Skip to content
|

รีวิว KEF E305 โฮมเธียเตอร์ไซส์เล็ก สูตรเด็ดลำโพงรูปไข่

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jan 2022 0 comments

ช่วงนี้ไม่รู้ว่าทีมงานเนื้อหอมหรือกระไร มีแต่อุปกรณ์ถาโถมเข้ามาให้รีวิวกันไม่เว้นแต่ละวัน ที่บ่นนี่ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบนะครับ ได้โปรดกระหน่ำส่งสินค้ากันเข้ามาเยอะๆ ได้เลย ทางเราพร้อมจะทดสอบให้ได้ทุกกระบวนท่าอยู่แล้ว!

ขอวกกลับเข้ามาดูตัวสินค้าที่จะมาทดสอบในครั้งนี้อันมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า KEF E305 จากเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษ โดยเซ็ตลำโพงในรุ่น E305 เป็นชุดโฮมเธียเตอร์บรรจุกล่องพร้อมใช้งานประกอบไปด้วยลำโพงแซทเทิลไลท์ทั้งหมด 5 ตัว รวมซับวูฟเฟอร์อีก 1 ลูก จากการสืบเสาะในเว็บต่างประเทศพบว่าเป็นรุ่นขายดีที่ให้ประสิทธิภาพเสียงไม่ธรรมดา ได้รับการชมเชยจากทุกสำนักว่าไปวัดกับเซ็ตลำโพงเล็กรุ่นใหญ่ของแบรนด์ดังได้ไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว

KEF E305 Home Theater Speaker

Frequency Response(±3dB) : 90Hz – 33kHz(Satellite), 33Hz – 280Hz(Subwoofer)
Drive Units : Uni-Q driver array – HF: 19mm vented aluminium dome
                                                          MF: 115mm aluminium
                                                          LF(Subwoofer): 200mm (8in.)
Dimensions (W x H x D) : E301 = 136 x 260 x 159 mm
                                              E301c = 220 x 157 x 155 mm
                                              E-2 = 430 x 320 x 270 mm
Cabinet Color : Black, White

ราคาพิเศษเฉพาะ KEF E305 49,900 บาท
ราคาจัดเซ็ตประกบ Sherwood R-807 69,900 บาท
ราคาจัดเซ็ตประกบ Sherwood R-607 59,900 บาท

Design – การออกแบบ

งานดีไซน์ของตัวชุดลำโพง E305 มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เด่นสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก โดยจะมีลักษณะเป็นรูปวงรีสวยงามหรือเรียกแบบบ้านๆ ว่าเป็นวงรีแบบเดียวกับไข่ไก่ก็ไม่ผิดซะทีเดียว โดยทางดีไซน์เนอร์ได้ตั้งใจออกแบบให้มันทำงานร่วมกันกับไดร์เวอร์ Uni-Q ได้อย่างราบเรียบกลมกลืนปราศจากการรบกวนจากภายนอกและยังคงความแม่นยำในการขับเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ได้อย่างเที่ยงตรงอีกด้วย

หน้าตา E301c(ขวา) และ E301 ลำโพงแซทเทิลไลท์ในเซ็ต E305
โดย E301c ทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์ และ E301 เป็นคู่หน้ากับเซอร์ราวด์ครับ

ด้านข้างก็โค้งมนไร้เหลี่ยม ขาตั้งดีไซน์เหมือนช้อนคว่ำเป็นวัสดุเมทัลลิคสีเงินสะท้อนแสงตัดกับสีดำด้านอย่างลงตัว
ความเจ๋งของลำโพงเซ็ตนี้คืองานประกอบที่ดึงเอาวิธีการเก็บอะคูสติกแบบเดียวกับในรุ่น LS50
ที่เป็นลำโพงมอนิเตอร์ตัวเทพมาแบบเป๊ะๆ

มองข้างหลังจะยิ่งเหมือนทรงเปลือกไข่ไม่มีผิด อย่าได้เผลอหยิบไปตอกนะครับขอเตือน!

ตัวขาตั้งที่ยึดติดกับตู้ลำโพงมีลักษณะกลมเหมือนลูกบอล ซึ่งช่วยให้เราสามารถปรับระดับก้มเงยของลำโพงได้

ด้านล่างเป็นจุดเสียบสายลำโพงแบบกด-หนีบ เหมือนลำโพงแซทเทิลไลท์ทั่วไป
สำหรับท่านที่แขวนหนังสามารถนำประแจหกเหลี่ยม(แถมมาให้) มาขันเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งขาตั้งได้

ทางด้านนี้เป็นซับวูฟเฟอร์ทรงระฆังคว่ำกลมมนสีดำสวยงาม ลักษณะเป็นตู้ปิดไม่มีท่อลมยิงออกแต่อย่างใด

หงายท้องเจอกับไดร์เวอร์เบสขนาด 8 นิ้ว พร้อมกับช่องต่อสายไฟและสายสัญญาณ รวมถึงสวิตช์ปรับตั้งค่า

Power, Phase, Bass คือสามอย่างที่เราสามารถทำการปรับแต่งได้
ส่วนจุดไหนมีหน้าที่อย่างไร เดี๋ยวจะมาพูดถึงในหน้าถัดไปครับ

ถ่ายรูปรวมญาติซะหน่อย งามงดจรดปลายลำโพงดีจริงๆ

สำหรับแอมป์ที่มาจัดชุดกับ KEF E305 ในครั้งนี้ก็คือ Sherwood R-807
แอมป์ 7.1 แชนแนล รองรับ 3D และ 4K ถือว่าใหญ่ขึ้นมาจาก R-607 ที่ผมได้ทดสอบไปในรีวิวที่แล้วหนึ่งขั้น

หน้าตาการดีไซน์ไม่หนีกับรุ่นที่แล้วเท่าไร วาง Knob เลือกอินพุตไว้ด้านซ้าย เพิ่มช่องเสียบ Setup Mic อีกหนึ่งอย่าง

ด้านขวามือเป็นตัวปรับระดับเสียงพร้อมช่องเสียบ USB สำหรับเล่นไฟล์เสียงจำพวก WAV, MP3 ครับ

ช่องต่อด้านมีการเพิ่มปริมาณขึ้นเล็กน้อยที่เห็นได้ชัดคือช่องเสียบสายลำโพงสำหรับ Surr Back/Front High
ช่อง HDMI ที่มากขึ้น และช่องเสียบสาย LAN Ethernet สำหรับเชื่อมแอมป์ตัวนี้เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

Setup – การติดตั้ง

ด้วยความที่ KEF E305 เป็นเซ็ตลำโพงที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ทำให้สามารถวางเข้าเซ็ตกับห้องที่มีพื้นที่จำกัดได้เป็นอย่างดี ใครสะดวกวางไว้หน้าทีวีก็ทำได้ แต่อาจจะต้องยกตัวทีวีให้สูงขึ้นกว่าระดับลำโพงสักนิดเพราะอาจจะเกิดการบดบังการรับชมได้ หรือถ้าใครอยากจะได้ความสวยงามเข้าเซ็ต ก็สามารถสั่งขาตั้งที่ออกแบบมาโดยเฉพาะมาติดตั้งก็ได้เช่นเดียวกัน

ขาตั้งโค้งงุ้มสวยงาม สำหรับท่านที่ไม่สะดวกที่จะตั้งไว้หน้าทีวี

ส่วนซับวูฟเฟอร์อย่าลืมแปะแผ่นยางที่มีมาให้ในกล่อง ไว้ที่บริเวณขาทั้งสี่ขาเพื่อซับแรงปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้น
เมื่อลำโพงมีการขับเสียงออกมา

สำหรับทีมงานเราเลือกใช้ขาตั้ง Made in Thailand ก็จะได้หน้าตาออกมาประมาณนี้
เข้าเซ็ตกับชั้นวางระดับตำนานก็ออกมาดูดีไม่แพ้ใคร

อีกจุดหนึ่งที่ควรจะคำนึงถึงนอกจากการจัดวางลำโพง ก็คือการปรับจุดตัดความถี่ที่ตัวแอมป์ให้สอดรับกับซับวูฟเฟอร์ โดยปกติแล้วเราจะใช้ระบบ Auto Calibration ของตัวแอมป์เพื่อช่วยเหลือในจุดนี้ก่อน แต่ถ้าแอมป์ใครไม่มีฟีเจอร์ดังกล่าวก็สามารถทำการปรับจูนคร่าวๆเองได้เช่นเดียวกัน

จากสเปคในหน้าแรกจะเห็นว่าตัวลำโพงแซทเทิลไลท์สามารถตอบสนองได้จะอยู่ในช่วง 90Hz-33kHz ซึ่งค่า Crossover ที่ทางผู้ผลิตแนะนำมาจะอยู่ที่ 90Hz ส่วนตัวแนะนำให้ทดลองฟังดูกันอีกทีหากว่าช่วงความถี่เสียงนั้นมีระดับที่ใกล้เคียงกันแล้วหรือก็คือตอนที่ซับวูฟเฟอร์ไม่ฟ้องตำแหน่งที่ตั้งจนผู้ฟังรู้สึกเหมือนเสียงเบสถูกขับออกมาจากลำโพงคู่หน้า ถ้าเป็นแบบนี้นั่นหมายความว่าเราได้ค่า Crossover ที่เหมาะสมกับซิสเต็มแล้วครับ

สิ่งที่ทำให้ลำโพงหน้าตาธรรมดาๆ ดูมีราคาและน่าหลงไหล นั่นก็คือเทคโนโลยีที่ทางผู้ผลิตได้สรรสร้างขึ้นมาเพื่อขับกล่อมเสียงอันไพเราะให้ออกมาสู่หูผู้เป็นเจ้าของ KEF E305 ก็เช่นเดียวกันโดยมันมีชื่อเรียกว่า Uni-Q ไดร์เวอร์

Uni-Q ไดร์เวอร์ คือการรวมเอาทวิตเตอร์และมิดเบสเอาไว้ด้วยกันอย่างที่ผมได้บรรยายไว้ในหน้าแรกนะครับ แน่นอนว่านี่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ KEF Q Series กลายเป็นลำโพงยอดนิยมที่นักเล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่ต้องรู้จัก ซึ่ง ณ ตอนนี้มันถูกย่อส่วนและติดตั้งมาใน KEF E305 เรียบร้อยแล้ว

ภาพชำแหละองค์ประกอบภายในของไดร์เวอร์ Uni-Q ที่ติดตั้งมาในแซทเทิลไลท์ E301

ที่เห็นอยู่ด้านในก็คือไดร์เวอร์ Uni-Q แบบตัวเป็นๆ ที่ติดตั้งอยู่ในชุด KEF E305 ที่เรากำลังจะทดสอบนี่แหละครับ

จุดประสงค์หลักๆของไดร์เวอร์ Uni-Q คือการขยายจุด Sweet Spot ให้กว้างมากขึ้น หากเราลองมาจินตนาการถึงลำโพงทั่วไปซึ่งมีไดร์เวอร์แยกส่วนกันระหว่างทวิตเตอร์และมิดเบส เมื่อคลื่นเสียงถูกขับออกมาจึงทำให้ดูเหมือนเสียงจะตีกันก่อนที่จะวิ่งมาถึงผู้ฟัง เป็นสาเหตุให้ตำแหน่งของการนั่งฟังมีผลต่อเสียงค่อนข้างมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่เรามักจะต้องนั่งตรงกลางระหว่างลำโพงจึงจะได้เนื้อเสียงที่ดีที่สุด แต่กับ KEF E305 นั้นไม่ใช่

เมื่อเราสามารถรวมเอาไดร์เวอร์ทวิตเตอร์และมิดเบสเข้าไว้ด้วยกันแล้ว การกวนกันของคลื่นเสียงก็ลดลงเนื่องจากเสียงถูกขับออกมาจากแหล่งกำเนิด ณ จุดเดียวกันนั่นเอง ฉะนั้นจุดที่ลำโพงจะให้เสียงดีที่สุดจึงกว้างขึ้น ทำให้เราไม่จำเป็นจะต้องถูกบังคับให้นั่งตรงกลางห้องอีกต่อไป นับว่าเป็นการออกแบบลำโพงที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก

แต่กับลำโพงที่ติดตั้งไดร์เวอร์ Uni-Q จุด Sweet Spot ในการนั่งฟังจะกว้างขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องนั่งตรงกลางเสมอไป

แต่กับลำโพงที่ติดตั้งไดร์เวอร์ Uni-Q จุด Sweet Spot ในการนั่งฟังจะกว้างขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องนั่งตรงกลางเสมอไป

ข้อดีของ Uni-Q ไม่ได้มีดีแค่การขยายจุดที่เสียงดีที่สุดเท่านั้น แต่มันยังช่วยดึงความเป็นธรรมชาติมาเติมแต่งลงไปในเสียงที่ขับออกมาของลำโพงอีกด้วย เนื่องจากแหล่งกำเนิดเสียงในทุกความถี่ถูกขับออกมาจากจุดเดียวกัน จึงไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เรานั่งฟังวงดนตรีสดเล่น เพราะในสถานการณ์นั้นเสียงจากทุกความถี่ก็ออกมาจากจุดเดียวกัน ฉะนั้นเสียงร้องเสียงดนตรีที่ได้จจึงมีความสมจริงคล้ายกับว่านักดนตรีมาอยู่ตรงหน้า

Sound – เสียง

ซิสเต็มร่วมทดสอบที่เป็นแบรนด์อื่นซึ่งไม่ใช่ KEF ก็เห็นจะเป็นแอมป์คู่บุญนามว่า Sherwood รุ่น R-807 ที่ทางผู้นำเข้าได้ทำการจับคู่ตุนาหงันเป็นแพ็คเกจโฮมเธียเตอร์แล้วส่งมาให้ทีมงานทดสอบในครั้งนี้ สำหรับเพลเยอร์ที่ใช้เรายังคงมั่นใจใน OPPO BDP-95 ที่ยังคงความเก๋าไม่แพ้เพลเยอร์รุ่นใหม่ แม้จะมีอายุเกือบ 2 ปีแล้ว

หลังจากเปิดเบิร์นไว้ระยะเวลาหนึ่งผมก็เริ่มทดสอบด้วยการนั่งชมภาพยนตร์เรื่อง The Wolverine หรือวูล์ฟเวอรีนตะลุยโตเกียวนั่นเอง(ชื่อจริงไม่ใช่อย่างนี้นะ) ในฉากที่โลแกนกำลังลุยเข้าไปช่วยนางเอกจากห้องทดลองท้ายเรื่อง จะมีช่วงนึงที่มีเหล่านินจาออกมาขวางด้วยการยิ่งธนูเข้าใส่ มิติของลูกธนูที่วิ่งเฉี่ยวหูไปมาถูกถ่ายทอดออกมาด้วยมิติเสียงที่เหนือชั้น

ด้วยความที่เป็นลำโพงสัญชาติอังกฤษ เอกลักษณ์เสียงของสินค้าจากแดนผู้ดีคือมีความนุ่มสุขุม โทนเสียงที่ได้รับออกมาแตกต่างกับชุด Klipsch Quintet V ที่ผมเพิ่งได้รีวิวไปหมาดๆ ขานั้นออกแนวพุ่งทะลวงคมกระชับทุกแชนแนล แต่ KEF E305 ซิสเต็มนี้จะเนรมิตเวทีเสียงมาโอบคลุมจุดฟัง แล้วเริ่มบิ้วอารมณ์ด้วยความละเมียดละไม

ตัวซับวูฟเฟอร์แม้ว่าไซส์ของไดร์เวอร์จะมีขนาดเพียง 8 นิ้ว แต่ก็คุมมวลรวมของซิสเต็มได้อยู่หมัด แม้ลำโพงทั้งเซ็ตจะตัวเล็ก แต่เสียงการตะลุมบอน(ด์) ในช่วงท้ายฉากที่บ้านเกิดของสายลับอังกฤษจากเรื่อง 007 Skyfall สามารถเติมเต็มบรรยากาศได้เกินขนาดตัวอย่างมาก

เนื้อเสียงที่แน่นอิ่มเป็นจุดเด่นที่เราได้รับจากลำโพงชุดนี้ ผมเลยเริ่มมาทดสอบการฟังเพลงบ้าง โดยเลือกฟังในโหมด 2.1 แชนแนล สิ่งที่โดดเด่นคือช่วงเบสต้นที่นุ่มละมุนจากซับวูฟเฟอร์ ซึ่งช่วยเกลาทุกๆ โมเมนต์ให้ออกมากลมกล่อม เสียงโฟล์คกีต้าร์อันไพเราะของ Roger Wang ที่บรรเลงสอดผสานกับเสียงร้องของ Gina Panizales ในแผ่น Love”s Tapestry ได้หวานละมุนตามสไตล์ลำโพงอังกฤษ ปลายเสียงแหลมมีลักษณะกลมมนแต่ทอดตัวได้ไกลระดับนึง ทำให้ไม่อุดอู้ เนื้อเสียงใหญ่อิ่มเกินขนาดฟังได้เพลินและนานไม่เครียดจนเกินไป

วกกลับมาดูเรื่องสวิตช์ Bass ที่ซับวูฟเฟอร์กันบ้างว่าแต่ละพารามิเตอร์นั้นทำงานอย่างไร จะเห็นว่าเรามีตัวเลือกให้ปรับอยู่สามแบบนั่นก็คือ Cut, Flat และ Boost ซึ่งถ้าเรามาเปิดคู่มือดูจะมีให้คำแนะนำไว้ดังนี้ครับ

จะเห็นว่าตัวเลือกทั้งสามแบบส่งผลโดยตรงต่อเสียงความถี่ต่ำ โดยเป็นการเพิ่ม-ลด ระดับเสียงในย่านความถี่ประมาณ 50Hz (ตามรูป 1,2,3) ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงจะต้องมาพิจารณาหน้างานอีกทีครับ สำหรับห้องที่ทีมงานใช้ทดสอบที่เป็นห้องคุมเสียงที่บุผนังมาอย่างดี เลือกเป็น FLAT น่าจะให้เสียงที่ถูกใจมากที่สุด ได้เนื้อได้แรงปะทะกำลังดี ไม่เหือดหายจนฟังแล้วไม่สนุก จุดเด่นของซับวูฟเฟอร์ลูกนี้หากเซ็ตจนเข้าที่แล้ว จะให้เสียงที่ต่อเนื่องกับลำโพงแซทเทิลไลท์เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นข้อดีที่ช่วยให้เนื้อเสียงของซิสเต็มออกมาเป็นเซ็ตและเป็นแผ่นเดียวกัน มิติเสียงดูโอ่อ่าใหญ่โตเกินไซส์ของลำโพงในซิสเต็มไปพอสมควร

ต้องบอกว่าเทคโนโลยีการออกแบบลำโพงในปัจจุบันนั้นล้ำหน้าไปไกลมากจริงๆ ส่วนตัวผมค่อนข้างประทับใจกับชุด Mid-end HTiB เซ็ตนี้มากๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มอิ่มฟังง่าย อิมเมจใหญ่เติมเต็มอารมณ์ห้องได้อยู่หมัด ทำให้ไม่ว่าจะเอาไปดูหนังหรือฟังเพลงก็เข้าแก๊ปอย่าบอกใคร ตัวลำโพงทั้งซิสเต็มก็ขับง่ายไม่งอแง แนะนำว่าถ้าจะซื้อเป็นเซ็ตโปรโมชั่นจากผู้นำเข้าให้เพิ่มเงินอีกนิดกดเอาตัว Sherwood R-807 มาเลยครับ จะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

หากเปรียบเซ็ต KEF E305 กับ Klipsch Quintet V ที่ผมเพิ่งรีวิวไปไล่เลี่ยกัน เรื่องความกลมกลืนของมวลเสียงรวมในซิสเต็มและความหวานฉ่ำต้องยกให้ KEF แน่นอนครับ เอกลักษณ์เสียงแบบนี้เลยคำว่าลำโพงแซทเทิลไลท์ไปแล้วครับแน่นอนว่าประสิทธิภาพที่ดีก็แลกมาด้วยค่าตัวที่ค่อนข้างสูงนิดนึงแลกกับประสิทธิภาพที่ได้ เรื่องของการรุกเร้าสองชุดนี้ต้องบอกว่าสูสีกันมาก แต่ Klipsch อาจจะให้ความพุ่งทะลวงที่ดีกว่าชนิดที่เฉือนกันนิดหน่อย ฉะนั้นแล้วหากต้องการความพรั่งพร้อมเพอร์เฟ็คก็ขอแนะนำให้เลือก KEF E305 อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับผม

LIKE
– เนื้อเสียงนุ่มฟังง่าย สามารถนั่งฟังติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ได้โดยไม่ล้าหู
– ตัวซิสเต็มมีอิมเมจเสียงที่ใหญ่ สร้างอารมณ์ในการชมภาพยนตร์ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง
– Uni-Q ไดร์เวอร์แบบเดียวกับ KEF Q200 ช่วยขยายจุด sweet spot ของซิสเต็มให้กว้างขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นจะต้องนั่งตรงกลางเสมอไป นอกจากนี้ยังให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างย่านความถี่เสียงอีกด้วย

DISLIKE AND SUGGESTION
– เนื่องจากสไตล์เสียงแบบสุภาพ ทำให้บางจังหวะซับวูฟเฟอร์อาจจะสร้างแรงปะทะที่ขาดการรุกเร้าไปบ้างขณะรับชมภาพยนตร์
– ตัวลำโพงมีราคาค่าตัวที่สูงไปสักนิด แต่หากเทียบประสิทธิภาพเสียงต่อราคาแล้วก็พอจะรับได้ในจุดนี้ครับ

สนใจสินค้าติดต่อ
บริษัท โฮม ไฮ ไฟ จำกัด 
สำนักงานใหญ่และศูนย์บริการ (ตรงข้ามสายใต้ใหม่): 
284, 286 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี 
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. 02-448-5489, 448-5465-6 Fax. 02-408-8172 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้