Lets go !! รีวิว Panasonic 50XT50T Plasma TV สุดคุ้มค่า น่าลิ้มลอง
ถ้าพูดถึงดีไซน์ของ Panasonic Plasma TV เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเช่นเดียวกับผมคือหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันไปซะหมด บ่งบอกว่ามาจากครอบครัวเดียวกัน เริ่มกันที่ขอบทีวีสังเกตว่าหลายยี่ห้อ “แข่งกันบาง” แต่เราไม่สน ขอทนๆไว้ก่อน เล่นสีสันลวดลายตัดกันเพิ่มความสวยงามแทน ผลที่ได้คือตัวทีวีนั้นสวยในสไตล์ยุ่นๆ ตัดขอบด้านล่างด้วยสีเทาและกรอบพลาสติกใส หนึ่ง สอง สาม แช๊ะ !! ดูรูปด้านล่างเลยครับ

รูปหน้าตรงของ Panasonic 50XT50 ครับ

ขอบด้านล่างสีเทา ที่รวบรวมเอา Sensor รีโมทและไฟแสดงสถานะเครื่องเอาไว้

รับประกันยาวนานถึง 3 ปี ไม่ต้องกลัวพังเลยทีเดียว อย่าลืมลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ด้วยนะครับ

ซีรีส์ XT จริงๆด้วยนะ ป้ายนี้บอกความสามารถของตัวเครื่องว่ามีอะไรบ้าง

มาดูมุมด้านข้างกันบ้างว่าจะผอมเพรียวแค่ไหน

แผงควบคุมด้านข้างตัวเครื่อง มีปุ่มเพิ่มลดเสียง ปรับช่องและเปลี่ยน Input

ด้านหลังเป็นซีทรูปลอดโปร่ง เพื่อใช้ระบายความร้อน

รีโมทควบคุมสีดำด้านตัวนี้ปุ่มกดเป็นยาง มีคีย์ลัดเพียบ ใช้งานสะดวก
ช่องต่อ
ว่ากันในส่วนของช่องต่อก็พกพา HDMI มาให้ 2 ช่อง รวมไปถึงช่องต่อพื้นฐานอื่นๆอีก ซึ่งผมก็คิดว่าถ้านำไปใช้ที่บ้านแล้วคงไม่ขาดอะไรแน่ๆ ทั้ง AV , Component , USB , LAN , Digital Audio Out ที่ใช้ต่อสาย Optical และอื่นๆอีก ก็ต้องถือว่าให้มาครบๆเช่นกัน ขาดอย่างเดียวที่น่าเสียดายคือตัว Wi-Fi ต้องอาศัย USB Dongle มาต่อเพิ่ม (ไม่ได้แถมมากับตัวเครื่อง) น่าเสียดายจริงๆ เรามาดูช่องต่อทั้งหมดของ Panasonic 50XT50T กันครับ ว่ามีอย่างละกี่ช่องกันบ้าง
Panasonic 50XT50T Connectivity
HDMI x 2
Composite x 2
Component x 1
Digital Audio Out ( Optical ) x 1
Ethernet x1
PC x 1
Antenna x 1
USB x 2
Headphone x 1
SD Card x 1

แผงช่องต่อด้านหลังทั้งหมด

สำหรับช่องต่อที่ใช้งานบ่อยๆก็ถูกโยกมาไว้ด้านข้างเพื่อความสะดวก มีทั้ง USB , Headphone และ SD Card

ญาญ่า คอนเฟิร์มค่ะ ! Active 3D ดีจริง ^^
ภาพ
ส่วนนี้เราจะมาทดสอบคุณภาพของภาพกัน ว่ามันดีสมคำร่ำลือหรือไม่ ผมอยากให้เริ่มดูจากโหมดภาพสำเร็จรูป คือโหมดภาพที่มาจากโรงงานโดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง(ปรับภาพ) สีสันเป็นเช่นใด มีการ Over saturate หรือไม่ ในฉากดำมืดรายละเอียดจะต้องแสดงออกมาได้อย่างครบถ้วน ตามมาดูกันด้านล่างนี้เลยครับ

ตัวอย่างโหมดภาพต่างๆของ Panasonic 50XT50T
โหมดภาพสำเร็จรูปนั้นมีโหมด Dynamic , Normal , Cinema , True Cinema และ Game โดยทางทีมงานแนะนำให้ใช้โหมด True Cinema (หรือ Cinema และปรับ Colour Balance – Warm) ซึ่งให้ระดับ White Balance ค่อนข้างใกล้เคียง D65 แม้จะติดโทนอุ่นอยู่บ้าง แต่ก็ส่งผลให้ภาพที่แสดงออกมานั้นมีความสมจริงใกล้เคียงเหมือนดังต้นฉบับมากกว่าโหมดอื่นๆ และในโหมด Dynamic นั้นผมได้ทำการวัดค่าความสว่างออกมาได้ที่ 61 fl ซึ่งถือว่ามีความสว่างมากทีเดียวสำหรับพลาสม่าทีวีนี้ ส่วนโหมดอื่นๆ เพียงแค่ปรับระดับ Contrast ขึ้น ก็จะให้ความสว่างใกล้เคียงกับ Dynamic เลยทีเดียว
หลายคนหลงรักที่ความเร็วในการแสดงภาพเคลื่อนไหว Response Time รวมไปถึงการคุมแสงในห้องมืด แม้สำหรับเจ้า XT50T รุ่นนี้ จะด้อยกว่ารุ่นใหญ่ที่เป็น “Neo Plasma” แต่ถ้าเทียบกับ Plasma TV ในระดับเดียวกันของยี่ห้ออื่น ผมคิดว่าความดำขณะรับชมในห้องคุมแสงไม่เป็นรองใคร ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น X30T ปีที่แล้วอย่างชัดเจนในเรื่องของโทนสีในที่มืด เมื่อรับชมในห้องสว่าง
| Picture Mode | อุณหภูมิสี |
| Dynamic | 10014 |
| Normal | 7490 |
| Cinema | 7451 |
| True Cinema | 6029 |
| Game | 7408 |
*ค่ามาตรฐานของอุณหภูมิสี D65 =6500K

ถึงแม้จะไม่รองรับการปรับภาพละเอียดอย่าง White Balance และ CMS แต่ภาพจากโหมดสำเร็จรูปก็นับว่าให้ความเที่ยงตรงอยู่ในเกณฑ์ดี (อ้างอิงจากโหมด True Cinema)

Aspect Ratio : สัดส่วนภาพในแบบต่างๆ
ในด้านการปรับอัตราส่วนภาพสามารถกดคำว่า Aspect บนตัวรีโมทได้เลย ผมใช้แพทเทิร์นนี้เพื่อทดสอบการแสดงผลว่าสามารถแสดงได้ครบถ้วนเต็มจอหรือไม่ สังเกตได้จากแบบ 16:9 แถบเส้นการไล่ระดับบริเวณถัดจากเลข 5 ที่อยู่บนกับล่างของจอ จะแสดงขึ้นมาครบถ้วน ดังนั้นแนะนำให้เลือกใช้แบบ 16:9 แต่ต้องทำการปิด Over Scan ด้วยครับ

ทดสอบ 2D Hi-Definition
ปัญหาในด้านภาพที่พบเจอบ่อยๆ ก็คืออาการภาพติดอมแดง สังเกตได้จากใบหน้าคน ซึ่งมักจะเจอในรุ่นระดับล่างและระดับกลาง ซึ่งผู้ผลิตมักจะกำหนดตั้งค่า Color หรือ Saturation มาสูงเกินไป แต่ Panasonic นั้นส่วนมากจะไม่ค่อยพบเจอปัญหานี้ ซึ่งก็รวมถึงรุ่น 50XT50T นี้ด้วย ภาพที่แสดงออกมาโดยรวมแม้จะนวลๆ และติดโทนอุ่นสักหน่อย แต่ให้บาลานซ์ที่เป็นธรรมชาติ แน่นอนว่าเมื่อเป็นพลาสมาก็จะเหมาะกับการรับชมในห้องมืดๆ หน่อย เช่นห้องนอน ถือเป็นคาร์แร็คเตอร์ของภาพที่ผมชอบมาก ศักยภาพการให้ระดับความสว่างทำได้ดี ถ้าดูตอนกลางวันในห้องที่คุมแสงลำบากแนะนำปรับเพิ่มระดับ Contrast ขึ้น กระนั้นการคุมแสงแวดล้อมจะช่วยให้ถ่ายทอดระดับความดำได้ลึกกว่า และช่วยลดการสะท้อนไปได้มาก ส่วนการแสดงภาพเคลื่อนไหวเวลาดูหนัง Blu-ray 1080p 24Hz เราอาจจะเห็นการสะดุดและสั่นไหวของภาพในฉากแพนกล้อง ซึ่งเป็นเหมือนกันหมดตั้งแต่ Plasma ยัน LED โดยเฉพาะรุ่นล่างๆ แต่ทาง Panasonic ก็ได้ให้ฟังก์ชั่น Intelligent Frame Creation หรือ 24p Smooth Film มาด้วย ซึ่งพลาสมาทีวียี่ห้ออื่นไม่มีฟังก์ชั่นแบบนี้
แม้ศักยภาพอาจยังเป็นรองรุ่นสูงๆ แต่ก็ช่วยทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นขึ้น มีระดับให้เลือกคือ Off , Mid และ MAX โดยส่วนตัวแล้วผมชอบระดับ Mid นะครับ เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อยู่ แต่ถ้าอยากจะดูแบบลื่นหัวแตก ปรื้ดๆๆๆ ก็ต้อง Max ไปเลย แต่เวลาเจอการเคลื่อนไหวเร็วๆก็ต้องแลกมาด้วยโกสต์เรืองๆ ตามขอบวัตถุ (เกิดจากตัวทีวีไม่สามารถแทรกเฟรมภาพได้ทัน) ซึ่งจะเลือกใช้โหมดไหนแล้วแต่ความชอบของผู้ใช้งานเลยครับ

การเปิด Intelligent Frame Creation ช่วยให้ภาพจากคอนเทนต์ 24p ลื่นไหลขึ้น

แนวภาพนุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ของ Panasonic Plasma TV

ที่ขาดไม่ได้คือการแสงรายละเอียดของภาพทั้งในที่มืดและสว่าง ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว

การคุมความดำในห้องมืด ถ้าตั้งเทียบกับ LCD , LED รุ่นล่างไปถึงรุ่นกลาง ถือว่าเจ้าตัวนี้ฟาดเรียบ แม้ยังมีการเรืองแสงอยู่ แต่ข้อได้เปรียบคือไม่มีอาการแสงรั่วชัดเจนเป็นจ้ำๆ แบบ LCD หากคุมแสงดีๆ ไม่สะท้อนหน้าจอ ก็จะให้ความดำที่ดีกว่า กรณีเปิดไฟสว่าง ตัว Panel ออกจะไปทางเขียวนิดๆ ซึ่งน้อยกว่ารุ่นก่อนชัดเจน

ย้อนอดีตไปดูเรื่อง Troy กันบ้าง เป็นหนังแนวบู๊ย้อนยุคซึ่งมีหลายฉากเคลื่อนไหวรวดเร็ว ผมปิดฟังก์ชั่น Intelligent Frame Creation ไว้ เพราะไม่ค่อยมีฉากแพนกล้อง การเคลื่อนไหวเวลาคนวิ่งเข้าต่อสู้กันถือว่าลื่นและ ไม่มีโกสต์ให้เห็นแต่อย่างใด

ในฉากมืดๆก็ยังเอาอยู่ อาจจะมีติดจมบ้างเล็กน้อย ถ้าดูในห้องที่คุมแสงไม่ได้

แวะมาชมเรื่อง Shooter แบบ Mini Hi-Def 720p กันบ้าง ด้วยความละเอียดหน้าจอของตัว XT50T เป็น HD Ready (1024×768) ไม่ใช่ Full HD แต่เมื่อมาดูกับหนังเรื่องนี้ก็ลงตัวดี ภาพไม่แตก ดูสบายตา
ภาพ
ทดสอบภาพ 3D : Hi-Definition
มาทดสอบภาพ 3D กันบ้าง Panasonic 50XT50T ตัวนี้ใช้การแสดงผล 3D แบบ Frame Sequential หรือที่เราเรียกว่าแบบ “Active” หลายๆคนก็ชอบแบบนี้เพราะมีความคมชัดมากกว่าแบบ Passive ครับ จากการทดสอบพบว่าคุณภาพ 3D ของเจ้า XT50 ตัวนี้จะแสดงมิติออกมาได้อย่างเด่นชัดในห้องมืด ถ้าเจอห้องสว่างด้วยธรรมชาติของพลาสมาทีวีที่ไม่ค่อยสู้แสง ทำให้บรรยากาศของภาพออกมาแนวครึ้มฟ้าครึ้มฝนเล็กน้อย แต่สำหรับมิติภาพในเชิงลึกลงไปก็อยู่ในระดับที่ดีถ้าเทียบกับตัวราคาที่ไม่แพงนัก ข้อสำคัญคือควรเว้นระยะห่างในการชมซักหน่อย ถ้าดูใกล้ไปอาจจะทำให้รู้สึกว่าภาพไม่คม อาจจะเป็นเพราะความละเอียดของตัวทีวีที่ไม่ใช่ Full HD ด้วยครับ

สำหรับเรื่องนี้คือ Cloudy With a Chance of Meatballs เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หยิบยกมาทดสอบบ่อย เนื่องด้วยตัวหนังทำออกมาเห็นมิติของภาพได้ชัดเจน สังเกตตามขอบตัวละครได้เลยว่ามีครอสทอร์คแค่ไหน

สามารถปรับระดับการลอยหรือลึกของภาพ 3D ได้ โดยต้องเข้าไปที่เมนู Picture เลือกคำว่า 3D จะมีให้ปรับ Effect ครับ ( เมนูนี้จะโผล่ขึ้นมาตอนเล่น 3D เท่านั้น )

เวลาแสดงผลภาพ 3D ตัวแว่นก็ไม่ค่อยกระพริบเท่าไรนัก แม้จะเป็น ACtive Shutter Glasses

ถ้าดูในห้องมืดจะเห็นตัวซอมบี้ลึกลงไปพอควรเลย !!

ด้วยความที่ตัวทีวีมีความละเอียดหน้าจอเป็น 1024 x 768 เวลาดูฟรีทีวีภาพจึงไม่แตกเหมือนพวก Full HD จุดนี้คงถูกใจแม่บ้านสาวกละครหลังข่าวล่ะครับ

ภาพใช้ได้เลยทีเดียวฟรีทีวี ผมต่อกล่อง GMM-Z ผ่านสาย AV เท่านั้น

ทดสอบเล่นเกมส์กันบ้าง ถ้าสังเกตจากชื่อนักเตะที่วิ่งๆกันอยู่จะเห็็นได้เลยว่าทีวีตัวไหน เข้าโหมดเกมส์เล่นวินนิ่งสบายโลด ภาพเคลื่อนไหวอาจจะติดนวลๆ แต่ก็นับว่าใช้ได้สำหรับพลาสม่าทีวีที่มี Response Time ค่อข้างต่ำ

ต่อคอมพิวเตอร์ผ่าน HDMI แสดงผลได้เต็มอัตราส่วน โดยรับ Input 1920 x 1080 ได้ไม่มีปัญหา ซึ่งทีวีจะ Down Scale ลงมาเป็น 1024×768 ให้เอง แน่นอนว่าคงไม่คมเหมือนจอ Full HD แต่รายละเอียดตัวหนังสืออยู่ในเกณฑ์ใช้ได้
เสียง
ระบบเสียงของ Plasma TV ตัวนี้อยู่ในระดับกลางๆ มีลูกเล่นให้ปรับเยอะใช้ได้ ลำโพงมีกำลังขับ 10 Watt สองตัวซ้ายและขวา มีระบบจำลองเสียงรอบทิศทางอาศัยหลักการยิงเสียงออกไปกระทบกำแพงเพื่อให้เสียงโอบล้อม ชื่อว่า V-Audio Surround และ V-Auid ProSurround ลองปรับดูแล้วก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมขึ้นมาเหมือนกันครับ และโหมดเสียงที่มีมาให้คือ Music , Speech และ User ไว้ปรับค่าต่างๆเช่น Bass , Treble ได้ตามใจฉัน ถ้าเปิดระดับเสียงไว้ที่ 50-60 ก็ยังไม่แตกนครับ แต่ถ้าเกินกว่านั้นเสียงจะออกไปทางบาดหูเล็กน้อยครับ

ปรับระดับเสียง Surround แบบต่างๆได้

เมนูการปรับเสียงมีลูกเล่นให้ปรับพอสมควร
เพิ่มเติม
ปัจจุบันนี้ถือว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียวสำหรับฟังก์ชั่นการเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านตัวทีวี ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ของ Panasonic ใช้ชื่อว่า ” VIERA Connect “ สามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ รวมถึงการใช้งาน Web Browser อีกด้วย แอพพลิเคชั่นที่ชอบสามารถลงเพิ่มเติมได้จาก Viera Connect Market บางท่านที่เคยใช้ Panasonic รุ่นอื่นที่เป็น LED เช่น ET5T หรือ Plasma VT50 ก็จะมีหน้าตา User Interface เหมือนกันครับ


วิธีการใช้งานให้กดปุ่มสีเขียวบนรีโมท Viera Rools แล้วเลือกที่ VIERA Connect

เมื่อเข้ามาก็จะพบกับหน้า User Interface ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ตรงกลางจะแสดงหน้าจอที่เปิดอยู่เช่นจาก HDMI หรือจาก AV สามารถกด More และ Back เพื่อเลื่อนไปหน้าเมนูอื่นๆที่เราลงแอพพลิเคชั่นไว้ได้

Viera Connect Market สามารถหาโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆมาใช้งาน

ถ้ามีกล้องเว็บแคมสามารถต่อใช้งาน Skype ได้ด้วยนะ

แอพพลิเคชั่นเด็ด 3BB Movie Buffet ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ก่อน

ถ้าลงทะเบียนแล้วสามารถรับชมหนังออนไลน์ได้หลายเรื่อง ทั้งหนังไทยหนังต่างประเทศ

Movie Preview จะแสดงตัวอย่างหนังให้เราเลือกรับชม

Voice TV รับชมและอัพเดทข่าวสารต่างๆผ่านทีวีได้เลย

Youtube ถ้าไม่มีก็เหมือนชีวิตขาดอะไรไปอย่าง !!

Youtube ถ้าไม่มีก็เหมือนชีวิตขาดอะไรไปอย่าง !!

วันนี้เราขอเกาะกระแส PSY ไปเต้น “กังนัมสไตล์” แบบ Live Concert

มีใครรู้จักน้องคนกลางนี้บ้าง ผมว่าเค้าร้องเพลงเพราะมากเลยนะ (ความชัดในการรับชมก็สามารถเลือกแบบ HD ได้)

เล่น Facebook ก็ได้ครับ เพียงใช้รหัสยืนยัน โดยต้องใช้คอม PC เข้าไปกรอกรหัสในลิงค์นี้ก่อน –>> facebook.com/device

แอพพลิเคชั่นคนไทยอย่าง Demenu เอาไว้คิดเมนูการทำอาหาร ง่ายๆเลย

และสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุดสามารถใช้งาน Web Browser เข้ามาชมรีวิว Panasonic VT50 ของคุณชานมได้ด้วย ว้าวๆๆๆ
สรุปแล้วเจ้า Viera Connect ตัวนี้ก็ยังคงความเจ๋งเอาไว้เหมือนกับ Panasonic รุ่นอื่นๆ การใช้งานก็ให้มาครบเช่นกัน มีประโยชน์มากกับท่านที่ต้องการทำทุกอย่างผ่านหน้าจอทีวี ตั้งแต่ดูหนัง เล่นเกมส์ เล่นเฟสบุ๊ค ดูยูทูป เปิดเว็บบราวเซอร์ โดยไม่ต้องสลับไปเปิดคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยาก อาจจะมีติดเรื่องการคีย์ข้อมูลที่เป็นภาษาไทยเท่านั้น ที่ยังไม่สามารถทำได้ ถ้าใครไม่สนก็ลุยเลยครับ ^^ !!
เพิ่มเติม
อีกหนึ่งลูกเล่นที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบันก็คือการเล่นไฟล์ต่างๆผ่านช่องต่อ USB ในตัวทีวีเอง ซึ่งรองรับทั้ง Flash Drive , External Harddisk 2.5″ และ External Harddisk 3.5″ ผ่าน Docking จริงอยู่ที่ทีวีหลายยี่ห้อก็มีลูกเล่นอันนี้ แต่สำหรับ Panasonic ผมคิดว่ามีความเสถียรสูง ไม่ค่อยพบปัญหาเท่าใดนัก (แต่ก็ยังไม่รองรับครอบคลุม 100% เท่า Hd Player นะครับ ) ข้อดีคือสามารถดูหนังความละเอียดสูงจากนามสกุล MKV , MP4 , TP, TS หรือแม้กระทั่ง M2TS และไฟล์อื่นๆได้ วิธีการเข้าใช้งานเพียงกดปุ่ม Media Player บนตัวรีโมท ก็จะเข้าสู่หน้าจอหลักด้านล่างนี้เลยครับ

หน้าจอหลักให้เลือกเล่นไฟล์ Photo , Video หรือ Music

สามารถเข้ามาที่เมนู Video Setup ได้

อ่านไฟล์อย่าง M2TS ได้ด้วย ถือว่าเหนือความคาดหมายมาก เจ๋งจริงๆ !

Speed Racer ไฟล์ MKV ไม่มีปัญหากับซับไตเติ้ลแต่อย่างใด

ถัดมาถึงการเล่นไฟล์เพลงประเภท Wave , MP3 ก็สามารถเล่นได้อย่างราบลื่น

ไฟล์รูปภาพก็อ่านและทำสไลด์โชว์ได้เหมือนกันนะ อ่านได้แต่ไฟล์ Jpeg

มาดูโหมดประหยัดพลังงาน Eco Mode กันบ้าง ตัวทีวีจะทำการปรับ Cell Light ให้เหมาะสมกับสภาพแสงในห้อง ถ้าแสงน้อยก็จะทำให้ประหยัดไฟมากขึ้นครับ

แพทเทิร์นนี้ใช้วัดอัตราการกินไฟในโหมด Dynamic เทียบแล้วถือว่าเป็น Plasma 50 นิ้วที่ประหยัดไฟทีเดียว
สรุป
แม้ว่ากระแส LED TV จะมาแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ Plasma TV ก็จะยังไม่หายไปเร็วๆนี้แน่นอน ด้วยข้อดีข้อเสียแลกกันคนหมัด Plasma TV ก็ยังคงครองใจผู้บริโภคกลุ่มนึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะกับแบรนด์พี่ใหญ่อย่าง Panasonic ผมขอแนะนำว่า ถ้าคุณอยากได้ทีวีไปตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องที่คุมแสงได้ เพื่อดูหนัง Blu-ray , ดูหนัง 3D อยากได้ฟังก์ชั่น Internet และเบื่ออาการแสงรั่วตามขอบของ LED TV ก็ไม่น่าพลาดที่จะจัดรุ่นสุดคุ้มตัวนี้ไปครอบครองนะครับ Panasonic 50XT50T
จุดเด่น Panasonic 50XT50T
1. เป็น Plasma TV ที่ัฟังก์ชั่นครบถ้วนทั้ง 3D , Internet ภาพดีคุ้มค่าถ้าเทียบกับทีวีในช่วงราคาเดียวกัน
2. มีฟังก์ชั่น Intelligent Frame Creation แทรกเฟรมภาพ ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น
3. เล่นไฟล์หนังผ่านช่องต่อ USB ได้
ข้อเสีย Panasonic 50XT50T
1. การรับชมในห้องคุมแสงไม่ได้ อาจจะมีสะท้อนบ้างเล็กน้อย
2. ไม่รองรับการปรับภาพละเอียดอย่าง White Balance