Your viewing experience just got “Bigger” !! รีวิว Samsung PS-51D8000 [2011]

ที่ Samsung พลิกผันตัวเองจนขึ้นมายืนในจุดที่สามารถท้าชนบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่เจ้าตลาดในอดีตดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีการที่ทำให้สินค้าเป็นที่จดจำในตลาดได้นาน แน่นอนว่าการประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่วิธีการนี้จะสัมฤทธิ์ผลก็เฉพาะในช่วงที่มีการโหมโฆษณา หรือมีการโปรโมทส่งเสริมการขายเท่านั้น หากหมดช่วงโปรโมชั่นก็มักจะถูกลืมเลือนไป ทว่า หากสามารถทำให้ตัวสินค้าสื่อสารเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้อยู่เสมอด้วยตัวของมันเองล่ะ ? แน่นอนว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการอาศัย “ความรู้สึก” (ที่มักอยู่เหนือเหตุผล) และการเข้าถึง จิตใจ ของผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนความรู้สึกก็มีเครื่องมือที่หลากหลาย แต่จุดที่ Samsung ทำได้โดดเด่น คงไม่มีอะไรเหนือไปกว่า “ความงาม” !

| Brand | Samsung |
| Model | PS-51D8000 |
| Size | 51″ |
| Type | 3D Plasma + Smart TV |
| Resolution | Full HD 1920 x 1080 |
| 3D Type | Active |
| Video Processor | 3D HyperReal Engine |
| Connection | HDMI x 4, Component/Composite x 1, VGA Optical Out, USB x 2 |
| Network & Internet Connection | LAN, Wi-Fi (Integrated) |
| Internet Services | Smart Hub, Samsung Apps (Local content included) |
ราคา 69,990 บาท
ดีไซน์
กรอบ (Frame) และ/หรือ ขอบ (Border) กับ ทีวี ถือเป็นของคู่กัน ที่ผ่านมาจะเห็นผู้ผลิตพยายามกำจัดขอบ (กรอบ) ออกจากทีวี เพื่อผลทั้งทางด้านจิตวิทยา (ความรู้สึกเสมือนหลุดกรอบ สู่ประสบการณ์ไร้ขอบเขต ฯลฯ) และด้านมุมมองความสวยงาม อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดด้านเทคนิคบางประการ ทำให้ไม่สามารถกำจัดขอบ (กรอบ) ออกไปจากทีวีได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่มิได้หมายความว่าจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ จากผู้ผลิต

หากเปรียบเทียบดีไซน์ของ LED TV และ Plasma TV ของ Samsung ในปีนี้ จะพบว่าคอนเซ็ปต์ในการออกแบบโดยเฉพาะรุ่นสูง (D8000) มีความแตกต่างกัน LED TV ใช้รูปแบบที่เรียกว่า One Design โดยการออกแบบโครงสร้างกรอบให้มีความบางมากกก จนแทบจะประชั้นชิดติดขอบจอกันเลยทีเดียว

ในส่วนของ Plasma TV นั้น แม้ว่าดีไซน์กรอบจะมิได้เน้นบางมากเหมือน LED TV ดูเผิน ๆ เลยเหมือนกับทีวีจอบางที่มีกรอบทั่วไป (และก็คล้ายกับ LED TV รุ่นสูงของ Samsung ในปีที่แล้ว) แต่ในความเป็นจริงมีความแตกต่างกันอยู่ นอกจากขนาดกรอบที่ทำได้บางลงกว่าเดิม มีส่วนเปิดเผยพื้นที่จอภาพที่เดิมถูกบดบังอยู่ ทำให้ได้ขนาดพื้นที่การแสดงผล (Display Area) ที่กว้างขึ้นอีก 1 นิ้ว ดังคอนเซ็ปต์ที่มีชื่อเรียกว่า Plasma +1 หมายเหตุ: จากประเด็นข้างต้น จึงอาจใช้ “ดีไซน์กรอบ” ในการแยกแยะรุ่นของทีวี Samsung ในตลาด อันเกี่ยวเนื่องกับชนิดของเทคโนโลยีจอภาพในเบื้องต้น คือ แอลอีดี – กรอบจอบาง, พลาสมา – กรอบจอหนา แต่ได้ขนาดพื้นที่แสดงผลเพิ่มขึ้นอีก 1 นิ้ว… ทว่าข้อสังเกตนี้ จะใช้อ้างอิงได้กับทีวีของ Samsung รุ่นสูงเท่านั้น

สไตล์การออกแบบอีกประเด็นหนึ่งที่ Samsung ยึดมั่นมาโดยตลอด คือ Ultra Slim หรือ ทีวีจอบางมากกกก
ในช่วงต้นของการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานของ Plasma TV เป็นเหตุให้จอภาพมีขนาดความหนามากกว่า (Edge) LED TV อยู่มาก ทว่าปัจจุบัน ก็อย่างที่เห็นในภาพ… เรียกว่า “บาง” ไม่ต่างกับ (Edge) LED TV ทั่ว ๆ ไป ซึ่ง Plasma TV ของ Samsung ทำได้บางกว่ามาตรฐานในท้องตลาดอีกเล็กน้อย อย่างไรก็ดีถ้าจะวัดกันที่ความบางเฉียบ ระดับ “ปากกา” ยังไงก็ยังต้องยอมยกให้ LED TV เขานะ (อย่าง C9000 น่ะ)
ส่วนขาตั้ง ยังโฉบเฉี่ยวแหวกแนวด้วยโครงสร้างแบบ 4 แฉก (Quad) ไม่ใช่ฐานแผ่นกระจกสี่เหลี่ยมเรียบ ๆ แบน ๆ พื้น ๆ เหมือน ๆ กันไปหมด ขาตั้งจึงกลายเป็นเอกลักษณ์ที่มีเฉพาะกับทีวีของ Samsung อันน่าจดจำอีกประการหนึ่ง

ปุ่มกดระะบบสัมผัส (อันที่จริงจะเรียกปุ่มก็ไม่ถูกนัก เพราะปุ่มมันต้องนูน)
ลอยเด่นอยู่บนผิวอะครีลิกใส ดูแจ่มมาก วัสดุใสนี้ยังใช้แก้เลี่ยนผิวแบบโลหะได้ด้วย แต่เวลาแสงสว่างน้อย ๆ ก็มองเห็นปุ่มยากอยู่เหมือนกันนะ มีไฟส่องสว่างหน่อยละก็ แจ๋วเลย

ช่องต่อด้านหลัง จากรูปนี้จะเห็นช่องต่อ Component และ Composite ที่ใช้งานร่วมกัน (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง) โดยเป็นรูปแบบมินิแจ็ค ต้องใช้ร่วมกับสายอแดปเตอร์ที่ผู้ผลิตให้มา
แผ่นปิดหลังเป็นโลหะสีดำบาง ๆ กดแล้วยวบ ๆ นิดนึง แต่คงไม่กระทบกับความแข็งแรง เพราะโครงสร้างพื้นฐานก็ดูแข็งแรงอยู่ นับเป็นข้อดีในประเด็นด้านน้ำหนัก ยกดูก็รู้เลยว่าเบาสบายกว่า Plasma TV เครื่องอื่นเยอะเลย (แต่ก็ยังหนักอยู่นะเมื่อเทียบกับ LED/LCD TV ทั่วไป)

ช่องต่อสำคัญที่ใช้งานบ่อย ๆ อยู่ด้านข้าง
HDMI จำนวน 4 ช่อง, USB Input 2 ช่อง เสียบอุปกรณ์ได้ไม่ต้องเขียม เพราะไม่ต้องสละหนึ่งช่องให้ USB WiFi Adapter (มันฝังมาในตัวทีวีแล้ว) มีอ็อพติคัลออดิโอเอาต์ สำหรับเชื่อมต่อระบบเสียงรูปแบบดิจิทัลไปยังอุปกรณ์เครื่องเสียงภายนอก (ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง กรณีชุดเครื่องเสียงไม่รองรับ ARC ทาง HDMI) หรือจะเชื่อมต่อสัญญาณเสียงพื้นฐานแบบอะนาล็อกผ่านช่องต่อ 3.5mm Audio Out ก็ได้ (ช่องเดียวกับที่ใช้เสียบหูฟัง)

ขนาดกรอบที่บางลง ส่งผลให้ได้พื้นที่แสดงผลเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ผู้ชมจะได้รับประสบการณ์จากภาพที่รับชมร่วมกับ Plasma TV โมเดลใหม่นี้ ได้กว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิม แม้จะเพียงนิ้วเดียวก็ตาม… แต่นี่คงมิใช่ประเด็นเดียว ที่สร้างความประทับใจให้กับ Plasma TV ของ Samsung ในปีนี้… ศักยภาพด้านอื่น ๆ อย่างคุณภาพของภาพ และฟีเจอร์อย่าง Smart TV จะเป็นตัวจักรสำคัญในการขยาย “ประสบการณ์รับชม” ของผู้ใช้ให้กว้างขึ้น… หรือเปล่า ?

โหมดภาพสำเร็จรูป ในที่นี้เลือกโหมด Movie (มีการเปลี่ยนแปลงค่ากำหนดบางอย่าง เพื่อผลทางการทดสอบ)
PS-51D8000 อาจไม่มีโหมดภาพมากมายให้เลือกจำนวนมาก ซึ่งไม่มีความจำเป็น หากว่าสามารถปรับเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์ของแต่ละโหมดได้อย่างยืดหยุ่น จุดเด่นของ Samsung Plasma TV คือ ความสามารถกำหนด Cell Light ได้โดยตรง (ไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงโดยอิงกับโหมดภาพ หรืออาศัย Energy Saving) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นอกเหนือจากค่ากำหนดอื่น ๆ ที่มีเยอะตามมาตรฐานของทีวีระดับสูง จึงสามารถกำหนดค่าได้ละเอียด และยืดหยุ่นกว่า… แต่จะได้ประโยชน์อะไร ? คงต้องไปว่ากันช่วงท้าย

Screen Burn Protection ป้องกันหน้าจอไหม้ ฟีเจอร์พื้นฐานที่ต้องมีสำหรับ Plasma TV
ซึ่งของ Samsung รุ่นนี้จะเน้นในส่วนของการป้องกันเป็นหลัก โดยใช้ฟีเจอร์ Pixel Shift ขยับภาพทั้งจอทีละน้อยเพื่อเลื่อนตำแหน่งไม่ให้ค้างอยู่จุดเดิมนานเกินไป
หมายเหตุ: ฟีเจอร์ Scrolling เป็นรูปแบบแพทเทิร์นที่ใช้แก้ไขปัญหาภาพติดค้างหน้าจอแบบชั่วคราว ของ Samsung จะเรียกใช้งานได้ในบางโหมด

ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใช้งาน และปรับแต่งค่ากำหนด แต่ฟีเจอร์สนับสนุนอย่างคำแนะนำในการติดตั้ง และอธิบายการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ถูกใส่เข้ามาในตัวทีวี (เอาไว้อ้างอิงกรณีไม่อยากหยิบคู่มือการใช้งาน)

โหมดเสียงสำเร็จรูป
เลือกรูปแบบเสียงได้ 5 รูปแบบ ความแตกต่างอยู่ที่การชดเชย EQ เพื่อ (หวังว่า) จะช่วยชดเชยเสียงของทีวีให้ศักยภาพพอเหมาะกับจุดเด่นของแหล่งโปรแกรมแต่ละรูปแบบ เช่น Movie จะเพิ่ม EQ ย่านต่ำ Clear Voice เน้นย่านเสียงกลาง ฯลฯ ส่วน Standard จะเป็นแบบ Flat (ไม่มีการปรับชดเชย EQ เพิ่มเติม) ก็แล้วแต่ผู้ใช้จะลอง

หากพูดถึงฟีเจอร์เด่นของทีวีวันนี้ คงไม่อาจเลี่ยง Samart TV ไปได้

Smart Hub อันเป็นประตูสำหรับผู้ใช้ในการเข้าถึงความบันเทิงทั้งหมดจาก Samsung Smart TV

ด้วยการผนวกรวม WiFi ที่บิลท์อินมาในตัวทีวี ทำให้การเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเน็ตเวิร์ก และอินเทอร์เน็ตร่วมกับ PS51D8000 เป็นเรื่องที่สะดวก ไม่จำเป็นต้องลากสายใด ๆ เพิ่มเติมให้วุ่นวาย

SF SHOWTIME @ TV วันนี้คุณสามารถเช็ครอบภาพยนตร์ในเครือ SF ดูรายละเอียดและชมตัวอย่างภาพยนตร์ ก่อนตัดสินใจได้ง่าย ๆ จากที่บ้าน นี่คือหนึ่งจากอีกหลาย ๆ คอนเทนต์ (local) จาก Samsung เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ !

The Nation :: เปลี่ยนจากบันเทิงมาหาสาระข่าวสารบ้างก็ยังได้

หรือจะให้ทีวีช่วยทำมาหากิน เอามาเช็คหุ้นจาก SETTRADE ก็ดี

Social TV :: สมัยนี้ไม่ได้ tag ใคร เป็นได้ขาดใจ จะออนไลน์ “เฟสบุ๊ค” “ทวิตเตอร์” พร้อม ๆ กับการรับชมรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ไปด้วยก็ได้ ไม่มีขาดตอน

EXPLORE 3D :: ขี้เกียจหาคอนเทนต์ 3D หรือ ? ไม่เป็นไร มาชมในรูปแบบออนไลน์วิดีโอได้ฟรี ๆ เลย ใส่แว่นหน่อย ได้เด้งสมใจ

YouTube :: เบื่อ 3D แล้วก็กลับมาดู 2D ผ่าน YouTube ได้เหมือนเดิม

Samsung Apps ศูนย์รวมแอ็พพลิเคชั่น เพื่อผู้ใช้ทีวีซัมซุง มีการอัพเดทเพิ่มเติมเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ เรียกว่ามีให้โหลดมาลองกันไม่หวาดไม่ไหว


ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใช้งาน และปรับแต่งค่ากำหนด แต่ฟีเจอร์สนับสนุนอย่างคำแนะนำในการติดตั้ง และอธิบายการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ถูกใส่เข้ามาในตัวทีวี (เอาไว้อ้างอิงกรณีไม่อยากหยิบคู่มือการใช้งาน)

โหมดเสียงสำเร็จรูป

อีกฟังก์ชั่นหนึ่งของ Samsung Samart TV นอกเหนือจากออนไลน์คอนเทนต์ ก็คือการแชร์มีเดียไฟล์ร่วมกับคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเน็ตเวิร์ก หรือทาง USB

เล่นไฟล์ Multimedia จาก USB External Harddisk ไม่ว่าจะเป็น Movie Music หรือ Photo

อินเทอร์เฟสเมื่อรับฟังเพลงผ่าน USB สามารถแสดงรายละเอียดได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นปกอัลบั้ม ชื่อเพลง ชื่อศิลปิน ฯลฯ

ดูหนังไฮเดฟผ่านทาง USB เปลี่ยนเสียง และซับไตเติลได้ (สำหรับฟอร์แม็ตไฟล์ที่รองรับ)

ชมภาพถ่าย รองรับรูปแบบสไลด์โชว์
ภาพ
ถึงแม้ PS-51D8000 จะให้รูปแบบ Picture Modes มาเพียง 4 แบบ แต่นับว่าครอบคลุมกับรูปแบบการใช้งาน ทว่าด้วยความยืดหยุ่นในการตั้งค่า อันรวมไปถึงการกำหนดระดับ Cell Light อย่างละเอียดหากต้องการขยายขีดความสามารถด้านการกำหนดระดับความสว่างให้เหมาะสมลงตัวกับสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ดีการกำหนดระดับที่ผู้ผลิตให้มาในแต่ละโหมด นับว่าเหมาะสมแล้วกับรูปแบบการใช้งานปกติทั่วไป
ประเด็นความแตกต่างที่สำคัญของโหมดภาพแบบต่าง ๆ ที่ควรพิจารณา คือ เรื่องของสถานะการให้ระดับความสว่างที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ระดับความสว่างสำหรับจอภาพย่อมเกี่ยวเนื่องกับอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยตรง ดังนั้นเมื่อทำการปรับโหมดภาพ (ที่ให้ระดับความสว่างแตกต่างกัน) อัตราการใช้พลังงานย่อมแตกต่างกัน ทั้งนี้ความสว่างของทีวีที่เหมาะสม นอกจากเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยในประเด็นเรื่องลดอาการล้าสายตาอีกด้วย
ผมอาจจะอ้างถึงอยู่บ่อย ๆ ถึงการปรับลดระดับความสว่างของทีวีไม่ให้สูงเกินไป แล้วปัญหาศักยภาพการให้ระดับความสว่างของทีวีไม่เพียงพอกับการใช้งานล่ะ…? หากความสว่างของทีวีไม่เพียงพอที่จะสู้กับสภาพแสงแวดล้อม ภาพย่อมขาดพลัง ดิเทลหดหาย เวลาดูต้องคอยเพ่ง ดูนาน ๆ ก็ล้าเหมือนกัน แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นปัญหาด้านศักยภาพพื้นฐานของทีวีเอง แต่มักแก้ไขได้ด้วยการเลือกพื้นที่ใช้งานที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม แต่หากศัยภาพของทีวีสูงเท่าไหร่ ปัญหาการสร้างความยุ่งยากแก่ผู้ใช้ที่อาจจะเกิดตามมาย่อมลดน้อยลง เช่นเดียวกับ PS-51D8000 เนื่องจากการถ่ายทอดระดับความสว่างนับว่าพอเพียงกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สว่าง หากปรับระดับ Cell Light ไว้สูงก็น่าจะพอเพียง แต่การควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสมเป็นทางออกที่ให้ประโยชน์มากกว่า เพื่อป้องกันปัญหารบกวนการรับชมอื่น ๆ ที่จะตามมา (เช่น แสงสะท้อนหน้าจอ) และประเด็นเรื่องของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นวาระแห่งการใช้งานทีวี ที่ไม่ควรละเลย ! (โดยเฉพาะ Plasma TV)

Samsung PS-51D8000
| Picture Mode | CTT *(70IRE) | Cell Light ** |
| Dynamic | 8154 | 20 (Max) |
| Standard | 7134 | 14 |
| Relax | 6261 | 10 |
| Movie | 5561 | 13 |
* Pre-cal Color Temperature / ** Factory Default
หากสังเกตุรูปแบบโหมดภาพ กับอัตราการใช้พลังงาน ควบคู่กับระดับ Cell Light (ซึ่งเป็นค่ากำหนดมาจากโรงงาน แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้) พบว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน แน่นอนว่าศํกยภาพด้านความสว่างของ Dynamic สูงที่สุด จากการกำหนดระดับ Cell Light สูงที่สุด (ที่ 20) จึงเป็นโหมดที่เน้นใช้งานในสถานการณ์สู้แสง คำถาม คือ ถ้าหากปรับระดับ Cell Light ของโหมดอื่น ๆ ขึ้นมาในระดับสูงสุดเท่ากับ Dynamic (ที่ 20) จะได้ระดับความสว่างสูงสุดเท่ากันหรือไม่ ? ก็ขอตอบว่า ไม่เท่าครับ เนื่องจากตัวแปรอื่น ๆ นอกเหนือจากระดับ Cell Light ส่งผลกับระดับความสว่างต่างกัน แต่ก็ช่วยให้ระดับความห่างของแต่ละโหมดลดน้อยลงจนใกล้เคียงกัน นี่จึงเป็นประโยชน์ของการที่ผู้ผลิตเปิดโอกาสให้ผู้ใช้กำหนดระดับ Cell Light ได้เอง เพราะจะช่วยให้โหมดอื่น ที่ให้ระดับความเที่ยงตรงของสีสัน (และเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านพักอาศัยมากกว่า) มีศักยภาพด้านการถ่ายทอดระดับความสว่างใกล้เคียง Dynamic
กระนั้น ระดับความสว่างไม่ใช่ตัวกำหนดว่าทีวีสามารถตอบสนองการใช้งานได้ดีกว่า และภาพที่ดี ก็มิได้หมายถึงภาพสว่างกว่า การกำหนดระดับความสว่างที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานต่างหากที่จะส่งผลให้ภาพดี !! เพราะนอกจากลดอาการล้าสายตา ยังลดการใช้พลังงานที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งถ้าหากเป็นการใช้งานในบ้านพักอาศัย ระดับ Cell Light ที่ผู้ผลิตกำหนดมาให้ในโหมด Standard, Relax และ Movie นับว่าเหมาะสมเพียงพอกับการใช้งาน
หมายเหตุ:
– โหมดภาพทุกโหมดของ PS-51D8000 สามารถปรับพารามิเตอร์ชดเชยด้านการปรับภาพได้ละเอียด ซึ่งรวมไปถึงการเลือกรูปแบบ Color Tone (Color Temp) ได้ แม้ว่าอัตราความเที่ยงตรงที่ได้จะแตกต่างกันในแต่ละโหมด
– จากตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Picture Mode กับ Color Temp ข้างต้น จะเห็นว่าโหมด Movie มีระดับอุณหภูมิสีค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน D65 อย่างไรก็ดีหากปรับ Colour Tone จาก Warm2 (Default) มาเป็น Warm1 (ซึ่งเป็นพารามิเตอร์เดียวกับ Relax) ก็จะให้ผลลัพธ์ด้านอุณหภูมิสีที่ใกล้เคียง D65 มากขึ้น
– Movie กับ Relax ให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน หากเป็นค่ากำหนดจากโรงงาน Relax จะมีความเที่ยงตรงด้านอุณหภูมิสีสูงกว่า Movie (ผลจากพารามิเตอร์ Colour Tone) เหตุที่ผู้ผลิตตั้งชื่อโหมดนี้ว่า Relax เพราะระดับความสว่าง (Cell Light) ที่ค่อนข้างต่ำ มีโอกาสช่วยให้ดูได้สบายตากว่า
– แม้ Samsung ไม่ดำเนินการพะยี่ห้อการรับรองจากสถาบันใด ๆ แต่ศักยภาพของ PS-51D8000 หาได้ด้อยกว่าใคร ทั้งในส่วนของค่ากำหนดพื้นฐานจากโรงงาน (Movie + Warm1) ไปจนถึงการปรับแต่ง White Balance แบบละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งรองรับ calibration process ได้ทั้งแบบพื้นฐาน (2-Point Method) ร่วมกับแบบโปร 10p White Balance (10-Point Method)

PS51D8000 สามารถกำหนดระดับของ Energy Saving โดยผู้ใช้เองได้ 3 ระดับ ซึ่งอันที่จริงเป็นการลดระดับ Cell Light ลงเป็นสเต็ปกว้าง ๆ นั่นเอง ถามว่าฟีเจอร์นี้จะมีประโยชน์ตรงไหน เนื่องจากเราสามารถกำหนดระดับ Cell Light จากหัวข้อ Picture Menu ได้ละเอียดกว่า…
ทั้งนี้ Energy Saving จะมีประโยชน์ในการปรับลดระดับการใช้พลังงานลงชั่วคราว เพื่อให้ไม่ต้องไปยุ่งกับค่า Cell Light โดยตรงบ่อย ๆ (เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวงง จำค่าเดิมไม่ได้) อย่างเช่น กรณีต้องการปรับลดระดับความสว่างชั่วคราวให้เหมาะสมกับการใช้งานระหว่างวัน (กลางวัน – สว่าง, กลางคืน – มืด) หรือเวลาเปิด กับปิดไฟดู แต่อีกวิธีที่ให้ความสะดวกเช่นกัน คือการแยกโหมดสำหรับสภาพการใช้งานแต่ละรูปแบบ เช่น Movie ดูตอนกลางวัน (สว่าง) Relax ดูตอนกลางคืน (dim ไฟ) ก็ได้
สำหรับ Picture Off นั้น น่าสนใจมากในกรณีเน้นฟังเสียงจากทีวี (ฟังข่าว เพลง Internet radio ฯลฯ) หรือเปิดทีวีไว้ในขณะทำกิจกรรมอื่น และไม่เน้นดูภาพ ฟังแต่เสียง ก็สามารถปิดจอชั่วคราวด้วยวิธีนี้ ในขณะที่ฟังก์ชั่นอื่น ๆ ของทีวีจะยังทำงานไปตามปกติ แต่จะช่วยประหยัดพลังงานลงได้อย่างมหาศาล (มากกว่า 90%) เนื่องจากการใช้พลังงานของทีวีส่วนใหญ่หมดไปกับการแสดงภาพและให้ความสว่าง

การปรับเปลี่ยนระดับ Cell Light ไม่ว่าจะตั้งค่าละเอียด หรืออ้างอิงแบบคร่าว ๆ (ผ่าน Energy Saving) หัวใจสำคัญอยู่ที่การกำหนดระดับให้สัมพันธ์กับสภาพการใช้งาน แต่การกำหนดค่าแบบแมนนวลดังวิธีข้างต้น อาจจะยุ่งยากไปสักหน่อยสำหรับหลาย ๆ ท่าน ดังนั้นทางออกที่ง่ายกว่า คือ การใช้งาน Eco Sensor (Menu –> System –> Eco Solution) ทีนี้พอระดับแสงแวดล้อมเปลี่ยน ระบบก็จะทำการกำหนดระดับความสว่างของทีวีให้อย่างเหมาะสม โดยอัตโนมัติ ! ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องคอยปรับระดับ Cell Light หรือ Energy Saving บ่อย ๆ ไม่เสี่ยงกับการฝืนรับชมที่ระดับความสว่างสูงเกินไป ตาก็ไม่ล้า ค่าไฟก็ไม่บาน สะดวกดี
ผลลัพธ์ด้านศัยภาพของ Eco Sensor นี้ นับว่าตอบสนองการใช้งานได้น่าสนใจมาก ระดับความสว่างกับระดับแสงแวดล้อมสัมพันธ์กันดี แต่ต้องให้เวลาระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัตินี้ทำงานนานสักหน่อย โดยจะค่อย ๆ ปรับลดความสว่างลงจนถึงระดับที่เหมาะสม…
หมายเหตุ:
– แนะนำให้กำหนด Min Cell Light (ในหัวข้อ Eco Sensor) ไว้ที่ 0 เพื่อขยายขีดความสามารถของระบบอัตโนมัติในการกำหนดระดับ Cell Light ได้ต่ำสุด ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการใช้งานในห้องที่มืดสนิท จากรูปข้างบนอาจจะเห็นว่าในสถานะปิดไฟ ภาพออกมืดไปนิด แต่ในการรับชมจริงจะพบว่าความสว่างจะกำลังดี ไม่จ้า และไม่ทึมจนเกินไป
– ในส่วนเพดานของระดับความสว่างสูงสุด (เมื่อรับชมในที่สว่าง) ของ Eco Sensor จะขึ้นอยู่กับการกำหนดระดับ Cell Light ใน Picture Menu ทั้งนี้หากเป็นการใช้งานในสภาพแสงที่ได้รับการควบคุม กล่าวคือ ระดับแสงแวดล้อม (Ambient Light) อยู่ในระดับคงที่ตลอด จะกำหนดค่า Cell Light แบบตายตัว ไม่พึ่ง Eco Sensor ก็ย่อมได้

ความดำของพาเนล PS-51D8000 อยู่ในระดับ “เทียบเท่า Plasma TV ในตำนาน” เลยทีเดียว แน่นอนว่ารวมไปถึงการควบคุมอัตราการเรืองแสง นี่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพการแสดงระดับสีดำได้โดดเด่น
หมายเหตุ: ข้อได้เปรียบของ Plasma TV คือ ไม่มีปัญหาเรื่องของ Backlight Leakage แบบ LCD/LED TV (ในรุ่นที่ไม่มี Local Dimming และ/หรือ Dynamic Backlight) ผู้ใช้จึงต้องปรับระดับ Backlight ของ LED/LCD TV ให้เหมาะสมกับการใช้งาน (ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไร เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้เอง) กระนั้นไม่ว่า Plasma TV จะอยู่ในสถานะที่ให้ระดับความสว่างสูงมากเพียงใด ก็จะไม่เกิดผลกระทบกับการสูญเสียระดับ black level ใด ๆ ทั้งสิ้น โอกาสที่ได้ภาพที่ดีกว่า (ในประเด็นด้าน Balck Level) จึงสูงกว่า (สะดวกกว่า)
อย่างไรก็ดี Plasma TV ที่ไม่ได้มาตรฐาน (บางทีอาจพบในรุ่นเล็ก ๆ หรือรุ่นเก่า ๆ) อาจมีปัญหาจากอัตราการเรืองแสง (Cell Discharge) และ/หรือ สีของพาเนลที่ไม่ดำสนิท (ออกเทา หรือเขียว) ซึ่งสร้างปัญหากับ Black Level ได้มากกว่า Backlight Leakage ของ LCD/LED TV เสียอีก

การกำหนดอัตราส่วนภาพ หรือ Aspect Ratio ผ่านหัวข้อ Picture Size โหมดที่แสดงภาพต้นฉบับ ไม่มีการสเกลปรับเปลี่ยนขยายขนาดภาพ หรือ Over scan ใด ๆ คือ Screen Fit ซึ่งจะเหมาะกับแหล่งโปรแกรมคุณภาพสูง (BD, Computer) หรือแหล่งโปรแกรมทั่วไปที่ผ่านการอัพสเกลมาแล้ว ส่วนโหมดอื่น ๆ ก็ขึ้นอยู่กับแหล่งโปรแกรม และลักษณะการใช้งาน

หากพื้นฐานจอภาพดี จะดู 2D หรือ 3D ก็ดี

หรือจะเปลี่ยนภาพ 2D ธรรมดาๆให้เป็นภาพ 3 มิติด้วย 2D to 3D Conversion

เล่นเกม แสดงภาพเคลื่อนไหวรวดเร็ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ความเที่ยงตรงสามารถนำมาใช้เป็นจอมอนิเตอร์ได้ แต่ต้องระวังเรื่องของ Screen Burn อย่าลืมเปิดค้างหน้าจอนานเกินไปละกัน (อาจใช้ Screen Saver ช่วยได้)
สรุป

Gamma – 0

Colour Space – Auto / Native Out of the box (pre calibrated)

RGB Balance (Movie) * – Factory / Calibrated ** * HDMI 2/ Energy Saving – Off/ Gamma – 0/ Colour Tone – Warm1 ** 2-Point calibration process
หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– Plasma +1 เพิ่มขนาดหน้าจอให้อีก 1 นิ้ว ผสมผสานกรอบโลหะ เข้ากับความใสของอะครีลิก และขาตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยโครงสร้างแบบ Quad
– คุณภาพเสียงระดับมาตรฐานสำหรับระบบเสียงของทีวี
– บิลท์อิน WiFi มาให้เลย ไม่ต้องเสียบนู่น ต่อนี่ ให้วุ่นวาย จุดเชื่อมต่อพื้นฐานครบครัน แต่ Component/Composite มีชุดเดียวใช้ร่วมกัน (เลือกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง) และเป็นแบบ Mini Jack ต้องต่อผ่านสายอแดปเตอร์ที่ให้มา
– Remote Control ควบคุมทีวีรูปแบบธรรมดา อาจไม่เอื้อกับการใช้งาน Smart TV นัก (คงต้องรอ QWERTY Remote ที่กำลังจะออกตามมา หรือไม่ก็ใช้ร่วมกับ Smart Phone) ฟังก์ชั่น Smart Hub อย่างการแชร์มีเดียไฟล์ผ่านเน็ตเวิร์ก และการเข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์ที่รองรับ Local Content มากกว่าเจ้าอื่น ไปจนถึง Social Network หรือจะท่องเว็บผ่าน Web browser และ Samsung Apps ที่อัพเดทเพิ่มเติมอยู่เรื่อย ๆ นับเป็นความพิเศษในบรรดา Smart TV ในท้องตลาด
– เพียงแค่ดีไซน์ก็ให้ระดับคุณค่าอันโดดเด่น ตั้งโชว์ได้พร้อม ๆ กับใช้รับชมความบันเทิงจาก Smart TV ในขณะที่ศักยภาพด้านภาพก็ไม่ธรรมดา