เกมเมอร์ต้อง…กรี๊ด!! รีวิว BenQ XL2420Z จอมอนิเตอร์เพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมกับระบบถนอมสายตา

กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะจ๊ะคุณผู้อ่านและมิตรรักชาว LCDTVTHAILAND ทุกๆ ท่าน หลังจากที่ทีมงานและกระผมได้ทำการรีวิวและทดสอบการใช้งานจอมอนิเตอร์มาหลายตัวด้วยกัน ซึ่งสินค้าในกลุ่มของจอภาพหรือจอมอนิเตอร์ทางเราเองก็ได้รีวิวทั้งรุ่นที่เป็นระดับมืออาชีพและแบบที่ใช้งานทั่วไป โดยในรีวิวนี้กระผมจึงขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเอาใจกลุ่มเกมเมอร์ที่กำลังมองหาหน้าจอมอนิเตอร์ระดับพระกาฬและมีราคาไม่สูงมากนักมาไว้ตอบสนองการเล่นเกมให้ได้ดั่งใจมากยิ่งขึ้น

BenQ รุ่น XL2420Z ราคา 13,xxxx บาท
สำหรับจอมอนิเตอร์ที่กระผมได้นำมารีวิวให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รับชมกันในครั้งนี้ก็ไม่ใช่แบรนด์อื่นแบรนด์ไกลที่ไหนแต่อย่างใด…ก็คือหน้าจอมอนิเตอร์จาก BenQ นั่นเอง รุ่นที่นำมารีวิวมีชื่อรุ่นว่า “XL2420Z” โดยเจ้าตัวจอมอนิเตอร์ที่ว่านี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานของเหล่าบรรดาเกมเมอร์หรือผู้ที่ใช้งานสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ
BenQ XL2420Z มีให้เลือกหลายขนาดด้วยกัน แต่ตัวที่นำมารีวิวจะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 24 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (LED Full HD 1080p Widescreen 16:9) หน้าจอเป็นแบบ TN ที่ให้มุมมองด้านข้างกว้างถึง 170 องศาและมีมุมมองก้มเงยอยู่ที่ 160 องศา นอกจากนี้ทาง BenQ ยังได้ใส่เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์ของตนมาหลายตัวด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Motion Blur, Low Blue Light, Gaming Refresh-rate 100/120/144Hz และ Flicker-free Technology ที่จะเข้ามาช่วยเร่งขีดความสามารถของจอมอนิเตอร์ออกมาให้สูงสุด
ก่อนที่กระผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเจ้า BenQ XL2420Z อย่างจริงจัง ต้องขอพามาดูที่สเปคคร่าวๆ กันสักเล็กน้อย

ดีไซน์
จากตารางสเปคข้างบนของ BenQ XL2420Z ถือว่ามาพร้อมกับความสามารถและการสนับสนุนฟังก์ชันการใช้งาพอตัวเลยล่ะ แต่การใช้งานจริงจะตอบสนองได้ตามสเปคที่ให้มามากน้อยเพียงใดนั้นเดี๋ยวเราคงจะได้เห็นกัน สำหรับอีกหนึ่งสิ่งของการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ผู้ใช้งานในกลุ่มเกมเมอร์มักให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ไม่แพ้เรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานก็อาจจะไม่พ้นเรื่องของรูปลักษณ์หรือดีไซน์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มอรรถรสในการใช้งานให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น
จึงทำให้กระผมต้องขอพาคุณผู้อ่านมาไล่ดูกันที่หน้าตาของ BenQ XL2420Z กันก่อนนั่นเอง โดยตัวจอมอนิเตอร์รุ่นที่ว่านี้จะมีส่วนประกอบของโทนสีหลักๆ อยู่ทั้งหมดสองสี คือ สีดำ และสีแดง ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานรับรู้ได้ถึงความดุดันและร้อนแรงที่จะเข้ามาช่วยให้เกมเมอร์มีความฮึกเหิมที่จะฝ่าฝันผู้ต่อสู้ในเกมหรือช่วยให้ทีมของเราคว้าชัยชนะนั้นมาจากคู่ต่อสู้ให้ได้ ส่วนตัวบอดี้ทำมาจากวัสดุที่เป็นพลาสติกชั้นดีเกือบทั้งหมดรับรองได้เลยว่าแข็งแรงทนทาน

หน้าตาของอุปกรณ์ต่างๆ ที่แถมมาให้ได้ใช้งานคู่กับจอมอนิเตอร์
แกะกล่องออกมานอกจากจะพบกับตัวของหน้าจอมอนิเตอร์แล้วเรายังพบกับของแถมที่ทาง BenQ ใส่มาให้ดังนี้
1. สายไฟ Power AC จำนวน 1 เส้น
2. สายสัญญาณเชื่อมต่อวีดีโอแบบ DVI จำนวน 1 เส้น
3. สายเชื่อมต่อข้อมูลแบบ USB Type A to Type B จำนวน 1 เส้น
4. ใบรับประกัน พร้อมคู่มือและแผ่น CD ไดร์เวอร์ จำนวน 1 ชุด
5. ผ้ายางพลาสติกสีดำสำหรับคลุมกันฝุ่นหน้าจอ จำนวน 1 ชุด
6. คอนโทรลเลอร์สำหรับควบคุมหน้าจอ จำนวน 1 ตัว
หมายเหตุ ของแถมภายในชุดมอนิเตอร์ที่นำมารีวิวอาจจะไม่เหมือนกับตัวที่วางจำหน่ายจริง

นี่คือหน้าตาของคอนโทรลเลอร์ที่ไว้สำหรับควบคุมเมนูต่างๆ ที่อยู่บนจอแสดงผลของเจ้า BenQ XL2420Z ซึ่งวินาทีแรกที่เห็นเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ต้องคิดว่ามันคือเมาส์กันอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะ?
ตัวคอนโทรลเลอร์นั้นจะทำหน้าที่เป็นรีโมทคอนโทรลที่เอาไว้ใช้สำหรับควบคุมหน้าจอโดยที่เราไม่ต้องขยับนิ้วไปกดปุ่มเมนูต่างๆ ที่อยู่บนหน้าจอ ซึ่งการใช้งานก็ทำให้เราได้สัมผัสถึงความแปลกใหม่และยังให้ความรู้สึกถึงการเป็นเกมเมอร์อย่างเต็มตัว ในส่วนของการใช้งานจะประกอบไปด้วย ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มคีย์ลัด 1, 2, 3 ที่เราสามารถเลือกตั้งได้ว่าจะให้เป็นปุ่มสำหรับควบคุมฟังก์ชันอะไร หรือจะใช้เป็นปุ่มสำหรับเปลี่ยน Input 1, 2, 3 ก็ได้ นอกจากนี้ส่วนที่เป็น Scroll bar จะใช้สำหรับ เลื่อนขึ้น-เลื่อนลง และถ้าหากกดคลิ๊กลงไปจะเป็นการกด Ok นั่นเอง

โดยตัวของคอนโทรลเลอร์จะถูกออกแบบมาให้เสียบเข้ากับส่วนที่เป็นฐานตั้งจอมอนิเตอร์ได้พอดิบพอดี ซึ่งด้านข้างทั้งซ้ายและขวาจะเป็นแม่เหล็กเมื่อนำเอาตัวของคอนโทรลเลอร์ไปวางใกล้ๆ กันกับฐานตั้งจอก็จะดูดติดกันทันที

หน้าจอ (Panel) ที่ใส่มาให้บนตัวของ BenQ XL2420Z จะเป็นหน้าจอชนิด TN แบบด้าน และมีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)
สำหรับลูกเล่นที่ติดมานั้นถือว่าให้มาได้อย่างครบครันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับ สูง-ต่ำ (ภาพด้านบน) ที่สามารถเลือกปรับได้หลายระดับ นอกจากยังสามารถปรับระดับ ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา และการปรับหมุนหน้าจอให้เป็นแนวตั้งได้อีกด้วย

ส่วนของการปรับหันหน้าจอ ซ้าย-ขวา สามารถหันได้ในระดับ 30 ถึง -30 องศากันเลยทีเดียว

ถัดมาทีการปรับมุม ก้ม-เงย หน้าจอจะรองรับที่ระดับ 5 ถึง -5 องศา

เมื่อหันมาดูที่ด้านหลังจะพบกับที่แขวนหูฟังสีแดงๆ ด้านบนยื่นออกมา ซึ่งผู้ใช้งานสามารถถอดออกได้ถ้าหากไม่ได้ใช้งาน ทั้งนี้ที่ด้านหลังของจอมอนิเตอร์จะประกอบด้วยฝาหลังที่เป็นพลาสติกแบบมันเงาและแบบด้าน
ช่องต่อ
หลังจากที่ได้พาคุณผู้อ่านไปไล่ดูในส่วนของหน้าตาและลูกเล่นการใช้งานอย่างเช่น การปรับมุม ก้ม-เงย และการปรับระดับการหัน ซ้าย-ขวา บนหน้าจอว่าสามารถหันได้มากขนาดไหนไปกันแล้ว ทีนี้กระผมต้องขอพาคุณผู้อ่านมาดูกันที่ส่วนของช่องต่อต่างๆ ที่อยู่บนเจ้า BenQ XL2420Z กันบ้าง มาดูกันซิว่าจอระดับเกมเมอร์แบบนี้เข้าจะใส่ช่องต่อมาให้ใช้งานได้อลังการมากน้อยเพียงใด

สำหรับช่องต่อหรือพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ จะอยู่ที่บริเวณด้านล่างของหน้าจอ ในที่นี้กระผมได้ให้คุณตากล้องจับจอมอนิเตอร์หงายขึ้นมาและถ่ายภาพมาให้คุณผู้อ่านได้เห็นกันแบบเต็มๆ ตา
จากภาพด้านบนจะประกอบไปด้วยช่องต่อต่างๆ ดังนี้
1. พอร์ต Mini USB สำหรับเชื่อมต่อกับชุดคอนโทรลเลอร์ที่เอาไว้สำหรับควบคุมเมนูต่างๆ บนหน้าจอมอนิเตอร์
2. DisplayPort จำนวน 1 พอร์ต
3. VGA จำนวน 1 พอร์ต
4. DVI จำนวน 1 พอร์ต
5. HDMI จำนวน 2 พอร์ต
6. USB Type B จำนวน 1 พอร์ต
7. USB Type A จำนวน 1 พอร์ต

ใกล้ๆ กันอีกฝั่งจะเป็นช่องสำหรับเชื่อมต่อสาย Power AC โดยหม้อแปลงไฟของหน้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้จะอยู่ภายในจอทำให้ตัวอะแดปเตอร์ไม่รกรุงรังเวลาจัดวางเข้ากับโต๊ะ

ภาพ
เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยหลังจากที่ได้พาคุณผู้อ่านอ้อมโลกไปดูทั้งส่วนของดีไซน์และส่วนของช่องต่อกันไปแล้ว ในที่สุดก็มาถึงยังส่วนที่ใครหลายๆ คนกำลังนั่งรอกันอยู่นั่นคือส่วนของ “ภาพ” สำหรับในส่วนนี้จะพาไปดูที่เรื่องของแนวภาพและการใช้งานจริงที่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาจากจอมอนิเตอร์ BenQ XL2420Z ว่าเป็นอย่างไรน่าใช้งานไหม? ถ้าหากพร้อมแล้วไปดูกันเลยจ้า

สำหรับการทดสอบมอนิเตอร์ครั้งนี้กระผมได้ใช้แหล่งภาพที่นำมาเชื่อมต่ออยู่สองแหล่ง คือ การเชื่อมต่อภาพจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และการเชื่อมต่อภาพจากเครื่องเล่นเกม PlayStation 3 เป็นหลัก

ก่อนอื่นต้องขอพาคุณผู้อ่านมาเริ่มดูกันที่ “อุณหภูมิสี อัตราการกินไฟ และการวัดค่าอื่นๆ” ในส่วนของโหมดภาพสำเร็จรูป และค่าต่างๆ ที่วัดได้ได้หลังจาก Calibrated ภาพแล้ว
จากตารางด้านล่าง คือ ค่าต่างๆ ที่วัดได้จากเครื่องมือ calibration มีดังนี้

หมายเหตุ ค่าที่ใช้อ้างอิงคือ 6,500K = อุณหภูมิแสงสีขาวที่ใช้ในการอ้างอิงเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมวีดีโอ และภาพถ่าย

Test Report ก่อนทำการปรับภาพ (Pre-Calibrate – Standard)
ในการตรวจสอบโหมดภาพจากโรงงาน (Out of box) พบว่า Standard ให้ความเที่ยงตรงดีที่สุด ซึ่งรวมถึงการการตรวจวัดค่าของ Color Temp, Gamma และ Color Gamut จากค่าเริ่มต้น (Default) ที่มาจากโรงงานยังไม่ได้มีการปรับแต่งค่าใดๆ จะเห็นได้ว่าที่กราฟ RGB Balance จะติดน้ำเงินอยู่มากพอสมควร (อุณหภูมิสีอยู่ที่ราวๆ 7,600K ซึ่งสูงกว่าค่าอ้างอิงที่ 6,500K)
ซึ่งจากค่าที่วัดได้ก็สอดคล้องกับภาพที่แสดงออกมาทางหน้าจอในขณะนั้น โดยคาแรคเตอร์ของภาพจะดูแล้วเย็นตาและค่อนข้างสว่างสดใส แต่ความสดของสีนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความร้อนแรงของเนื้อสีแต่อย่างใด

Test Report หลังทำการปรับภาพ (Post-Calibrate – Standard)
ถึงแม้ว่าโหมด Standard ที่เป็นค่าเริ่มต้นมาจากโรงงานจะยังให้ค่าไม่เที่ยงตรงที่สุด แต่ด้วยพื้นฐานที่ดี รองรับการปรับภาพได้ละเอียด ภายหลังการ Calibrate พบว่าผลจากการ Calibrate ทั้งก่อนและหลังนั้นค่าที่ทำออกมาได้ค่อนข้างต่างกันมากอยู่พอสมควร เมื่อนำกราฟ 2 กราฟมาเทียบกันจะเห็นได้ว่าค่าแม่สีหลัก (RGB) มีอาการฟุ้งน้อยลง (โดยเฉพาะสีน้ำเงินและสีแดง) ซึ่งค่าที่วัดได้หลัง Calibrate อย่างค่า Color Temp จะอยู่ที่ประมาณ 6,645K เท่านั้น รับรองได้เลยว่านอกจากจะเอาไปเล่นเกมได้อย่างเพลิดเพลินแล้วยังให้คุณภาพของภาพที่สมจริงอีกด้วย

ทดสอบ Aspect Ratio หรือการแสดงอัตราส่วนของภาพ ด้วยการใช้ Pattern จากแผ่น DVE เปิดผ่านเครื่องเล่นเกม PlayStation 3 ด้วยการปรับตั้งค่าทั้งแบบ Overscan และ none Overscan
จากภาพด้านบนเมื่อได้ทำการเลือก Overscan เป็น On จะทำให้ตัวสเกลของภาพถูกซูมเข้ามาจึงทำให้บริเวณขอบจอนั้นหายไปพอสมควร ซึ่งการใช้งานหน้าจอปกติจะแนะนำให้เลือกเป็น Off เพราะว่าจะทำให้เราสามารถรับชมเนื้อหาของภาพได้อย่างครบถ้วนโดยที่ไม่สูญเสียส่วนใดของภาพไป แต่การเลือก Overscan เป็น On นั้นจะเหมาะกับเวลาที่เราดูเนื้อหาหรือดูภาพยนตร์แล้วมันมีส่วนที่เป็นขอบดำๆ อยู่รอบนอก เราก็สามารถเลือกเปิด Overscan ได้เพื่อให้ขอบดำๆ นั้นไม่มาทำให้เราเสียอรรถรสในการรับชมนั่นเอง

ในส่วนเมนูการตั้งค่าต่างๆ ของ BenQ XL2420Z นั้นหลักๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ เมนูสำหรับเลือก Input, เมนูสำหรับใช้เลือกโหมดภาพ, เมนูสำหรับเลือกขนาดหน้าจอ, เมนูสำหรับขเข้าไปตั้งค่าขั้นสูง และเมนูสำหรับกดออกจากเมนูหน้าจอ
การใช้งานของเมนูแต่ละเมนู (จากภาพด้านบน) จะมีคุณสมบัติการใช้งานคร่าวดังนี้
1. เมนู Input :: เป็นเมนูที่ใช้สำหรับเลือกพอร์ต Input ที่เรามีการเชื่อมต่อจากแหล่งสัญญาณภาพนั้นๆ อยู่
2. เมนู Picture mode :: เป็นเมนูสำหรับเลือกโหมดภาพมีให้เลือก 11 โหมด คือ Standard Movie Photo, sRGB, Eco, FPS1, FPS2, RTS, Gamer1, Gamer2 และ Gamer3
3. เมนู Display mode :: เป็นเมนูที่ใช้สำหรับเลือกขนาดการแสดงผลภาพบนหน้าจอสามารถเลือกได้ตั้งแต่ขนาด 17 นิ้วไปจนถึง 22 นิ้ว แต่ถ้าเลือกเป็น Full จะแสดงผลตามขนาดหน้าจอจริงนั่นก็คือขนาด 24 นิ้ว
4. เมนู “Menu” :: เป็นเมนูที่สามารถเข้าไปปรับตั้งค่าต่างๆ ที่เกี่ยวกับภาพ และลูกเล่นต่างๆ ที่อยู่บนจอมอนิเตอร์
5. เมนู Exit :: สำหรับเมนูนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมา เพราะว่ามันเป็นเมนูที่เอาไว้สำหรับกดออกจากเมนูอีกทีนั่นเอง
หมายเหตุ เมนูทั้งหมดทางด้านบนสามารถควบคุมผ่านทางปุ่มสัมผัสที่อยู่บริเวณด้านข้างจอมอนิเตอร์ หรือจะควบคุมผ่านทางคอนโทรลเลอร์ก็สะดวกไปอีกแบบ

ถ้าหากใครสงสัยว่าหน้าตาของเมนูที่ชื่อว่า “Menu” มีหน้าตาเป็นอย่างไรนั้นก็ตามภาพด้านบนเลยจ้า
สำหรับตัวของเมนู “Menu” นั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับตั้งค่าได้หลากหลายโดยเฉพาะการปรับภาพที่ทาง BenQ XL2420Z แบ่งออกมาเป็นเมนูที่สามารถปรับค่าภาพทั่วไปและเมนูสำหรับการปรับค่าขั้นสูง ซึ่งถือว่าออกแบบมาตอบสนองการปรับภาพเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ถ้าหากใครซื้อเจ้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้มาไว้ใช้งานแล้ว หรือหากใครทำกำลังเล็งๆ อยู่ก็ไปลองกดเล่นกันได้นะ

ลองเอามาใช้ดูภาพยนตร์เพลินๆ ก็ถือว่าไม่เลวร้ายนะกับขนาดจอ 24 นิ้ว
โดยหน้าจอของ BenQ XL2420Z นั้นเป็นแบบ “TN” ถ้าหากนำมาใช้รับชมภาพยนตร์ขอแนะนำว่าให้ดูในมุมตรงจะได้อารมณ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ถึงแม้ว่าทาง BenQ จะเคลมมาว่าหน้าจอ TN ของเจ้าตัวนี้มีมุมมองที่ค่อนข้างกว้างแต่เอาเข้าจริงๆ ก็อาจจะมีอาการเพี้ยนของสีเวลาที่มองในมุมเอียงอยู่บ้าง ในส่วนของการแสดงภาพเคลื่อนไหวอย่างเช่นฉากที่มีการแพนกล้องยังคงรู้สึกว่ามีอาการสั่นของภาพอยู่บ้างพอสมควร

ทดสอบการแสดงตัวอักษรหรือตัวหนังสือบนหน้าจอมอนิเตอร์
หลังจากที่ได้ลองนำมาใช้งานจริงด้วยการใช้งานในด้านเอกสารและการใช้งานท่องเว็บไซต์ พบว่าความคมชัดของตัวอักษรในแต่ละพิกเซลมีการเรียงตัวกันได้อย่างเรียบเนียน ไม่ว่าจะเป็นมุมโค้งมนหรือมุมเหลี่ยมของตัวหนังสือที่แทบไม่มีรอยหยักของเส้นมาทำให้รู้สึกไม่สบายตาแต่อย่างใด
ทั้งนี้เจ้า BenQ XL2420Z ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Flicker-free และ Low Blue Light ที่จะเข้ามาช่วยลดอัตราการกระพริบของจอภาพ รวมถึงการลดแสงสีน้ำเงินที่แผ่ออกมาทางหน้าจอมอนิเตอร์ทำให้ผู้ที่ใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ มีอาการล้าของสายตาน้อยลงอีกด้วย

ในเมื่อเจ้าจอมอนิเตอร์ตัวนี้ได้กำเนิดมาเพื่อคู่ควรกับเกมเมอร์โดยเฉพาะ ทางทีมงานจึงนำของเราได้แอบเอาไปเล่นเกมอยู่หลายเกมด้วยกัน จากภาพด้านบนกระผมได้ขอแอบถ่ายมาให้คุณผู้อ่านได้ชมกันสักภาพ
สำหรับการเล่นเกมที่ส่วนใหญ่ของภาพที่แสดงผลออกมาทางหน้าจอมอนิเตอร์นั้นมักจะเป็นภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วแบบฉับพลันทำให้ผู้ใช้งานในกลุ่มเกมเมอร์มักจะให้ความสำคัญในส่วนนี้ ซึ่งตัวของ BenQ XL2420Z ก็มีความไวอยู่ที่ 1ms (GTG) แต่จากการทดสอบพบว่า และรองรับ Refresh rate อยู่ที่ 100/120/144Hz นอกจากนี้ทาง BenQ ยังได้ใส่เทคโนโลยี Motion Blur Reduction ที่ช่วยลดอาการฟุ้งเบลอของภาพอย่าเช่น ฉากระเบิดที่ในบางครั้งมีกลุ่มควันฟุ้งเบลอจนไม่อาจทำให้เรามองเห็นศัตรูที่อยู่หลังหมอกควันนั้นได้
จาการใช้เล่นเกมก็พบว่าในส่วนฉากที่ตัวละครมีการเคลื่อนไหวเร็วๆ นั้น Response time ที่ทำออกมาได้จริงนั้นอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางดีเล็กน้อย เพราะว่ายังคงมีอาการ Ghost (เป็นเงา) ให้เห็นเวลาที่ตัวละครในเกมมีการวิ่งอยู่บ้างพอสมควร แต่ในส่วนของรายละเอียดวัตถุต่างๆ ที่แสดงผลออกมานั้นถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวล่ะจ้า
หมายเหตุ BenQ XL2420Z รองรับเทคโนโลยี NVIDIA® 3D Vision™ 2 ด้วย แต่ภายในชุดไม่ได้แถมอุปกรณ์มาให้จึงไม่ได้ทำการทดสอบให้ได้รับชมกัน

อีกหนึ่งลูกเล่นที่จอเทพๆ เดี๋ยวนี้ต้องทำได้อย่างการปรับหมุนจอให้เป็นแนวตั้งก็ได้ถูกใส่มาให้เราได้ปรับใช้งานกันด้วนนะ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบนะเหมาะกับเวลาที่ต้องการอ่านเว็บแบบเต็มๆ ตา หรือจะใช้เวลาเขียนโค้ดโปรแกรมก็สะดวกดีแท้
สรุป
อ่านกันมาตั้งนานกระผมเชื่อว่าในนี้ต้องมีเกมเมอร์แฝงตัวเข้ามาอ่านกันอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะ? จากที่ได้พาคุณผู้อ่านไปดูเรื่องของคุณภาพของภาพและลูกเล่นการใช้งานของเจ้า BenQ XL2420Z กันไปแล้วทีนี้เราก็เดินทางมาถึงยังปลายทางกันแล้ว สำหรับคุณสมบัติเด่นของเจ้ามอนิเตอร์ตัวนี้นั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ที่ทำให้ดูแล้วมีความเป็นมืออาชีพ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นเกมเมอร์จ๋าไปเลยซะทีเดียว ซึ่งอาจจะทำให้ท่านที่กำลังมองหาหน้าจอมอนิเตอร์ที่มีขนาดจอกำลังดีและมีราคาอยู่ในช่วงที่ไม่สูงมาก แถมยังมาพร้อมกับลูกเล่นและพอร์ตเชือมต่ออย่างครบครันอีกด้วย…ถือว่าคุ้มจริงๆ
BenQ XL2420Z มาพร้อมกับหน้าจอ LED จอด้านแบบ TN ที่มีขนาดอยู่ที่ 24 นิ้ว (ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล) โดยอัตราส่วนเป็น Windscreen 16:9 รองรับ Refresh rate อยู่ที่ 100/120/144 Hz โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Motion Blur Reduction, Flicker-free และ Low Blue Light เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์และผู้ที่ใช้งานด้านเอกสารที่ต้องอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะ

BenQ รุ่น XL2420Z ราคา 13,xxxx บาท
ส่วนเรื่องของคุณภาพของภาพที่เป็นค่าเริ่มต้นมาจากโรงงานถ้ามองเผินๆ แล้วถือว่าใช้ได้เลยแต่จะติดสว่างไปอยู่พอสมควร หลังจากที่ทีมงานได้จับเจ้า BenQ XL2420Z มาทำการปรับภาพแล้วพบว่าคุณภาพของภาพถือว่าดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิสีที่ใกล้เคียงกับค่ามาตรฐาณ 6,500K (หน้าจอนี้ทำออกมาได้ที่ 6,645K) หรือแม้แต่การแสดงรายละเอียดของวัตถุก็สามารถทำออกมาได้ดีเช่นกัน แต่จากการทดสอบพบว่าส่วนที่เป็นเรื่องของการแสดงภาพเคลื่อนไหวนั้นยังทำได้ไม่ค่อยดีมากนักอาจจะมีอาการ Ghost ให้เห็นอยู่บางเล็กน้อย ทั้งนี้ถ้าเทียบกับจอมอนิเตอร์ราคาที่อยู่ในช่วงเดียวกันถิอว่าดีใช้ได้เลย
จากการใช้งานถ้าถามว่าชอบส่วนไหนของเจ้า BenQ XL2420Z ถ้าถามความเห็นของกระผมสิ่งแรกเลยคือ ชอบตรงที่สามารถปรับใช้งานได้แทบจะทุกส่วนโดยเฉพาะตรงที่เราสามารถหมุนปรับให้จอเป็นแนวตั้งได้ ทำให้เวลาที่เราใช้อ่านพวกเว็บไซต์หรืออีบุ๊คมันจะถนัดและเต็มตาเราสุดๆ ทั้งนี้ต้องฝากเจ้าจอมอนิเตอร์ขั้นเทพตัวนี้ไว้ในอ้อมอกท่านที่กำลังสนใจและกำลังหาข้อมูลอยู่…ถ้าสนใจจริงๆ แนะนำให้ไปลองเล่นของจริงกันก่อนนะรับรองไม่ผิดหวัง เด็ดจริง!
ข้อดีของจอมอนิเตอร์ BenQ รุ่น XL2420Z
1. มอนิเตอร์เพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมกับเทคโนโลยี Motion Blur Reduction, Flicker-free และ Low Blue Light ที่ช่วยในการถนอมสายตา พร้อมทั้งช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. มาพร้อมกับพอร์ต Input สัญญาณภาพที่รองรับการใช้งานทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพอร์ต VGA, DVI, HDMI, Display Port และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
3. ตัวฐานตั้งของมอนิเตอร์สามารถปรับ หันซ้าย-หันขวา, เงยขึ้น-เงยลง, ปรับระดับ สูง-ต่ำ, ปรับหมุนหน้าจอได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน
4. คอนโทรลเลอร์สำหรับควบคุมหน้าจอสามารถใช้แทนการเอื้อมมือไปกดปุ่มเมนูที่ด้านข้างหน้าจอได้จริง แถมบริเวณเสายึดหน้าจอด้านหลังยังมีที่แขวนหูฟังมาให้อีกด้วย
ข้อเสียของจอมอนิเตอร์ BenQ รุ่น XL2420Z
1. จอภาพแบบ TN เมื่อมองด้านข้างในมุมทแยงมากๆ จะรู้สึกว่าสีเพี้ยนไปนิดหน่อยอาจเป็นเพราะว่าหน้าจอเป็นจอชนิดด้านด้วย เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแนะนำให้มุมตั้งฉากกับหน้าจอจะดีที่สุด
2. การแสดงภาพเคลื่อนไหวยังทำออกมาได้ไม่ปรื๊ดปร๊าดเท่าที่ควร แต่ก็ตอบสนองได้ดีในระบบหนึ่ง