คู่หูจอเกมมิ่ง!! รีวิว Dell S2417DG พร้อม S2716DG จอ 144Hz พร้อมฟังก์ชั่น Gsync

ในระหว่างที่ชาวทีวี กำลังตื่นเต้นกับจอความละเอียด 4k รวมถึง OLED TV มาได้สักพัก ทางฝั่งมอนิเตอร์ก็มีอะไรที่น่าสนใจได้ไม่แพ้กัน และดูเหมือนที่เห็นภาพชัดเจนดูแล้วว้าวที่สุด เห็นจะไม่พ้นจอภาพที่มี Refresh Rate 144Hz ที่ผู้ใช้งานต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “แค่ลากเม้าส์ก็ฟินนน”

ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของจอแบบนี้ก็น่าจะเป็นชาวเกมเมอร์ที่ต้องการความไวในการตอบสนองขณะเล่น เพราะจอ 60Hz บางทีเวลาแพนภาพเร็วๆ อาจจะเกิดการเบลอของภาพ รวมถึงอาการภาพฉีกหรือที่เรียกกันว่า Screen Tearing จนทำให้พลาดโอกาสสำคัญไปได้
Dell S2417DG และ S2716DG สองพี่น้องหัวหอกในไลน์อัพจอ 144Hz จากแบรนด์ไอทีของอเมริกาแบรนด์นี้ ทั้งสองตัวรองรับการใช้งาน G-Sync กับกราฟฟิคการ์ดของ NVIDIA ทั้งคู่ ข้อแตกต่างคือตัวไซส์ 24 นิ้ว จะสามารถทำความเร็วได้ถึง 165Hz พร้อมกับฟีเจอร์ 3D Vision ที่เพิ่มขึ้นมา นอกนั้นเหมือนกันหมดครับ
ฟีเจอร์หลัก Dell S2417DG
– จอความละเอียด 2560×1440 พิกเซล
– Refresh Rate 165Hz(Overclocked)
– รองรับ NVIDIA G-Sync
– Response Time: 1ms gray-to-gray
– Contrast Ratio 1000:1
ราคา 19,990 บาท
ฟีเจอร์หลัก Dell S2716DG
– จอความละเอียด 2560×1440 พิกเซล
– Refresh Rate 144Hz
– รองรับ NVIDIA G-Sync
– Response Time: 1ms gray-to-gray (Fast Mode), 3ms (Normal Mode)
– Contrast Ratio 1000:1
ดีไซน์
ดีไซน์มอนิเตอร์ของ Dell จะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมาก ไม่มีซึ่งความหวือหวาอย่างผลิตภัณฑ์เกมเมอร์ชิ้นอื่นแต่อย่างใด ยึดเอาธีมสีดำเทาเป็นหลักพร้อมขาตั้งดีไซน์มาตรฐานที่สามารถหมุนซ้ายขวาพร้อมปรับก้มเงยได้

ด้านหน้าตัวจอฉาบด้วยสารกันสะท้อน ช่วยลดแสงสะท้อนได้

ตัวจอสามารถปรับก้มเงย หรือหมุนเป็นแนวตั้งแบบนี้ก็ได้

ฐานหมุนซ้ายขวาได้อิสระ แม้หน้าตาจะดูเรียบๆ แต่ฟังก์ชั่นเพียบขอให้บอก ส่วนรูวงกลมด้านหลังเอาไว้ร้อยสายสัญญาณเพื่อช่วยจัดระเบียบ

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับ VESA Mount สามารถนำไปยึดเข้ากับขาแขวนผนังได้ทันที

แผนผังแสดงขีดจำกัดในการปรับจอกับขาตั้ง

มุมล่างขวาของจอเป็นปุ่มควบคุม 4 ปุ่ม พร้อมปุ่มเปิดปิดขวาสุด ด้านล่างเป็นลำโพงบิ้วต์อิน

ด้านหลังจอเป็นพลาสติกดำมันวาว ท่าทางจะเป็นรอยง่ายต้องใช้ความระมัดระวังในการทำความสะอาด
ต้องบอกว่าการออกแบบมอนิเตอร์ของแบรนด์นี้ดูจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่เห็นได้ชัดคือขาตั้งที่แม้ว่าจะเกมมิ่งหรือไม่เกมมิ่ง ก็มาทรงนี้หมด แน่นอนว่ารวมไปถึงตัวจอด้วย หากใครทันรุ่นแรกๆ จะพบว่าขอบจอนั้นมีความหนาเลยทีเดียว ในขณะที่ยี่ห้อเกาหลีดูหวือหวากว่ากันเยอะ Dell ก็เลยเริ่มปรับตัวมาทีละนิดๆ

เทียบไซส์ระหว่าง S2417DG กับ S2716DG
แต่ก็ไม่ใช่ว่าตัวมอนิเตอร์สองรุ่นนี้หน้าตาแย่นะครับ ทั้งสองรุ่นดูเรียบขรึม สื่อถึงความจริงจังเป็นมืออาชีพแฝงอยู่ ใครที่นิยมความเรียบง่ายน่าจะถูกใจดีไซน์แบบนี้
ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย
1. สาย AC
2. สาย DisplayPort v1.2
3. สาย USB 3.0
4. คู่มือ
ช่องต่อ

ด้านหลังเป็นแหล่งรวมช่องต่อหลักๆ ไล่ตั้งแต่บนลงล่าง
1. USB 3.0 Type-A 2 ช่อง
2. USB 3.0 Type-B สำหรับพ่วงจากหลังคอมเพื่อให้พอร์ตกลายเป็น USB Hub
3. HDMI v1.4 1 ช่อง
4. DisplayPort v1.2 1 ช่อง
5. พอร์ต Service สำหรับซ่อม
6. ช่องเสียบสายไฟ

ด้านข้างเป็นพอร์ต USB 3.0 ที่พ่วงสัญญาณมาจากช่องด้านหลังเช่นเดียวกัน และช่องเสียบหูฟังเพื่อความสะดวก
ภาพ
กว่า 90% ของจอ 144Hz ในปัจจุบันจะเลือกใช้พาแนล TN เนื่องจากสามารถผลิตให้มี Response Time ที่ต่ำได้ง่าย และมีราคาถูก ซึ่งหากเป็นพาแนล IPS จะมีต้นทุนที่สูงกว่า ทำให้ราคาจอโดดขึ้นไปอีก (เฉลี่ยอยู่ราวๆ 30,000 บาท) ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เกมเมอร์ตัดสินใจควักเงินได้ยากขึ้น เพราะเค้าเหล่านั้นน่าจะบาดเจ็บกันมาจากค่าคอมพิวเตอร์ตัวแรงกันมาพอสมควรแล้ว
ซึ่งข้อเสียของพาแนล TN ที่รู้กันก็คือมุมมองการรับชมภาพมีไม่กว้างนัก แค่มองเอียงซ้ายขวานิดหน่อย อาจส่งผลให้สีเพี้ยนได้ ที่สำคัญคือคอนทราสของจอค่อนข้างต่ำ ลักษณะสีสันจึงออกแนว Wash out เล็กน้อย แต่จุดแข็งที่ได้มาก็คือความลื่นไหลที่ IPS ทำไม่ได้นั่นเอง
อะไรคือ G-Sync และ 144Hz?
G-Sync คือระบบการทำงานร่วมกันระหว่างการ์ดจอ และจอมอนิเตอร์ที่ติดตั้งชิพประมวลผลประเภทนี้ไว้ เมื่อทั้งสองอย่างทำงานประสานกัน จะช่วยลดอาการภาพฉีกอันเกิดจากการที่ตัวการ์ดจอทำงานเร็วกว่า Refresh Rate ของจอ

อาการ Screen Tearing ขณะมีการแพนภาพซ้ายขวาเร็วๆ
ส่วน 144Hz ก็คือ Refresh Rate ที่สูงกว่าจอทั่วไป ซึ่งปกติจอส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 60Hz โดยความเร็วที่เพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อความลื่นไหลของภาพบนจอ ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าตาเรามองออกถึงระดับนั้นเลยหรือไม่? จากที่ผมหาข้อมูลงานวิจัยพบว่า เราบอกไม่ได้ว่าตาเราสามารถจับภาพที่ Refresh Rate เท่าไรกันแน่ สิ่งที่ตาเราเห็นคือความลื่นไหลที่เพิ่มขึ้น จากความสั่นไหวของขอบภาพที่ลดลง
144Hz ของมอนิเตอร์ ไม่เหมือนกับระบบ 240Hz ที่ทีวีเคยทำได้?
จอทีวีมีพอร์ต HDMI เป็นมาตรฐานอินพุตหลักแบบดิจิตอล โดยแบนด์วิธสูงสุดของเวอร์ชั่น 1.4 ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดตอนนี้อยู่ที่ 1080p@60Hz ฉะนั้นแล้วระบบ 240Hz บนทีวีจะมาจากการรับเอาสัญญาณภาพ 60Hz มาคำนวณเพิ่มเข้าไปให้ได้ 240Hz ด้วยชิพประมวลผลบนทีวี ทำให้ดูลื่นแบบหลอกตานิดหน่อย อ่านเพิ่มเติมที่นี่
แต่บนมอนิเตอร์มีพอร์ตอีกตัวนึงที่เรียกว่า DisplayPort ซึ่งสามารถอัดแบนด์วิธได้สูงถึง 165Hz ที่ความละเอียด 1080p และ 1440p เลยทีเดียว เท่ากับว่าต้นทางมายังไงก็ได้แบบนั้น ทำให้ภาพที่ได้เป็นความลื่นไหลแบบ “ของแท้” ตั้งแต่ต้นทางจนออกมาเป็นภาพที่จอ
ฉะนั้นแล้วความพริ้วของภาพบนจอมอนิเตอร์ที่เป็นภาพความเร็ว 144Hz แท้ๆ
จึงไม่มี Ghost ขึ้นให้รบกวนจิตใจเหมือนในจอทีวีนั่นเอง
สำหรับการทดสอบนั้นผมจะเสียบจอทั้งสองผ่านทางสาย DisplayPort เข้าที่การ์ดจอ แล้วก็ไปตั้งค่าให้ตัวคอมพิวเตอร์ปล่อยสัญญาณภาพที่ 144Hz แล้วก็เทสด้วยแพทเทิร์น UFO ยอดฮิตจาก www.testufo.com กันก่อนเลย
วิดีโอด้านบนผมถ่ายด้วย iPhone ในโหมด Slo-Mo ที่ 720p@240fps น่าจะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจอ 144Hz เมื่อเจอกับคอนเทนต์แบบ 144fps จะช่วยให้ภาพดูลื่นไหลเนียนสนิท ไม่สั่นเป็นเจ้าเข้าเหมือนสองอันล่าง ยิ่งมองด้วยตาเปล่าก็จะยิ่งสังเกตุเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนขึ้นไปอีก
ด้วยความที่ผลลัพธ์ทางด้านความลื่นไหลเหมือนกันแบบนี้ ผมเลยขอเปิด Steam ลุยเล่นเกมกันเลยละกันครับผม เริ่มที่เกมแรก Call of Duty : Advanced Warfare

ปรับความเร็วไปที่ 144Hz เพื่อเร่งความเร็วเต็มที่

พอเราสามารถเหวี่ยงจอได้แบบไม่มีอาการสั่น ขอบภาพที่เบลอก็จะหายไป ทำให้เราเล็งยิ่งได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
เฟรมเรตขณะเล่นจะวิ่งอยู่ในช่วง 110-144 fps ซึ่งความแตกต่างที่ได้คือความนิ่งเวลามีการเหวี่ยงปืนไปในทิศทางต่างๆ การสั่นไหวของขอบตัวละครจะหายไป ช่วยให้เราเล็งยิงได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
สลับไปเล่นแนว RPG อย่าง Diablo 3 ซึ่งเล่นดูแล้วไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของความลื่นไหลที่ได้เพิ่มเข้ามาสักเท่าไร การที่พวกแสงสีเอฟเฟ็คดูลื่นไหลขึ้นนั้น ไม่ได้สร้างความแตกต่างในระดับที่ทำให้เรารู้สึกว้าวได้เท่ากับเล่นเกม FPS

กรณีด้านบนยังรวมไปถึงพวกเกม Open World มุมมองบุคคลที่สามอย่าง Rises of Tomb Raider หรือ Just Cause 3 เป็นต้น แน่นอนว่าจอมีส่วนช่วยเพิ่มความลื่นไหลทำให้โมเดลตัวละครดูนิ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นข้อดีในด้านความบันเทิง ไม่ได้ส่งผลให้เราเล่นง่ายขึ้นนั่นเองครับ
หากคุณเป็นคนที่คลุกคลีกับพาแนล IPS อยู่ตลอด น่าจะต้องสังเกตเห็นความแตกต่างได้อย่างแน่นอนเมื่อสลับมาใช้จอพาแนล TN สิ่งแรกที่พบก็คือมุมมองมีผลต่อสีบนจอค่อนข้างมาก รวมไปถึงคอนทราสต์ที่ไม่มากทำให้สีสันจะออกจางๆ นิดหน่อย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงประสิทธิภาพ เราเลยทำการต่อเครื่องปรับภาพเข้ากับจอเพื่อวัดอุณหภูมิสีกันไปเลย โดยผลลัพธ์ออกมาดังด้านล่างครับ

ค่าอุณหภูมิสีก่อนทำการคาลิเบรต ค่อนข้างกระเจิงทีเดียว

หลังปรับสีเรียบร้อยแล้วดูเข้าลู่เข้ารอยขึ้นมาหน่อย
ค่าด้านบนเป็นผลที่ได้จากการวัด S2716DG นะครับ สำหรับ S2417DG คาดว่าน่าจะได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน เพราะมาสาย Gaming ตระกูล S เหมือนกัน (สำหรับรุ่นที่เน้นสีสันจะมีรหัสนำชื่อรุ่นเป็นตัว U ซึ่งมาจาก Ultrasharp)
ตัวจอสามารถปรับตั้งค่าสีพื้นฐานเองได้ระดับหนึ่ง ซึ่งเพียงพอที่จะจูนเอาความเที่ยงตรงกลับมาได้บ้าง แต่ส่วนตัวผมคิดว่า คนที่จริงจังทางด้านการเล่นเกม อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้จอที่มีสีสันที่แม่นยำอะไรขนาดนั้น เพราะแม้ว่าบนจอปกติเราจะพบว่าภาพอาจมีความคลาดเคลื่อนของสีให้เห็น แต่พอได้เข้าเกมปั๊บ ส่วนใหญ่สมาธิของก็เราจะจดจ่ออยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า มากกว่ามานั่งสังเกตุเรื่องสีสันเสียอีก
สรุป
ทั้งสองพี่น้อง Dell S2417DG และ S2716DG จัดว่าเป็นจอเกมมิ่งที่ให้ประสบการณ์ด้านความพริ้วไหวที่ดีเยี่ยม สามารถแสดงความแตกต่างออกมาให้เห็นชัดเจน เรียกว่าอยู่ในระดับแค่ลากเม้าส์ก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ทันที
ความรวดเร็วนี้ ช่วยส่งผลให้ภาพเคลื่อนไหวมีความนิ่งสงัดไร้อาการภาพฉีก ช่วยให้เราเล็งยิงคู่ต่อสู้ได้แม่นยำรวมไปถึงสังเกตุเห็นความเคลื่อนไหวรอบข้างได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อแม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณต้องแรงพอ ที่จะรันเกมนั้นๆ ให้ทะลุ 100fps เป็นอย่างต่ำ มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่ค่อยเห็นถึงความแตกต่างสักเท่าไร
ส่วนโหมดภาพและอุณหภูมิสีที่แนะนำก็คงจะเป็น Standard ที่ให้สีสันใกล้เคียงความเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งช่วยให้จอไม่เพี้ยนแบบหลุดกรอบจนเกินไป

ถ้าจะพ่วงสามจอแบบนี้ นอกจากมั่นใจในความแรงของคอมแล้ว โต๊ะต้องยาวด้วย!
สำหรับความละเอียด 2560 x 1440 หรือ 1440p อาจจะทำให้พวกไอค่อนหรือตัวอักษรบนจอดูเล็กไปหน่อย บนจอขนาด 24 นิ้ว ผมแนะนำให้เราปรับขยายขนาดขึ้นมาที่สัก 150% บนจอ 24 นิ้ว และประมาณ 125% บนจอ 27 นิ้ว จะช่วยให้ตัวหนังสืออ่านง่ายขึ้นช่วยลดการเพ่งเกร็งเพื่อถนอมสายตาให้อยู่กับเราไปนานๆ

เลือกปรับสเกลตัวอักษรได้ตามใจชอบ เมื่อกด Apply แล้วอาจจะต้องรีสตาร์ทเครื่องสักที ให้โปรแกรมต่างๆ จูนอัพขนาดเมนูให้เท่ากัน
ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ตัวจริง ที่กำลังต้องการอุปกรณ์ไว้ฝึกฝนเพื่อพัฒนาตัวเอง และมั่นใจว่าคอมพิวเตอร์สามารถรันเกมส่วนใหญ่ได้เกิน 100 เฟรมต่อวินาที จอสองรุ่นนี้คือสินค้าที่ควรคู่กับคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อให้มันแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าเกิดตัวคุณเป็นคนเล่นเกมธรรมดาไม่จริงจังขนาดนั้น ผมแนะนำให้คบหากับจอ IPS ทั่วไปก็น่าจะตอบสนองต่อความสนุกได้ไม่มีสะดุดแล้ว
ข้อดี
– จอไวดั่งใจสั่ง ให้ภาพสมูธเหมือนคำโฆษณา ปราศจากอาการภาพฉีก
– ขาตั้งจออเนกประสงค์ จะปรับหมุนซ้ายขวา, สูงต่ำ หรือก้มเงย ก็สะดวกไปหมด ที่สำคัญตัวจอมาพร้อมที่เสียบขายึดแบบ VESA เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานคู่กับขายึดจอนอกค่ายได้ทันที
– Input Lag ดีมากอยู่ที่ระดับ 13.8 ms แทบจะกดปึ๊บขึ้นปุ๊บ
ข้อเสีย
– สีสันเป็นจุดอ่อนตามสไตล์จอ TN มุมมองรับภาพก็ไม่ค่อยดีนัก โชคดีที่เรามีขาตั้งวิเศษทำให้เราสามารถปรับมุมมองให้เหมาะสมได้