THX 3D Plasma TV ที่คุ้มที่สุด ? รีวิว LG 50PZ950

ชื่อชั้นของ THX นอกเหนือจากการเป็นต้นแบบของมาตรฐานระบบเสียงรอบทิศทางในโรงภาพยนตร์ (ที่มาพร้อมกับมหากาพย์สงครามแห่งดวงดาว) ก็ไม่พ้นเป็นที่รู้จักในแง่ของการเป็นตัวแปรอ้างอิงมาตรฐานสินค้าในหมวดภาพและเสียง ที่ผ่านมาสินค้าที่ผ่านมาตรฐาน THX ก็มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าโฮมเธียเตอร์ ซึ่งเป็นหมวดเครื่องเสียง และลำโพงเสียมากกว่า สำหรับหมวดจอภาพ ที่ผ่านมาดูจะมีจำนวนน้อยกว่า ไม่ก็ยังมิได้รับการเปิดเผยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากนัก ปัจจุบันเมื่อระบบสามมิติเข้ามาสู่โรงภาพยนตร์ THX จึงเริ่มเข้ามาข้องเกี่ยวกับระบบภาพสามมิติมากขึ้นดังเช่นที่เคยทำกับระบบเสียงเซอร์ราวด์ในยุคบุกเบิก และค่อย ๆ ทยอยเข้ามาสู่ระบบโฮมเธียเตอร์ จนมาเป็นมาตรฐานของทีวีบางรุ่นในปัจจุบัน แม้วันนี้จะยังมีจำนวนไม่มากนัก แต่ทีวีที่ได้มาตรฐานนี้ ก็น่าจะเป็นที่คาดหวังว่ามีแนวโน้มด้านศักยภาพที่โดดเด่นกว่ามาตรฐานทั่วไป หมายความว่า มันควรช่วยให้ชีวิตเรา ๆ ท่าน ๆ ดีขึ้นไหม ? หรืออย่างไร ? ต้องพิสูจน์…

การออกแบบ
LG ยังคงยึดมั่นคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Borderless Design เป็นการใช้แผ่นกระจกปิดทับเต็มพื้นที่จอภาพทั้งหมด ซึ่งรวมพื้นที่ที่เคยเป็นกรอบเข้าไปด้วย เทคนิคนี้ช่วยให้พื้นผิวจอเรียบเสมอเป็นระนาบเดียวกันทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบกับทีวีมีกรอบแบบปกติจึงพบว่า Borderless Design ไม่มีขอบนูนต่างระดับจากกรอบให้เห็น จึงดูเหมือนว่าไม่มีขอบ (กรอบ) ที่ชัดเจน เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้กับทีวีของ LG มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็น LCD/LED TV หรือ Plasma TV โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ ๆ เช่นเดียวกับ 50PZ950 เครื่องนี้
หมายเหตุ: ประโยชน์ของแผ่นกระจกนี้มิได้ให้ผลด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว ด้วยความคงทน แข็งแรง ทำให้มันเป็นเหมือนเกราะป้องกันพาเนลจากแรงกระแทกได้ดีระดับหนึ่ง (ประโยชน์ด้านนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกับ LCD/LED TV ที่เดิมทีผิวบนสุดของพาเนลเป็นแบบอ่อนนิ่ม มากกว่า Plasma TV ที่แผ่นกระจกถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างจอภาพตั้งแต่ต้น) จึงถูกเรียกว่าเป็น Protective Skin Glass ทั้งนี้การใช้แผ่นกระจกในการตกแต่งแบบนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงความหนาของกระจกเอง ไปจนถึงระยะห่างระหว่างพาเนล เพื่อมิให้เกิดปัญหาแสงเงาสะท้อน (จากภายใน) รบกวน หรือการบิดเบือนภาพ (เมื่อดูใกล้ ๆ ในบางมุมมอง คล้ายกับการมองวัตถุผ่านเลนส์) อันจะส่งผลถึงความกว้างของมุมมองการรับชมภาพ

เมื่อเปิดภาพอาจจะเห็นในส่วนของ “ขอบดำ” อยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับทีวีปกติทั่วไป (ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ในส่วนที่มีกรอบบังอยู่) แต่เนื่องจากแผ่นกระจกช่วยให้พื้นผิวจอเรียบสนิทเป็นระนาบเดียวกัน มันจึงมิได้แสดงขอบเขต (Border) จาก “กรอบ” ที่ชัดเจน

แน่นอนเห็นแบบนี้ต้องเป็นรูปแบบสัมผัส อันราบเรียบเสมอเป็นพื้นผิวเดียวกับแผ่นกระจก ปุ่มนี้จะไม่มีการเรืองแสงขึ้นมา แต่ด้วยการพิมพ์สัญลักษณ์และตัวหนังสือสีขาว ตัดกับพื้นดำ ทำให้พอมองเห็นได้ไม่ลำบากนัก แต่หากจะใช้งานในที่มืดสนิทจริง ๆ ก็คงต้องคลำกันหน่อยละ (อันที่จริงจะหาทีวีเครื่องที่ปุ่มระบบสัมผัสแบบเรืองแสงได้ ปัจจุบันก็หายากอยู่เหมือนกัน) แต่นี่มิได้เป็นปัญหาในการใช้งานนัก เพราะการกดสั่งการเอาจากรีโมต (ที่เรืองแสงได้) เป็นทางออกที่ง่ายกว่า

ช่องต่อต่าง ๆ ดูครบครัน รวมถึง Component รูปแบบมาตรฐาน (ไม่ต้องใช้สายอะแดปเตอร์) ที่ขาดไม่ได้ คือ LAN Input ซึ่งสำคัญมากสำหรับ Smart TV อ้อ ช่องต่อสายไฟของรุ่นนี้เป็นมาตรฐาน IEC เสียบสายไฟไฮโซได้สบาย แต่กรณียึดแขวนผนัง อาจต้องเช็คระยะห่างนิดนึงว่าระยะดัดงอสายจะติดขัดอะไรไหม

หมายเหตุ: ถึงแม้ Composite จะเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบภาพที่ให้คุณภาพได้ไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังมีการใช้งานกันค่อนข้างแพร่หลาย เพราะเป็นรูปแบบพื้นฐาน (Basic) สำหรับอุปกรณ์ AV ปัจจุบันช่องต่อลักษณะนี้ (ที่มีให้ในทีวี) มักจะถูกลดความสำคัญลง จากการแทนที่ของมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบภาพรูปแบบอื่นที่ดีกว่า บางครั้ง Composite จึงถูกลดรูปให้เหลือเพียงช่องต่อเล็ก ๆ แบบ 3.5mm ซึ่งต้องพึ่งสายอแดปเตอร์ที่ผู้ผลิตให้มา (อานิสงส์หนึ่งของการลดรูปช่องต่อที่ไม่สำคัญ เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ด้านหลัง หรือด้านข้างของทีวี เนื่องจากนับวันพื้นที่ติดตั้งช่องต่อจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ จากขนาดจอภาพที่บางลงทุกวัน)

ฐานตั้งวางที่เป็นรูปแบบมาตรฐาน มิได้หวือหวา แต่ก็ดูดีด้วยการผสานวัสดุทึบจากโลหะ และใสจากอะครีลิก เข้ากับฐานแผ่นกระจกสีดำเงา

รีโมตคอนโทรลรูปแบบมาตรฐาน ที่คุ้นเคยกันดี มี Back-lit ส่องสว่างได้ สำหรับการใช้งานในที่มืด

แม้ว่านวัตกรรมการควบคุมสั่งการด้วยการ “แกว่งไกว” แบบนี้ จะมิใช่เรื่องใหม่ เพราะถูกใช้กับเกมคอนโซลมาก่อน (และมีการใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์บ้างประปราย) ซึ่งแฟน ๆ หลายท่านน่าจะคุ้นเคยกันดี แต่กับทีวี เห็นจะมีแต่ LG ที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และตอบสนองการควบคุมที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามแนวทางการพัฒนาไปสู่รูปแบบของ Smart TV อันเกินกว่าจะคาดหวังได้จากทีวียุคก่อน อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน คือ การออกแบบอินเทอร์เฟสที่เอื้อต่อการใช้งานร่วมกับ Magic Remote

หมายเหตุ: การควบคุมทีวี หรือแม้แต่อุปกรณ์เครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ ในปัจจุบัน รองรับการควบคุมสั่งการด้วย Smart Phone ซึ่ง 50PZ950 (รวมถึง Smart TV รุ่นอื่น ๆ ของ LG) ก็รองรับในจุดนี้เช่นกัน ทั้งนี้ศักยภาพของ Smart Phone ช่วยเพิ่มศักยภาพการควบคุมสั่งการ Smart TV ได้เหนือกว่ารีโมตคอนโทรลมาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่น การใส่อินพุตข้อความได้สะดวกกว่า (เมื่อใช้งาน social network apps หรือ web browser) อย่างไรก็ดีด้วยการที่เป็นอุปกรณ์นอกเหนือ (ไม่ได้จัดมาให้) อีกทั้งราคาที่ค่อนข้างสูง ความสำคัญในการควบคุมหลักจึงยังคงต้องพึ่งรีโมตคอนโทรลพื้นฐานอยู่ และ Magic Motion Remote Control ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการพัฒนาที่น่าสนใจ ก็หวังว่าในอนาคตอาจจะมีรูปแบบการควบคุมทีวี อย่างเช่น การจับความเคลื่อนไหวร่างกายออกมาบ้าง คงสนุกพิลึกนะ อิ อิ

ขึ้นชื่อว่าทีวีสามมิติ จะขาดอุปกรณ์อย่าง “แว่นตา” ไปได้อย่างไร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างภาพสามมิติ และในรุ่นนี้ ทาง LG ให้แว่นมา 2 อัน จะได้ดูแบบ ไม่เหงา !

ดังนั้นเมื่อเป็นรูปแบบ Active Shutter Glasses ก่อนการใช้งานจึงต้องมีการประจุไฟให้กับแบ็ตเตอรี่ภายในเสียก่อน ผ่านทางช่องต่อ Mini USB ดังภาพ (มีสาย USB แถมมาให้พร้อมสรรพ)

จากรูปด้านบน จะเห็นจุดที่เป็นไฮไลท์ของ 50PZ950 กันแล้ว คือ THX Picture Mode (และยังรวมไปถึง ISF Expert Mode ที่มิได้แสดงในรูปด้วย) … รายละเอียดของโหมดภาพแต่ละแบบ (เน้นที่สำคัญ) ผมจะกล่าวถึงอีกครั้งช่วงท้ายในรายงานผลการทดสอบภาพครับ

ลูกเล่นเกี่ยวกับระบบเสียงก็เหมือนกับทีวีอื่น ๆ คือ มีรูปแบบเสียงสำเร็จรูปให้เลือกหลายแบบ โดยเป็นการชดเชย EQ หรือเน้นความถี่บางช่วง ที่อาจจะเด่นสำหรับแหล่งโปรแกรมนั้น ๆ ไปจนถึงอ็อพชั่นเสริมที่เน้นเสียงกลางโดยเฉพาะ (ซึ่งเป็นย่านของเสียงพูด) อย่าง Clear Voice II หรือจะปรับ Tone Control แหลม-ทุ้มเอาเองก็ได้ มีระบบเสียงรอบทิศทางเสมือน (Virtual Surround) ที่ LG เรียกว่า Infinite 3D Surround ก็นับว่ายืดหยุ่นดี

เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับทีวีสมัยนี้ คือ ค่ากำหนดเกี่ยวกับ ARC (Audio Return Channel) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงของทีวีกลับไปยัง AVR ทางสาย HDMI เพียงเส้นเดียวกับที่ใช้เชื่อมต่อสัญญาณภาพจาก AVR มายังทีวีนั่นแหละ วิธีการใช้งานก็ต้องเปิด ARC Mode ที่ทีวี กับ HDMI CEC + ARC ที่ AVR แล้วก็ต้องเชื่อมต่อกับ Input/Output ให้ตรงกัน
หมายเหตุ: สำหรับ 50PZ950 HDMI Input ที่รองรับ ARC คือ HDMI In 3

ฟีเจอร์ที่ใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาอาการ เบิร์นอินขั้นต้น หรือที่เรียกว่า ภาพติดค้างหน้าจอแบบชั่วคราว แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ Orbiter – เป็นฟีเจอร์ป้องกัน โดยระบบจะทำการเลื่อนภาพทั้งจอทีละเล็กน้อย เพื่อให้ตำแหน่งภาพบนจอมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ค้างอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานเกินไป มักจะเหมาะกับการรับชมเคเบิลทีวี ที่มีโลโก้อยุู่ตำแหน่งเดิมตลอด อย่างไรก็ดีต้องดูขอบเขตของพื้นที่โลโก้ กับระยะการขยับตำแหน่ง เนื่องจากระบบจะทำการเลื่อนภาพเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (เพื่อมิให้รบกวนการรับชม)
และในกรณีที่เกิดภาพติดค้างชั่วคราวเสียแล้ว สามารถแก้ไขได้ด้วยฟีเจอร์ Colour Wash และ White Wash กระนั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดภาพติดค้างในระดับที่อาจพัฒนาเป็นอาการ Burn-in แบบถาวร ควรหลีกเลี่ยงการเปิดค้างแหล่งโปรแกรมที่เป็นภาพนิ่งเป็นเวลานาน หากมีความจำเป็นต้องใช้ ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น การใช้งานเป็นจอมอนิเตอร์
หมายเหตุ:– เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาณภาพ (แสดงภาพนิ่ง) ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ระบบของ 50PZ950 จะทำการปรับลดระดับแสง (Cell light) ลงโดยอัตโนมัติ (เป็นค่ากำหนดที่ตั้งมาจากโรงงาน) ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดี 2 ประการ ประการแรก เพื่อยืดเวลา และลดความรุนแรงในการเกิด Burn-in ประการที่สอง เป็นการช่วยประหยัดพลังงาน ดังนั้นถ้าเปิดภาพนิ่งค้างไว้ระยะหนึ่ง แล้วพบว่าจอ dim แสงลงเอง ก็ไม่ต้องตกใจ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาณภาพ ก็จะกลับสู่สภาวะเดิม- หากปล่อยให้ Plasma TV เกิด ภาพติดค้างแบบถาวร แล้ว ฟีเจอร์ใด ๆ ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้คงไม่ง่ายนัก หากใช้งานอย่างถูกต้อง

ฟีเจอร์หลักของ Smart TV คือ การเข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์ ทั้ง apps ที่ทยอยอัพเดทเข้ามาเรื่อย ๆ ไปจนถึงการแชร์คอนเทนต์กับคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายภายในบ้าน

USB Wireless Adapter หรือบางทีอาจจะเรียกว่า USB Wi-Fi Dongle เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ให้มาในกล่อง PZ950 และอุปกรณ์ชิ้นนี้เอง ที่ช่วยให้ทีวีรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในบ้าน ไปจนถึงการเข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ ในแบบ “ไร้สาย” ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ไม่ต้องลากสายใด ๆ มาให้วุ่นวายอีก

ส่วนหนึ่งจาก NetCast สื่อออนไลน์คอนเทนต์ที่มีมากมายหลากหลาย บางส่วนเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ LG เท่านั้น

เพื่อให้เข้าถึงไลฟ์ไสตล์ของคนไทย แน่นอนว่าจุดสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ Local Contents อย่างเช่น การรับชมคลิปวิดีโอวาไรตี้ต่าง ๆ ผ่าน MThai Video

เช็คเส้นทาง และสถานะจราจร

หากยังไม่หนำใจ ไปดาวน์โหลดแอ็พพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ที่ LG Apps (มีการเพิ่มเติม apps ใหม่ ๆ เข้ามาอยู่เรื่อย ๆ)

นอกจากออนไลน์คอนเทนต์ อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญของ Smart TV ก็คือ Smart Share หรือการแชร์มีเดียไฟล์ร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์มัลติมีเดียอื่น ๆ ผ่านเน็ตเวิร์ก หรือทาง USB

การแชร์ผ่านระบบเครือข่ายจำเป็นจะต้องตั้งค่ากำหนดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (หรืออุปกรณ์อื่นใด) เพื่อเปิดอนุญาตให้ 50PZ950 เข้าถึงข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายได้ ซึ่งเมื่อตั้งค่ากำหนดในจุดนี้เรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าใช้งาน Smart Share ได้ ผ่านหน้า Main Menu

ฟอร์แม็ตเพลงที่รองรับ MP3 (Sampling Rate up to 48kHz)

ฟอร์แม็ตภาพที่รองรับ jpeg (2D), mpo (3D)
Slide Show ดูแบบ 3D ได้ด้วย

ฟอร์แม็ตวิดีโอที่รองรับ mpg, mpeg, dat, ts, trp, tp, vod, mp4, mov, mkv, divx, avi, mp4, asf, wmv, flv สามารถปรับภาพชดเชยได้ด้วย (เช่นเดียวกับการเลือกเสียง และซับไตเติล กับบางฟอร์แม็ตที่รองรับ) แน่นอนว่าใช้ฟังก์ชั่น 3D กับคลิปที่รับชมได้ ไม่ว่าจะเป็น 3D แท้ หรือจะแปลง 2D เป็น 3D
50PZ950 มีรูปแบบ Picture Modes มาให้เลือกเยอะมาก ซึ่งพอจะเข้าใจถึงความพยายามให้ความยืดหยุ่นครอบคลุมกับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ แต่บางทีถ้าจำนวนมากเกินไปอาจสร้างความสับสน จนเลือกใช้ไม่ถูกได้

และสำหรับ 50PZ950 นับเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากไม่สามารถปรับระดับ Cell Light ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา (อ่านรายละเอียดถัดไป) ทั้งนี้โหมดภาพที่เกี่ยวเนื่องกับระดับความสว่างยังส่งผลถึงอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยตรง ดังนั้นเมื่อทำการปรับโหมดภาพ (ที่ให้ระดับความสว่างแตกต่างกัน) อัตราการใช้พลังงานย่อมแตกต่างกัน ความสว่างของทีวีที่เหมาะสม นอกจากให้ผลด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยในประเด็นเรื่องของการถนอมสายตา ลดอาการล้าขณะรับชมอีกด้วย
โดยทั่วไปโหมด Vivid ซึ่งในความเคยชิน (กับจอทีวีในท้องตลาดทั่ว ๆ ไป บางครั้งเรียกว่าโหมด Dynamic) น่าจะเหมาะกับการใช้งานในสภาพสู้แสง เพราะเป็นโหมดภาพที่มักถูกกำหนดให้จอภาพแสดงความสว่างสูงสุด (Maximum Luminance) และเน้นความจัดจ้านของสีสัน เหตุนี้ผู้ผลิตจึงใช้ในการโชว์ตามห้าง แน่นอนอัตราการกินไฟย่อมจะสูงที่สุดไปโดยปริยาย กระนั้นในกรณีของ 50PZ950 พบว่าที่โหมด Vivid มีอัตราการใช้พลังงานสูงที่สุดตามคาด แต่มิได้เป็นโหมดที่ให้ระดับความสว่างสูงที่สุด (ดูจะแหวกประเพณีอยู่บ้าง) ถึงแม้จะเป็นโหมดภาพที่ให้ระดับความสว่างสูงสุดลำดับที่ 2 แต่ถ้าเทียบในแง่ ประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน (Efficiency) ย่อมแสดงถึงผลลัพธ์ที่ไม่น่าสนใจ ทั้งนี้โหมดภาพที่ให้ความสว่างสูงสุด กลับเป็น Standard ในขณะที่ระดับการใช้พลังงานก็ต่ำกว่า Vivid ด้วยซ้ำ ดังนั้นหากเป้าหมาย คือ การใช้งานในสภาพสู้แสง Standard ย่อมตอบสนองในจุดนี้ได้ดีกว่า
หมายเหตุ: ศักยภาพด้านความสว่างในโหมด Standard ของ 50PZ950 เพียงพอกับการใช้งานในห้องหับตามบ้านทั่ว ๆ ไป ที่มีการควบคุมแสงบ้าง กล่าวคือ ไม่ใช่พื้นที่ที่มีแสงสว่างรบกวนมากนัก
ความสว่างมิใช่บทสรุปว่าภาพดีหรือไม่ดี ประเด็นเรื่องความเที่ยงตรงของสีสัน มีความสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา การตรวจสอบในเบื้องต้น (อ้างอิงค่ากำหนดจากโรงงาน) พบว่ามาตรฐานอุณหภูมิสีของ Standard ก็ทำได้ดีกว่า Vivid ยิ่งตอกย้ำถึงเหตุผลที่ควรใช้โหมด Standard (ในกรณีที่ต้องการสู้แสง) อย่างไรก็ดีหากเป็นการใช้งานที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องสูงสุด (เน้นความเป็น Original ทางด้านสีสันของแหล่งโปรแกรมต้นฉบับ จากอุณหภูมิสี, ระดับ RGB Balance, CMS ฯลฯ) โหมดภาพที่ตอบสนองจุดนี้ได้ดีกว่า Standard ได้แก่ Photo, THX Bright Room และ ISF Expert ตามลำดับ… ขณะเดียวกันระดับความสว่างของทั้ง 3 โหมดนี้ แม้มิได้เน้นสว่างสุด ๆ (ต่ำกว่า Standard อยู่ราว 7.5%, 12% และ 16.5% ตามลำดับ) แต่ก็เพียงพอกับการรับชมภาพยนตร์ หรือเพื่อการณ์อื่นใดที่เน้นความถูกต้อง และพิถีพิถันใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (มีการควบคุมสภาพแสงแวดล้อมอย่างพอเหมาะ) และด้วยความเที่ยงตรงนี้ มันจึงสามารถใช้งานได้กับทุกแหล่งโปรแกรม โดยไม่มีความจำเป็นต้องแยกแยะว่าโหมดนี้ใช้กับภาพยนตร์ โหมดนี้สำหรับทีวี เกม หรือคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ให้วุ่นวาย หากอยู่บนพื้นฐานที่ว่า แหล่งโปรแกรมเหล่านั้น “ได้มาตรฐาน” !
หมายเหตุ:
– คำว่า “ได้มาตรฐาน” นั้น อยู่บนพื้นฐานที่กำหนดโดยอุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์และสื่อวีดิทัศน์ ซึ่งมิใช่มาตรฐานที่อ้างขึ้นมาลอย ๆ หรือใครจะเป็นผู้กำหนดก็ได้ Video Output Standard สำหรับแหล่งโปรแกรมจึงแบ่งออกได้ 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ Video กับ Computer ดังนั้น มาตรฐานที่ใช้แสดงผลจึงแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย (แต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน) ด้วยเหตุนี้การให้รูปแบบโหมดภาพที่แตกต่างกันเพื่อใช้งานกับแหล่งโปรแกรมต่างมาตรฐานจึงเป็นเหตุผลที่ดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานการเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม
– ในโหมด * Standard * (และ Vivid) สามารถปรับชดเชย Color Temp ได้ แม้ว่าจะไม่ละเอียดเท่ากับโหมด ISF แต่ก็ช่วยให้อุณหภูมิสีมีความถูกต้องมากขึ้น (เมื่อต้องการใช้งานในสภาพสู้แสง)
– * THX Cinema * นั้น แม้มิได้โดดเด่นด้านความถูกต้องของสีสัน (เมื่อเทียบกับ THX Bright Room, Photo และ ISF Expert) แต่ก็เป็นโหมดภาพสำเร็จรูปที่เหมาะกับสภาพการรับชมแบบโรงภาพยนตร์ (คือ คุมแสงภายในห้องไว้ค่อนข้างมืด) จากระดับ Cell Light ที่ค่อนข้างต่ำ
– * THX Bright Room * เป็นโหมดภาพที่มีระดับ RGB Balance เที่ยงตรงที่สุด แต่การให้ระดับอุณหภูมิสียังถือว่าต่ำกว่า Photo อยู่เล็กน้อย (แต่ใกล้เคียงกับ ISF Expert1) และในโหมดนี้ไม่สามารถปรับชดเชยแก้ไขให้เที่ยงตรงขึ้นได้ แต่ถือเป็น โหมดภาพสำเร็จรูป ที่ให้ผลลัพธ์เหนือกว่าระดับมาตรฐานทั่วไป
– * Photo * เป็นโหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานที่น่าสนใจที่สุด ในกรณีที่ไม่ต้องการปรับแต่งค่าใด ๆ เพิ่มเติม (กระนั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาจต้องตรวจสอบระดับ Contrast/Brightness/Colour อีกเล็กน้อย)
– * ISF Expert * นั้น แม้ว่าผลลัพธ์จากค่ามาตรฐานที่ตั้งมาจากโรงงานมิได้เที่ยงตรงสูงสุด แต่โหมดนี้รองรับการปรับแต่งได้อย่างละเอียด จึงเป็นหมวดที่ควรเลือกใช้ สำหรับผู้ที่ต้องการความพิถีพิถัน ซึ่งในส่วนของการกำหนด White Balance รองรับ calibration process ได้ทั้งแบบพื้นฐาน (2-Point Method) ร่วมกับแบบโปร (20-Point Method) ซึ่งให้ความละเอียดในระดับสูง
– อินเทอร์เฟสเมนูปรับภาพของ 50PZ950 ค่อนข้างกวนการตรวจวัดเพื่ออ้างอิงการปรับภาพแบบละเอียดอยู่บ้าง เนื่องจากรูปแบบเมนูที่ใช้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และกินพื้นที่บริเวณกึ่งกลางจอไปพอสมควร โดยจะกระทบกับค่าการปรับแต่งช่วงความสว่างต่ำ ๆ อย่างไรก็ดีในประเด็นนี้มิได้เป็นปัญหาใหญ่ เพียงแต่ต้องอาศัยเวลา และความใจเย็นนิดนึง และมิได้ส่งผลกระทบกับศักยภาพการใช้งานใด ๆ ทั้งสิ้น
* การอ้างอิงโหมดภาพเฉพาะกับ LG 50PZ950

หมายเหตุ: คอนเซ็ปต์ของฟีเจอร์ Dynamic Contrast เป็นความพยายามเพิ่มระดับคอนทราสต์ หรือความเปรียบต่างของระดับความสว่างและส่วนมืดของภาพ โดยการทำให้ภาพโดยรวมดูสว่างขึ้น ในขณะที่กดระดับสีดำ (ช่วงความสว่างต่ำ ๆ) ให้มืดลงบางช่วง และ/หรือ ปรับให้สูงขึ้นในบางช่วง อย่างไรก็ดีหากว่ากันตามตรง ฟีเจอร์นี้มิได้เป็นตัวเพิ่มศักยภาพการใช้งานโดยตรง กล่าวคือ มิได้เพิ่มระดับคอนทราสต์ในทางทฤษฎี (ตามการอ้างอิงมาตรฐานที่ใช้ระดับความสว่างสูงสุดเปรียบต่างกับระดับความสว่างต่ำสุด) กระนั้นที่ภาพโดยรวมก็อาจดูสว่างขึ้น เพราะใช้เทคนิคเพิ่มระดับความสว่างในสเต็ปรอง ๆ ลงมา ด้วยเหตุนี้มันกลับจะลดทอน หรือบิดเบือนในแง่ของความถูกต้อง (ลดทอนความเป็น Original) ลงด้วยซ้ำ ในกรณีที่ปรับภาพอย่างเหมาะสมแล้ว
ย้อนกลับมาที่ศักยภาพด้านความสว่าง การกำหนดโหมดภาพที่สัมพันธ์กับระดับความสว่างตามลักษณะการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ อันเกี่ยวเนื่องกับระดับการใช้พลังงานงานไปโดยปริยาย และ โหมดประหยัดพลังงาน (Energy Saving) เป็นตัวเลือกสำคัญที่กำหนดระดับการใช้พลังงานโดยตรง ทั้งนี้ทีวีในปัจจุบันรองรับทั้งการกำหนดค่าแบบแมนนวล และออโต้ กล่าวคือ ผู้ใช้ 50PZ950 สามารถกำหนดระดับการใช้พลังงานของทีวีลงได้เอง 3 ระดับ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เพื่อให้ระดับความสว่างที่ได้ สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมการใช้งาน แต่อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่า คือ อาศัย Intelligent Sensor ให้ระบบทำการวัดแสงสภาพแวดล้อม เพื่ออ้างอิงกำหนดค่าความสว่าง (ระดับ Cell light) โดยอัตโนมัติ เป็นแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้ ในการจัดการการใช้พลังงานของทีวีอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ดีในสถานะที่ปิดไฟในห้องทั้งหมดพบว่า การให้น้ำหนักจาก Intelligent Sensor ของ 50PZ950 ยังติดสว่างไปสักหน่อย หากต้องการรับชมในรูปแบบนี้ (ปิดไฟ) อาจต้องใช้การกำหนดระดับ Energy Saving แบบ Manual โดยกำหนดค่าที่ Maximum แทน ส่วนความฉับไวของระบบอัตโนมัติ ที่ใช้ในการปรับลดระดับ Cell Light จนคงที่ นับว่ามีความรวดเร็วอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว
นอกจากนี้ในกรณีฟังเพลง ข่าว Internet Radio ฯลฯ ที่ไม่ได้ต้องการดูภาพ สามารถปิดเฉพาะจอชั่วคราวได้ด้วย Screen Off (ฟังก์ชั่นอื่นของทีวีจะยังทำงานตามปกติ) จะช่วยประหยัดพลังงานลงได้มหาศาล (มากกว่า 90%) เนื่องจากการใช้พลังงานของทีวีส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการแสดงภาพ และยังช่วยถนอมจอภาพอีกด้วย เหมาะมาก ๆ กับเทคโนโลยี Plasma TV

หมายเหตุ:– นอกเหนือจากประเด็นเรื่องของการประหยัดพลังงานแล้ว การกำหนดระดับความสว่างของจอภาพอย่างเหมาะสมยังช่วยถนอมสายตาอีกด้วย- ถึงแม้ว่า 50PZ950 จะไม่สามารถปรับระดับ Cell Light แบบละเอียดได้ (เป็นพารามิเตอร์ที่ใช้กำหนดค่าแบบตายตัวในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการควบคุม) กระนั้นอาจอาศัย Energy Saving ในการกำหนดค่าแบบกว้าง ๆ ในจุดนี้แทน ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นได้

Plasma TV ไม่มีปัญหาเรื่องของ Backlight Leakage ดังนั้นไม่ว่าจะปรับภาพให้สว่างมากเพียงใด ก็ไม่มีผลกระทบกับการสูญเสียระดับ black level อันเป็นปัญหาที่พบได้กับ LCD/LED TV ที่ไม่มี Local Dimming หรือ Dynamic Backlight ประกอบกับการที่ผู้ใช้ปรับระดับ Backlight ของ LED/LCD TV ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน แต่ข้อได้เปรียบของ Plasma ในจุดนี้ ก็อยู่ที่ พาเนล เองด้วยว่าสามารถแสดงสีดำได้ดีเพียงใด (สีของพาเนลเองก็มีผล รวมไปถึงการควบคุมอัตราการเรืองแสงในขณะแสดงสีดำ) ซึ่ง 50PZ950 ทำได้ดี ไม่มีข้อติติง
ส่วนศักยภาพการให้ระดับความสว่างสูงสุด อาจต้องพิถีพิถันในการควบคุม แสงแวดล้อม (Ambient light) ให้อยู่ในระดับที่พอดี อาจไม่ถึงกับต้องมืดทึม ที่สว่าง ๆ ก็ดูได้ แต่ต้องไม่สว่างเกินไปจนกวนการรับชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับชมในรูปแบบ 3D ที่ต้องการศักยภาพด้านความสว่างจากจอภาพมากขึ้น (ไม่ว่าจะเป็นจอภาพชนิดใด)

ผมออกจะงง ๆ นิดหน่อย กับการเรียกใช้คำของ LG ในพารามิเตอร์ Aspect Ratio เพราะผลลัพธ์จากการใช้งานโหมด Original มันไม่เชิงว่าผลลัพธ์จะออกมา Original เท่าไหร่ เนื่องจากยังมีการสเกลขนาดภาพอยู่ (มีการ over scan เช่นเดียวกับการเลือกโหมด 16:9) ในขณะที่โหมด Just Scan ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงตามการแสดงภาพต้นฉบับ (ไม่มีการสเกลปรับเปลี่ยนขนาดภาพใด ๆ ทั้งสิ้น น่าจะเหมาะกับคำว่า “Orignal” มากกว่า) ทั้งนี้การแสดงภาพ “ต้นฉบับ” จะเหมาะกับแหล่งโปรแกรมคุณภาพสูง (BD, Computer) หรือแหล่งโปรแกรมทั่วไปที่ผ่านการอัพสเกลมาแล้ว นอกนั้นอาจเลือกใช้โหมดอื่นตามความเหมาะสม

การทดสอบการใช้งานเป็นจอมอนิเตอร์ โดยการเชื่อต่อกับ Notebook ผ่านสาย HDMI
ได้รายละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080 pixels เต็มหน้าจอ ภาพนุ่มนวลดูสบายตาดี สามารถพูดได้ว่าตอบสนองการใช้งานในจุดนี้ได้ดี ศักยภาพสามารถนำไปใช้กับงานที่ต้องการแสดงภาพเพื่ออ้างอิงความถูกต้องได้ แต่ต้องระวังจอเบิร์นนิดนึง (จากการเปิดค้างภาพนิ่งนานเกินไป) ซึ่งเป็นข้อควรระวังโดยปกติ สำหรับเทคโนโลยี พลาสมา อยู่แล้ว

3D แบบ Active จึงได้ความคมชัดแม้ดูในระยะที่ค่อนข้างใกล้ประชิดกับจอภาพ ซึ่งให้มิติที่หลุดลอยน่าประทับใจทีเดียว

สรุป
ผลลัพธ์จากพารามิเตอร์อื่น ๆ ที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับศักยภาพของ LG 50PZ950

Gamma – Normal

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– Borderless Design อันคุ้นเคย ด้วยการใช้แผ่นกระจกที่ทนทาน ปิดทับเต็มพื้นที่ นอกจากดูดีเสมือนไม่มีขอบแล้ว ยังช่วยปกป้อง เพิ่มความแกร่งให้กับพาเนลได้ด้วย ฐานตั้งรูปแบบพื้นฐาน มิได้หวือหวา แต่ก็ใช้งานได้ดี
– คุณภาพเสียงระดับมาตรฐานสำหรับระบบเสียงของทีวี
– ถึงแม้มิได้บิลท์อิน WiFi มา แต่ก็แถม USB Wifi Dongle มาให้ จุดเชื่อมต่อพื้นฐานครบครัน
Component/Composite เป็นรูปแบบปกติ ไม่ต้องเสียบผ่านอแดปเตอร์
– Magic Motion Remote Control ปฏิวัติรูปแบบการควบคุมทีวี ฟังก์ชั่นหลักของ Smart TV อย่างเช่น การแชร์มีเดียไฟล์ผ่านเน็ตเวิร์ก และการเข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์ผ่าน NetCast ที่รองรับ Local Content หรือจะท่องเว็บผ่าน Web browser โดยตรงไม่ต้องง้อคอม ฯ ไปจนถึงสามารถเพิ่มเติม LG Apps ที่มีจำนวนมากมายได้
– ด้วยระดับราคาไม่เกิน 5 หมื่น บาท กับศักยภาพด้านภาพที่ได้จาก พลาสมา ทีวี รุ่นท็อปเครื่องนี้ ทั้งภาพ 2D/3D รวมไปถึงฟีเจอร์ปลีกย่อยอื่น ๆ ช่างยั่วยวนหัวใจอย่างยิ่ง !