Skip to content
|

รีวิว Interstellar มหากาฬภาพยนตร์บนแผ่นฟิล์ม IMAX เรื่องสุดท้ายของ Nolan !!!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 14 Jan 2022 0 comments

มหากาฬภาพยนตร์บนแผ่นฟิล์ม IMAX เรื่องสุดท้าย
ของ Christopher Nolan

สำหรับวิทยาศาสตร์ ทุกสรรพสิ่งล้วนมีเหตุผลที่มา ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากผู้กำกับฝีมือดี Christopher Nolan ภายใต้ชื่อ Interstellar* มิได้ถูกตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่เกี่ยวเนื่องถึง ภารกิจมุ่งสู่อวกาศเพื่อค้นหาดาวเคราะห์สภาพเดียวกับโลก โดยมีความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติเป็นเดิมพัน…

* อ้างอิงความหมายจาก Oxford Dictionary:  Interstellar = occurring or situated between the stars

Mankind was born on earth, it was never meant to die here.
“มนุษยชาติถือกำเนิดบนโลกใบนี้ แต่มิได้หมายความว่าทุกชีวิตจะจบสิ้นลงที่นี่”

โลกของเราถือกำเนิดมานานกว่า 4600 ล้านปี พร้อมกับก่อร่างสร้างสรรพชีวิตมากมาย ทว่าเมื่อมีเกิด ย่อมต้องมีดับ จะเป็นเช่นไรหากเวลาของโลกกำลังหมดลง สิ่งที่บ่งบอกถึงหายนะ คือ ความปั่นป่วนผันผวนของชั้นบรรยากาศจนสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อผลผลิตพืชอาหาร และทวีความรุนแรงเป็นลูกโซ่ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ว่าพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร สุดท้ายทางรอดของมวลมนุษยชาติไม่พ้นต้องสละโลก ที่มั่นเพียงหนึ่งเดียวแล้วอพยพสู่อวกาศ อาจไปยังดาวเคราะห์ต่างระบบสุริยะที่ (คาดว่า) มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการตั้งรกรากใหม่

แนวทางอพยพย้ายประชากรโลกสู่อวกาศมิใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการ อุปสรรคมีอยู่มากมาย ประการแรก ปลายทางจะเป็นที่ใด? การสร้างอาณานิคมอวกาศเป็นเพียงทฤษฎีที่ยังหาคำตอบมิได้ ส่วนดาวเคราะห์ต่างกาแล็กซี่ที่มีสภาพเอื้อต่อการตั้งอาณานิคมใหม่ก็ยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์ เนื่องจากไม่มีข้อมูลการสำรวจจริงที่ใช้อ้างอิงประเมินความเป็นไปได้ นั่นเป็นเหตุให้ต้องใช้ทางเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุด คือ ส่งทีมนักวิทยาศาสตร์เดินทางล่วงหน้าไปสำรวจเพื่อเก็บข้อมูล แต่ก็ยังมีอุปสรรคประการที่สองตามมา

Destiny Lies Above.
“โชคชะตา อยู่เหนืออวกาศอันไกลโพ้น”

การเดินทางในอวกาศยังมีความเสี่ยงสูงเพราะไม่อาจคาดเดาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้แน่ชัด อีกทั้งด้วยระยะทางอันไกลโพ้น ต่อให้มนุษย์เดินทางได้เร็วเท่าแสงยังต้องใช้เวลานานหลายปี ลำพังความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มี คงต้องใช้เวลานับสิบปีหรืออาจจะร้อยๆ ปี จึงจะถึงที่หมาย นี่ยังไม่รวมถึงการศีกษาสำรวจพื้นที่และส่งข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ เบ็ดเสร็จคงไม่ทันกับเวลาอันน้อยนิดที่เหลืออยู่บนโลก แต่ยังนับเป็นโชคดีของมนุษยชาติอยู่บ้าง ตรงที่มีการค้นพบ “รูหนอน” (Wormhole) ซึ่งใช้เป็นทางลัดตัดผ่านข้ามไปยังอีกกาแล็กซี่ได้ แต่ข้ามไปแล้วจะมีอะไรรออยู่ อนาคตของมนุษยชาติจะเป็นเช่นไร? เนื้อเรื่องหลังจากนี้คงต้องไปลุ้นชมภาพยนตร์ Interstellar ด้วยตัวท่านเอง

พล็อตเรื่องข้างต้นอาจมิได้ใหม่เสียทีเดียว เพราะมีนวนิยายวิทยาศาสตร์บางเรื่องเคยนำเสนอมาบ้างแล้ว แต่เสน่ห์ในเชิงลึกของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก Christopher Nolan ที่เด่นชัด คือ การผสานศาสตร์ของเอกภพเข้ากับเรื่องราวที่ให้แง่คิด จนกลายเป็น “บันเทิงคดี” อัดแน่นไปด้วยข้อมูลพร้อมกับให้ความบันเทิงได้อย่างลงตัว

Nolan มีแนวทางที่ไม่เหมือนผู้กำกับคนอื่นนัก ตรงที่แกมักจะหยิบยกประเด็นที่คนทั่วไปมองเป็นเรื่องเข้าใจยากมาทำเป็น “แก่น” ของภาพยนตร์ได้อย่างน่าสนใจ ทว่าด้วยแนวทางการนำเสนอเรื่องราวซับซ้อนแหวกแนวประเพณีนิยม ต้องอาศัยสมาธิในการรับชมอยู่สักหน่อย คนที่ชอบย่อมจะมองว่าการได้คิดวิเคราะห์ทำความเข้าใจเป็นหน้าที่ที่ท้าทายของผู้รับสาร แต่คนที่ไม่ชอบก็จะไม่ชอบเลย เพราะมองว่าประเด็นนำแสนอหนักสมองเกินไป อีกทั้งระยะเวลาของภาพยนตร์ที่ยาวเกือบ 3 ชม. เท่ากับว่าต้องคิดเยอะตามไปด้วย

ข้อมูลเอกภพวิทยาที่อัดแน่นตลอดทั้งเรื่อง ในบางแง่มุมก็ซับซ้อนเกินเข้าใจหากอยู่ในตำราวิชาการ เมื่อ Nolan แปลงทฤษฏีเอกภพที่มีพื้นฐานประกอบขึ้นจากโจทย์สมการยาวเหยียด ให้กลายมาเป็นสื่อภาพยนตร์บันเทิง ย่อมช่วยให้วิทยาศาสตร์แขนงนี้ “เป็นที่เข้าถึงได้” สำหรับบุคคลทั่วไป

หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวไซ-ไฟ หรืออ่านนิยาย อ่านหนังสือการ์ตูนทำนองนี้มาบ้าง บวกกับพื้นฐานความรู้รอบตัวทางวิทยาศาสตร์ประกอบ ก็น่าจะปะติดปะต่อทำความเข้าใจเรื่องราวใน Interstellar ได้อย่างมีอรรถรส อย่างไรก็ดีการศึกษา ทฤษฏีสัมพัทธภาพ (Theory of relativity) ของไอน์สไตน์ เพิ่มเติม หรือหาหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time) และ จักรวาลในเปลือกนัท (The Universe In A Nutshell) ของสตีเฟน ฮอว์คิง มาอ่านควบคู่ไปกับการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเรื่องราว Interstellar อย่าง “ถ่องแท้”!

Picture – ภาพ

ผู้กำกับที่เก่ง เหมือนจะมีมนต์สะกดที่ดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมได้… ความน่าสนใจจากแก่นสารภาพยนตร์ Interstellar ก็ส่วนหนึ่ง แต่อรรถรสการรับชมจะสมบูรณ์มิได้หากขาดรูปแบบการนำเสนออันยอดเยี่ยม ซึ่งประเด็นนี้หากไม่กล่าวถึง ประสบการณ์รับชมในโรงภาพยนตร์ IMAX ผ่านม้วนฟิล์ม 70 มม. ที่มีขนาดใหญ่กว่าฟิล์มภาพยนตร์ทั่วไป 2 ~ 4 เท่า ฉายตรงขึ้นสู่จอขนาดยักษ์ความสูงเท่าตึก 8 ชั้น (21 x 28 ม.) ย่อมจะผิดวิสัยการรีวิว

ความรู้สึกที่จะได้รับเป็นอะไรไปมิได้นอกจาก “ความยิ่งใหญ่อลังการของภาพยนตร์” ที่ให้มิติตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าการรับชมรูปแบบ 3D เสียอีก แน่นอนว่าเป็นความยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถสัมผัสได้จากระบบโฮมเธียเตอร์ หรือแม้แต่ในโรงภาพยนตร์ปกติ อันเป็นผลเกี่ยวเนื่องจากการพัฒนาความช่ำชองขึ้นอีกขั้นของ Nolan ที่นำมาตรฐาน IMAX มาใช้ได้เหมือนดั่ง “เวทย์มนต์”

Mankind s Next Step Will Be Our Greatest.
“ก้าวต่อไปของมนุษยชาติ จะเป็นก้าวย่างอันใหญ่ยิ่ง”

ถึงแม้ภาพยนตร์ของเขานับแต่เริ่มประยุกต์มาตรฐาน IMAX ยังไม่เคยใช้ฟอร์แม็ตฟิล์มขนาดใหญ่ยักษ์นี้ตลอดทั้งเรื่อง อาจด้วยความยุ่งยากและข้อจำกัดของอุปกรณ์ (กล้องถ่ายทำระบบ IMAX 70 มม. มีขนาดใหญ่เทอะทะและน้ำหนักมาก) และอาจรวมถึงงบประมาณที่สูงมาก จึงมีการสลับถ่ายทำลงบนฟอร์แม็ตฟิล์มมาตรฐานบ้าง เช่นเดียวกับเรื่องนี้ (สังเกตได้จากแถบดำบนล่าง) แต่ Nolan ก็เจ๋งพอจะเลือกใช้ IMAX Scene เป็นเครื่องมือที่ดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมโดยเฉพาะในฉากที่เป็นไฮไลท์สำคัญ และเท่าที่สังเกต Nolan ให้ช่วงเวลาของฟิล์ม IMAX ไปกับ Interstellar มากกว่าภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ พี่แกจัดเต็ม!

เปรียบเทียบขนาดและความละเอียดของฟิล์มภาพยนตร์ IMAX 70 มม.
กับฟอร์แม็ตอื่น ทั้งฟิล์มและระบบดิจิทัล (ภาพประกอบจาก In Nolan We Trust)

เหตุใดจึงต้องชม Interstellar เวอร์ชั่นที่ฉายด้วยฟิล์ม 70 มม. ในโรงภาพยนตร์ IMAX ?

– ด้วยพื้นฐานการถ่ายทำลงบนฟิล์ม IMAX 70 มม. ขนาดใหญ่กว่าฟิล์มภาพยนตร์ทั่วไป การแสดงรายละเอียดบนแผ่นฟิล์มจึงคมชัดกว่า สัมพันธ์กับรูปแบบการฉายขึ้นจอขนาดมหึมาในอัตราส่วนพิเศษเฉพาะในโรงฯ IMAX ดูใหญ่เต็มตา ประเด็นนี้แม้เปรียบเทียบกับมาตรฐานเครื่องฉายดิจิทัลในปัจจุบันที่ความละเอียด 4K/2K ดีเทลและความใหญ่ ก็ยังเป็นรองฟิล์ม IMAX 70 มม.

– อัตราส่วนฟิล์มภาพยนตร์ IMAX 70 มม. คือ 1.43:1 ออกไปทางสี่เหลี่ยมจัตุรัส มากกว่าจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวออกด้านข้าง อันเป็นอัตราส่วนของฟิล์มภาพยนตร์ทั่วๆ ไป เมื่อฉายภาพบนจอฉายขนาดใหญ่มาตรฐานอัตราส่วนเดียวกันเฉพาะในโรงภาพยนตร์ IMAX จึงรับชมได้เต็มตาเต็มอารมณ์ไม่ใช่แค่มุมมองด้านกว้าง แต่ยังรวมถึงความอลังการด้านสูงที่เพิ่มเข้ามาด้วย และไม่ต้องห่วงว่าศรีษะของผู้ชมแถวที่นั่งด้านหน้าของท่านจะบดบังมุมมองส่วนล่างของจอภาพ เพราะการจัดวางระดับความสูงของแถวที่นั่งในโรงฯ IMAX มีระดับความชันมากกว่าโรงฯ ทั่วไป

หากจะมีจุดด้อยบ้าง ก็ตรงที่การรับชมภาพยนตร์รูปแบบฟิล์มต้องใช้เครื่องฉายซับไตเติลแยกต่างหาก และตัวอักษรสีขาวจากเครื่องฉายซับไตเติลมักจะกลืนไปกับภาพบนจอ บางช่วงจึงอ่านได้ไม่ชัดเจนนัก และอาจสังเกตเห็นแสงลอดจางๆ จากเครื่องฉายซับไตเติลช่วงฉากมืด

หมายเหตุ:

– หลังจากเรื่องนี้ จะไม่มีการถ่ายทำภาพยนตร์และนำเสนอผ่านเครื่องฉายฟิล์ม IMAX 70 มม. อีกต่อไป เท่ากับว่า Interstellar เป็นการทิ้งทวนเรื่องสุดท้าย หากท่านใดยังไม่เคยได้สัมผัสเสน่ห์ของฟิล์มภาพยนตร์ โดยเฉพาะฟอร์แม็ต IMAX 70 มม. ห้ามพลาดเรื่องนี้เป็นอันขาด!

– ในอนาคตอันใกล้ เครื่องฉายฟิล์มภาพยนตร์ IMAX 70 มม. จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องฉาย IMAX Digital ความละเอียดสูง ที่ให้ความคมชัดเทียบเท่ากับฟิล์ม IMAX 70 มม. (ปัจจุบันเครื่องฉาย IMAX Digital มีความละเอียดอยู่ที่ 4K/2K ยังไม่ละเอียดเทียบเท่ากับฟิล์ม IMAX 70 มม.)

Sound – เสียง

นอกจากเรื่องภาพแล้ว การนำเสนอด้านเสียงของ Interstellar ผ่าน IMAX ก็ต่างไปจากโรงภาพยนตร์ทั่วไปด้วย ที่สังเกตเห็นด้วยตาเป็นอย่างแรก คือ  มาตรฐานระบบเสียงเลือกใช้ลำโพงที่มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติ ซึ่งรวมไปถึงลำโพงเซอร์ราวด์ สามารถมองเห็นได้เมื่อเข้าไปในโรงฯ

อย่างที่ทราบว่า โรงภาพยนตร์ที่อิงรูปแบบลำโพงรอบทิศทางแบบ Channel Base จะมีจำนวนช่องเสียงเท่ากับ 5.1 หรือ 7.1 แต่ที่เห็นลำโพงเซอร์ราวด์ขนาดเล็กแขวนเรียงรายต่อเนื่องจำนวนมาก ทางด้านข้างและด้านหลังของโรงภาพยนตร์ทั่วๆ ไปนั้น เป็นเพียงแนวทางขยายขอบเขตมุมกระจายเสียงของเซอร์ราวด์แชนเนลให้ครอบคลุมพื้นที่แถวที่นั่งเท่านั้น (ยกเว้นโรงภาพยนตร์มาตรฐานระบบเสียง Dolby Atmos ที่สามารถ assign ช่องสัญญาณเสียงอิสระให้กับลำโพงแต่ละตัวได้)

กลับมาที่ระบบเสียงในโรงภาพยนตร์ IMAX ซึ่งอิงรูปแบบระบบลำโพงรอบทิศทาง 5.1 ลำโพงเซอร์ราวด์รับหน้าที่โดยลำโพงเพียง 2 คู่ โดยจะแขวนอยู่ที่มุมบนด้านหลังทางซ้ายและขวาเท่านั้น มิได้ใช้ลำโพงเล็กๆ จำนวนมากวางเรียงรายต่อเนื่องกัน แนวทางแบบนี้น่าจะคุ้นเคยดีเพราะคล้ายๆ กับระบบโฮมเธียเตอร์ ทว่าความพิเศษของ IMAX คือ ลำโพงที่ใช้งานในระบบทั้งหมด แน่นอนรวมถึงลำโพงเซอร์ราวด์ด้วย มีขนาดใหญ่โตมโหฬารกว่ามาตรฐานปกติมาก สามารถให้มุมกระจายเสียงได้กว้าง ครอบคลุมพื้นที่รับฟังโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนลำโพงวางต่อกันมากมายเป็นระยะ ผลพลอยได้ คือ เสียงเซอร์ราวด์จะชี้ชัดตำแหน่งทิศทางได้ดีกว่า ซึ่งเป็นความพิเศษนอกเหนือจากการให้บรรยากาศรายล้อม

ระบบลำโพงในโรงภาพยนตร์ IMAX เลือกใช้โครงสร้างตู้ลำโพงขนาดใหญ่
เสียงเต็มอิ่ม ไม่บีบอั้น กับแรงปะทะแบบถึงตัว!

นอกจากนี้การโยนเสียงจากหน้าไปหลัง หรือหลังไปหน้า จะให้ความกลมกลืนในแง่ของดุลเสียงดีกว่า ประเด็นนี้อธิบายง่ายๆ อย่างเวลาที่ยานอวกาศบินผ่านจะไม่รู้สึกว่าขนาดหดเล็กลงเมื่อเสียงเลยไปยังทิศทางด้านหลัง ทั้งนี้เพราะขนาดของลำโพงเซอร์ราวด์ใกล้เคียงกับด้านหน้า จึงไม่เป็นข้อจำกัดที่จะลดขนาดสเกลเสียงลง แต่ที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็นการถ่ายทอดระดับไดนามิกที่ “เต็มที่” กว่า ส่วนหนึ่งอาจด้วยขนาดโรงภาพยนตร์ที่ออกไปทางสูง แต่สั้น ผู้ชมจึงนั่งอยู่ในระยะที่ไม่ห่างจากจอฉายซึ่งมีลำโพงหลักติดตั้งอยู่ด้านหลัง แรงปะทะจึง “ถึงตัว” กว่าโรงภาพยนตร์ทั่วไป นอกจากนี้จากข้อมูลที่ได้รับมา IMAX มีความเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพเสียงภายในโรงภาพยนตร์มาก โดยทำการติดตั้งไมโครโฟนตรวจเช็คระบบเสียงและลำโพงแบบวันต่อวัน ดำเนินการช่วงเช้าก่อนเปิดรอบฉายภาพยนตร์ ซึ่งเป็นมาตรฐานแนวทางเดียวกันทั่วโลก จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์เสียง IMAX เต็มร้อยทุกครั้งกับทุกโรงฯ ครับ

อ้อ ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องเสียงแล้ว สำหรับ Soundtrack เพลงประกอบภาพยนตร์ Interstellar นั้น Nolan ยังคงเรียกใช้บริการ Hans Zimmer เช่นเคย ซึ่งดูเหมือนจะผูกขาดมาตั้งแต่ Batman Begins ขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ CD Album ยังไม่ออก แต่ iTunes ให้ >Pre-order< แบบดิจิทัลดาวน์โหลดแล้วครับ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนานภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วย ฟิล์ม IMAX 70 มม. เรื่องสุดท้าย พร้อมสัมผัสประสบการณ์รับชมผ่านจอฉายขนาดยักษ์ สูงเท่าตึก 8 ชั้น ได้แล้ววันนี้ ที่โรงภาพยนตร์ Krungsri IMAX สาขาสยามพารากอน ที่เดียวเท่านั้น (ที่อื่นฉายในระบบดิจิทัล)

by ชานม !11/2014

ขอขอบคุณ Krungsri IMAX/Major Cineplex ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล และภาพประกอบเชิงเทคนิคของระบบ IMAX ประกอบในบทความ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้