Skip to content
|

รีวิว Integra DRX-3.4 + Klipsch RP-8000F 5.1.2 Dolby Atmos Pack พลิกโฉมพรีเมียมโฮมเธียเตอร์ จัดเต็ม HDMI 2.1

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 23 Mar 2022 0 comments

ครั้งแรกกับการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ “Integra” พรีเมียมแบรนด์ของ Onkyo ! เปิดตัวกันด้วย DRX-3.4 AV Receiver มาพร้อม HDMI 2.1 รองรับ 8K60p, 4K120p HDR ถอดรหัสเสียงรอบทิศทางครบครัน การันตีด้วยมาตรฐาน IMAX Enhanced… มาดูกันว่ารุ่นนี้จะตอบโจทย์การใช้งานร่วมกับ Reference Premiere ซีรีส์ลำโพงไฮเอ็นด์ของ Klipsch ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันได้โดดเด่นเพียงใด !

Onkyo แบรนด์เก่าแก่สัญชาติญี่ปุ่น อายุอานามเกือบ 80 ปี แล้ว ซึ่งนักเล่นเครื่องเสียงชาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่กับ Integra คงมีคนรู้จักไม่มากนัก เพราะเมื่อก่อนมีจำหน่ายเฉพาะฝั่งอเมริกาเหนือและออสเตรเลียเท่านั้น โดยพื้นฐาน Integra AVR รุ่นล่าสุด ถึงแม้อิงสเปคเดียวกับ Onkyo หลายจุด แต่ก็มีจุดเด่นที่แตกต่าง นอกจากรูปลักษณ์แล้ว คุณสมบัติที่เอื้อกับระบบ Cutom Installation และ Home Automation ได้ถูกเพิ่มเติมเข้ามาสำหรับ Integra

ปัจจุบัน Onkyo/Integra เป็นส่วนหนึ่งของ Voxx International ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับแบรนด์ลำโพงอเมริกันชื่อดังอย่าง Klipsch จึงมีส่วนให้เสียงของ Integra AVR ซีรีส์ใหม่ถูกปรับจูนให้เข้ากับลำโพง Klipsch ได้เหมาะเจาะมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ปรับเซ็ตที่สามารถกำหนดค่าแบบเจาะจงรุ่นลำโพง Klipsch ได้ ซึ่งผมจะกล่าวถึงต่อไปในรีวิวนี้ครับ…

Design – การออกแบบ

ใครที่เคยใช้งาน Onkyo มานาน อาจจะคุ้นตากับดีไซน์แผงหน้าของ Integra DRX-3.4 เพราะดูละม้ายคล้ายรุ่นเก่า (เมื่อนานมาแล้ว) อยู่ไม่น้อย

จุดที่ดูแตกต่างจาก Onkyo นอกจากโลโก้ Integra ที่มุมซ้ายบนแล้ว ในส่วนของ ปุ่ม On/Standby และลูกบิด Volume จะเป็น “สีเงิน” ตัดกับแผงหน้าอะลูมิเนียมสีดำชัดเจนแผงหลังใช้สีพื้นขาวดูสว่างตา มองเห็นช่องต่อและตัวอักษรกำกับต่าง ๆ ได้เด่นชัด, เสาอากาศคู่ที่ด้านบน รับสัญญาณ Wi-Fi/Bluetooth สามารถบิดพับได้ ขนาดเสาไม่ใหญ่นักแต่สามารถรับสัญญาณได้ครอบคลุม รองรับ Dual band (2.4/5 GHz 2×2 MIMO) Wi-Fiรีโมทคอนโทรล (IR) ขนาดกลาง ๆ (ไม่เล็กแต่ก็ไม่ถือว่าใหญ่) รูปทรงคุ้นเคยกันดี เพราะเหมือนของ Onkyo/Pioneer จะต่างก็ตรงสีปุ่ม Power/Standby จะเป็นสีฟ้า (Onkyo ใช้สีเหลือง)อุปกรณ์อื่นที่ให้มานอกจากรีโมทคอนโทรลพร้อมแบตเตอรี่ ได้แก่ เอกสาร Quick Start Guide*, เสาอากาศภายในรับวิทยุ AM/FM, Dirac/AccuEQ Calibration Microphone และ สายไฟ

*หมายเหตุ: คู่มือการใช้งานตัวเต็ม (PDF) ดาวน์โหลดที่ https://integrahometheater.com/product/drx-3-4-9-2-channel-network-a-v-receiver/

Connectivity – ช่องต่อAUX HDMI Input ด้านหน้า เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ อย่างไรก็ดี HDMI ช่องนี้ จะเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ต่างจากช่องด้านหลังที่เป็น HDMI 2.1, ส่วน Headphones Output (6.35 mm) ก็เป็นอีกหนึ่งอรรถประโยชน์ของ AVR สามารถเชื่อมต่อหูฟังเวลาไม่ต้องการรบกวนผู้อื่นได้ โดยมีกำลังขับที่ 85mW (32-Ohm, 1kHz, 10% THD) รองรับหูฟังที่มีค่าความต้านทานตั้งแต่ 8 – 600 โอห์ม และ Integra AVR รุ่นนี้ยังเพิ่มทางเลือกเชื่อมต่อ “หูฟังไร้สาย” ผ่าน Bluetooth Transmitter Mode ด้วยนะครับ (จะกล่าวถึงต่อไป)มีช่อง Analog Audio/Video AUX ให้ด้วย, ขวาสุดเป็นช่อง Calibration Microphone ใช้ร่วมกับระบบ Dirac Live และ AccuEQด้านหลังให้ช่องต่อสัญญาณภาพ-เสียง มาครบครัน เด่นสุดไม่พ้น HDMI 2.1 Input 6 ช่อง และ Output 2 ช่อง รองรับ 8K ทุกช่อง ! ในส่วน HDMI Out (Main) รองรับ eARC จึงรับสัญญาณและถอดรหัสเสียงจากทีวีรุ่นที่รองรับ ได้ถึง Dolby Atmos/TrueHD และ DTS:X/HD-MAหากสรุปสเปคความสามารถช่องต่อ HDMI Input/Output ทั้งหมดของ Integra DRX-3.4 จะเป็นดังตารางนี้ครับ (ข้อมูลจากคู่มือการใช้งาน) จะสังเกตได้ว่า HDMI In 1, 2, 3 เป็น HDMI 2.1 (40Gbps)ช่องต่อรูปแบบอื่น ๆ อาทิ Digital Audio S/PDIF แบบ Optical และ Coaxial ให้มาอย่างละ 1 ช่อง ไม่เยอะ (เน้น HDMI ซึ่งใช้ประโยชน์ได้เต็มที่กว่า), Stereo Analog Audio Input 6 ช่อง พร้อม Phono (MM) Input อีก 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง, ส่วนช่องรับสัญญาณภาพ Analog Composite และ Component ก็ยังมีให้ ไม่ได้ตัดทิ้ง

USB Input เชื่อมต่อ Flash Drive เล่นไฟล์เพลง Hi-res ได้ (up to 24-bit/192kHz, DSD256), Ethernet (10/100) และ Wi-Fi 802.11ac (2×2 MIMO) สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายฟังเพลงจาก Music Server หรือ Online Streaming ผ่านอินเทอร์เน็ต

Bidirectional Bluetooth ทำหน้าที่ได้ทั้งตัวรับและส่งสัญญาณเสียง (Receiver/Transmitter) กล่าวคือ Receiver (Rx) Mode DRX-3.4 จะรับสัญญาณไร้สายจากอุปกรณ์ Bluetooth อย่าง Smartphones เพื่อนำเสียงผ่าน DAC และขยายออกลำโพงโฮมเธียเตอร์ คุณภาพเสียงจะถูกอัพเกรดขึ้น โดย Bluetooth Codec ที่รองรับสูงสุดสำหรับ Rx Mode คือ HD Audio: AAC

ส่วน Transmitter (Tx) Mode DRX-3.4 จะนำสัญญาณเสียงจาก Input ต่าง ๆ ของ AVR ไปแปลงเป็นสัญญาณไร้สายส่งออกไปยัง Bluetooth Speakers หรือ Bluetooth Headphones ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้เสียงออกที่อุปกรณ์ Bluetooth อย่างเดียว (ฟังแบบส่วนตัว) หรือให้ออกลำโพงโฮมเธียเตอร์ไปพร้อม ๆ กันได้ด้วย ทางเลือกใช้งานจึงยืดหยุ่นดีมาก ทั้งนี้ Bluetooth Codec ที่รองรับสูงสุดสำหรับ Tx Mode คือ aptX HDขั้วลำโพง Binding Post 9 แชนเนล ตามจำนวนภาคขยายที่ติดตั้งอยู่ภายใน กรณีที่ต้องการอัพเกรดไปใช้ เพาเวอร์แอมป์ภายนอก สามารถทำได้ผ่าน Pre Out 9.2 แชนเนล (สลับใช้งานเป็น Zone 3 Pre/Line Out ได้ด้วย)

Features – ลูกเล่นพิเศษ

DRX-3.4 ติดตั้ง EI Transformer และ Low Impedance Capacitor (Custom for Audio) ขนาด 10000 uF จำนวน 1 คู่ จ่ายกระแสต่อเนื่องให้โมดูลภาคขยาย 9 แชนเนล กำลังขับ 100 วัตต์ต่อแชนเนล (8-ohm, 20-20k Hz, 2-ch driven, FTC) ในส่วนของพัดลมจะทำงานตลอดเวลาหลังจากเปิดใช้งาน AVR ได้สักพัก เสียงพัดลมเบา ที่ระยะนั่งฟังในห้องใช้งานจริงจะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ รบกวนแน่นอนครับขึ้นชื่อว่าเป็น Network AV Receiver จึงมาพร้อมคุณสมบัติเชื่อมต่อเครือข่ายบ้าน และอินเทอร์เน็ต รองรับการเล่นเพลงผ่าน Music Server, PC และ Smartphone ผ่าน DLNA และ AirPlay รวมถึงสตรีมมิ่งฟังเพลงออนไลน์จากผู้ให้บริการชั้นนำ อาทิ Tidal, Spotify, Amazon Music ไปจนถึง Chormecast Built-in ซึ่งสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ผ่านตัวเครื่อง AVR โดยตรง (ดูผ่านหน้าจอทีวี ใช้รีโมทควบคุม) หรือจะสั่งการผ่านแอป Integra Control Pro (ควบคุมผ่านหน้าจอ Smartphone) ก็สะดวกดี

หมายเหตุ: การรับฟังฟอร์แมตไฟล์ Lossless Hi-res Audio ทั้งแบบ Compressed และ Uncompressed สามารถดำเนินการผ่าน USB Input (Flash Drive) หรือ Network Server ซึ่ง DRX-3.4 จะรองรับถึง 192kHz/24-bit และ DSD256HDMI ARC/eARC ฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ สำหรับใช้งาน AVR รับสัญญาณเสียงจากทีวีListening Mode Preset สามารถกำหนดรูปแบบเสียง Listening Mode ให้ AVR “จำลองเสียง” แบบอัตโนมัติทุกครั้งที่ได้รับสัญญาณ หรือจะกำหนด “Straight Decode” คือ ให้ AVR ถอดรหัสตามฟอร์แมตเสียงต้นทาง แบบไม่ปรุงแต่ง ก็ได้Speaker Combo อีกหนึ่งฟีเจอร์ล่าสุดของ Integra AVR โดยสามารถ “เจาะจง” รุ่นลำโพง Klipsch ที่ใช้งานในแต่ละแชนเนลได้ (อนาคตอาจรวมถึงลำโพงยี่ห้ออื่น) เพื่อเป็นข้อมูลเสริมให้ระบบของ AVR ใช้ปรับจูนเสียงของลำโพงต่าง ๆ ให้มีความกลมกลืนแม่นยำขึ้น แต่น่าเสียดายช่วงที่ทำการทดสอบ ยังไม่มี Klipsch Reference Premiere ซีรีส์ล่าสุด ที่นำมาใช้งานร่วมในครั้งนี้ครับ ผมเลยไม่ได้ทดสอบว่าตัวเลือกนี้ส่งผลโดยตรงกับคุณภาพเสียงมากน้อยเพียงใด

Setup – การติดตั้ง

Integra AVR (รวมถึง Onkyo) รุ่นใหม่ประจำปี 2022 จะให้ Auto Calibration มา 2 ระบบ คือ AccuEQ ซึ่งเป็นระบบดั้งเดิมที่ Integra/Onkyo ใช้มานาน กับ Dirac Live ระบบ Auto Calibration ชื่อดัง ที่บางท่านอาจจะเคยผ่านตาจาก AVR ยี่ห้ออื่น

ทั้งคู่ต่างก็เป็น ระบบตรวจวัดและปรับเซตเสียงลำโพงรอบทิศทางกึ่งอัตโนมัติ ต่างกันที่กระบวนการปลีกย่อย สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ Dirac Live จะมีความซับซ้อนมากกว่า ขั้นตอนดำเนินการจะต้องเชื่อมต่อ AVR เข้ากับเครือข่าย (LAN/Wi-Fi) ร่วมกับการประมวลผลผ่านแอป Integra Control Pro บน Smartphone (ตามที่เห็นในภาพ) ในขณะที่ AccuEQ แค่เสียบไมค์เข้ากับ AVR ก็เริ่มดำเนินการจนจบครบทุกขั้นตอนได้เลย ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อื่นใดเพิ่มเติม

แต่แน่นอนว่าในความซับซ้อนของ Dirac Live หากดำเนินการอย่างถูกต้อง จะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า AccuEQ ซึ่งในระหว่างตรวจวัด หากระบบแจ้ง Error ให้สังเกตว่าขั้นตอนไปหยุดที่ลำโพงแชนเนลใด ให้ทำการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่ลำโพงนั้นครับ ส่วนใหญ่ที่พบ เช่น อาจจะปรับตั้งระดับเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ไว้ดังหรือค่อยเกินไป, กำหนดรูปแบบ Height Channel Speakers ไม่ตรง (อาจเกี่ยวเนื่องกับลักษณะตั้งวางไม่เหมาะสม) หรือระดับเสียงรบกวนภายในห้องมีมากเกินไป

ไม่ว่า Dirac Live หรือ AccuEQ ขั้นตอนแรกที่สำคัญ ห้ามละเลย คือ กำหนดตั้งค่าจำนวน และรูปแบบแชนเนลลำโพงที่ติดตั้งตามการใช้งานจริงภายในห้อง หากกำหนด Configuration ตรงนี้ไม่ตรง จะส่งผลให้กระบวนการวิเคราะห์และประมวลผลถูกบิดเบือนผิดเพี้ยนไป ตัวอย่างการทดสอบครั้งนี้ ผมอ้างอิงร่วมกับ Klipsch RP-500SA วางบนลำโพง RP-8000F เลยกำหนดตัวเลือก Height 1 Speaker เป็น Dolby Speaker (Front)

หมายเหตุ: Klipsch RP-500SA สามารถสลับการติดตั้งเป็น Height Speaker รูปแบบ On-wall (Front/Rear Height), On-ceiling ได้ แต่ต้องสลับสวิตช์ใต้ลำโพงเป็น Surround Mode และอย่าลืมเปลี่ยนตัวเลือก Height 1 Speaker ที่ Configuration ของ AVR ให้ตรงตามลักษณะติดตั้ง

ในแต่ละขั้นตอนของ Dirac Live ระบบจะให้คำแนะนำ และแจ้งผลลัพธ์ผ่านหน้าแอป Integra Control Pro บนหน้าจอ Smartphone สามารถตรวจสอบผลการตอบสนองความถี่ของลำโพงทุกแชนเนลภายในห้อง ทั้งก่อนและหลังจากที่ระบบทำการชดเชย Room EQ (ในส่วนของ After correction จะแสดงค่า Average), จุดตัดความถี่ (Crossover) ระยะห่าง (Delay Time) และระดับเสียง (Level) ได้

สำหรับรีวิวนี้ ผมจะอ้างอิงผลการใช้งานระบบ Dirac Live และ AccuEQ ของ DRX-3.4 ภายในห้องทดสอบ ร่วมกับชุดลำโพง Klipsch Reference Premiere ในแบบ 5.1.2 ประกอบไปด้วย RP-8000F, RP-504C, RP-600M, RP-500SA และ SPL-120 โดยจะรายงานผลลัพธ์ต่อไปช่วงย่อหน้า เสียง – Sound ครับ

ภาพ – Picture

ด้วยความสามารถของ HDMI 2.1 จึงรับและ Passthrough สัญญาณความละเอียด 4K/8K ได้ โดย DRX-3.4 จะมีตัวเลือก HDMI 4K/8K Signal Format ให้ปรับ ดังนี้ 8K Enhanced, 8K Standard, 4K Enhanced และ 4K Standard เรียงตาม Bandwidth ถามว่าทำไมระบบไม่ตั้งค่าสูงสุดมาให้เลย คำตอบ เป็นเรื่องของ “Backward Compatibility” หากตั้งค่าหนึ่งกับอุปกรณ์ใดแล้วพบปัญหา เช่น ภาพไม่ขึ้น, กะพริบ ลองเปลี่ยนตัวเลือกอื่นดู น่าจะช่วยแก้ไขได้ยืดหยุ่นขึ้นครับจากการทดสอบ DRX-3.4 สามารถ Passthrough สัญญาณ “High Frame Rate” 4K120p จาก Game Console และ PC ไปยังทีวีที่รองรับได้ สำหรับใครที่กังวลเรื่อง Input Lag ก็ยืนยันตรงนี้ว่า Passthrough ภาพผ่าน AVR ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ในประเด็นนี้ครับ ทว่าช่วงที่ทำการทดสอบ DRX-3.4 จะยังไม่รองรับ Variable Refresh Rate (VRR) แต่คิดว่าไม่นานน่าจะมีเฟิร์มแวร์ออกมาให้อัพเดตนอกจาก Passthrough 4K/8K แล้ว DRX-3.4 ยัง “อัพสเกลภาพ” ได้ถึง 8K60pยืนยันผลการทดสอบอัพสเกลสัญญาณภาพ 4K60p (59.97Hz) จากแผ่น Gemini Man (4K HDR Blu-ray) ไปเป็น 8K60p ด้วยวิดีโอสเกลเลอร์ในตัว DRX-3.4 ความโดดเด่นอาจไม่ชัดเจนมากเท่าสเกลเลอร์ในตัว 8K TV ระดับท็อป ๆ แต่อนาคตอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้ของ AVR มากขึ้นเมื่อมี 8K TV ระดับราคาต่ำ สเกลเลอร์ในตัวไม่เทพนัก ออกมาครับDRX-3.4 สามารถ Passthrough สัญญาณภาพ HDR ได้ทุกฟอร์แม็ตในปัจจุบัน ทั้ง HDR10+, Dolby Vision, HDR10 และ HLG (ทีวีจะแสดงผลได้ ต้องรองรับมาตรฐาน HDR นั้น ๆ ด้วยนะครับ)

Sound – เสียง

ต้องยอมรับว่า Dirac Live มีส่วนช่วยให้เสียงของลำโพงในระบบ ประสานกลมกลืนได้ง่ายขึ้น การกำหนดจุดตัดความถี่ หน่วงเวลาชดเชยระยะห่างไปจนถึงเฟส ทำได้ดี ถึงแม้ว่าการให้น้ำหนักชดเชยระดับเสียงของแชนเนลลำโพงด้านสูง (Dolby Atmos Enable Speakers) ดูจะมากไปนิดนึงสำหรับเคสนี้ แต่โดยรวมผมให้ผ่านครับ

อีกจุดหนึ่งที่ Dirac Live ทำได้แม่นยำกว่า AccuEQ คือ การชดเชยแก้ไขปัญหาบิดเบือนสมดุลเสียงจากสภาพห้องด้วย Room EQ อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระบวนการตรวจวัด วิเคราะห์ และชดเชยแก้ไข Room EQ ของ Dirac Live จะดีกว่า แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เกิดข้อบกพร่อง เนื่องจากเป็นกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ (ห้องที่ก้องมาก ๆ เสียงก็ยังก้องเหมือนเดิม)

หากฟังแล้วรู้สึกว่าการชดเชยให้เสียงผิดปกติ หรือไม่เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถ “Off” เฉพาะในส่วนของ Room EQ ได้ ผ่าน Quick Menu ตัวเลือก Dirac Live

หมายเหตุ: หลังคาลิเบรท ค่า Default Room EQ ของ Dirac Live คือ Slot1 สามารถปรับจูนแก้ไข Target EQ เพิ่มเติมจากค่าตั้งต้นของระบบ แล้ว Save ลง Slot2 หรือ Slot3 หรือแม้แต่ Off เมื่อไม่ต้องการใช้งานฟีเจอร์ Room EQ ได้

แม้ว่าผลลัพธ์ในหลายจุดจะเทียบ Dirac Live ไม่ได้ แต่ AccuEQ ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ กรณีที่ต้องการปรับแต่งชดเชยค่าต่าง ๆ ภายหลังคาลิเบรท AccuEQ จะเปิดโอกาสให้ทำการปรับเปลี่ยนค่าด้วยตนเอง (Manual) ได้มากกว่า Dirac Live ครับ

Dolby Atmos/TrueHD


Dolby Atmos/DD+


IMAX DTS:X

ยืนยันผลทดสอบการถอดรหัสเสียง Immersive Audio ของ Integra DRX-3.4 (กดที่ Tab ด้านบนเพื่อดูภาพ)

การเชื่อมต่อระบบเสียง Dolby Atmos ร่วมกับทีวีที่รองรับ ทาง HDMI ARC/eARC นั้น DRX-3.4 ก็ทำได้ ไม่ติดปัญหา

สำหรับ คู่ Integra + Klipsch เป็นการแม็ทชิ่งน้ำเสียงได้น่าฟังดีจริง ๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นอานิสงส์จากการควบรวมบริษัท ฝ่ายพัฒนาสินค้าจึงไฟน์จูนเสียงข้ามแบรนด์ได้เหมาะเจาะลงตัวขึ้น ซึ่งศักยภาพของ DRX-3.4 ถึงแม้ไม่ใช่แอมป์ใหญ่กล้ามโต ทว่าก็ผลักดันเสียงของลำโพงใหญ่อย่าง Klipsch RP-8000F ที่ทำหน้าที่เป็นคู่หน้าได้น่าฟัง รายละเอียดเสียงเปิดโปร่ง ทว่ายังเจือความอิ่มหวานตามสไตล์ Onkyo สิ่งที่เพิ่มขึ้นสำหรับ Integra (เมื่อเทียบกับ Onkyo TX-NR7100) คงเป็นความดุดัน ที่ส่งเสริมให้การฟังเพลงและรับชมภาพยนตร์มันสะใจมากยิ่งขึ้น เบสกระชับหนักแน่นดี เวทีเสียงกว้างตามสไตล์ลำโพงตั้งพื้น

ยืนยันว่าระดับเสียงที่ใช้รับฟังตามปกติในบ้าน ลำพังภาคขยายในตัว DRX-3.4 ก็ให้ผลลัพธ์น่าพอใจมากครับ แต่อนาคตหากจะอัพเกรดเพาเวอร์แอมป์ภายนอกก็ทำได้ ผลลัพธ์ย่อมดีขึ้นตามงบประมาณครับและแน่นอนว่าผลักดันเสียงของลำโพง RP-504C ซึ่งเป็นลำโพงเซ็นเตอร์ไซส์ใหญ่ได้อย่างเต็มอิ่ม น้ำหนักเสียงสนทนาจากภาพยนตร์ดีมาก แจกแจงรายละเอียดชัดถ้อยชัดคำ ถ่ายทอดพลังและความโอ่อ่าของเสียงร้องในคอนเสิร์ตหลาย ๆ อัลบั้มได้โดดเด่นกว่าลำโพงเซ็นเตอร์ไซส์เล็กชัดเจนRP-500SA ที่ในซิสเต็มนี้ทำหน้าที่เป็นลำโพง Dolby Speaker (Front) อิงหลักการสะท้อนเสียง ไม่ใช่เสียงตรงแบบแชนเนลอื่น โดยปกติการเซทอัปให้เสียงลงตัวออกมาดีนั้นไม่ง่าย เพราะต้องชดเชยดีเลย์ต่าง ๆ เคสนี้ต้องยกความดีความชอบให้ Dirac Live ของ DRX-3.4 ที่ช่วยทอนระยะเวลายุ่งยากในขั้นตอนเหล่านั้นลงไปได้ แม้ว่าจะยังไม่ถึงกับเพอร์เฟกต์แต่ก็ปรับจูนเพิ่มเติมจากที่ระบบจัดการให้ได้สะดวกกว่างมตั้งค่าเองแต่ต้นแน่ ๆ ครับ

แชนเนลนี้ถือว่ามีความสำคัญ มีแล้วให้มิติเสียง Dolby Atmos ได้ดีกว่าไม่มีแน่นอน บรรยากาศเสียงด้านสูงจะรับรู้เพิ่มขึ้น หากเพิ่มจำนวนใช้งานได้ถึง 4 แชนเนล Dolby Speaker (Front) + Dolby Speaker (Rear) จะดีมาก หรือถ้าไม่ลำบากจนเกินไป ทดลองปรับเปลี่ยนลักษณะติดตั้ง RP-500SA เป็นแบบ On-wall (Front/Rear Height) หรือ On-ceiling ดูได้ ผลลัพธ์ที่ได้จากมิติเสียงด้านสูงจะยิ่งเด่นชัดขึ้นครับ (หลังปรับเปลี่ยนการติดตั้งลำโพง ต้องทำ Dirac Live/AcuuEQ ใหม่ด้วยนะครับ)

RP-600M ลำโพงวางขาตั้งตัวใหญ่ในตระกูล Reference Premiere ซึ่งทำหน้าที่ลำโพงเซอร์ราวด์ในครั้งนี้ โดยศักยภาพมันสามารถทำหน้าที่เป็นลำโพงไฮไฟฟังเพลง หรือเป็นคู่หน้าในระบบโฮมเธียเตอร์ได้เลย ปริมาณเบสแม้จะน้อยกว่า RP-8000F ซึ่งก็เป็นตามคาด ทว่าในเชิงคุณภาพไม่ได้ย่อหย่อนลงจากรุ่นลำโพงตั้งพื้นมากนัก ปริมาณเสียงความถี่ต่ำจาก Spun Copper Cerametallic Woofer ขนาด 6.5 นิ้ว ผนวกกับ Titanium LTS Vented Tweeter ขนาด 1 นิ้ว ในโครงสร้าง Hybrid Tractrix Horn เมื่อใช้งานเป็นลำโพงเซอร์ราวด์ ย่อมได้บรรยากาศเสียงที่กว้างขวาง ย่านตอบสนองความถี่เสียงครอบคลุม และแจกแจงดีเทลตำแหน่งทิศทางเสียงได้เด่นชัด

อีกหนึ่งส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยเติมเต็มอรรถรสการรับชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้ดี คือ ลำโพงซับวูฟเฟอร์ SPL-120 ให้เสียงความถี่ต่ำลึกและแรงปะทะที่หนักแน่น แน่นอนว่า Dirac Live ช่วยสร้างความกลมกลืนให้เสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์มีความต่อเนื่องเข้ากับลำโพงแชนเนลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ในส่วนของผลลัพธ์ Room EQ ระบบอาจปรับลดปริมาณย่านเสียงความถี่ต่ำโดยรวม เพื่อช่วยลดทอนเสียงอื้ออึงที่รบกวนอยู่ภายในห้องลงได้โดยเฉพาะเมื่อเปิดใช้งานในระดับเสียงที่ดัง อย่างไรก็ดี ดังที่เรียนไปว่า EQ คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้การันตีว่าปัญหาจะถูกแก้ไขให้ดีขึ้นในทุกมิติ หากมวลเสียงต่ำที่เบาบางลงมากทำให้รู้สึกว่าคุณภาพเสียงโดยรวมขาดสีสันไปบ้างสำหรับบางท่าน ฟังแล้วไม่มัน ก็สามารถ Off ในส่วนของ Room EQ ได้ครับ

Conclusion – สรุป

อีกหนึ่งแบรนด์โฮมเธียเตอร์ที่ใหม่ในประเทศไทย แต่เป็นรุ่นเก๋าในฟากฝั่งอเมริกามานาน จุดที่อัพเกรดขึ้นจากเจเนอเรชั่นก่อน คือ HDMI 2.1 Input 6 ช่อง Output 2 ช่อง รองรับ 8K/4K HDR Pass-through พร้อม 8K Upscale อีกจุดที่ไม่พูดไม่ได้ คือ Dirac Live ที่ช่วยให้การติดตั้งลำโพงรอบทิศทางลงตัวง่ายมากยิ่งขึ้น และในแง่ความเที่ยงตรง พูดเลยว่า “ดีกว่า” ระบบเก่าอย่าง AccuEQ ชัดเจน ภาคขยายก็ให้น้ำเสียงที่แม็ทชิ่งเข้ากับ Klipsch Reference Premiere รุ่นล่าสุดได้อย่างน่าฟัง แจกแจงรายละเอียดชัดเจน ขณะที่น้ำเสียงอิ่มเอิบ เบสได้แรงปะทะหนักแน่น เป็นหนึ่งซิสเต็มที่ให้คุณภาพเสียงโดดเด่นน่าสนใจมากครับ

ส่วนคำถามที่หลายคนอาจจะสงสัย คือ จะซื้อ Integra รุ่นนี้ หรือจะเลือก Onkyo ที่จะวางจำหน่ายพร้อมกันในปีนี้ ? ผมได้ข้อมูลจาก Sound Republic ว่า Integra DRX-3.4 มีระดับรุ่นสูงกว่า Onkyo AVR (ปีนี้ไม่มี Onkyo RZ Series แต่จะแทนที่ด้วย Integra แทน) ดังนั้นหากงบถึง เล่นรุ่นนี้จะได้คุณภาพเสียงที่โดดเด่นกว่า ด้วยสเปครวมถึงฟีเจอร์แวดล้อมอื่น ๆ ที่สูงกว่า ไปทดลองฟังเสียงและพิจารณาตัดสินใจกันก่อนได้ครับ

ข้อดีของ Integra DRX-3.4

1.  รูปลักษณ์ดูคลาสสิกอิงดีไซน์คล้าย Onkyo ในอดีต, แผงหลังพื้นขาวมองเห็นช่องต่อและอักษรกำกับได้เด่นชัด, วัสดุใสของขั้วลำโพง Binding Post ดูดีกว่า Onkyo ที่เป็นรุ่นระดับรอง

2. HDMI 2.1 In 6 ช่อง (40Gbps x 3 ช่อง), Out 2 ช่อง รองรับ 8K, 4K Passthrough พร้อม HDR Video ครบทั้ง DV, HDR10+, HDR10, HLG และสามารถอัพสเกลภาพถึง 8K60p

3. ภาคขยายคุณภาพสูง 9 แชนเนล ให้น้ำเสียงโดดเด่นโดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับชุดลำโพง Klipsch, สามารถถอดรหัสเสียงทั้ง Dolby Atmos/TrueHD, DTS:X/HD-MA รองรับ IMAX Enhanced, อนาคตอัพเกรด Poweramp ผ่าน Pre Out 9.2 แชนเนล ได้

4. อัพเกรดเพิ่มระบบ Dirac Live Auto Calibration ผลลัพธ์แม่นยำกว่าระบบเก่า AccuEQ ชัดเจน ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Dirac Live หรือ AccuEQ ได้ (มีจุดเด่น-จุดด้อยต่างกัน)

5. Bidirectional Bluetooth ทั้งรับและส่งสัญญาณเสียงไร้สาย, Ethernet/Wi-Fi รองรับ Music Server และ Online Music Streaming

ข้อจำกัดของ Integra DRX-3.4

1. ช่วงเวลาที่ทำการทดสอบ DRX-3.4 ยังไม่สามารถ Pass-through VRR แต่น่าจะมี F/W ตามออกมาภายหลัง

2. ไม่มี Pure Audio Mode แบบ Onkyo AVR กรณีที่ต้องการใช้ Direct Mode ให้กดปุ่ม Listening Mode (ปุ่ม Movie/TV, Music หรือ Game) ซ้ำ ๆ

3. Dirac Live แม้ให้ผลลัพธ์แม่นยำกว่า แต่กระบวนการจะซับซ้อนกว่า AccuEQ ใช้เวลากับมันสักพักก็สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากครับ

4. Speaker Combo ฟีเจอร์เสริมที่อาจจะช่วยให้การแมทชิ่งเสียงลำโพง Klipsch ต่างรุ่น ต่างซีรีส์ (อนาคตอาจรวมถึงต่างยี่ห้อ) ได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ยังมีจำนวนตัวเลือกไม่มากเวลานี้ แต่น่าจะได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมในอนาคต

*คุณภาพเสียงอิงมาตรฐาน AVR

ราคาเปิดตัว Integra DRX-3.4 9.2 Ch AV Receiver

59,900 บาท

รับประกันสินค้า 1 ปี โดย Sound Republic

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้