Sony XBA-4 !! หูฟัง Balanced Armature น้ำเสียงโหดเหี้ยม !!

พบกันอีกครั้งนะครับชาว HDPLAYERTHAILAND ผู้หลงไหลในเสียงดนตรีทุกท่าน วันนี้ผมมีหูฟังตัวท็อปซีรี่ส์ใหม่เพิ่งเปิดตัวจากทาง Sony มารีวิวให้ทุกท่านได้สัมผัสกัน Sony XBA-4 ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีตัวขับสัญญาณเสียงแบบ Balanced Armature ที่ออกแบบในประเทศญี่ปุ่นด้วยมือของวิศวกร Sony เองเลย

หลาย ๆท่านตอนนี้เริ่มจะเกิดข้อสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่า Balanced Armature มันคืออะไร แล้วมันเกี่ยวกับหูฟังอะไรยังไง เคยฟังแต่เครื่องเสียงภายในบ้าน ไม่เคยหยิบจับหูฟัง ใจเย็น ๆกันก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะชี้แจงแถลงไขทำความเข้าใจกับไปเป็นสเต็ป ๆเพื่อที่ทุกท่านจะได้รับรู้ถึงเทคโนโลยี และตัวตนที่เราจะได้รับจากการยัดไอ้เจ้าหูฟัง In-Ear ราคาแตะหมื่นตัวนี้ของทาง Sony
Balanced Armature กล่องเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงได้ !!
ในโลกของวงการหูฟัง จะมีไดร์ฟเวอร์ขับสัญญาณเสียงอยู่สองแบบด้วยกันนั่นก็คือไดนามิคหรือแบบเดียวในลำโพงใหญ่ ๆ และ Balanced Armature(ขอเรียกสั้น ๆว่า BA) โดยไดร์ฟเวอร์แบบไดนามิค นั้นจะมีลักษณะกลมใหญ่ ให้เสียงด้วยการสั่นพ้องของตัวไดร์เวอร์เอง ส่วน BA ของเรานั้นจะเป็นกล่องที่มีขนาดเล็กกว่ามาก ด้านในใส่ขดลวดวอยซ์คอยส์เข้าไป และจะเกิดการสั่นเพื่อส่งเสียงเมื่อมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน
ข้อดีอีกอย่างนึงของ BA นั่นก็คือด้วยขนาดที่เล็กของมัน ทำให้เราสามารถออกแบบแยกส่วนการตอบสนองย่านเสียงความถี่ต่าง ๆ และนำมารวมกันไว้ในหูฟังได้โดยที่ไม่ต้องพะวงถึงขนาดที่จะเทอะทะมากนัก โดยสำหรับ XBA (eXperience Balanced Armature) ซีรี่ส์นั้นจะมีทั้งหมด 4 รุ่นหลัก ๆด้วยกัน นั่นก็คือ XBA-1 จนถึง XBA-4 เรียงลำดับจากรุ่นเล็กมาใหญ่ ซึ่งตัวเลขประจำรุ่นก็บอกถึงจำนวนของไดร์เวอร์ BA ที่มีอยู่ภายในหูฟัง โดยสำหรับ XBA-4 ประกอบไปด้วย BA ไดร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่แยกส่วนกันดังต่อไปนี้
XBA-4 = Full range+Woofer+Tweeter+Super Woofer
ชัดเจนเลยนะครับว่าเจ้า XBA-4 ที่ผมกำลังจะสาธยายให้ทุกท่านได้รับชมคาแร็คเตอร์ของมัน นั้นถูกอัดแน่นไว้ด้วย BA ไดร์เวอร์ 4 ส่วนที่ทำหน้าที่แยกกันตามรูปด้านบน ซึ่งประสิทธิภาพขณะทำการทดสอบจริงจะออกมาแบบใด จะเป็นไปดั่งทฤษฎีที่ทาง Sony ได้ชี้แจงไว้ในโฆษณาหรือไม่นั้น ตามลงมาต่อด้านล่างเลยครับ
Sony XBA-4 รายละเอียดคร่าว ๆ
+ 4 ตัวขับสัญญาณเสียง เสียงกลาง Full Range เสียงทุ้มลึก Woofer เสียงแหลม Tweeter เสียงเบสลึกมีพลัง
Super Woofer
+ BA ผลิตในญี่ปุ่น
+ แสดงออกถึงความถี่ของเสียงได้ทุกมิติ
+ เบสลึกมีมิติที่สมบูรณ์และสามารถให้รายละเอียดของเสียงแหลมได้คมชัด
+ Housing ปกป้องเสียงเล็ดลอดถึง 2 ชั้น
ราคากลาง 8,990 บาท
สำหรับหูฟังในตระกูล XBA นั้นจะมีรุ่นปกติซึ่งสามารถเสียบใช้งานได้กับทุกรุ่นเพลเยอร์ แต่จะมีอีกไลน์ที่ผลิตออกมาเพื่อ ควบคุมการเปลี่ยนเพลงและเพิ่ม-ลดเสียงของ iPhone และ iPod ผ่านทางรีโมทที่อยู่บนสายได้เลย ซึ่งจะมีตัวอักษร “ip” ต่อท้ายชื่อรุ่นครับ เวลาไปเลือกซื้อก็พิจารณาบอกพนักงานขายดี ๆครับจะได้ไม่พลาด
ดีไซน์
XBA-4 ถือว่าเป็นรุ่นท็อปของหูฟังซีรี่ส์ XBA ณ ตอนนี้มาไล่เรียงดูกันสักหน่อยว่าดีไซน์แพ็คเกจและของแถมที่ผู้ใช้จะได้รับหลังจากชำระเงินแล้วจะมีอะไรบ้าง

กล่องกระดาษที่บรรจุหูฟังมา เน้นสีดำเป็นโทนหลักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่
ตัวอักษรถูกพิมพ์ด้วยสีทองเลื่อมบ่งบอกระดับของตัวสินค้า
บริเวณข้างกล่องมีการแปะสติ๊กเกอร์บอกว่าไม่รองรับการใช้งานคู่กับ Walkman รุ่นดังกล่าว
แต่ปรากฏว่าผมลองต่อกับ NWZ-E444 ของผมก็เสียงออกปรับ EQ ได้ปกติ
ไว้มีความชัดเจนเพิ่มเติมจากทางโซนี่ ผมจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ

ภายในกล่องประกอบไปด้วย หูฟัง Sony XBA-4, จุกยางอะไหล่, กล่องหนังที่มีฝาปิดเป็นแม่เหล็ก และที่เก็บสาย(อยู่ในถุงเดียวกับจุกยาง)

จุกยางอะไหล่ที่แถมมาให้จะมีแบบไฮบริดซิิลิโคนธรรมดา และแบบที่มีฟองน้ำอยู่ด้านใน(Noise Isolation)

หน้าตาหูฟังแบบชัด ๆ กันอีกซักที ตัวเฮ้าส์ซิ่ง(โครงนอก) เป็นพลาสติกเคลือบมันวาว สะท้อนแสงดูดีสมราคาครับ

ด้านหลังเป็นแผ่นทองคำเปลว 4 ใบ ไม่ใช่ !! เป็นสกรีนสี่เหลี่ยมสีทองเพื่อบอกจำนวนไดร์ฟเวอร์ BA และการวางตัวของไดร์ฟเวอร์ที่อยู่ด้านใน

สายหูฟังรุ่นนี้เป็นแบบตัว L นะครับ คือสั้นข้างยาวข้าง ไม่ใช่แบบตัว Y ที่ยาวเท่ากันทั้งสองข้าง

ผมมีทริคแนะนำให้สำหรับคนที่รู้สึกไม่สะดวกกับการใช้สายแบบตัว L คือให้อ้อมหลังไปแบบนี้ครับ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของสายที่ไม่มาเกะกะด้านหน้า และไม่เกิดการถ่วงน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งด้วยครับ (กราบขอบพระคุณ คุณ Roman ที่มาเป็นนายแบบให้ด้วยครับ)

ขั้วแจ็คชุบทองดูสวยงาม จะเห็นว่ามีขั้นทองเหลืองมากั้นส่วนแจ็คกับพลาสติกหุ้มไว้ โดยทางโซนี่ออกแบบมาเพื่อให้เสียบคู่กับเคสโทรศัพท์โดยไม่ต้องกังวลว่าจะสั้นเกินแล้วติดเคส

อารมณ์ประมาณนี้เลย ไม่ต้องกังวลว่าจะยัดไม่เข้า เพราะเค้าดักไว้ให้แล้ว
แกะกล่อง….เปิดบริสุทธิ์ !!!
หลังจากดูดีไซน์ไปในหน้าที่แล้วนะครับ ก็ถึงเวลาที่เราจะมาเริ่มทดสอบกันเสียที ผมจึงเริ่มบรรจงแกะกล่องบรรจุออกมาและเปิดฟังแทร็คคุ้นเคยที่ได้ใช้ในการทดสอบประจำกับเพลเยอร์คู่ใจ Walkman NWZ-E444 แบบไม่เปิด EQ โดยเริ่มเบา ๆด้วยเพลงแนว อะคูสติกเพื่อเป็นการวอร์มอัพโสตประสาทรับฟังกันเสียหน่อย

จากการทดลองฟังช่วงก่อนเบิร์นไปคร่าว ๆ กับเพลงแนวเบา ๆ ผลปรากฏออกมาว่า เสียงแหลมที่เราได้รับจาก XBA-4 ค่อนข้างจะเป็นแหลมที่ระยิบระยับ มีปลายเสียงทีคมกริบเด็ดดวง ยังมีขาดความอิ่มของเสียงกลางไปเสียหน่อย ทำให้อาจจะไม่เหมาะนักกับแนวเพลงเบา ๆอะคูสติกแบบนี้ จึงลองเปลี่ยนไปฟังแนวเพลงที่หนักหน่วงขึ้นอย่าง Rock และ Metal ดู ปรากฏว่าเบสที่ออกมานั้น เป็นลูกสัมผัสได้ มีความหนักแน่น อัดมาแบบเต็ม ๆ ติดฟุ้งหน่อย ๆ แต่อย่างว่าครับ เครื่องเสียงแทบทุกชิ้นต้องผ่านการวอร์มอัพหรือที่เรียกว่าการเบิร์น ดังนั้นตัวตนของ XBA-4 ช่วงนี้อาจจะยังไม่ค่อยนิ่งสักเท่าไร ต้องมารอดูกันต่อหลังการเบิร์นครับ
ประสิทธิภาพช่วงหลังเบิร์น
ตัวผมเองไม่ค่อยจะได้จริงจังกับการเบิร์นว่าจะต้องเปิดเพลงอะไร ดังนั้นจึงเรียกว่าเป็นการนำไปทดลองใช้สลับกับเปิดทิ้งไว้ดีกว่า โดยแนวเพลงก็หมุนเวียนกันออกมาฟังครับ ช้าบ้างเร็วบ้าง แล้วแต่อารมณ์การฟัง โดยระยะเวลารวม ๆ แล้วก็ประมาณซัก 100 กว่าชั่วโมงได้ ซึ่งปรากฏว่าเสียงในย่านต่าง ๆ เริ่มจะเข้าที่มากขึ้น เบสที่ตอนแรกติดฟุ้ง ถูกมัดรวมและอัดกระแทกเข้ามา ลงลึกเก็บตัวเร็ว มีไดนามิคที่สัมผัสได้ สมความสามารถของ BA ที่เป็น Woofer และ Super Woofer
ย่านเสียงแหลมยังคงความเป็นตัวตนจากช่วงแรกได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าสากเสี้ยนเริ่มจะลดลงบ้าง ช่วงเสียงกลางจับต้องได้พอประมาณแต่ไม่อิ่มนัก เวทีที่ XBA-4 จำลองออกมาค่อนข้างแคบ และดังวนอยู่ในบริเวณเล็ก ๆ ดังนั้นการจะถ่ายทอดน้ำเสียงที่ถูกบันทึกมาแบบออดิโอไฟล์ อาจจะทำได้ไม่เปิดโปร่งเสนาะหูนัก



ใครไม่รู้ว่าเพลงเมทัลที่ผมพูดถึงมันแนวไหน ก็เอาชื่อวงตามอัลบั้มด้านบนไปเสิร์ช YouTube ฟังได้เลยครับ
เพื่อความเข้าใจอันลึกซึ้งว่า XBA-4 นี้มีตัวตนแบบใด
แต่ทว่าถ้าเราเพียงเปลี่ยนเป็นแนวโหดดิบร็อคแอนด์โรลหรือเมทัลเมื่อไร น้ำเสียงจากการสำรอกหรือการว้ากจะถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสะใจ !! เสียงการสับพาวเวอร์คอร์ดของกีต้าร์ไฟฟ้าที่ผสมผสานผ่านเอ็ฟเฟ็กต์ดิสทอร์ทชั่น มีพลังและแผดพุ่งเป็นอย่างยิ่ง คล้ายกับว่าเรากำลังเอาหูไปแนบตู้กีต้าร์แอมป์ฟังกันสด ๆ สร้างอารมณ์ร่วมให้มันส์สะใจชาวร็อคได้อย่างดีเยี่ยม !!

มีอีกหนึ่งเรื่องที่ยังคงค้างคาจากหน้าที่แล้ว ซึ่งก็คือเจ้าจุกยางสองแบบที่มีแถมให้มานั่นเองครับ โดยทางโซนี่ได้แถมจุกยางสองแบบมาให้ในแพ็คเกจของ XBA-4 อันแรกที่ติดมากับตัวหูฟังเลยก็คือแบบไฮบริดซิลิโคน และอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า Noise Isolation ตามรูปด้านบนครับ จากการได้ทดลองสับเปลี่ยนดูแล้วพบว่าอย่างหลังจะช่วยลดเสียงรบกวนลงแบบสัมผัสได้ แต่รายละเอียดระยิบระยับด้านหลังจะถูกบดบังไปเล็กน้อยขณะใช้งาน ชนิดที่ไม่ตั้งใจฟังก็ไม่รู้สึกครับ
ฟังเพลงร็อคเป็นหลัก แต่บางทีก็อยากฟังเพลงรักหวาน ๆ บ้างจะทำไง !?
สำหรับปัญหานี้ทางทีมงานก็อยากจะขอแนะนำว่าให้ไปหาแอมป์หูฟังมาช่วยบูสท์เสียงให้อิ่มขึ้นครับ ซึ่งผมเองไม่ได้มีอุปกรณ์เฉพาะเจาะจง จึงต้องหยิบเอาซาวด์การ์ด Creative Sound Blaster Digital Music SX ดังรูปด้านล่างมาใช้ทดแทนแอมป์หูฟังตัวจริง ผลที่ได้รับก็พบว่าปลายแหลมดูนิ่มนวลขึ้นครับ เสียงในย่านต่าง ๆ ได้รับการเกลี่่ยความเข้มข้นให้อยู่ในระดับที่พอดี ทำให้น้ำเสียงของ XBA-4 หวานขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย
หากใครไม่อยากจะต้องแบกแอมป์ไป ๆมา ๆก็คงจะต้องปรับอีควอไลเซอร์ที่เพลเยอร์กันสักหน่อย โดยดันย่านความถี่สูงลง และดันเสียงต่ำและกลางให้สูงขึ้น เพียงเท่านี้ก็ประหยัดเงินที่จะต้องไปซื้อแอมป์มาเสียบพ่วงระโยงระยางแล้วล่ะครับ
สรุป
Sony XBA-4 เป็นหูฟังแบบ in-ear รุ่นท็อปของ XBA ซีรี่ส์ ที่ใช้ไดร์เวอร์ BA มากที่สุดถึง 4 ตัวด้วยกัน มิหนำซ้ำยังออกแบบและผลิตเองโดยวิศวกรโซนี่อีกด้วยการันตีคุณภาพได้แน่นอน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้วมีราคาต่ำกว่าอยู่พอสมควรกับสเป็คระดับนี้ เรียกได้ว่าใครชอบแนวเสียงทึบ ๆโหดดิบ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับแนวเพลงร็อคแอนด์โรลไปจนถึงเมทัลหนักหน่วง เจ้า Sony XBA-4 ตัวนี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดหยิบมาเป็นตัวเลือกเพื่อใช้ฟังในวันที่โลกเหวี่ยงด้วยประการทั้งปวง
ข้อดี
– ใช้ BA (Balanced Armature) ไดร์เวอร์เป็นจำนวน 4 ตัวในราคาไม่ถึงหมื่น
– น้ำเสียงคมกริบกระชากอารมณ์ เบสแน่นแข็งแรงเก็บตัวเร็ว
– หัวแจ็คออกแบบให้เสียบเข้ากับเคสโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหลุด เพราะเสียบเข้าไปตื้นเกิน
– จุกยางแถมแบบ Noise Isolation กันเสียงรบกวน และแบบไฮบริดอีกหลากหลายขนาด เพื่อความกระชับรับกับทุกรูหู
ข้อเสีย
– สายคล้องคอในลักษณะรูปตัว L สร้างความไม่เคยชินให้กับบุคคลทั่วไป
– ไม่เหมาะกับเพลงแนวออดิโอไฟล์ หรือเพลงที่เน้นเสียงร้องหวาน ๆ แต่สามารถแก้ไขได้ตามวิธีด้านบน