใหม่ๆ อาจดูดติดอยู่กับพื้น เวลายกเคลื่อนย้ายตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์ต้องคอยสังเกตนิดนึง ถ้าหลุดหายไปละก็แย่เลย

อุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีให้มาในกล่อง เช่น แผ่นพับโบรชัวร์ คู่มือการใช้งาน บัตรลงทะเบียน และสายไฟ AC (สำหรับ SW)

หากสังเกตกระดาษ 2 แผ่นทางซ้ายมือนั้น เอาไว้เพื่อกำหนดตำแหน่งติดตั้งลำโพงครับ แทนที่จะต้องถือลำโพงก้ม ๆ เงย ๆ สลับกับการวัดตำแหน่งรูสำหรับเจาะยึดสกรูที่ลำโพงอีก หากเงอะ ๆ งะ ๆ ทำหล่น หรือเผลอทำลำโพงเป็นรอยล่ะแย่เลย แต่ปัญหานี้จะหมดไปเพียงนำแผ่นกระดาษนี้ไปทาบกำหนดตำแหน่งแทนได้เลย ในนั้นจะบอกขนาดลำโพง และจุดที่ใช้กะตำแหน่งเพื่อการเจาะผนังยึดลำโพงไว้อยู่แล้ว เที่ยงตรงกว่าเอาลำโพงจริง ๆ ไปทาบเสียอีก (ไม่ต้องวัดแบบกะเอา เพื่อเผื่อช่วงความโค้ง-เว้า อะไรให้ยุ่งยาก)

แนวทางการเซ็ตอัพ Polk Audio BlackStone TL1600

หากว่าท่านกำลังมองหาลำโพงโฮมเธียเตอร์สักชุด อยากให้พิจารณาลำโพงลักษณะ Sat+SUB เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะอะไร ? ในทางกายภาพ ผมอธิบายไปแล้วในตอนต้นของบทความ คือ ลำโพงใหญ่มีความต้องการด้านพื้นที่มากกว่า ทั้งพื้นที่การใช้งาน และพื้นที่ตั้งวาง ดังนั้นหากนำมาใช้งานในห้องเล็ก หรือในสถานที่จำกัดที่ไม่เอื้ออำนวยในการตั้งวางลำโพง โอกาสที่เสียงจะออกมาดี คงยาก (หากเสียงดีในที่นี้ อยู่บนพื้นฐานความเที่ยงตรง)

ปัญหาหลักของลำโพงใหญ่ในห้องเล็ก (พื้นที่น้อย) คือ อาการเบสบวม กล่าวคือการตอบสนองเสียงย่านต่ำล้ำโด่งนำย่านอื่นขึ้นมามาก เสียงจึงออกไปทางอื้อ อึง ฟังแล้วคลุมเครือ เร่งวอลลุ่มได้ไม่มาก เพราะเร่งได้สักหน่อยก็ก็รู้สึกอึดอัด ยิ่งถ้าบวกกับปัญหา Room Mode กลายเป็นเสียงครางหึ่ง รบกวนโสตประสาทเข้าไปอีก แล้วจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ? หากจะแก้ ควรจะแก้ที่ต้นเหตุดีกว่าไหม ? ในเมื่อลำโพงใหญ่เกินกว่าที่ทาง ก็เปลี่ยนไปใช้ลำโพงเล็กเสียเลย จบ

การใช้ลำโพงเล็ก ก็เท่ากับเป็นการจำกัดช่วงความถี่ตอบสนองของลำโพงที่จะก่อให้เกิดปัญหาจากสภาพแวดล้อม ปัญหาอย่างอาการเบสบวม จึงไม่มีวันเกิดขึ้นกับลำโพง Sat และความถี่ต่ำของซิสเต็มที่ถูกโยกให้เป็นหน้าที่ของซับวูฟเฟอร์ทั้งหมดเพียงจุดเดียว แน่นอนว่ายังอาจก่อให้เกิดปัญหาได้อยู่ แต่ก็เท่ากับเป็นการจำกัดวงของปัญหาให้แคบลง การแก้ไขก็จะทำได้ง่ายกว่า หากจะเกิดปัญหาช่วงความถี่ต่ำล้น ก็จะมีต้นตอจากซับวูฟเฟอร์เพียงจุดเดียวเท่านั้น ด้วยความยืดหยุ่นในจุดนี้ ตำแหน่งตั้งวางจึงกระทบกับโทนัลบาลานซ์ของลำโพง Sat น้อยกว่าลำโพงขนาดปกติมาก การจัดวางก็จะง่ายกว่า กล่าวคือไม่เกี่ยงสภาพแวดล้อมมากนัก

ประด็นสำคัญที่สุดอยู่ตรงที่ ความกลมกลืน ระหว่างลำโพง Sat กับ SUB นี่แหละครับที่ท้าทาย เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพเสียงของซิสเต็มลักษณะนี้เลยทีเดียว ทั้งนี้หากจะว่าระยะลำโพงห่างจากผนัง ไม่กระทบกับการตอบสนองเสียงความถี่ต่ำของลำโพง Sat บ้างเลย ก็คงไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด ในกรณีของ TL-1 Sat การวางแบบลอยตัวบนชั้นวาง หรือขาตั้ง กล่าวคือเว้นระยะห่างจากผนังด้านหลังมาก พบว่ากระทบกับการให้น้ำหนักช่วงเบสต้นจนถึงช่วงกลางต่ำ ราว 130Hz และอาจกระทบขึ้นไปจนถึงราว 300Hz อยู่บ้าง อันจะส่งผลถึงช่วงรอยต่อกับเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ ทั้งความกลมกลืน และโทนัลบาลานซ์ แต่ระดับของปัญหาก็ยังน้อยกว่าปัญหาเบสย่านต่ำล้นบวมจากการใช้งานลำโพงใหญ่วางชิดผนัง ซึ่งหากเกิดแล้วจะทำการแก้ไขได้ยากกว่า ทั้งนี้รูปแบบตั้งวางที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งาน TL-1 คือ “แขวนชิดผนัง” อย่างไรก็ดีในบางกรณี หากสภาพไม่เอื้ออำนวย และต้องการวาง TL-1 แบบลอยตัว ก็มิได้มีปัญหาอะไร ทว่าต้องปรับเซ็ตละเอียดกันนิดหน่อย

ในบทความนี้ ท่านจะเห็นผมวางในรูปแบบห่างจากผนังทั้งหมด ซึ่งเป็นเพราะไม่อยากวางลำโพงคู่หน้าให้ถอยไปอยู่หลังระนาบของทีวีมากจนเกินไป บวกกับข้อจำกัดที่ไม่สามารถมารถนำทีวี รวมไปถึงชุดลำโพง ขึ้นแขวนผนังได้ การวางแบบลอยตัวก็มิใช่จะใช้ไม่ได้ วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น คือ อาจใช้วิธีตัด Crossover (HPF) ของลำโพงหลักให้สูงขึ้น แน่นอนต้องสัมพันธ์กับ LPF ของซับวูฟเฟอร์ แต่ผู้ผลิตทำการกำหนดจุดตัดสูงสุดไว้ที่ 160Hz (ถึงบายพาสครอสโอเวอร์ก็จะเป็นค่านี้) ความยืดหยุ่นจึงน้อยลงไปบ้าง เพราะไม่สามารถชดชเยจุดตัดซับวูฟเฟอร์ให้สูงกว่านี้ได้ แต่ถ้าปรับจูนดี ๆ โดยไปชดเชยในจุดอื่น ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความกลมกลืนที่สำคัญ ต้องพิจารณา คือ เรื่องของเฟสที่สัมพันธ์กันของ Sat และ SUB ในเบื้องต้นสามารถปรับชดเชยเปรียบเทียบระหว่าง 0 กับ 180 องศา ที่ซับวูฟเฟอร์ได้

หมายเหตุ: เมื่อนำ TL1600 ไปใช้งานร่วมกับ AVR รุ่นใหม่ ๆ แนะนำให้ใช้ระบบ Auto Calibration ในการตั้งค่ากำหนดของลำโพง ซึ่งจะสะดวกกว่ามาก และน่าจะให้ผลลัพธ์ตอบสนองการใช้งานได้ดีทีเดียวในประเด็นที่กล่าวไปในย่อหน้าข้างต้น ซึ่งออกจะยุ่งยากไปสำหรับท่านที่เพิ่งใช้งานระบบโฮมเธียเตอร์ครับ ทั้งนี้หากระบบได้มาตรฐาน ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน

Sound – เสียง

หากยังไม่พ้นเบิร์นอิน เสียงจะไม่เปิดเผยนัก เวทีเสียงค่อนข้างหุบแคบ และเมื่อใช้งานในแบบมัลติแชนเนล จะพบว่าเสียงจากลำโพงแต่ละแชนเนลจะไม่กลมกลืนกันดีนัก (ทั้งเสียงจากลำโพงหลักด้วยกัน ไปจนถึงความกลมกลืนกับซับวูฟเฟอร์ เหมือนโทนัลบาลานซ์ของทั้งซิสเต็มยังแปลกแยกอยู่) แต่เมื่อพ้นจากการใช้งานไปสักราว 60 ชม. ก็เริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจน

ถึงแม้ภายนอกจะเห็นเป็นลำโพงเล็ก ๆ แต่คงต้องดู AVR ที่จะนำมาใช้งานด้วย ในช่วงแรกผมทดลองนำไปแทนชุดลำโพงของ HT-S5400 ถึงแม้ TL1600 จะให้บางอย่างที่ดีกว่า แต่พิจารณาโดยรวมแล้ว เสียงเดิม ๆ ของ HT-S5400 กับลำโพงในชุดลงตัวกว่า แต่ถ้าจะสรุปว่าเสียงของ TL1600 ด้อยกว่า ก็ผิดถนัด !

เมื่อเปลี่ยน AVR ไปเป็น Onkyo TX-SR608 และ TX-NR1008 พบว่า เสียงเปิดเป็นอิสระขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ย่านต่ำก็หนักแน่นอิ่มเอิบมากยิ่งขึ้น

การทดสอบ เริ่มต้นจากการทดลองใช้งานในห้องรับแขกธรรมดา ๆ พื้นที่ไม่มาก ซึ่งน่าจะเหมาะกับลำโพงแนวนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยวางบนชั้นสูง 77.5 ซม. สามารถวางลำโพงคู่หน้าห่างจากกันได้มากที่สุดราว 110 ซม. เซ็นเตอร์อยู่ตรงการ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สามารถวางได้ดีที่สุดที่สถานการณ์เอื้ออำนวย ไม่เน้นสูตรการวางอะไรมากนัก ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าสนใจเลยทีเดียว เติมเต็มอรรถรสจากเพลงหรือภาพยนตร์ได้โดดเด่นเหนือกว่าเสียงจากโทรทัศน์มากมาย โดยรวมตอบสนองได้อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นรูปแบบการใช้งานทั่ว ๆ ไปในห้องรับบแขกสบาย ๆ ผมว่าโอเคเลยล่ะ

ต่อมาทดลองในสภาพใช้งานรูปแบบอื่นดูบ้าง รูปนี้เป็นแนวทางการวางตำแหน่งลำโพง ตามคำแนะนำของ Polk Audio ซึ่งระยะห่างของลำโพงคู่หน้า จะเท่ากับระยะห่างจากจุดนั่งฟัง แบบสามเหลี่ยมด้านเท่า ส่วนลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้จัดวางโดยมีระยะห่างจากผนังแต่ละด้านอย่างน้อย 6 นิ้ว (หรือ 15 ซม.) ลำโพงเซอร์ราวด์วางไว้ด้านข้าง เยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย

ด้วยแนวทางข้างต้น ในห้องทดสอบจึงได้ระยะลำโพงคู่หน้าห่างกันราว 250 ซม. และได้ปรับความสูงเป็น 90 ซม. จากพื้น โทอินลำโพงเข้าหาจุดนั่งฟัง และถอดหน้ากากออก รูปแบบนี้พบว่าให้เวทีเสียงเปิดเผยกว้างขวาง หากเซ็ตอัพจนเสียงกลมกลืนกับซับวูฟเฟอร์แล้ว การถ่ายทอดสเกลเสียงจะใหญ่โตกว่าขนาดลำโพงอย่างคาดไม่ถึง เสียงออกไปทางผ่อนคลาย ไม่รุกเร้า ทว่าให้ความหนักแน่นดุดันไม่น้อยทีเดียว เสียงความถี่ย่านต่ำพอเพียง และลงได้ลึกกว่าที่คาดหากดูจากขนาด พละกำลังของซับวูฟเฟอร์ส่งผลให้ซิสเต็มนี้ตอบสนองการใช้งานได้ทั้งชมภาพยนตร์ หรือจะฟังเพลงในรูปแบบ 2.1 ก็น่าดีไม่น้อย มิติเสียงโดดเด่น แม้ว่าหากจับผิดจะพบว่าความต่อเนื่องย่านกลางต่ำมีรอยต่ออยู่บ้าง และการถ่ายทอดพลังเสียงของนักร้อง หรือการโหมของวงดนตรีจะยังไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์เต็มที่ (เป็นของจำกัดของไดรเวอร์ที่มีขนาดไม่ใหญ่ ปริมาตรการผลักมวลอากาศไม่มาก) แต่นับว่าโดยรวมให้ความพึงพอใจในระดับคุ้มค่าทีเดียว

จากผลการใช้งานทั้ง 2 ลักษณะให้ข้อสังเกต ที่น่าพิจารณา คือ
– หากท่านเป็นผู้ฟังที่จับประเด็นซีเรียสยิ่งขึ้น อาจจะพบว่าการวางลำโพง Sat บนชั้นที่มีระยะความสูงไม่มากนัก ส่งผลให้การถ่ายทอดมิติด้านสูงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับความสูงของลำโพงเอง ดังนั้นจึงเท่ากับความสูงของนักร้องอาจจะอยู่พอ ๆ กับระดับคนนั่งนั่นเอง ถ้าต้องการความสมจริงมากขึ้น (ยืนร้อง) การปรับปรุงตัวแปรแวดล้อมให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น การกำหนดความสูงของลำโพงคู่หน้า ให้อยู่ที่ราว 90 – 110 ซม. (จากพื้น) จะให้ระดับของความสมจริงในมิติเวทีเสียงสูงขึ้นอีก ซึ่งความสูงระดับนี้ ก็คงต้องวางบนขาตั้งลำโพงแล้วล่ะครับ (คงไม่มีชั้นวางทีวีที่สูงขนาดนี้ หากมี ระยะทีวีก็จะสูงเกินไป ต้องแหงนหน้าดูป่าวเนี่ย 55)  แต่ถ้าแขวนผนัง ก็กำหนดความสูงได้เอง ไม่ยากครับ

หมายเหตุ: ระยะความสูงของเซ็นเตอร์มีผลบ้าง แต่ไม่มากเท่าคู่หน้า ขอให้อยู่ในตำแหน่งใกล้กับทีวี จะสูงหรือต่ำกว่าคู่หน้าบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ความสูงไม่ควรห่างกันเกิน 60 ซม. ดังนั้นหากปรับระดับลำโพงคู่หน้าได้ที่ ความสูงของมิติเสียงด้านหน้าก็จะดีขึ้นมาเอง ส่วนลำโพงเซอร์ราวด์นั้น ควรอยู่สูงกว่าคู่หน้าขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่ง อาจเริ่มที่ราว 130 – 170 ซม. (จากพื้น)

– แม้ว่าผู้ผลิตจะออกแบบโครงสร้างหน้ากากผ้าให้ช่วยในเรื่องของมุมกระจายเสียงแล้ว อย่างไรเสีย ในการใช้งานจริงพบว่าการถอดหน้าออก ให้ผลลัพธ์ทางเสียงที่ดีกว่าในหลาย ๆ ด้าน มุมกระจายเสียงของ TL1 จะถูกเปิดเผยออกมาได้เต็มศักยภาพสูงสุด การขึ้นรูปมิติ ขอบเขตเวทีเสียงจะกว้างขึ้น และปลายเสียงยังเปิดกระจ่างชัดขึ้นอีกด้วย

ทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการใช้งาน Polk Audio BlackStone TL1600

ทิปที่หนึ่ง วิธีการถอดหน้ากากสำหรับชุดลำโพง TL1600

อย่างทีเรียนให้ทราบก่อนหน้านี้ว่า ลำโพงหลักในชุด TL1600 สามารถถอดหน้ากากได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเพิ่มศักยภาพการใช้งานในแง่การถ่ายทอดคุณภาพเสียง อย่างไรก็ดีด้วยรูปแบบการยึดติดของหน้ากากที่ค่อนข้างมิดชิด หากไม่รู้วิธี จะทำให้ถอดยาก หากฝืนเกินไปอาจสร้างความเสียหายแก่ตัวลำโพงได้

อันที่จริงวิธีการก็มิได้ซับซ้อนแต่อย่างใด เพียงแค่พยายามสอดนิ้วเข้าไปบริเวณขอบร่องของหน้าการส่วนบน (อาจต้องใช้วัสดุเล็ก ๆ ที่แข็งและแบนเข้าช่วย) ออกแรงงัดอย่างเบามือ พอให้นิ้วมือสัมผัสกับขอบหน้ากากได้เต็ม ๆ นิ้ว แล้วค่อย ๆ ออกแรงดันไปทางด้านหน้าลำโพงตรง ๆ ให้สังเกตบริเวณจุดยึด หากจุดไหนยังไม่หลุดออก ให้ย้ายตำแหน่งไปดันใกล้ ๆ กับจุดยึดนั้นจนหน้ากากหลุดออกมา สำหรับลำโพงเซ็นเตอร์อาจต้องเริ่มที่มุมด้านซ้าย หรือขวา ด้านใดด้านหนึ่งก่อน แล้วค่อย ๆ ดันสลับข้างไปมา

ทั้งนี้ภายหลังการถอดหน้ากากออกมา โปรดระมัดระวังความเสียหายของตัวไดรเวอร์จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หากไม่มั่นใจในจุดนี้ แนะนำให้ใส่หน้ากากไว้อย่างเดิม สบายใจกว่า

ทิปที่สอง วิธีเก็บสายลำโพงให้ดูเรียบร้อยแบบง่าย ๆ

กรณีวางลำโพงบนชั้น ทิปนี้ใช้อุปกรณ์บ้าน ๆ คือ เทปใสเท่านั้น ตัดมา 2 ชิ้น ไม่ต้องยาวมาก ให้ติดจุดหนึ่งใกล้กับด้านหลังลำโพง พยายามดึงสายอย่าให้หย่อน แล้วติดอีกจุดที่ด้านหลังชั้น ก็จะช่วยให้สายลำโพงของคู่หน้าดูเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น

สำหรับลำโพงเซ็นเตอร์ที่มักจะวางไว้หน้าทีวี เราสามารถใช้ฐานตั้งของทีวีให้เป็นประโยชน์ได้ โดยเอามาเหน็บซ่อนสายลำโพงเสียเลย ทั้ง 2 วิธีข้างต้น อาจไม่เรียบร้อยสวยงามที่สุด เมื่อเทียบการนำลำโพงขึ้นแขวน แล้วซ่อนสายแบบฝังไว้กับโครงสร้างผนัง แต่ก็ช่วยให้ดูแล้วไม่รกรุงรัง อีกทั้งวิธีการก็ทำได้ง่าย ๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (หากมีอุปกรณ์อยู่แล้ว) แต่วิธีนี้คงจะใช้ได้กับสายลำโพงเส้นเล็ก ๆ เท่านั้นนะครับ

ส่วนการจัดการสายลำโพงด้านหลังชั้นวาง คงต้องหาวิธีบริหารกันเอาเองนะครับ เพราะคงจะยุ่งเหยิงพอสมควรทีเดียว (ฮา)

Conclusion – สรุป

จากศักยภาพที่กล่าวมาทั้งหมด จึงพิสูจน์ได้ว่า “Big Speaker Sound without The Big Speaker” สามารถใช้กับ Polk Audio BlackStone TL1600 ได้อย่างเหมาะเจาะ !

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– ดีไซน์แบบ “กรวดดำ” กะทัดรัด มันเงา ด้วยวัสดุสังเคราะห์ อาจเบากว่าไม้ ทว่าทนทานต่อสภาพอากาศ และแรงกระแทกได้ดีกว่า (จะเรียกว่าแกร่งกว่าก็ได้) ทั้งนี้ตัวเนื้อวัสดุและการประกอบยึดล็อคก็ค่อนข้างแน่นหนา มิใช่ใช้พลาสติกบาง ๆ แล้วประกอบเข้ากันแบบง่าย ๆ ลำโพงซับวูฟเฟอร์เป็นไม้ปิดผิวไวนีล ดูธรรมดา แต่ก็ตอบสนองการใช้งานได้ดี
– คุณภาพเสียงจากลำโพงขนาดเพียงฝ่ามือ ซึ่งเมื่อจับคู่กับซับวูฟเฟอร์ขนาดย่อมที่ให้พละกำลังกระแทกกระทั้น และหนักแน่น เมื่อผสานกับลำโพงหลักก็ขยายขอบเขตสเกลเสียงได้ใหญ่โตกว่าขนาดตัว ปลายเสียงไม่รุกเร้า ออกไปทางสุภาพทว่าดุดันอยู่ในที ศักยภาพของซิสเต็มนอกจากใช้รับชมภาพยนตร์แล้วสามารถรองรับเพื่อการฟังเพลงได้ไม่ติดขัดแต่ประการใด
– รองรับการแขวนผนังเพียงยึดสกรูตัวเดียวเข้ากับผนัง ขณะเดียวกันก็รองรับขาแขวนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น หน้ากากผ้าสามารถถอดออกได้ (หากรู้เทคนิคจะถอดออกง่าย) ซึ่งจะช่วยให้เสียงเป็นอิสระชัดเจน ศักยภาพการถ่ายทอดเวทีเสียงเปิดกว้างขึ้นอีก ติดเม็ดยางรองด้านใต้เพิ่มความมั่นคงมาจากโรงงาน (ที่ซับวูฟเฟอร์ก็มีเช่นกัน) ปุ่มปรับเซ็ตที่ลำโพงซับ ฯ ครอบคลุมตามรูปแบบใช้งานมาตรฐาน
– จุดเชื่อมสายลำโพงไบดิ้งโพสต์ ดูมั่นคงดี เสียบต่อร่วมกับสายเปลือย หางปลา หรือบานาน่าก็ได้ (แต่ไม่รองรับหัวบานาน่าแบบ BFA)
– ด้วยศักยภาพด้านเสียง และการออกแบบ นับเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับชุดสำเร็จ Sat + SUB ราคาไม่แพง โดยเฉพาะการใช้งานที่มีพื้นที่ตั้งวางลำโพงจำกัด หากแขวนผนังร่วมกับซิสเต็มทีวีจอบางก็เป็นหนึ่งในระบบโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ลงตัวอย่างยิ่งทั้งรูปลักษณ์ และการใช้งาน

by ชานม !
2011-10

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้