The speakers from the specialists !!! รีวิว Polk Audio RTi A Series
Home Theater Speaker System
Polk Audio Rti Series (RTi A7 + A3 + CSi A4 + PSW110)

The speakers
from the specialists !
Polk Audio ผู้ผลิตลำโพงสัญชาติอเมริกันที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาเกือบ 40 ปี ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทาง Polk Audio ได้นำลำโพงซีรี่ส์ RTi ออกสู่ตลาด เมื่อเห็นโหงวเฮ้งตัวจริง บวกกับราคาขายที่ตัวแทนจำหน่ายตั้งไว้แล้ว ต้องบอกว่าน่าสนใจมาก วันนี้ทางทีมงานจึงนำมาทดสอบเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ผลิตลำโพงที่ยืนหยัดอยู่ในใจนักเล่นเครื่องเสียง โฮมเธียเตอร์ มาได้อย่างยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษนี้มีดีอะไรกันแน่…

ดีไซน์และการออกแบบ
Polk Audio RTi Series ในครั้งนี้ เป็นชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 ที่ประกอบไปด้วยลำโพงหลัก 5 แชนเนล บวกกับแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์อีก 1 ตู้

RTi A7 ลำโพงคู่หน้าแบบตั้งพื้นของซิสเต็มนี้ เป็นลำโพงรุ่นใหญ่ในซีรี่ส์ รองลงมาจากรุ่น A9 โครงสร้างการออกแบบตัวตู้ Damped Asymmetric Hex Laminate Isolation (DAHLI) โดยใช้แผ่นไม้ลามิเนทซ้อน 5 ชั้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ลดการกระพือ แล้วปิดทับด้วยผิวไม้แท้ในชั้นที่ 6 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับลำโพงราคาไม่สูง (โดยเฉพาะรุ่นวางหิ้งอย่าง RTi A1 และ A3) เนื่องจากโดยทั่วไปลำโพงระดับราคานี้จะใช้ผิวไวนีลกันหมด นอกจากนี้ลักษณะตัวตู้ได้ออกแบบให้มีความโค้งมน สอบลึกเข้าทางด้านหลัง เพื่อลดเสียงก้องสะท้อนภายใน

ตัวขับเสียงสูง Silk Polymer Composite Dome Tweeter ขนาด 1 นิ้ว และตัวขับเสียงกลาง Polymer Composite Dynamic Balance Driver (with Rubber Surround) ขนาด 6 ½ นิ้ว พร้อมกับ ARC (Acoustic Resonance Control) Port ซึ่งเป็นเทคนิคในการลดทอนเรซโซแนนซ์ที่เกิดขึ้นภายในตัวตู้ ยังผลให้ได้เสียงกลางที่สะอาด ไร้การรบกวน

เบสไดรเวอร์ Polymer Composite Woofer ขนาด 7 นิ้ว จำนวน 2 ดอก (ขนาดเดียวกับ A9 แต่ต่างกันตรงที่จำนวน A9 มี 3 ดอก) ด้านล่าง คือ PowerPort Plus ซึ่งเป็นท่อเปิดคู่ หน้า-หลัง โดยออกแบบให้ท่อเปิดทางด้านหน้าทำงานสัมพันธ์กับท่อเปิดทางด้านหลัง

เบสไดรเวอร์ Polymer Composite Woofer ขนาด 7 นิ้ว จำนวน 2 ดอก (ขนาดเดียวกับ A9 แต่ต่างกันตรงที่จำนวน A9 มี 3 ดอก) ด้านล่าง คือ PowerPort Plus ซึ่งเป็นท่อเปิดคู่ หน้า-หลัง โดยออกแบบให้ท่อเปิดทางด้านหน้าทำงานสัมพันธ์กับท่อเปิดทางด้านหลัง
ข้อสังเกต: เทคนิคการออกแบบลำโพงของ Polk Audio จะเน้นเทคโนโลยี “ท่อเปิด” เป็นพิเศษ ทั้งนี้ RTi Series มีถึง 3 เทคโนโลยีด้วยกัน คือ PowerPort, PowerPort Plus และ ARC Port อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับลำโพงของ Polk Audio เท่านั้น
PowerPort เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการจูนเสียงความถี่ต่ำ เพิ่มเรนจ์การตอบสนองความถี่ และลดการรบกวนที่เรียกว่า Port Noise ลง โดยอาศัยแผ่นเพลทที่มีโครงสร้างคล้ายกรวย เพื่อให้ความเร็วลมที่เกิดบริเวณปลายท่อลดลง และช่วยกระจายลมออกในทุกทิศทางไม่ให้สะท้อนกลับไปรบกวน อีกทั้งยังลดผลกระทบจากการวางลำโพงชิดผนังหลังมากเกินไป (โดยเฉพาะกรณีแขวนลำโพงวางหิ้งบนผนัง) ทาง Polk อ้างว่า เทคโนโลยีนี้ให้อัตราการตอบสนองเสียงความถี่ต่ำได้ลึกกว่าลำโพงตู้ปิด และเที่ยงตรงกว่าลำโพงตู้เปิดทั่ว ๆ ไป ส่วน PowerPort Plus พัฒนาขึ้นมาจาก PowerPort โดยอาศัยท่อเปิดคู่ หน้า-หลัง ทำงานประสานกัน พบในรุ่นตั้งพื้น (PowerPort ใช้กับลำโพงรุ่นวางหิ้งเป็นหลัก)
ส่วน ARC Port เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการจูนเสียงกลาง เพื่อลดทอนการเกิดเรซโซแนนซ์ภายในตัวตู้ เสียงกลางจึงใส เคลียร์ และมีความเพี้ยนต่ำ

ดูแผ่นเพลทคลุมท่อเปิดด้านหลังกันอีกครั้งแบบชัด ๆ … อีกหนึ่งเทคนิคจากเทคโนโลยี PowerPort Plus ของ Polk Audio

บริเวณขาทั้ง 4 จุด รองด้วยวัสดุนิ่ม สามารถวางกับพื้นตรง ๆ โดยไม่ใส่สไปก์ก็ได้ แต่ในกรณีที่พื้นไม่ได้ระดับ ควรใส่สไปก์เพื่อปรับระดับให้ได้ความมั่นคงสูงสุด (จากรูป Spike Shoe หรือจานรองสไปก์ไม่ได้แถมมาให้ หากต้องการใช้เพื่อไม่ให้พื้นเป็นรอย ต้องซื้อต่างหาก)

ขั้วต่อสายลำโพงรุ่น A7 เป็นแบบไบดิ้งโพสต์รูปแบบไบไวร์

ในกรณีเชื่อมต่อสายลำโพงแบบไบไวร์ (หรือ ไบแอมป์) ต้องถอดจัมเปอร์โลหะออก ซึ่งเป็นวิธีการที่แนะนำหากอยากได้ศักยภาพสูงสุดจากลำโพงคู่นี้

ลำโพงเซ็นเตอร์ CSi A4 ลักษณะไดรเวอร์เป็นชนิดเดียวกับลำโพงอื่น ๆ ในซีรี่ส์ แต่ถ้าเทียบกับลำโพงคู่หน้า และเซอร์ราวด์ (RTi A7, A3) ขนาดวูฟเฟอร์ของ CSi A4 จะเล็กกว่า โดยมีขนาดอยู่ที่ 5 ¼ นิ้ว

Silk Polymer Composite Dome Tweeter ขนาด 1 นิ้ว ดูเผิน ๆ คล้ายกับทวีตเตอรืโดมโลหะ แต่ที่จริงแล้วเป็นทวีตเตอร์โดมผ้า อ้อ สำหรับรุ่น CSi ไดรเวอร์ทั้งหมดได้รับการชีลด์สนามแม่เหล็ก จึงสามารถวางใกล้กับทีวีแบบ CRT ได้ ไม่เกิดการรบกวน (ส่วนพลาสม่า ทีวี หรือ แอลซีดี/แอลอีดี ทีวี ไม่มีผลใด ๆ กับประเด็นนี้)

ขั้วต่อสายลำโพง CSi A4 จะเป็นรูปแบบซิงเกิลไวร์ จะเห็นว่าด้านหลังไม่มี PowerPort กล่าวคือ มี ARC Port เพียงอย่างเดียว แตกต่างจากรุ่นตั้งพื้น และวางหิ้ง… นัยว่าย่านเสียงที่สำคัญที่สุดของลำโพงเซ็นเตอร์คือเสียงกลางนี่เอง

ลำโพงเซอร์ราวด์ คือ RTi A3 ซึ่งเป็นลำโพงวางหิ้งรุ่นใหญ่ในตระกูล RTi (รุ่นเล็กสุด คือ A1) หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าแผงหน้าของรุ่น A3 ก็คือ A7 ที่ตัดช่วงล่างออกไปนั่นเอง ขนาดไดรเวอร์ Polymer Composite Dynamic Balance Driver (with Rubber Surround) ขนาด 6 ½ นิ้ว Silk Polymer Composite Dome Tweeter ขนาด 1 นิ้ว พร้อมกับ ARC Port ด้านล่าง เหมือนกันเป๊ะ

ด้านหลังจะเห็น PowerPort ซึ่งออกแบบเป็นขาแขวนผนังในตัว (เจาะผนังยึดสกรู 1 ตัว แล้วยกขึ้นแขวนได้เลย) ด้านล่างจะมีขาพลาสติกรองหลังอีก 2 จุด ซ้าย-ขวา เพื่อเพิ่มความมั่นคงเมื่อแขวนผนัง เนื่องจากจุดแขวนอยู่ค่อนข้างสูง

ขั้วต่อสายลำโพงไบดิ้งโพสต์แบบไบไวร์ มีจัมเปอร์โลหะเชื่อมระหว่างขั้วต่อ HF และ LF เช่นเดียวกับรุ่นตั้งพื้น (เมื่อเชื่อมต่อสายแบบไบไวร์ หรือไบแอมป์ ต้องถอดจัมเปอร์นี้ออก)

สำหรับลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ที่นำมาใช้งานร่วมกันในซิสเต็มนี้ คือ PSW110 ขนาดย่อม ๆ ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 10 นิ้ว แบบ Dynamic Balance Composite Woofer พร้อมภาคขยายคลาส A/B กำลังขับ 100 วัตต์ (ไดนามิก 200 วัตต์)

ถึงแม้ตัวตู้ของ PSW110 จะเป็นไวนีล มิได้เป็นผิวไม้แท้แบบลำโพงหลักตระกูล RTi เมื่อวางใกล้กันจึงสังเกตได้ว่าสีไม้ (ลาย Cherry) แตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ถือว่างานเนี้ยบมาก ดูดีเกินมาตรฐานลำโพงซับวูฟเฟอร์ราคาไม่ถึงหมื่น

ปุ่มปรับต่าง ๆ ติดตั้งทางด้านหลังทั้งหมด เริ่มจากปุ่มปรับระดับวอลลุ่ม ครอสโอเวอร์ (ปรับได้ตั้งแต่ 60 – 160Hz ปรับสุดจะเป็น Bypass กรณีใช้งานร่วมกับ AVR) ปุ่มปรับเฟสเลือกได้ 0 และ 180 องศา และสวิทช์เพาเวอร์ เลือกให้เปิดปิดการทำงานแบบอัตโนมัติโดยอิงจากสัญญาณที่เข้ามาได้

อินพุตสัญญาณรองรับทั้ง Low Level (RCA) และ High Level (Speaker Level) ส่วนสายไฟเป็นมาตรฐาน C7 (หัวเลข 8) ถอดสายได้

เมื่อดูด้านใต้ตัวตู้ จะเห็นท่อเปิด หรือ Floor Coupled Port เป็นเทคนิคหนึ่งที่เพิ่มอัตราการตอบสนองเสียงความถี่ต่ำ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดตัวตู้ (นอกเหนือจากขนาดไดรเวอร์ ปริมาตรตัวตู้เป็นตัวแปรหนึ่งที่ส่งผลถึงความสามารถในการสร้างเสียงความถี่ต่ำลึก) นอกจากนี้ยังติดตั้งขาวัสดุสังเคราะห์เพื่อเพิ่มระยะระหว่างตัวตู้กับพื้น ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความมั่นคง และสลายแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์
แนวทางการเซ็ตอัพ และ ผลการทดสอบ

ซิสเต็มนี้ต้องบอกว่า ลำโพงคู่หน้า “เบสมาเน้น ๆ” คงจะเป็นอานิสงส์ของ PowerPort Plus เสียงความถี่ต่ำที่ได้ยินจึงแน่น หนัก สะอาด และกระชับ ซึ่งค่อนข้างผิดคาด เนื่องจากปัญหาข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ตั้งวางกับลำโพงใหญ่น่าจะมีบวมครางมากกว่านี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่กับ Polk Audio ปัญหานี้ถือว่าน้อย (ในระดับวอลลุ่มปกติ คือ เปิดไม่ดังมากจนเกินไป) อย่างไรก็ดีผลกระทบที่เกิดขึ้นยังมีอยู่บ้าง คือ อาการอึดอัดจากปริมาณเบสที่ค่อนข้างมากอยู่ โดยเฉพาะเมื่อรับฟังเพลงแนวพ็อพ ร็อก ฮิพฮ็อพ ที่อัดเบสมาหนัก ๆ ทางออกของปัญหานี้มีอยู่ 2 ทาง ทางแรก วิธีการพื้นฐาน แต่ให้ผลดี เนื่องจากแก้ที่ต้นเหตุ คือขยับลำโพงออกห่างจากผนัง ซึ่งผมทดลองขยับห่างออกมาจากเดิมสักฟุตนึงก็ช่วยได้เยอะทีเดียว แต่กับบางซิสเต็ม (เช่น ซิสเต็มนี้) ระยะนี้คงจะเกะกะขวางทางน่าดูจึงจำเป็นต้องใช้ ทางเลือกที่ 2 คือ การใช้ Auto EQ จากระบบ Auto Calibration ของ AVR

การใช้ระบบ Auto Calibration ของ AVR นอกจากช่วยในเรื่องของการเซ็ตอัพระบบลำโพงโฮมเธียเตอร์พื้นฐาน อย่างการเซ็ตระดับเสียงของลำโพงแต่ละแชนเนล (Level) ให้มีความกลมกลืน การอิงระยะห่างลำโพง (Distance) เพื่อกำหนดดีเลย์ไทม์ การกำหนดจุดตัดความถี่ของลำโพงหลักให้สัมพันธ์กับจุดตัดความถี่ของลำโพงซับวูฟเฟอร์ ไปจนถึงฟีเจอร์แอดวานซ์อย่างการปรับแก้ EQ เพื่อชดเชยสภาพอะคูสติก ซึ่งปัจจุบันถึงแม้ผมจะพูดไม่ได้ว่าสามารถอ้างอิงผลลัพธ์จากฟีเจอร์นี้ได้ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ทดสอบมา สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี
หลายท่านอาจจะแปลกใจว่า เหตุใดลำโพงตั้งพื้นขนาดใหญ่ ทว่า (บ่อยครั้ง) ระบบ Auto Calibration ถึงตั้งค่าไว้เป็น Small ทั้งนี้ในกรณีที่ระบบตรวจพบว่าซิสเต็มมีปัญหา “ความถี่ต่ำล้น” (อาจจะด้วยตำแหน่งตั้งวาง หรือเป็นเอฟเฟ็กต์จากสแตนดิ้งเวฟ) ระบบจะกำหนดขนาดลำโพงคู่หน้าให้เป็น Small เพื่อตัดความถี่ต่ำ (ลึก) ส่วนเกินออกไปส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตัดหายไปทั้งหมด เพราะความถี่ต่ำลึกจากลำโพงคู่หน้าส่วนหนึ่งจะถูกปล่อยผ่านไปให้กับซับวูฟเฟอร์ (ในขั้นตอนนี้อาจจะมีการชดเชย EQ ที่ซับวูฟเฟอร์เพิ่มเติม ในระบบที่ค่อนข้างแอดวานซ์) ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการที่ระบบจะจัดการกับเสียงความถี่ต่ำ (คอนโทรลที่ซับวูฟเฟอร์จุดเดียว)
แต่ถามว่าสามารถกำหนดขนาดของลำโพงคู่หน้าให้เป็น Large (Full-Band) ได้ไหม ก็ขอตอบว่า ได้ครับ และผมก็ชอบเซ็ตแบบนี้ด้วย (แต่ยังใช้ในรูปแบบ 2.1 คือ ยังคงใช้ซับวูฟเฟอร์ ร่วมกับฟังก์ชั่น Double Bass ในกรณีที่เป็นลำโพงตั้งพื้นขนาดไม่ใหญ่นัก) ซึ่งไม่ใช่เพราะว่าบ้าเบส อยากได้เสียงความถี่ต่ำเยอะ ๆ (ไหนจะได้จากคู่หน้า ไหนจะซับวูฟเฟอร์) แต่ต้องการตัด “วงจรตัดแบ่งความถี่” ออกจากทางเดินสัญญาณของลำโพงคู่หน้า เพื่อผลให้สัญญาณ “เพียวขึ้น” เวลาฟังเพลง เพียงแต่วิธีการที่จะให้ได้ผลดีสูงสุดนั้น ค่อนข้างยุ่งยากไปสักหน่อย และมิได้หมายความว่าจะให้ผลดีกับทุกซิสเต็ม เนื่องจากอุปกรณ์ในระบบและสภาพแวดล้อม ให้ผลกระทบที่แตกต่างกัน… ถ้าผมมีเวลาเขียนถึง จะมาเล่าให้ฟังอีกทีละกัน สำหรับเคสนี้การกำหนดตามระบบ Auto Calibration ให้ผลการตอบสนองที่ลงตัวดีแล้วครับ

ฟังเผิน ๆ อาจรู้สึกว่า Polk Audio RTi Series เป็นลำโพงที่เน้นย่านต่ำเป็นหลัก แต่หากแม็ตชิ่งซิสเต็ม และเซ็ตอัพทุกอย่างลงตัว จะพบว่ามันเป็นลำโพงที่ครบเครื่อง มิได้เน้นหนักด้านใดด้านหนึ่ง แล้วละเลยในส่วนอื่น ทั้งนี้ด้วยขนาดของลำโพงคู่หน้า ซึ่งเป็นลำโพงตั้งพื้นขนาดค่อนข้างใหญ่จึงต้องการพื้นที่มากกว่าปกติ เพื่อให้ได้เสียงที่เปิดโปร่ง เสียงความถี่ต่ำไม่ล้ำย่านอื่นออกมามากเกินไป ซึ่งถ้าหากทำได้ มันจะเป็นลำโพงที่ครบเครื่องเลยทีเดียว

ถ้าหากไม่ใส่สไปก์จะได้ เสียงร้องที่อิ่ม ฟังสบาย ไม่บาดหู ย่านสูงนุ่มนวล ผ่อนคลาย อาจจะมิใช่เสียงแหลมใส ทะลุทะลวง ทว่าถ่ายทอดความกังวานของเครื่องดนตรีเพอร์คัสชั่นได้น่าฟัง ที่สำคัญ คือ ฟังแล้วไม่เครียด และไม่เน้นอะไรมาเกินพอดี หากใส่สไปก์จะได้บอดี้ที่กระชับขึ้นมา ปลายเสียงทอดยาวขึ้น แต่เสียงร้องจะคมขึ้นนิด ๆ ผู้ที่ชอบเสียงชัด ๆ น่าจะชอบ แต่ที่ว่าชัด มิได้ชัดเสียจน “เน้น” ซึ่งความยืดหยุ่นในการแมตชิ่งร่วมกับ AVR พบว่ามันเข้ากันได้ดีกับหลาย ๆ รุ่น ยี่ห้อที่ชื่นชอบในตลาดให้ผลลัพธ์ที่ดีหมด ซึ่งสามารถเน้นในจุดที่ AVR ยี่ห้อนั้น ๆ ต้องการเน้นได้ดี กล่าวคือมันค่อนข้างเป็นกลางอยู่พอสมควร ดังนั้นบางท่านหากอยากได้อะไรที่มันเน้น ๆ ไปตามอุปกรณ์ที่นำมาใช้ร่วมก็สามารถทำได้ ด้วยเสียงย่านต่ำของ RTi Series ที่ทำได้โดดเด่นมากอยู่แล้ว จะยังคงเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม เวทีเสียงเป็นอีกจุดที่ทำได้กว้างขวาง ตื่นตาตื่นใจ ท่านที่ชอบฟังคลาสิกวงใหญ่ หรือบิ๊กแบนด์แจ๊ซ น่าจะชอบลำโพงคู่นี้ เนื่องจากถ่ายทอดความอลังการได้เป็นอย่างดี

สำหรับลำโพงเซ็นเตอร์ ขนาดอาจจะดูเล็กไปนิดเมื่อเทียบกับลำโพงคู่หน้า แต่ในเคสนี้ก็คงจะเป็นผลทางด้านมุมมองเท่านั้น เพราะจากการทดลองใช้งานก็ได้ความกลมกลืนดี ซึ่งอาจจะด้วยระยะห่างของลำโพงที่ไม่ห่างกันนัก ทั้งระยะห่างของลำโพงคู่หน้ากับเซ็นเตอร์ รวมไปถึงระยะห่างจากลำโพงเซ็นเตอร์ถึงซับวูฟเฟอร์ (จากพื้นที่ใช้งานที่ไม่กว้างมาก) บวกกับได้ฐานความถี่ต่ำจากซับวูฟเฟอร์เข้ามาเสริมลำโพงเซ็นเตอร์ ประกอบกับเสียงกลางที่ค่อนข้างอิ่ม อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงไดอะล็อกจากภาพยนตร์ หรือ เสียงร้องจากคอนเสิร์ตก็ออกมาผ่อนคลาย น่าฟัง

ผมค่อนข้างจะถูกใจกับ RTi A3 มาก เพราะในซิสเต็มนี้นอกจากจะใช้งานเป็นลำโพงเซอร์ราวด์ได้ดีแล้ว ศักยภาพยังนำมาใช้เป็นลำโพงคู่หน้าของชุดโฮมเธียเตอร์ หรือเป็นลำโพงฟังเพลงแบบสเตริโอได้ดีมากอีกด้วย ปริมาณเบสก็เกินตัว ไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คุณภาพก็เป็นในแนวทางเดียวกับลำโพงคู่หน้า เสียงใหญ่เกินตัว สร้างเสียงบรรยากาศรายล้อมได้อย่างกลมกลืน แม้ว่ามวลเสียงจะไม่มากเท่า แต่กับการใช้งานโดยทั่วไปนับว่าเพียงพอ ฟังเพลงร้องหวาน ๆ นี่ฟังสบายมาก ผ่อนคลาย ครั้นจะฟังร็อก เบสหนัก ๆ ก็บ่ยั่น คุณภาพเสียงโดยรวมต้องบอกว่าคุ้มค่ามากกับลำโพงวางหิ้งราคาหมื่นต้น ๆ ที่สำคัญ คือ งานตู้ ที่ดูดีเกินราคาไปมากมาย ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะหาตัวเปรียบเทียบแทบไม่มีเลย
ซับวูฟเฟอร์อาจมิได้ทำตัวโดดเด่นมากนักสำหรับซิสเต็มนี้ เนื่องจากถูกลำโพงคู่หน้าแย่งซีนในประเด็นเรื่องของการตอบสนองความถี่ต่ำไปเสียเยอะ หากต้องการเสริมฐานเสียงความถี่ต่ำลึกให้กับลำโพงคู่หน้าให้ได้น้ำได้เนื้ออาจจะต้องเป็นภาระของซับวูฟเฟอร์ตัวใหญ่ อย่างไรก็ดีด้วยศักยภาพของ PSW110 มันจึงเป็นสมาชิกในซิสเต็มที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์จากเสียงเอฟเฟ็กต์ความถี่ต่ำ (LFE) จากภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี ด้วยขนาดตัวตู้ที่ค่อนข้างกะทัดรัด กับอัตราการตอบสนองความถี่ต่ำลึกระดับนี้ก็ถือว่าเกินตัว เมื่อบวกกับประสิทธิภาพของภาคขยาย มันน่าจะเติมเต็มเสียงความถี่ต่ำในพื้นที่ราว 12 – 18 ตร.ม. ได้ดี เมื่อทราบราคา บวกกับงานตู้ที่ดูดีแล้ว คงไม่มีจุดใดให้ต้องติติง
สรุป
ต้องบอกว่า Polk Audio (และตัวแทนจำหน่าย) ทำราคาลำโพงได้ถูกใจจริง ๆ แต่ด้วยราคาเพียงอย่างเดียวคงสร้างผลกระทบอะไรไม่ได้มาก หากว่าลำโพงไม่สามารถพิสูจน์ตัวเอง ด้วยคุณภาพเสียงที่ถ่ายทอดออกมา ถ้าผมจะบอกว่าลำโพงชุดนี้ “ถูกเงิน” ก็เพราะว่ามัน “ถูกตา ต้องใจ” มาก่อนนั่นแหละ !
หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– งานตัวตู้ดูดีเกินราคามาก จะหาผิวตู้ไม้แท้กับลำโพงราคาขนาดนี้หากเป็นเมื่อก่อนคงต้องพลิกแผ่นดิน
– คุณภาพเสียงดุดัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชมภาพยนตร์ ซึ่งคงได้อรรถรสจากเสียงความถี่ต่ำอย่างเมามันทีเดียว กระนั้นเมื่อนำมาฟังเพลงก็ได้อารมณ์ร่วมเช่นกัน สามารถฟังร่วมกับดนตรีหลากหลายแนว และไม่เลือกแอมป์เท่าไหร่อีกด้วย
– เทคโนโลยีท่อพอร์ทแบบต่าง ๆ ส่งเสริมให้ลำโพงมีประสิทธิภาพตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้ได้เสียงระดับคุณภาพโดยที่ไม่ต้องวุ่นวายปรับจูนตำแหน่งกันมากนัก อย่างไรก็ดีหากจะเค้นเอาศักยภาพสูงสุด คงต้องลงไม้ลงมือกันหน่อย ซึ่งผลลัพธ์นั้น นับว่าคุ้มค่า
– ความยืดหยุ่นของจุดเชื่อมต่ออยู่ในระดับมาตรฐาน ความแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ดี ลำโพงวางหิ้งบิลท์อินขาแขวนผนังมาด้วยในตัว ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดหาอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติมได้ดี
– คุณภาพเสียง และงานประกอบระดับนี้ ต้องบอกว่า “ถูกมาก” ! (โดยเฉพาะลำโพงวางหิ้งอย่าง RTi A3)
by ชานม !
2011-06
ราคาตั้ง Polk Audio RTi Series
RTi A7 Floorstanding = 39,900 บาท RTi A3 Bookshelf = 15,900 บาท
CSi A4 Center = 9,900 บาท
PSW 110 Active Subwoofer = 9,900 บาท