Skip to content
|

ถ้าโรงหนังไม่เวิร์คก็จัดหนัก (แบบงบไม่บาน) ดูหนังจอยักษ์ที่บ้านเลยเป็นไง !! รีวิว Acer P1340W 3D Home Projector

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jan 2022 0 comments

3D Home Projector

Acer P1340W

ถ้าโรงหนังไม่เวิร์คก็จัดหนัก (แบบงบไม่บาน) ดูหนังจอยักษ์ที่บ้านเลยเป็นไง !!

ช่วงที่กำลังปั่นต้นฉบับอยู่นี้ เห็นมีข่าวผู้บริโภคไปร้องเรียน สคบ. กันเยอะเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ ไม่ว่าจะค่าตั๋ว ค่าของกินเล่นแพง หรือไม่ก็ฉายโฆษณาเยอะ ไปจนถึงเรื่องแอร์ไม่เย็นบ้างล่ะ ฯลฯ 


ทำไมคนถึงชอบไปดูหนังในโรงฯ ผมเชื่อว่าประเด็นหนึ่งเพราะอยากได้รับประสบการณ์ความอลังการจากภาพบนจอขนาดใหญ่เต็มตา ซึ่งถ้าหากเป็นเมื่อก่อน การชมภาพยนตร์จอใหญ่ๆ อย่างไรเสียก็ต้องไปที่โรงภาพยนตร์ เพราะหาจอใหญ่ๆ ดูที่บ้านไม่ได้ แต่วันนี้ตัวเลือกจอภาพขนาดใหญ่ สำหรับใช้งานในบ้านมีจำนวนตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น พร้อมๆ กับระดับราคาที่ลดต่ำลงพอให้จับต้องได้ สังเกตได้จากจอภาพแบบ Flat Panel ที่แฟนๆ LCDTVTHAILAND คุ้นเคยกันดี เดี๋ยวนี้ขนาด 60 70 ไล่ไปจนถึง 80 กว่านิ้ว มีให้เห็นกันเกร่อในงาน Expo ต่างๆ แต่ถึงกระนั้น เพดานราคาก็ดูเหมือนจะห่างจากจอขนาดเล็กอยู่มาก เรียกว่าขนาดยิ่งใหญ่ ราคาก็ยิ่งสูงขึ้น สูงขึ้น เป็นเงาตามตัว…
 


อลังการกับภาพจอใหญ่แบบเดียวกับโรงภาพยนตร์ที่บ้าน… เป็นไปได้หรือไม่?
 

ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่สามารถขยายประสบการณ์รับชมให้ใหญ่ขึ้นได้มาก ในขณะที่งบประมาณมิได้แปรผันพุ่งปรี๊ดตามความใหญ่แต่อย่างใด… หากจะให้ชี้ชัดกว่านั้น ผมกำลังจะบอกว่า เดี๋ยวนี้ใครที่อยากชมจอใหญ่ระดับ 100 นิ้ว ก็ทำได้ เพียงกำเงินไป 2 หมื่น ไปซื้อ “โปรเจ็กเตอร์” ก็จะได้สิทธิ์นั้นทันที !

2 หมื่นบาท หากเป็นเมื่อก่อนคงได้แค่โปรเจ็กเตอร์พรีเซนเทชั่น ความละเอียดต่ำๆ ดูหนังก็คงไม่ได้น้ำได้เนื้อ ระดับคอนทราสต์ก็ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวนัก เน้นสว่างโล่อย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ 2 หมื่น ได้โปรเจ็กเตอร์ความละเอียดระดับ High Definition แล้วครับ และยังรองรับ 3D อีกต่างหาก เอาไปดูแบบมิติ “ทะลุจอ” กันเลย…
 

Acer P1340W Home Entertainment 3D DLP Projector
พระเอกของงานนี้ มาในลักษณะ “ขาว” ได้ใจทั้งเซ็ต

General Specification*

Model     P1340W   
Projection System DLP
Native Resolution WXGA
(1280×800)
HDMI Input 1
3D System Active
Resolution Support Up to
1920×1200
Horizontal Frequency 31-99 kHz
Vertical Scan Rate 23-120Hz
Brightness 2700
ANSI Lumen
Lamp Type 190W
Lamp Life
(STD/Ex.ECO)
5000/7000
hours
Lens Shift
Throw Ratio 1.5-1.65
Image Size (Diagonal) 44″-230″
Zoom Ratio 1:1.1
Audible Noise
(STD/ECO)
30/26 dB
Speaker 2W
Power Consumption
Standby
240W
N/A
Weight 2kg
Price 20,900
(ราคาตั้ง)
*คุณสมบัติทางเทคนิค อ้างอิงจากเอกสารเผยแพร่ของผู้ผลิต

ดีไซน์

Acer P1340W เป็นโปรเจ็กเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Single-chip DLP (Digital Light Processing) กับ Native Resolution 1280×800 pixels (WXGA) เหนือกว่าโปรเจ็กเตอร์พรีเซนเทชั่นราคาประหยัดทั้งหลายที่มีความละเอียดแค่ 800×600 หรือ 1024×768 pixels เท่านั้น P1340 จึงรองรับสัญญาณรายละเอียดสูง ระดับ HD ได้ดีกว่า

หมายเหตุ: แม้ว่า Native Resolution เป็นอัตราส่วน 16:10 แต่สามารถปรับให้รับชมในอัตราส่วน 16:9 อันเป็นมาตรฐานสำหรับคอนเทนต์ HD ได้ และการหาจอฉายมาใช้งานนั้น หากหาอัตราส่วน 16:10 มาไม่ได้ ก็สามารถใช้งานจอฉายอัตราส่วน 16:9 (ซึ่งหาได้ง่ายกว่า) ทดแทนได้เช่นเดียวกัน แต่จะมีข้อกำหนดเล็กน้อย



P1340W มีขนาดไม่ถึงกับเล็กจิ๋ว แต่ก็ไม่ใหญ่ จัดวางตำแหน่งเลนส์ฉายเยื้องไปทางขวา
ส่วนฝั่งซ้ายเป็นตำแหน่งช่องพัดลมระบายความร้อน


ซูมให้เห็นเลนส์ฉายกันชัดๆ สามารถย่อขยาย และปรับโฟกัสโดยการหมุนแมนนวลได้เช่นเดียวกับโปรเจ็กเตอร์ทั่วไป แต่ยังไม่สามารถปรับชดเชยตำแหน่งเลนส์ (Lens Shift) เหมือนรุ่นใหญ่ที่มีราคาสูง ส่วนวงกลมสีดำเล็กๆ เยื้องไปทางมุมบนขวา คือ IR Receiver
 

การรับสัญญาณจากรีโมตนั้น เท่าที่ทดสอบดู พบว่ามุมรับสัญญาณกว้างดีครับ และไม่ได้รับได้เฉพาะแต่ด้านหน้าที่เห็นตำแหน่งเซ็นเซอร์ IR อยู่นี้ แต่ด้านหลังก็รับได้ (เข้าใจว่าคงจะมีเซ็นเซอร์ด้านหลังด้วย) ตรงนี้จะช่วยให้จัดวางโปรเจ็กเตอร์ได้ยืดหยุ่น เพราะรับสัญญาณสั่งการจากรีโมตได้หลายมุมนั่นเอง



ด้านบน นอกจากจุดปรับโฟกัสเลนส์ด้านหน้าแล้ว เยื้องไปด้านหลังเป็นจุดจัดวางปุ่มควบคุมสำคัญต่างๆ บนตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นสวิตช์ On/Standby, Menu, Source ฯลฯ
ส่วนด้านหลังที่เป็นจุดเชื่อมต่อสายต่างๆ (จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วง “ช่องต่อ” ครับ)
 

รีโมตขนาดกะทัดรัดสีขาว แม้จะเล็กแต่ก็สามารถควบคุมฟังก์ชั่นหลักๆ ได้ครบ แต่ขัดใจนิดนึงตรงที่ปุ่มไม่มี Backlit จึงไม่สามารถเรืองแสงในที่มืด ดังนั้นเมื่อเวลาใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับโปรเจ็กเตอร์ คือ ห้องมืด จึงใช้งานค่อนข้างลำบาก แต่ดูจากระดับราคาแล้วก็พอหยวนๆ ครับ
 

หมายเหตุ: ปุ่ม  e  บนรีโมต และที่ตัวโปรเจ็กเตอร์ จะมีบทบาทสำคัญในการใช้งานโปรเจ็กเตอร์เครื่องนี้ เนื่องจากใช้เรียก empowering Menu ขึ้นมา เพื่อใช้เป็น shortcut ในการตั้งค่าต่างๆ แทนการเข้าไปเลือกใน Menu หลักครับ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม หน้า 2)



แว่น 3D อุปกรณ์เสริมสำคัญ ขาดไม่ได้สำหรับการรับชมคอนเทนต์สามมิติ แน่นอนว่าเป็นรูปแบบ 3D Active Shutter Glasses ที่อาศัยแบ็ตเตอรี่ให้พลังงานแก่วงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำหน้าที่เปิดปิดชัตเตอร์แว่นสลับตาซ้ายและตาขวา อันเป็นรูปแบบหลักที่ใช้งานกับโปรเจ็กเตอร์บ้านทั่วไป และเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ 3D TV บางรุ่น

ขนาดโครงสร้างของแว่นอาจจะดูหนาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเทอะทะมากมายอะไร
บอดี้สีขาว วัสดุงานประกอบดูดี เข้ากับโปรเจ็กเตอร์เลยล่ะ


การรับสัญญาณจะอาศัยเทคนิค IR Sync แต่ไม่ต้องกังวลว่าการรับสัญญาณจะต้องหันหน้าตรงเข้าหาโปรเจ็กเตอร์อย่างเดียวจนทำให้นั่งชมได้แค่ไม่กี่มุม จากการใช้งานพบว่าจะนั่งอยู่ข้างหลัง เยื้องไปข้างหน้า หรือนั่งอยู่ใต้โปรเจ็กเตอร์ตรงๆ ก็ยังรับสัญญาณได้ครับ และการซิงก์สัญญาณก็ไม่ใช่จะหลุดกันง่ายๆ ด้วย อย่างเวลาคนเดินผ่านหน้านี่ไม่มีหลุด (ตรงนี้ทำได้ดีกว่าทีวี 3D Active บางรุ่นเสียอีก)

เดี๋ยวรายละเอียดการใช้งาน 3D จะไปกล่าวเพิ่มเติมอีกทีช่วงท้ายครับ
ไปดู “ช่องต่อ” กันก่อน

ช่องต่อ

ที่นี้มาดูช่องต่อต่างๆ ที่รวมอยู่ทางด้านหลังกันบ้าง

ช่องต่อที่ให้มาถือว่าครอบคลุมที่ใช้งานรว่มกับระบบโฮมเธียเตอร์ในปัจจุบันได้ แน่นอนที่ขาดไม่ได้เพราะเป็นปัจจัยหลักในการรองรับทั้งมาตรฐาน HD และ 3D คือ Digital HDMI In  มีมา 1 ช่อง ส่วนช่องต่อที่มีเยอะหน่อย คือ Analog VGA In (D-sub 2 ช่อง สำหรับรับสัญญาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า โดย 1 ช่อง สามารถใช้งานร่วมกับตัวแปลง HDTV Adapter เพื่อแปลงเป็นช่องสัญญาณ Component ได้ครับ เผื่อจะเสียบใช้งานกับเกมคอนโซล หรือเครื่องเล่นดีวีดี ก็ตามสะดวก เช่นเดียวกับช่อง Composite และ S-video ที่เผื่อให้ใช้งานกับอุปกรณ์วิดีโออื่นๆ ส่วนปลั๊กไฟเป็นแบบ IEC ถอดสายได้ครับ กรณีที่สายไฟแถมสั้นหรือยาวไปอย่างไร หรือจะอัพเกรด ก็หาแบบที่ต้องการเสียบได้เลย


อ้อ P1340W เครื่องนี้ มีภาคขยายและลำโพงติดตั้งมาในตัวโปรเจ็กเตอร์ด้วยนะครับ เผื่อเวลาพกพาโปรเจ็กเตอร์ติดตัวไปใช้งานที่ไหนแล้วไม่มีระบบเครื่องเสียงให้ใช้ ก็สามารถฟังเสียงผ่านโปรเจ็กเตอร์เครื่องนี้ได้โดยลำพัง โดยรับสัญญาณเสียงได้ทั้งทางดิจิทัล HDMI In (PCM up to 48kHz 2-channel ) และทางอะนาล็อกผ่านช่อง 3.5mm สีฟ้า ถึงแม้ระดับเสียงผ่านตัวโปรเจ็กเตอร์จะค่อนข้างเบาไปบ้างก็เถอะ แต่พอใช้งานชั่วคราวแบบลำลองได้ กระนั้นกรณีที่ต้องการระดับเสียงที่ดังขึ้น และคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น ก็สามารถเชื่อมต่อลำโพงภายนอกแทนลำโพงที่ติดตั้งภายในโปรเจ็กเตอร์เครื่องนี้ได้ด้วยครับ โดยเสียบผ่านช่อง 3.5mm สีเขียว

เพิ่มเติม

มาว่ากันด้วยเรื่องของการใช้งานกันบ้าง สำหรับแฟนานุแฟนของ LCDTVTHAILAND ที่อาจเพิ่งทำความรู้จักกับโปรเจ็กเตอร์ ลักษณะการติดตั้งใช้งานจะแตกต่างจาก Flat Panel TV ที่คุ้นเคยกันอยู่บ้างครับ

การใช้งานโปรเจ็กเตอร์โดยทั่วไปนั้น มักจะเป็นการวางโปรเจ็กเตอร์ไว้ข้างหน้าจอฉาย ตัวเราจะนั่งชมภาพที่สะท้อนบนจอฉาย (Screen) อีกที ลักษณะแบบนี้เรียกว่า Front Projection ครับ ในส่วนของการจัดวางตัวโปรเจ็กเตอร์เราสามารถวางได้ทั้งตั้งพื้น (วางบนโต๊ะ บนหิ้ง) หรือกลับหัวแขวนฝ้าเพดานก็ได้ โดยจะมีโหมดให้ปรับตั้งที่เมนูการติดตั้ง อิงตามลักษณะการจัดวาง

จุดหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเลือกซื้อ และก่อนติดตั้งโปรเจ็กเตอร์ คือ “ระยะฉาย” สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่การแสดงภาพที่ต้องการรับชม (หรือก็คือขนาดจอฉายนั่นเอง ซึ่ง P1340W รองรับขนาดการฉายได้ตั้งแต่ 44 ถึง 230 นิ้ว เลยทีเดียว) ถึงแม้เราสามารถปรับย่อ-ขยายขนาดภาพฉาย โดยการปรับที่ระยะเลนส์ได้ ทว่าก็ทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น สำคัญที่ระยะฉาย (ระยะห่างจากจอฉาย) ต้องลงตัวด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการฉายภาพใหญ่ๆ จะต้องวางโปรเจ็กเตอร์ให้มีระยะห่างจากจอฉาย (Screen) ที่ไกลขึ้นครับ ดังนั้นถ้าห้องเล็ก พื้นที่น้อย การจะชมจอใหญ่ก็จะถูกบังคับด้วยระยะฉาย ทำให้ไม่สามารถชมจอใหญ่มากไปโดยปริยาย แล้วเราจะอ้างอิง “ระยะฉาย” กับ “ขนาดจอฉาย” ได้อย่างไร?

ยกตัวอย่าง ทีมงานใช้จอฉาย (Screen) ขนาด 90″ เมื่อดูจากตารางข้างบน (ถ้ารูปไม่ชัด ดูจากคู่มือการใช้งานแทนได้นะครับ ตารางเดียวกัน) สำหรับ P1340W นั้น จะพบว่าต้องการระยะฉายที่ 2.9 ~ 3.2 เมตร เมื่อดูจากความยาวของห้องทดสอบที่ 4.5 เมตร จึงสามารถวางโปรเจ็กเตอร์เพื่อชมกับจอฉายขนาดดังกล่าวได้ ไม่มีปัญหาครับ แต่อาจจะต้องเคลียร์ข้าวของตามแนวการฉาย ที่อาจจะบดบังมุมฉายของโปรเจ็กเตอร์ออกสักหน่อย

การติดตั้งตัวโปรเจ็กเตอร์นั้น กรณีที่ไม่สามารถวางโปรเจ็กเตอร์ในระนาบที่ฉายได้พอดีกับความสูงของจอฉาย การปรับก้มเงยชดเชยที่ตัวโปรเจ็กเตอร์จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ ทว่าภาพบนจอจากการวางโปรเจ็กเตอร์ที่ไม่ได้แนวระนาบดังกล่าว จะทำให้ภาพฉายมีอัตราส่วนผิดเพี้ยนเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ตรงนี้สามารถใช้ฟีเจอร์ Digital Keystone ปรับแก้ได้ในระดับหนึ่ง (P1340W สามารถปรับแก้ได้เฉพาะในแนว Vertical ที่เกิดจากการก้ม หรือเงยโปรเจ็กเตอร์) ถ้าเป็นไปได้ วางโปรเจ็กเตอร์ให้พอดีในแนวระนาบ (แล้วไม่ต้องใช้ Keystone) จะได้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุดครับ

หากต้องการปรับแต่ง ตั้งค่าการใช้งาน นอกเหนือจากหน้า Menu หลัก แล้ว เมื่อกดปุ่ม e ที่รีโมต หรือที่โปรเจ็กเตอร์ 1 ครั้ง จะเป็นการเรียก empowering Menu ขึ้นมา ทำหน้าที่เหมือน “Shortcut Menu” เพื่อเข้าถึงการตั้งค่าสำคัญ มีทั้งหมด 4 หมวด การเปลี่ยนหมวดทำได้โดยการกดปุ่ม e ซ้ำๆ ซึ่งหมวดที่จะใช้ได้บ่อยคงไม่พ้น eView Management สำหรับเลือกโหมดภาพ, ePower Management สำหรับปรับกำลังหลอด และ e3D Management เมื่อต้องการใช้งานโหมด 3D (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมช่วงรายงานการใช้งาน 3D Mode)

ภาพ

การทดสอบของทีมงานนั้น ใช้งาน P1340W แบบตั้งวางบนหิ้ง ฉายภาพขึ้นจอฉายแบบ Fixed ขนาด 90″ อัตราส่วน 16:9 แขวนผนังในตำแหน่งกึ่งกลางห้อง การเชื่อมต่อสายจาก AVR ไปยังโปรเจ็กเตอร์จะพิเศษแตกต่างจากทีวีนิดนึง เนื่องจากต้องวางโปรเจ็กเตอร์ไว้ด้านตรงข้ามกับจอฉาย ดังนั้นโปรเจ็กเตอร์จะอยู่ห่างจากซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ (ที่มักจะวางไว้ใกล้กับจอฉายหรือตำแหน่งเดิมที่วางทีวี) ค่อนข้างมาก งานนี้จึงต้องใช้สายสัญญาณหลัก คือ สาย HDMI ต้องยาวนิดหนึ่งครับ

งานนี้ได้ฤกษ์นำสาย Jericho ยาว 10 เมตร มาประกอบการใช้งาน

P1340W เมื่อรับชม 2D จะมีโหมดภาพสำเร็จรูปให้เลือกทั้งหมด 8 โหมด จะเลือกจากหน้า Menu หลัก หัวข้อ Picture หรือเลือกจาก empowering Menu ผ่านหัวข้อ eView Management ก็ได้ จากการทดสอบพบว่า Standard, Video และ User สามารถนำมาใช้งานรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้ คุณภาพของภาพอยู่ในระดับโอเค บาลานซ์สีสันใช้ได้

อย่างไรก็ดีถ้าต้องการคุณภาพการรับชมสูงสุด จำเป็นต้องทำการปรับภาพเพิ่มเติมเล็กน้อย ที่ต้องเน้น คือ เรื่องของการถ่ายทอด Dynamic Range โดยการกำหนดระดับ Contrast และ Brightness ให้ถูกต้อง รวมถึง Color Saturation จากพารามิเตอร์ Color และ Tint วิธีการเบื้องต้นนั้น สามารถอ้างอิงจาก >>บทความปรับภาพเบื้องต้น<< ได้เลยครับ
 

หมายเหตุ: 
– การปรับเปลี่ยนพารามิเตอร์เพื่อปรับภาพ จะต้องดำเนินการที่โหมด User เพียงอย่างเดียว (โหมดอื่นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าปรับภาพได้)
– เพื่อให้ง่ายในการปรับภาพ (โดยเฉพาะ Contrast และ Brightness) สำหรับ P1340W แนะนำให้กำหนดตัวเลือก HDMI Color Range เป็น Full Range: Processes เสียก่อน อยู่ในหัวข้อเมนู Image
– แนวทางที่แนะนำในบทความนี้ เน้นเพื่อใช้งานกับการรับชมกับคอนเทนต์วิดีโอ (YCbCr) กรณีเน้นใช้งานกับมาตรฐานคอมพิวเตอร์กราฟิก (RGB) แนวทางจะแตกต่างออกไป

แม้ไม่สามารถปรับจูนในเรื่องของการปรับภาพได้ละเอียดสุดๆ เหมือนโฮมเธียเตอร์โปรเจ็กเตอร์ระดับสูง แต่กระนั้น P1340W ก็รองรับการปรับภาพพื้นฐาน ลึกไปถึงอุณหถูมิสีเบื้องต้น (แบบ 1-point calibration) ซึ่งหลังการปรับภาพ พบว่าให้ความเที่ยงตรงของอุณหภูมิสีโดดเด่นขึ้นจากเดิมมากเลยทีเดียว

แต่แน่นอนว่ารุ่นเล็ก ก็ย่อมจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในการมุ่งสู่ความเพอร์เฟ็กต์ กล่าวคือ ถึงแม้ผลการปรับอุณหภูิมสีจะให้ความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นก็จริง แต่ก็พบว่าส่งผลกระทบให้ CIE Color Gamut ผิดเพี้ยนไปจากเดิมอยู่บ้าง และ P1340W ก็ไม่รองรับการปรับจูน CMS (Color Management System) เพิ่มเติม แนวทางการ calibrate จึงต้องเลือกเอาว่าจะที่เน้นอุณหภูมิสี หรือเน้นที่ CMS ทั้งนี้ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องความเที่ยงตรงถึงขั้นระดับอ้างอิง การเลือกใช้โหมดภาพสำเร็จรูปที่ให้มาพร้อมกับเครื่อง คือ Standard/Video/User ก็สามารถตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ครับ ผลลัพธ์ไม่ได้สร้างความผิดปกติร้ายแรงอะไร และหากจะว่าไป out of box picture ของ P1340W มีมาตรฐานสูงกว่าโปรเจ็กเตอร์ราคาไม่เกิน 2 หมื่น หลายเครื่องอีกนะ



ผลการใช้งานที่เห็นจะโดดเด่นที่สุดของ P1340W คือ การเล่นเกมครับ ซึ่งสำหรับเกมคอนโซลส่วนใหญ่มีความละเอียดภาพอยู่ที่ 720p (1280×720)  P1340W จึงมีศักยภาพรองรับในจุดนี้ได้ ซึ่งเมื่อรับชมกับจอภาพขนาดใหญ่จะให้อรรถรสเต็มตา ฟินมากๆ และการเล่นในห้องมืด สภาพแวดล้อมทุกอย่างจะเสมือนมลายหายไป เหลือแต่ภาพบนจอ เสมือนเข้าไปอยู่ในเกมเลยทีเดียว (ในภาพคือ God of War)
 

หมายเหตุ: ช่วงท้ายของการทดสอบ เดโม Resident Evil Revelation ของ PS3 ออกมาพอดี โหลดมาลองเล่นกับ
โปรเจ็กเตอร์ในห้องมืดคนเดียวกับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ มันช่างสะท้านอารมณ์ หลอนได้ใจสุดๆ ฮา

แต่สมมติถ้าต้องเล่นแบบออกท่าทาง ร่วมกับอุปกรณ์ประกอบการเล่นอย่าง Wiimote, PS Move หรือ Kinect กับกลุ่มเพื่อนๆ จะเปิดไฟไว้นิดหน่อย ก็ยังเล่นได้ครับ ซึ่งเวลาเล่นกันหลายๆ คน จอใหญ่ย่อมจะได้เปรียบกว่ามาก

ไม่ใช่แค่เล่นเกมในรูปแบบการรับชมปกติ (2D) เท่านั้นนะครับ
เมื่อเล่นเกมที่รองรับการแสดงภาพแบบ 3D นั้น P1340W เองก็ทำได้น่าสนใจเช่นกัน

ทั้งนี้เมื่อเปิดคอนเทนต์ 3D แล้ว ระบบจะไม่ปรับการแสดงผลสู่โหมด 3D แบบอัตโนมัตินะครับ ผู้ใช้จะต้องปรับเอง โดยการกดปุ่ม empowering Key ที่รีโมตซ้ำๆ เพื่อเลื่อนลำดับไปยังหัวข้อ Acer e3D Management เปลี่ยนพารามิเตอร์ที่หัวข้อ 3D เป็น On จากนั้นหยิบแว่น 3D ขึ้นมาสวม แล้วกดเปิดสวิตช์เลย (ถ้าหากโปรเจ็กเตอร์ยังไม่เปิดใช้งานโหมด 3D ก่อน แว่นจะไม่ทำงานครับ)

การเล่นเกมที่มีอัตราเฟรมเรตสูง แว่นก็จะทำงานในอัตรากระพริบที่ความถี่สูงเช่นกัน ดังนั้นอาการรบกวนจากการกระพริบจึงไม่รู้สึกเป็นปัญหาแต่อย่างใด ทดสอบกับ Kill Zone 3 3D อรรถรสนั้น ขอบอกว่าสะใจจริงๆ ! ซึ่งเกมแนวนี้บางคนก็เล่นได้ บางคนก็บอกว่ามึนหัว (แม่จะเล่นแบบปกติ ไม่ 3D) แต่ส่วนตัวผมเฉยๆ นะ เมื่อเล่นแบบ 3D ก็ไม่ได้รู้สึกมึนอะไร เล่นได้ยาวๆ เลยครับ ที่รีวิวช้าเพราะอู้งานมานั่งเล่นเกมก็คราวนี้แหละ ฮา ควรมีการหยุดพักสายตาบ้างนะครับ อย่าตะบี้ตะบันเล่นนานเกิน

ความแตกต่างของภาพเมื่อชมในโหมด 3D นั้น แน่นอนว่าระดับความสว่างจะลดลงครับ พูดง่ายๆ ว่าภาพจะมืดลงนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการชมผ่านแว่น Active 3D แต่โปรเจ็กเตอร์จะชดเชยภาพในส่วนของระดับ Brightness ขึ้นมาให้อัตโนมัติ ช่วงภาพมืดก็จะไม่เกิดอาการภาพจม แต่ก็สามารถปรับแต่งเองเพิ่มเติมให้ลงตัวขึ้นได้ ผ่านพารามิเตอร์ปรับภาพเช่นเดียวกับโหมด 2D แต่ระบบจะแยกโหมดภาพของ 3D ให้ปรับต่างหาก ไม่เกี่ยวข้องกับพารามิเตอร์โหมด User ของ 2D

แล้วศักยภาพของ Acer P1340W เมื่อชมภาพยนตร์ล่ะ เป็นอย่างไร… คงไม่มีใครซื้อมาเล่นเกมอย่างเดียวกระมัง?

ภาพ

ผลการรับชมระดับคอนเทนต์ Full HD 1080p อย่างบลูเรย์ ก็เป็นที่น่าพอใจ

จริงอยู่ถึงแม้ความคม และรายละเอียดของภาพเมื่อรับชมบลูเรย์ 1080/24p ผ่าน P1340 ที่มี Native Resolution ระดับ HD Ready 1280×800 (หรือ 1280×720 เมื่อฉายบนจอภาพอัตราส่วน 16:9) จะยังเป็นรองโฮมเธียเตอร์โปรเจ็กเตอร์ มาตรฐาน Full HD (1080p) อยู่บ้าง ทว่าก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ระดับ HD ผ่าน P1340 การรับชมกับจอฉายขนาด 90 นิ้ว ที่ระยะราว 3 เมตรกว่า ก็ยังได้อรรถรสที่ดีอยู่ครับ ปรับภาพดีๆ แล้วโปรเจ็กเตอร์ 2 หมื่น นี่ก็แจ๋วเหมือนกันนะ

แต่จุดหนึ่งที่ทำได้โดดเด่นกว่าที่คาดไปมาก คือ “โมชั่นภาพเคลื่อนไหว” ดูดีเลยครับ ไม่ต้องวุ่นวายใช้เทคโนโลยีแทรกฟรง แทรกเฟรมหลอกๆ อะไรให้วุ่นวาย ดูมันแบบจำนวนเฟรมต้นฉบับเพียวๆ นี่แหละ ก็ไม่ได้รู้สึกสะดุดขัดลูกหูลูกตามากมายแต่อย่างใด ในประเด็นนี้ เรียกว่าโปรเจ็กเตอร์ทำได้ดีกว่าทีวีราคาเท่ากันหลายๆ รุ่นเสียอีก ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าคงเป็นเพราะความละเอียดการแสดงผลระดับ HD Ready ที่ลดภาระในการประมวลผลรายละเอียดภาพเคลื่อนไหวจากการควบคุมการทำงานของพิกเซลให้ดีเลย์น้อยลงครับ
 


เกมไปแล้ว มาลองรับชม “ภาพยนตร์” แบบ 3D บ้าง ว่าเป็นอย่างไร?
การรับชมภาพยนตร์บลูเรย์ 1080/24p อาจพบการกระพริบ และมี Crosstalk บางช่วงบ้างนิดๆ หน่อยๆ คือ ภาพผ่านแว่นไม่ได้นิ่งสนิทเหมือนรุ่นท็อปๆ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางรบกวนการรับชมใดๆ ครับ ผลการใช้งานดีกว่าการรับชมผ่าน 3D TV หลายๆ รุ่นที่มีราคาไม่สูงเสียอีก

อ้อ การใส่แว่น 3D ภายใต้แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ไม่พบการกระพริบครับ แต่ถ้าเป็นแสงธรรมชาติก็มีบ้าง อย่างไรเสีย การใช้งานโปรเจ็กเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับชม 3D ก็แนะนำให้ใช้งานในห้องปิดอยู่แล้ว เช่นเดียวกันหากนั่งจ้องไฟ LED ที่หน้าปัดอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์ก็อาจจะเห็นการกระพริบบ้าง แต่ก็เป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น  



อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเมื่อกำหนด Lamp Power Normal (Eco Mode – Off) จะอยู่ที่ราว 230W และในโหมด Eco ประมาณ 190 วัตต์ (ประหยัดไฟลงราว 17%) ซึ่งแนวทางจะลดกำลังหลอดไฟให้ต่ำลง โดยทั่วไปถ้าใช้งานในห้องที่ควบคุมแสงได้มืดจริง ใช้โหมด Eco ก็สว่างเพียงพอแล้วครับ ผลพลอยได้นอกจากดูสบายตา ไม่ล้าแล้ว ยังยืดอายุหลอดไฟไปถึง 6000-7000 ชม. และเสียงพัดลมระบายความร้อนจะเงียบลงด้วย

แต่ถ้าเป็นการรับชมในโหมด 3D หรือใช้งานในห้องที่เปิดไฟสลัว
สามารถใช้งานในโหมด Normal (Eco Mode – Off) ได้ครับ จะช่วยให้สู้แสงได้ดีขึ้น
 

หมายเหตุ: ตามสเป็กแจ้งว่า Lamp Power – Extreme Eco สามารถยืดอายุหลอดไฟไปได้ถึง 7000 ชม. แต่เท่าที่ใช้งานดู ยังไม่พบโหมดดังกล่าว ไม่แน่ใจว่ามีข้อกำหนดอื่นใดเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ดีที่สามารถกำหนด Lamp Power ได้ชัดๆ คือ Normal และ Eco อายุหลอดจะเท่ากับ 5000/6000 ชม. ตามลำดับ (อิงจากสเป็ก)



เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ สามารถกำหนด Resoltion ใช้งานได้ 2 รูปแบบ แบบแรก คือ ใช้งานเต็มความละเอียด Native Resolution โดยกำหนด Display Resolution ที่คอมพิวเตอร์ให้เท่ากับ 1280×800 ซึ่งเป็นอัตราส่วน 16:10 แต่ทว่าจะหาจอฉาย (Screen) อัตราส่วน 16:10 พอดีได้ยากหน่อย ครั้นฉายบนจอฉาย 16:9 ก็จะเป็นคนละอัตราส่วนกัน หากกำหนด Resolution ตาม Native 16:10 ภาพย่อมจะไม่พอดีจอฉาย ถึงกระนั้นก็สามารถเลือกปรับตั้งเพื่อชมบนจอ 16:9 ได้ โดยเลือกเอาว่าหากไม่ต้องการให้หัว-ท้ายขาด ก็ต้องปล่อยให้มีแถบดำด้านข้าง (ซ้าย-ขวา) แทน
ทางเลือกนี้เหมาะกับผู้ที่เน้นเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เป็นหลัก หรือฉายภาพขึ้นผนัง ไม่มีกรอบจอบังคับอัตราส่วนครับ

แต่ผมเสนอทางเลือกที่ง่ายกว่า คือ กำหนด Display Resolution จากต้นทาง คือ คอมพิวเตอร์ให้เป็นอัตราส่วน 16:9 หรือเท่ากับ 1280×720 ซึ่งเป็นอัตราส่วนเดียวกับจอฉาย (แล้วกำหนดตัวเลือก Aspect Ratio ของ Projector ไว้ที่ Auto) P1340 จะยังคงสามารถแสดงผลแบบ 1:1 pixel ได้ จึงไม่เสียรายละเอียด และไม่ผิดอัตราส่วนด้วย ถึงแม้วิธีนี้จะทำให้เสียรายละเอียดแนวนอนส่วนที่เกิน 800-720 = 80 pixels ไป แต่เวลารับชมคอนเทนต์วิดีโอ หรือเกมคอนโซลในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่มีอัตราส่วน 16:9    80 pixels ที่ว่านี้ ก็เป็นส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้งานอยู่แล้วครับ
สำหรับท่านที่ฉายภาพบนจอฉายอัตราส่วน 16:9 ไว้ใช้ชมภาพยนตร์ และเล่นเกมคอนโซลเป็นหลัก แนะนำทางเลือกนี้ครับ

 

การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อนำเสนอผลงานต่างๆ นั้น ความละเอียดระดับ HD 1280×800 ให้รายละเอียดที่คมชัดกว่าโปรเจ็กเตอร์สำนักงานความละเอียดต่ำที่ 800×600 หรือ 1024×768 อย่างเห็นได้ชัด ศักยภาพการให้ระดับความสว่างของ P1340W ก็ไม่แพ้โปรเจ็กเตอร์สำนักงาน สามารถสู้แสงในห้องประชุม ที่ควบคุมแสงแวดล้อมภายในห้องไม่ให้จ้าเกินไปได้

จุดเด่นประการสุดท้ายที่ไม่พูดถึงมิได้ เพราะทึ่งจริงๆ คือ ระยะเวลาปิดเครื่องครับ เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลารอระบบ cool-down หลอด นานเหมือนโปรเจ็กเตอร์เครื่องอื่น ซึ่งบางเครื่องที่ว่านี้ปิดเครื่องแล้วยังต้องรอนานสุดๆ อาจถึง 5 นาทีเลยทีเดียวถึงจะถอดปลั๊กได้ครับ ในขณะที่ P1340W แทบไม่ต้องรอในส่วนนี้เลยด้วยซ้ำ เมื่อกดสวิตช์เพื่อสแตนบายปุ๊บ รอไม่กี่วิฯ เครื่องก็ชัตดาวน์เบ็ดเสร็จแทบจะทันทีเลยทีเดียว

สรุป

Acer P1340W เป็นโปรเจ็กเตอร์ในหมวด Home Entertainment ที่มีราคาเย้ายวนมาก เพียงเพิ่มเงินจากโปรเจ็กเตอร์พรีเซนเทชั่นอีกนิดๆ หน่อย สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้น คือ คุณสมบัติต่างๆ ที่เหมาะสำหรับใช้งานเพื่อความบันเทิงในบ้านจะโดดเด่นยิ่งกว่า และแน่นอนว่าประสิทธิภาพของมัน ยังคงสามารถตอบสนองการใช้งานทั่วๆ ไปได้ หากจะให้คำจำกัดความ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าคำว่า “คุ้ม” แล้วครับ แนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นอยากลองสัมผัสประสบการณ์ “ความบันเทิงจอยักษ์ที่บ้านครับ” แต่คงต้องปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการใช้งานโปรเจ็กเตอร์กันเสียหน่อยนะ ลองแล้วขาเกมรับรองจะติดใจ!
 

 
ข้อดี
1. โฮมเอนเตอร์เทนเมนท์โปรเจ็กเตอร์ราคาเย้ายวน ที่มีความละเอียดระดับ HD พร้อมรองรับ 3D
2. อายุหลอด (Lamp Life) ที่ 5000/6000 (Std/Eco) ชม. นานกว่าโปรเจ็กเตอร์ทั่วไป (ที่ใช้หลอด Metal-halide)
3. เสียงพัดลมไม่ดังมาก และชัตดาวน์ได้เร็วมาก (แทบไม่ต้องรอเวลา cool-down)
4. มีลูกเล่นชดเชยสีเวลาฉายขึ้นผนังที่ไม่ได้ทาสีขาว พร้อมลำโพงในตัว

ข้อเสีย
1. ถึงแม้ปรับอุณหภูมิสีได้ แต่ไม่รองรับการปรับ CMS คุณภาพของภาพภายหลัง calibrate จึงยังไม่โดดเด่นมากนัก
2. เวลาชมภาพยนตร์ แว่น 3D ยังกระพริบอยู่นิดๆ และพบ crosstalk เล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ผิดปกติอะไรสำหรับราคานี้ แต่เวลาเล่นเกมทำได้ดี
3. รีโมตคอนโทรลไม่สามารถเรืองแสงในที่มืด

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้