จอสุดบรรเจิด ! รีวิว Samsung Galaxy Tab S 10.5 เหนือชั้นด้วยจอ AMOLED

วันนี้ผมได้ Samsung Galaxy TabS ขนาด 10.5″ มารีวิวครับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ดีเนื่องจากเจ้า Galaxy Tab S ตัวนี้ใช้ตัวจอพาแนลเป็น AMOLED หรือ Active Matrix Organic Light Emitting Diode ซึ่งทีมงานเองเคยรีวิวจอทีวี OLED มาบ้างแล้ว และยังประทับใจศักยภาพมิรู้ลืม มาครั้งนี้เป็น Tablet บ้างก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เอามาเปรียบเทียบกับพวก Tablet ที่ใช้จอแบบ LCD ทั่วไป จะเรียกว่าขออนุญาตจับชน “ตัวต่อตัว” ด้วยซะเลย เอาเป็นว่ามาดูสเป็คคร่าวๆกันก่อนเลย

Samsung Galaxy Tab S 10.5″ ปี 2014 ราคาเปิดตัว 19,900 บาท
Samsung Galaxy Tab S ขนาด 10.5″ มาพร้อมความความละเอียดหน้าจอละเอียดยิ่บ WQXGA 2560 x 1600 หรือ 4 ล้านพิกเซล มากกว่า Full HD ถึง 2 เท่า ใช้หน้าจอแบบ Super AMOLED ซึ่งพิกเซลแม่อย่างสีแดง น้ำเงิน เขียว สามารถเปล่งแสงสีได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งหลอดไฟ LED ในการส่องสว่างเหมือนจอ LCD ทั่วไป ใช้ซีพียู Exynos 5 Octa Core (1.9 GHz Quad Core + 1.3 GHz Quad Core) ผนวกระบบปฏิบัติการ Android Kitkat 4.4.2 มี Memory 3 GB Ram, 16 GB Memory พร้อมช่องใส่ Micro SD Card ซึ่งรองรับสูงสุดถึง 128 GB กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่มีความจุ 7900 mAh จากจัดได้ว่าเป็น Tablet เกรด “ท็อปเอ็นด์” ในช่วงเวลานี้
ดีไซน์
มาดูเรื่องดีไซน์กันบ้าง ตัวที่ผมได้มาทดสอบเป็น Titanium Bronze คืออกแนวสีทองแดงอมทอง (น้ำตาล) แนวนาฬิการข้อมือหรูๆแบบ Rose Gold ยังไงอย่างนั้น ช่องใส่ Sim Card และ Micro SD อยู่ด้านขวา และปุ่ม Power และปรับระดับ Volume อยู่ด้านบน มีช่อง Speaker แบบ Stereo ซ้าย-ขวามาให้ด้วย ขนาดของตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.6 มิลลิเมตรและมีน้ำหนักอยู่ที่ 465 กรัม ถือว่าบางแะเบามาก

ด้านหน้าอันหล่อเหลา จุดสังเกตคือ Samsung จะให้ความสำคัญกับการใช้งานแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง ดูจากทั้งโลโก้ Samsung ปุ่ม Home และลำโพง Stereo ซ้ายขวา เพราะคำนึงถึงการใช้งานจริงเช่นดูวีดีโอ ดูคลิปแบบเต็มจอ เล่นเเกมส์และเว็บไซต์ เป็นต้น

ปุ่ม Home สไตล์ Samsung

กลอ้งหน้า, เซนเซอร์ และโลโก้ Samsung

ความบางของตัวเครื่อง 6.6 มิลลิเมตรเท่านั้น บางเฉียบได้ใจมาก

ด้านซ้าย : ช่องใส่ Micro SD Card

ด้านขวา : ช่องใส่ Sim Card และช่องต่อ USB โดยเราสามารถใช้เจ้า Galaxy Tab S เป็นโทรศัพท์โทรออกและรับสายได้เหมือนมือถือ

ด้านบน : ปุ่ม Power และปุ่มเพิ่มลด Volume

ฝาหลังสีน้ำตาล วัสดุแบบโพลีคาร์บอเนต หรือพลาสติกแบบเดียวที่ใช้ใน Galaxy Phone หลายๆรุ่น โดย “ลายจุด” ข้างหลังออกแบบมาสอดรับกับ Galaxy S5

กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช

มีปุ่มแม่เหล็กสำหรับใส่ Case แบบ Book Cover ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม
ภาพ
มาทดสอบเรื่องภาพซึ่งจัดเป็นไฮไลท์ของเจ้า Galaxy Tab S ตัวนี้กันบ้าง ความละเอียดหน้าจอระดับ 2560 x 1600 พิกเซลขับเคลื่อนด้วยจอ Super AMOLED ซึ่งทีมงานเองเคยทดสอบ OLED TV VS LED-LCD TV มาแล้ว ก็ได้ประจักษ์ถึงประสิทธิภาพของชนิดจอแบบนี้ว่ามันสะท้านขนาดไหน ตัวเครื่องมีโหมดภาพ (Screen Mode) แอบซ่อนอยู่ในหน้า Setup ได้แก่โหมด 1) Adaptive หรือโหมดปรับแสงสีหน้าจอให้เหมาะสมกับคอนเทนต์อย่างอัตโนมัติ เช่นดูรูปอยู่ก็ปรับแสงสีให้เหมาะกับการดูรูป หรือเล่นเว็บเบราเซอร์ 2) โหมดภาพยนตร์ – Cinema 3) โหมดรูปภาพ – Photo 4) โหมดทั่วไป – Basic โดยผมทำการวัดค่าภาพของเจ้า Galaxy Tab S ตัวมิเตอร์และซอฟท์แวร์ตามมาตรฐาน ISF ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ทดสอบทีวีและโปรเจกเตอร์ และใช้ห้องทดสอบเป็นห้องแล็บโฮมเธียเตอร์ที่คุมแสงได้ 100% เพื่อความเที่ยงตรงและแม่นยำของค่าที่วัด

วัดค่าภาพและแสงสีของ Samsung Galaxy Tab S ด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ตามมาตรฐานของ ISF แบบเดียวกับที่ทดสอบจอทีวีอย่างเข้มข้นนี่แหละ ประยุกต์ใช้ทดสอบได้เลย

Samsung เคลมว่าสามารถแสดงของเขตของแม่สีหลักและรองได้ถึง 94% ของมาตรฐานขอบเขตของ Adobe RGB ซึ่งถือว่ากว้างมากเกินมาตรฐานจอ LCD ทั่วไปที่จะอยู่ที่ 74% เท่านั้น

รวมถึงอัตรา Contrast ที่สูงถึง 100,000:1 เพราะเม็ดพิกเซลเปิด-ปิด ให้กำเนิดแสงสีเองได้ทุกๆเม็ดพิกเซล จอ AMOLED (OLED) เป็นจอภาพในอุดมคติที่คนรักภาพถวิลหากันมานาน

ผลการวัดค่าภาพ : White Balance ในโหมด Photo และ Basic อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ใกล้ค่ามาตรฐาน 6500K มาก ส่วนขอบเขตการแสดงเฉดเฉดสีก็ใกล้เคียงมาตรฐาน Adobe RGB ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐาน sRGB (REC 709) ไปไกลมาก จัดได้ว่าเป็น Tablet ที่สามารถแสดงเฉดสีได้กว้างสุดๆ ณ ตอนนี้เลย หมายเหตุ : โดยส่วนตัวแอบเสียดายหากมีโหมดให้ Calibrate ภาพแบบเบื้องลึกมาให้เหมือนพวกทีวีระดับท็อป ก็จะใช้เป็นจออ้างอิงในงานระดับโปรได้เลย

ผลการวัดค่าภาพ : โหมด Photo และ Basic ให้อุณหภูมิสีได้ค่อนข้างถูกต้อง ใกล้เคียง 6500K มาก
ส่วนระดับความสว่างแบบสูงสุดก็เกิน 100 fL ถือว่าสว่างมากพร้อมสู้แสง


แนวภาพเป็นแนวสดเด้ง แต่ละเม็ดสีมีความอิ่มน้ำและแวววาวเป็นประกาย
ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่เป็น “เอกลักษณ์ของจอ OLED” ไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท็บเล็ต หรือจอทีวี
เริ่มทดสอบการใช้งานเริ่มจากรูปภาพนิ่งกันก่อน รูปสาธิตที่ Samsung ให้มาจะเน้นโชว์ศักยภาพของตัวจอทั้งเรื่อง “แสงและสี” คำว่า “แสง” ในที่นี้หมายถึง Dynamic Range ก็คือ “แสงสีขาวและสีดำ” นั่นเอง ด้วยโครงสร้างแบบ OLED ทำให้เม็ดพิกเซลเปล่งแสงเองได้ ในขณะเดียวกันเมื่อจำเป็นต้องแสดงสีดำก็สามารถปิดเม็ดพิกเซลแบบสนิท ไม่มีแสงแบ็คไลท์ลอดออกมา ทำให้สามารถแสดงสีดำได้ดำสนิทสุดใจมาก ในภาพทดสอบไม่ว่าจะเป็นฉากเจ้าลิงกอลลิล่า หรือฉากพระราชวังเรืองแสงท่ากลางท้องฟ้าอันมืดมิด Galaxy Tab S ก็ถ่ายทอดฉากความมืดได้อย่าง “ดำสงัด” ในขณะเดียวกันรายละเอียดในที่มืด (Shadow Detail) ที่ควรแสดงออกมาก็แสดงออกมาได้อย่างครบถ้วนปราศจากอาการดำจมที่มักเกิดขึ้นกับพวก Tablet ที่ใช้จอ LCD ราคาประหยัด
ถามว่าประหลาดใจหรือตื่นตะลึงไหม ? ก็คงตอบว่าไม่เท่าไหร่สำหรับตัวผมและทีมงานเพราะเคยทดสอบ OLED TV VS LED-LCD TV มาแล้วก็ได้ผลการทดสอบที่สอดคล้องเช่นนี้ ในขณะที่ระดับความสว่างก็สว่างได้ใจมาก สูงสุดถึงขนาด 100 fL (“ฟุตแลมเบิร์ต” เป็นหน่วยวัดความสว่าง) สว่างกว่าพวกจอทีวีหลายๆตัวที่เคยทดสอบมาเสียอีก แต่ก็ไม่แปลกเพราะ Tablet ต้องออกแบบมาใช้งานทั้ง Outdoor / Indoor จึงต้องทำให้สู้แสงได้ดี ฉะนั้นให้ใส่ใจกับแถบเพิ่มลดระดับความสว่างเพื่อปรับความสว่างให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม อย่าให้จ้าไปประเดี๋ยวจะแยงตาเกิน แนะนำเลือก Checkbox ของตัวปรับระดับความสว่างให้เป็น Auto มันมีเซ็นเซอร์วัดระดับแสงและปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสมอย่างอัตโนมัติ
หมายเหตุ : การทดสอบใช้รูปความละเอียด 2560 x 1600 เป็นความละเอียด Matching กับความละเอียดหน้าจอของตัวเครื่อง

เทียบฉากหลังแล้วจอ AMOLED ของ Samsung Galaxy Tab S ด้านซ้ายทำได้ดีกว่า “ดำสงัดจริง” ไม่มีแสงรั่วโพลนๆ

รวมถึงรายละเอียดในที่มืดที่เปิดเผยกว่า (Shadow Detail) อาการดำจมแทบไม่มีเลย
ส่วนเรื่องสีสันนั้น Samsung เองเคลมว่าสามารถแสดงขอบเขตของแม่สีหลักและแม่สีรองได้กว้างถึง 94% ของมาตรฐาน Adobe RGB ซึ่งด้วยมาตรฐาน Adobe RGB ที่มักใช้ในสตูดิโอถ่ายภาพระดับโปรเฟสชั่นแนลซึ่งมันก็กว้างกว่ามาตรฐาน Rec 709 มาตรฐานของทีวีและเครื่องฉายโปรเจกเตอร์ทั่วไปในระดับหนึ่งอยู่แล้ว (Tablet ทั่วไปก็ทำได้ประมาณนี้เช่นกัน) จากการวัดค่าก็ถือว่าสอดคล้องกับที่ Samsung ได้อ้างไว้คือขอบเขตของการแสดงเฉดสีก็กว้างจริง ทดสอบพวกภาพนิ่งที่เน้นโชว์สีสันอย่างภาพเสือโคร่ง ก็พบว่าสีทองของขนก็แลดูเป็นประกายแยกเป็นเส้นๆได้อย่างชัดเจนแลดูน่าแรงขามขึ้น ฉากหลังที่เป็นต้นไม้ใบหญ้ามีความเขียวคจีสดเด้งขึ้นมาสอดประสานกันเป็นอย่างดี ตลอดจนรูปของพวกผลไม้แอ็ปเปิ้ล องุ่น มะเขือเทศ ก็แสดงออกมาได้อย่าง “พันช์ชี่” จนแอบอยากหยิบขึ้นมากิน อย่างไรก็ดีหากท่านไหนคิดว่าโทนสีมันแลดูฉูดฉาดไป แนะนำให้ปรับ Screen Mode เป็น Super AMOLED – Photo หรือโหมดรูปภาพ เพราะมันจะปรับอุณหภูมิสีให้ใกล้เคียง 6500K ที่สุด ภาพจะซอฟท์ลงมาหน่อย จะดูสมจริงกว่า แถมแลดูสบายตาซะด้วย

เปรียบเทียบภาพขอเสือโคร่ง จอ AMOLED จะมีคาแรกเตอร์ภาพที่รุกเร้ากว่าชัดเจน

สีสวยจริงครับ ยอมรับเลย
ทดสอบการใช้งานเล่นแอพพลิเคชั่นต่างๆกันบ้าง การใช้งานโดยทั่วไปถือว่าลื่นไหลดีไม่มีปัญหาแต่ประการใด ทดสอบเข้า “Internet” ซึ่งเป็นเว็บเบราเซอร์ที่ติดมากับตัวเครื่อง เข้าไปอ่าน Text ต่างๆ พบว่าขอบตัวอักษรมีความ “คมกริบ” เนื่องด้วยจำนวนพิกเซลที่สูงถึง 2560 x 1600 จึงทำให้ตัวอักษรในแนวทะแยงเรียบเนียนกว่าจอทั่วๆไปแบบสังเกตได้ง่าย หลังจากนั้นได้ลองเล่นแอพ YouTube ดู “โหดมันฮา ประเทศไทย” แบบย้อนหลัง ผมปรับระดับความสว่างลงมาพอสมควรเพื่อให้รับชมระยะยาวได้อย่างสบายตายิ่งขึ้น ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือการที่มีลำโพง Stereo ซ้าย-ขวา ช่วยส่งเสริมอรรถรสการรับชมได้อย่างดีเยี่ยม ออกตัวก่อนว่าดูคลิปวีดีโอและเล่นเกมส์กับมือถือ Smart Phone หรือแทบเล็ตเครื่องที่ใช้อยู่ก็มีแค่ลำโพงเดียวได้อารมณ์น้อยกว่ากันพอตัว สุดท้ายมีโอกาสได้ทดสอบเกมส์ที่ใช้กราฟฟิกเยอะๆอย่างพวก Asphalt 8 และ Transformers สีสวยเด้งตามสไตล์ ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหล ได้อารมณ์มันส์กับจอใหญ่ โดยรวมแล้วตอบสนองการใช้งานทุกอย่างได้อย่างน่าประทับใจ

ภาพแบบ Close Up : ตัวอักษรพวกแนวเฉียงทะแยงหรือโค้งมนถือว่าเจ้า Galaxy Tab S เก็บได้เรียบเนียนมาก เช่นคำว่า “ราคา” หรือ “7,990” มันมีทั้งโค้งทั้งเฉียงก็เอาอยู่หมด


เล่นเกมส์แข่งรถ Asphalt 8 ลำโพง Stereo ช่วยเสริมอรรถรสตอนดริฟต์เสียงปรื๊ดๆเลย
เกมส์ Transformers กราฟฟิกคมชัดดีผสานที่เสียงหุ่นยนต์ฟันกันโช้งเช้งมันส์ไปอีกแบบ

ดู “โหดมันฮา” ผ่าน YouTube
สรุปเรื่องภาพและประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับ ผมเชื่อว่าอรรถรสจากการรับชมและใช้งานไม่ว่าจะเป็นดูหนัง เล่นเกมส์ เล่นแอพส์ จะมีมากกว่า Tablet ทั่วไปอย่างแน่นอน ทั้งเรื่อง Dynamic Range (Contrast) ที่ดีกว่า และเรื่องสีสันที่อิ่มเอมสะใจ ไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าสด แต่นี่สดแบบอิงมาตรฐาน Adobe RGB ซึ่งช่างภาพระดับโปรเฟสชั่นแนลจะรู้ดี จำนวนพิกเซลที่ให้รายละเอียดได้มากกว่าทำให้ความคมชัดของภาพสูงกว่าแบบสังเกตได้ หากท่านไหนมี Tablet ประจำกายอยู่แล้ว ไปลองทดสอบเปรียบเทียบหน้าร้านด้วยแอพส์เกมส์ที่ใช้กราฟฟิกสูงๆหรือแค่อินเตอร์เน็น Web Browser เพื่อดูความคมชัดของตัวอักษรก็สัมผัสถึงความต่างได้อย่างไม่ยาก
เพิ่มเติม
โหมด Ultra Power Saving : โหมดประหยัดพลังงานขั้นสูงสุด สำหรับท่านที่เป็นพวกใช้งาน Tablet หนักหน่วงเกรงว่าแบตจะหมดเร็ว ณ ตอนนี้ทั้งโทรศัพท์ Smart Phone และ Tablet รุ่นใหม่ของ Samsung ก็จะมีโหมด Ultra Power Saving ซึ่งเหนือกว่าโหมด Power Saving ไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนการแสดงหน้าจอจาก “สี” มาเป็น “ขาวดำ” ช่วยประหยัดแบตเตอรี่เฮือกสุดท้าย

กล้องถ่ายรูป : กล้องถ่ายภาพความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าอยู่ที่ 2.1 ล้านพิกเซล คุณภาพอยู่นเกณฑ์ดี มีลูกเล่นโหมดภ่ายภาพเยอะเช่น HDR, Panorama, Beauty Face เป็นต้น การแสดงรูปภาพออกจอก็ถือว่าทำได้ดีเกินคาด มีความชัดสูง ไม่ว่าจะถ่ายความละเอียดกี่ล้านพิกเซล เมื่อถูกสเกลลงมาแสดงที่ความละเอียดหน้าจอระดับ 2560 x 1600 ก็ชัดกว่า Tablet ทุกตัวไปโดยปริยาย ภาพที่ได้ดูจากจอ AMOLED ก็ดูมีชีวิตชีวากว่าตามคาแรกเตอร์ของมัน สำหรับการถ่ายในที่สว่างก็จัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจเหมือนพวก Smart Phone ระดับสูงทั่วไป อย่างไรก็ดีหากถ่ายในสภาพแสงน้อย ก็จะมีเกรนขึ้นมาเยอะพอสมควรตามสูตร อาจจะใช้พวก Night Mode ช่วยแต่ตอนถ่ายมือต้องถือนิ่งๆและเวลาถ่ายก็ต้องแช่ค้างไว้นานซักหน่อยหลังจากกดชัตเตอร์ ส่วนการถ่ายวีดีโอก็ทำได้สูงสุดถึง Full HD 1080p เชื่อว่าท่านที่พกเจ้า Tab S ไปไหนมาไหนและเน้นถ่ายภาพอัพเฟสคงถูกใจมิน้อย

รูปถ่ายจริงจากกล้องหลัง
Multi Window: สามารถแบ่งการทำงานเป็น 2 หน้าต่างได้ โดยเริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วเลื่อนแถบเมนูด้านขวาออกมาเพื่อที่จะเลือกว่าเราจะเลือกเล่นแอพอะไรคู่กับแอพอะไร ในรูปตัวอย่างคือการเล่น “Internet” ไปพร้อมกับการดูรูปใน “Gallery” เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ Samsung

Multi Window เล่นทีเดียว 2 แอพส์ใน 2 หน้าต่าง
สรุป
ข้อดี
1. จอ Super AMOLED แสดงสีดำได้สงัด สีสันสดเด้งดูมีชีวิตชีวา
2. ความละเอียดหน้าจอสูงมากแสดงผลตัวอักษรได้คมกริบ
3. ลูกเล่นการใช้งานเยอะมากจนใช้และรีวิวไม่หมด ทั้งโหมดประหยัดหลังงานขั้นสูง, สแกนลายนิ้วมือ, Multi-Window, Screen Mrirroring และอีกมากมาย
4. ตัวเครื่องดีไซน์บางเฉียบ หน้าจอใหญ่ 10.5″ ใช้งานดูวีดีโอ เล่นเกมส์ เล่นอินเตอร์เน็ตได้เต็มตา
ข้อเสีย
1. หากคิดว่าค่าเริ่มต้นของโหมดภาพดูจัดจ้านเกินไป แนะนำลองโหมดภาพ Photo ดูครับเป็นธรรมชาติกว่าพอตัว
2. มุมมองด้านข้างยังมีติดเขียว
3. ยังไม่ค่อยมีคอนเทนต์หรือแอพส์ที่มีความละเอียด 2560 x 1600 ที่จะมา Matching กับความละเอียดหน้าจอแบบเป๊ะๆ
สรุป
Samsung Galaxy Tab S ถ้าให้บอกว่าจุดไหนดีที่สุดเด่นที่สุด ? ก็คงหนีไม่พ้นจอ Super AMOLED อยู่แล้ว สีดำดำสนิทลึกสุดใจ ส่วนบุคลิกของภาพก็เป็นแนวสีสดเด้ง มาตรฐานการแสดงขอบเขตของสีก็กว้างแทบจะเทียบเท่ามาตรฐาน Adobe RGB ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานจอทีวีราคาหลักแสนเสียเสียอีก ไม่แปลกใจที่สินค้าอย่างทีวีในอนาคตถึงมีทิศทางไปที่จอ OLED เป็นหลัก ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือการดูวีดีโอคลิปต่างๆตลอดจนเล่นเกมส์ด้วยจอนี้พร้อมรับระบบเสียง Stereo ซ้าย-ขวาเข้าสองรูหูถือว่าตอบโจทย์คนสาย Audio Video “เมื่อใช้งานจริง” ในเรื่องอรรถรสเป็นอย่างยิ่ง การแสดงผลหน้าจอก็คมกริบตามความละเอียดหน้าจอระดับ 4 ล้านพิกเซล ลูกเล่นการใช้งานหลากหลายตามสไตล์ Samsung คือมีเยอะมากจนใช้จริงไม่ครบ ขอให้มีไว้ก่อนว่างั้นเหอะ มือใหม่อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ซักหน่อย ก็จัดได้ว่าเป็น Tablet ระดับท็อปอีกตัวหนึ่งที่ตอบโจทย์แทบทุกไลฟ์สไตล์เลยแหละ แนะนำว่าไปหาตัวจริงหน้าร้านลองทดสอบดูได้ครับ


Samsung Galaxy Tab S 10.5″ ปี 2014 ราคาเปิดตัว 19,900 บาท