Skip to content
|

รีวิว Denon Home 600, 400, 200 Dolby Atmos All-in-One Wireless Speaker รูปสวยเสียงดี จากแบรนด์ญี่ปุ่นในตำนาน

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 09 Sep 2026 0 comments

 

หากพูดถึงเครื่องเสียงไฮไฟ คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก Denon เพราะแบรนด์ญี่ปุ่นยี่ห้อนี้ทำเครื่องเสียงมานานกว่า 116 ปี เรียกว่าเห็นกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ซึ่งด้วยประสบการณ์ช่ำชองระดับนี้ จึงมั่นใจได้เรื่องของคุณภาพเสียง... ล่าสุด Denon ก็ไม่พลาดทำ All-in-One Wireless Smart Speaker ตอบโจทย์การใช้งานตามยุคสมัย พร้อมถอดรหัสเสียง Dolby Atmos Music โดยมาในชื่อ Denon Home Series

Denon Home ที่ถูกพัฒนามาใหม่ในปี 2026 นี้ มี 3 รุ่น ได้แก่ Denon Home 600, 400 และ 200 นอกจากอัพเกรดคุณสมบัติการใช้งาน และคุณภาพเสียงแล้ว ในส่วนของดีไซน์ก็ดูโดดเด่น จนได้รับรางวัล iF Design Award และ Red Dot Design Award มาสด ๆ ร้อน ๆ รายละเอียดการใช้งานจะเป็นอย่างไร... มาดูกัน

Denon Home 600

 

รุ่นใหญ่สุดของซีรีส์ มาในรูปทรงเหมือนแคปซูลขนาดใหญ่ บวกกับน้ำหนัก 8 กก. จึงต้องการเนื้อที่ตั้งวางอยู่บ้าง แต่ถ้าว่ากันที่เรื่องเสียง รุ่นนี้ย่อมจะได้เปรียบมากที่สุด

หากสังเกตจะเห็นรูตะแกรงทั้งหน้าหลัง พร้อมหุ้มผ้าโดยรอบลำโพงเพื่อให้เสียงผ่านได้ นั่นเป็นเพราะภายในติดตั้งตัวขับเสียงมารอบตัว รวมแล้วถึง 8 ชุด ด้วยกัน ! ในจำนวนนี้ เด่นสุด เห็นจะเป็น วูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว และไม่ได้มาชุดเดียว แต่ติดตั้งมาถึง 2 ชุด จัดวางประกบหน้า-หลัง การถ่ายทอดเสียงความถี่ต่ำจึงเต็มอิ่ม ปริมาณเบสนี่น้อง ๆ ซับวูฟเฟอร์เลย

รุ่นนี้ยังสามารถถ่ายทอดเสียงในแบบสเตริโอ โดยแยกจัดวางทวีตเตอร์โดม ขนาด 0.75 นิ้ว และวูฟเฟอร์มิดเรนจ์ขนาด 2.6 นิ้ว ที่ฝั่งซ้ายและขวา อย่างละชุด

ดังที่กล่าวไปตอนต้นว่า รุ่นนี้สามารถถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ได้ จึงมีการติดตั้ง ไดรเวอร์แบบ Full-range ขนาด 2.6 นิ้ว จำนวน 2 ชุด ไว้ที่ด้านบนลำโพง ใช้ยิงเสียงแบบ Up-firing สะท้อนฝ้าเพดาน เพื่อให้การถ่ายทอดเสียงเอฟเฟ็กต์ด้านสูงจาก Dolby Atmos Music มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การควบคุมรุ่น 600 จะมีปุ่มกดด้านบนลำโพง ใช้เพิ่ม-ลดเสียง เล่น-หยุด-เปลี่ยนเพลง ส่วน 1-2-3 นี่คือ Quick Select สามารถตั้งจำแหล่งสัญญาณ เช่น สถานี Internet Radio หรือแหล่งสัญญาณ Input อื่นที่ฟังประจำ บวกกับโหมดเสียง การปรับแต่ง EQ ฯลฯ แล้วเรียกใช้งานแบบรวดเร็วได้เลย Quick Select นี้สามารถตั้งค่าและเลือกใช้งานจากแอป HEOS ก็ได้เช่นกัน

ส่วนสัญลักษณ์วงกลม มีไว้เรียกใช้ ไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง Siri ได้ แต่ต้องตั้งค่าอนุญาตใช้งานผ่านแอป HEOS ก่อนครับ

หากไม่ต้องการใช้งานไมโครโฟน ที่ด้านหลังมีสวิตช์ปิดได้ ในส่วนการรับสัญญาณเสียงของ Denon Home จะเน้นแบบไร้สายเป็นหลัก โดยรองรับทั้ง Wi-Fi 6 (2.4/5/6 GHz) และ Bluetooth แต่ก็ให้ช่องต่อแบบ AUX มาด้วย เพิ่มความยืดหยุ่นเมื่อนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง ซีดี ทีวี ฯลฯ ได้หลากหลายคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นครับ

แต่ที่พิเศษ คือ ช่องต่อ USB-C สามารถนำ USB Flash Drive หรือ USB External SSD/HDD มาเสียบเล่นไฟล์เพลงได้ครับ รองรับไฟล์ฟอร์แม็ตทั่วไป (mp3, wma, aac)และ Hi-res อย่าง DSD128 (dff, dsf) และ 24-bit/192kHz (wav, flac, alac)

ช่อง USB-C นี้ ยังเอาไว้ใช้งานอุปกรณ์เสริมอย่าง USB Ethernet Adapter เชื่อมต่อเครือข่ายแบบใช้สาย LAN ได้ เผื่อใครสัญญาณ Wi-Fi ที่บ้านไม่เสถียร แต่อุปกรณ์นี้ต้องซื้อเพิ่มนะ

Denon Home 400

 

รุ่นรองขนาดย่อมลงมา แต่ยังติดตั้งตัวขับเสียงมากถึง 6 ชุด มีน้ำหนักอยู่ที่ 4.2 กก.

ในจำนวนนี้เป็นวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ 4.5 นิ้ว จำนวน 2 ชุด ประกบคู่กับทวีตเตอร์โดม ขนาด 0.75 นิ้ว จัดวางแยกฝั่งซ้ายและขวาของลำโพง เพื่อการถ่ายทอดเสียงแบบสเตริโอ

และเช่นกันว่าที่ด้านบน มีการติดตั้ง ไดรเวอร์แบบ Full-range ขนาด 0.95 นิ้ว จำนวน 2 ชุด ใช้ยิงเสียงแบบ Up-firing สะท้อนฝ้าเพดาน เพื่อให้การถอดรหัสมิติเสียงด้านสูงจาก Dolby Atmos Music มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยครับ

รุ่น 400 จัดวางแผงปุ่มควบคุมไว้ที่ด้านข้าง ฟังก์ชั่นใช้งาน รวมถึงไมโครโฟนรับคำสั่งเสียงทำได้ไม่ต่างจากรุ่น 600

เช่นเดียวกับช่องเชื่อมต่อด้านหลัง และคุณสมบัติการรับสัญญาณเสียงแบบไร้สายผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth ก็ทำได้ไม่ต่างกัน

Denon Home 200

 

รุ่นเล็กสุดของซีรีส์ ขนาดก็กะทัดรัดที่สุดเช่นกัน แต่ลูกเล่นถอดแบบรุ่นพี่มาครบ น้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.2 กก.

ภายในติดตั้งตัวขับเสียง 3 ชุด ประกอบไปด้วยวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 1 ชุด และไดรเวอร์แบบ Full-range ขนาด 0.95 นิ้ว จำนวน 2 ชุด จัดวางแยกฝั่งซ้ายและขวาของลำโพง เพื่อการถ่ายทอดเสียงแบบสเตริโอ ถอดรหัสเสียง Dolby Atmos Music ได้ แต่จะเป็นแบบ Virtual ครับ

รุ่น 200 จัดวางแผงปุ่มควบคุมไว้ที่ด้านบน ฟังก์ชั่นใช้งาน รวมถึงไมโครโฟนรับคำสั่งเสียงทำได้ไม่ต่างจากรุ่น 600 และ 400

เช่นเดียวกับช่องเชื่อมต่อด้านหลัง และคุณสมบัติการรับสัญญาณเสียงแบบไร้สายผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth ก็ทำได้ไม่ต่างกัน

HEOS app : Control & Streaming Functions

 

HEOS app คือ หัวใจสำคัญของ Denon Home เพราะใช้ในการติดตั้ง ควบคุม ปรับแต่งเสียง ไปจนถึงใช้สตรีมเพลงออนไลน์ และลำดับไฟล์เพลงทำ Playlist เมื่อเชื่อมต่อ USB Storage Devices หรือ NAS

ใครที่เคยใช้งาน AV Receiver หรือ Network Streamer ของ Denon มาก่อน จะคุ้นเคย HEOS app ดี เพราะมันคือแอปตัวเดียวกันเลยครับ รองรับการสตรีมเพลงตรงผ่าน Roon Ready, AirPlay2, Spotify connect, TIDAL/qobuz Connect ฯลฯ แต่พี่ผมชอบ คือ Browse Folders/Files เพื่อลำดับการเล่นเพลงจาก USB Storage Devices หรือ NAS ได้ยืดหยุ่นดี

Dual Stereo Setup (In-Room Groups)

 

Denon Home ทั้ง 3 รุ่น สามารถเพิ่มจำนวนกระจายการใช้งานไปยังห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน แบบ Multiroom ได้ หรือจะจับคู่ใช้งานรุ่นเดียวกัน 2 ชุด แบบ Dual Stereo ก็ได้เช่นกัน ตัวอย่างในภาพ ผมใช้งานรุ่น 400 2 ชุด เพื่อให้การแยกแยะแชนเนลซ้าย-ขวา เป็นไปอย่างอย่างอิสระ มิติ-เวทีเสียง จะเด่นชัดและขยายกว้างมากยิ่งขึ้น เป็นการอัพเกรดคุณภาพการฟังเพลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

วิธีการจับคู่ใช้งานแบบ Dual Stereo ก็ไม่ยากครับ หลังจากเพิ่ม Denon Home รุ่นเดียวกันตัวที่ 2 ผ่าน HEOS app แล้ว ให้ไปที่ Settings > In-Room Groups > Add In-Room Group จะเห็นชื่อ Denon Home 400 2 ชุด ให้เลือกทั้งคู่เพื่อทำการจับคู่ จากนั้น Assign Channels ทำการทดสอบเสียงเพื่อตรวจสอบตำแหน่งลำโพงว่า ตรงกับแชนเนลเสียงด้านซ้ายและขวาหรือไม่ ถ้าไม่ตรง ให้ทำการแก้ไข

นอกเหนือจากรูปแบบ Dual Stereo เราสามารถนำ Denon Home 3 รุ่นนี้ ไปใช้เป็น ลำโพงเซอร์ราวด์หลังแบบไร้สาย ในระบบเสียงโฮมเธียเตอร์รอบทิศทาง โดยจับคู่กับ Denon Home Soundbar 550 และอนาคตอาจจะใช้งานร่วมกับ Denon AV Receiver รุ่นใหม่ ปี 2026 อย่าง AVR-X3900H, AVR-X2900H, ... ได้ด้วยครับ

คุณภาพเสียง

 

การทดสอบเริ่มกันที่พี่ใหญ่ Denon Home 600 น้ำหนักเสียงโดดเด่นมาก อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า วูฟเฟอร์คู่ขนาด 6.5 นิ้ว ให้ปริมาณเบสน้อง ๆ ลำโพงซับวูฟเฟอร์เลย ได้สเกลเสียงใหญ่ น้ำเสียงอิ่มแน่น บาลานซ์เข้ากับรายละเอียดเสียงและความชัดเจนของเสียงร้องได้ดี เปิดได้ดัง ห้องทดสอบใหญ่ระดับ 30 ตร.ม. ก็เอาอยู่ สามารถคงโทนัลบาลานซ์โดยที่ไม่พบอาการเสียงพร่า หรือลำโพงสั่นกระพือ

อีกจุดที่ต้องทึ่ง คือ เวทีเสียงมีความกว้างกว่าลำโพงสเตอริโอรูปแบบ All-in-One ชิ้นเดียว ที่เคยทดสอบไป ซึ่งน่าจะเป็นอานิสงส์จากการสร้างสนามเสียงผ่านไดรเวอร์ที่ติดตั้งอยู่โดยรอบลำโพง Denon Home 600

และแน่นอนเมื่อใช้รับฟัง Dolby Atmos Music Content ย่อมจะให้บรรยากาศเสียงด้านสูงได้ครอบคลุมกว่าลำโพงทั่วไป ที่ไม่มี Upfiring Speakers 

มีคำแนะนำ เนื่องจากปริมาณเบสที่ดุดัน ในบางสถานการณ์เบสอาจล้นเกินมาได้ เช่น ในสภาพตั้งวางลำโพงมุมห้อง หรือชิดผนังมาก ๆ กรณีนี้สามารถปรับจูนลด Bass หรือกำหนด Speaker Placement ตามความเหมาะสมผ่าน HEOS app

ถัดมา Denon Home 400 ด้วยขนาดและจำนวนไดรเวอร์ลำโพงที่น้อยกว่า สเกลเสียงจึงย่อลงบ้างหากเทียบกับพี่ใหญ่ตรง ๆ อย่างไรก็ดีประสิทธิภาพถือว่าเกินตัวเมื่อเทียบกับขนาดลำโพง ให้ย่านเสียงครบเครื่อง เบสไม่ขาด โดยรวมให้เสียงที่อิ่มแน่น นอกจากนี้ยังมีลำโพง Upfiring ช่วยเสริมมิติเสียงด้านสูงเมื่อรับฟัง Dolby Atmos Music ได้เช่นเดียวกับรุ่น 600 ด้านคุณสมบัติถอดแบบกันมา แต่ 400 มีขนาดย่อมกว่า จึงเอื้อต่อการจัดวางบนชั้นได้สะดวก และดูกลมกลืนเข้ากับการตกแต่งได้ดีมาก

บางช่วงของการทดสอบ ผมลองนำ Denon Home 400 2 ชุด ใช้งานในแบบ Dual Stereo (เทคนิคนี้ สามารถใช้กับ Denon Home ได้ทุกรุ่น) เป็นอีกแนวทางที่แนะนำ เนื่องจากอัพเกรดคุณภาพเสียงให้สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกขั้น แนะนำว่าให้จัดวางลำโพงโดยมีความสูงและระยะห่างระหว่างกัน สัมพันธ์กับระยะนั่งฟังอย่างเหมาะสม ก็จะได้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นชัดเจนมากครับ

การแยกลำโพง 2 ชุด อิสระซ้าย-ขวา เอื้อการถ่ายทอดทั้งมิติ และเวทีเสียงสเตอริโอ ให้เป็นไปตามอุดมคติ อีกทั้งการเพิ่มลำโพงอีกชุดเข้ามา ก็ช่วยเติมเต็มย่านเสียง โดยเฉพาะเสียงความถี่ต่ำ ให้ครอบคลุมพื้นที่รับฟังภายในห้องขนาดใหญ่ได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย 

ปิดท้ายด้วยน้องเล็กของซีรี่ส์ Denon Home 200 ซึ่งขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบากว่ารุ่นพี่ทั้ง 2 รุ่น จะขยับย้ายที่ไปใช้งานในห้องต่าง ๆ ภายในบ้านย่อมทำได้สะดวก จะเอามาวางบนโต๊ะทำงานก็ลงตัวไม่เกะกะพื้นที่ การใช้งานในพื้นที่จำกัดตอบโจทย์มาก ย่านเสียงถือว่าครบถ้วนไม่ขาด เสียงร้องนุมนวล เบสกำลังดี ฟังเพลินเลย

อนาคตหากต้องการฟังเพลงแบบซีเรียสขึ้น สามารถเสริม Denon Home 200 อีกตัว มาใช้งานแบบ Dual Stereo ได้ครับ นอกจากขยายมิติเวทีเสียงสเตอริโอได้สมบูรณ์แล้ว ยังเติมเต็มย่านเสียงหากต้องการใช้งานในพื้นที่ห้องขนาดใหญ่ได้เต็มที่ เปิดได้ดังสะใจยิ่งขึ้นได้อีก หรือถ้าจะนำไปเสริมระบบเสียงรอบทิศทาง ไปใช้งานเป็นลำโพงเซอร์ราวด์หลังแบบไร้สาย ก็เพิ่มอรรถประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าครับ

หากต้องการลำโพง All-in-One Wireless Speaker รองรับสตรีมมิ่งหลากหลาย เพิ่มลูกเล่นรองรับ Dolby Atmos Music และที่สำคัญ คือ คุณภาพเสียงดี แนะนำให้ไปลองเล่นลองฟังเสียงจริงจาก Denon Home ดูครับ

สรุปคำแนะนำในการเลือกใช้งาน Denon Home แต่ละรุ่น สามารถดูจากตารางนี้ได้เลย

รับชมรีวิวแบบวิดีโอ บน YouTube

ราคาเปิดตัว

Denon Home 600 : 26,900 บาท

Denon Home 400 : 19,900 บาท

Denon Home 200 : 14,900 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้