Skip to content
|

รีวิว JBL Cinema 510 ชุดลำโพง 5.1 แชนแนลจะใช้รับชมภาพยนตร์หรือฟังเพลงก็สนุกไม่แพ้กัน

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 14 Jan 2022 0 comments

กราบสวัสดีคุณผู้อ่านและแฟนๆ เว็บไซต์ HOMETHEATERTHAILAND.COM กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะฮะ วันนี้ทางเราก็มีชุดลำโพงขนาดเล็กมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รับชมกันแบบชิวๆ กันบ้าง แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคุณภาพเสียงไม่เล็กตามขนาดอย่างแน่นอน ซึ่งกระผมคิดว่าน่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานเป็นหลัก ทั้งยังคงไม่ไปลดพื้นที่ใช้สอยในภายในห้องมากจนเกินไป เพราะบางท่านอาจจะอยู่คอนโดแต่ก็ยังอยากได้อารมณ์การใช้งานที่เหมือนกับโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ อยู่ก็เป็นได้

JBL – Cinema 510
ราคา 20,000 บาท

โดยชุดลำโพงที่กระผมจะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้รับชมในครั้งนี้จะเป็นชุดลำโพงขนาดเล็กจาก JBL มีชื่อรุ่นว่า Cinema 510 มาพร้อมกับระบบเสียง 5.1 แชนแนล ซึ่งรองรับการใช้งานกับแอมป์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยจุดเด่นเห็นจะเป็นส่วนของลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ที่มาในรูปทรงและขนาดเดียวกัน โดยตัวลำโพงนั้นจะเป็นแบบวางหิ้งและมีจุดยึดสำหรับแขวนกับผนังด้วยเช่นกัน

ส่วนของตัวลำโพง Subwoofer นั้นจะมีรูปทรงคล้ายกับลูกเต๋า แถมยังได้รับการออกแบบด้วยการใช้โทนสีดำเกือบทั้งหมด และในส่วนของกำลังขับทั้งหมดรวมกันจะอยู่ที่ราวๆ 160 วัตต์เลยทีเดียว แต่ทั้งหมดนี้มิอาจใช้เป็นเครื่องการันตีได้ว่ามันจะมาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ดีตามไปด้วย จึงเป็นเหตุที่ทำให้เราจึงต้องมาพิสูจน์กันนั่นเอง แต่ก่อนอื่นต้องขอพาคุณผู้อ่านไปไล่ดูสเปคคร่าวๆ ของเจ้า JBL Cinema 510 กันซะก่อน

สำหรับสเปคคร่าวๆ ของ JBL Cinema 510 มีดังนี้
Satellites
Recommended Amplifier Power 10 – 100 Watts
Power Handling (Continuous/Peak) 50W/160W
Nominal Impedance 8 Ohms
Sensitivity 86dB @ 1 Watt/1 meter
Frequency Response 150Hz – 20kHz (–6dB)
Midrange One 75mm (3”) driver
Dimensions (H x W x D) 133mm x 95mm w 94mm (5-1/4” x 3-3/4” – 3.7”)
 
Weight 0.63kg (1.39lb)
Subwoofer
Amplifier 60 Watts RMS
Woofer 165mm (6″ 1/2)
Enclosure Bass reflex
Dimensions (H x W x D, including feet) 321mm x 245mm x 242mm 
(12.64” x 9.64” x 9.53”)
Weight 4.99kg (11lb)

Design – การออกแบบ

เป็นที่แน่นอนว่าหลังจากที่กระผมได้เกริ่นถึงรายละเอียดและคุณสมบัติเด่นของเจ้า JBL Cinema 510 ไปเมื่อครู่นี้แล้ว ทีนี้ก่อนที่เราจะได้ไปทดสอบการฟังกับเรื่องของเสียงนั้นต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาดูส่วนของดีไซน์ที่ทาง JBL ได้ใส่มาบนตัวของลำโพงชุดนี้ว่าจะมีความกลมกลืนของทุกชิ้นส่วนมากน้อยเพียงใด ถ้าหากพร้อมแล้วไปดูกันเลยจ้า

เมื่อทำการแกะกล่องออกมาทั้งชุดจะมีหน้าตาเป็นเช่นนี้

JBL Cinema 510 เป็นชุดลำโพงที่รองรับระบบเสียงสูงสุดที่ 5.1 แชนแนล ประกอบด้วยลำโพง Center, Front Left-Right, Surround Left-Right และ Subwoofer ทั้งหมดนี้จะมาพร้อมกับการออกแบบที่มีความกลมกลืนกันทั้งชุด โดยโทนสีของลำโพงนั้นจะเป็นโทนสีดำทั้งหมด

โดยส่วนที่เป็นลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ทาง JBL ได้เลือกใช้ลำโพงที่เป็นรุ่นเดียวและแบบเดียวกันทั้งหมด

นี่คือหน้าตาของตัวอุปกรณ์ทั้งหมดที่แถมมาให้ภายในชุด

สำหรับของแถมที่ให้มาภายในชุดนั้นจะมีดังนี้
 1. สายลำโพง จำนวน 5 เส้น
 2. สาย RCA สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับ Subwoofer จำนวน 1 เส้น
 3. สาย Power สำหรับใช้งานกับ Subwoofer จำนวน 1 เส้น
 4. คู่มือ จำนวน 1 ชุด

ลองนำลำโพงทั้ง 5 ตัวมาแปรแถวก็แลดูสวยดีเหมือนกันนะ คุณผู้อ่านคิดอยู่เหมือนกันไหม?

สำหรับลำโพงหลักทั้ง 5 ตัวนี้จะมีขนาดตัวอยู่ที่ 133 x 95 x 94 มิลลเมตร (สูง x กว้าง x ลึก) มาพร้อมกับไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้ว ซึ่งสามารถตอบสนองเสียงในย่านความถี่กลางได้ในระดับ 150Hz – 20kHz และในสเปคได้บอกไว้ว่าสามารถรองรับกำลังขับได้มากถึง 100 วัตต์ กับลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ถือว่าไม่เบาจริงๆ

มาดูที่หน้าตาของลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ในมุมใกล้ๆ กันบ้าง

โดยด้านหน้าของลำโพงจะเป็นตะแกรงโลหะสีดำมีลักษณะโค้งมนทั้งขอบด้านซ้ายและด้านขวา ส่วนที่บริเวณตรงกลางด้านล่างจะเป็นแผ่นโลหะสีเงินที่มีการสกรีนโลโก้ของ “JBL” และแน่นอนว่าที่ด้านล่างก็จะมีคำว่า “Cinema 5.1” ที่เป็นตัวหนังสือตัวเล็กๆ กำกับไว้อยู่เช่นกัน

นอกจากนี้แล้วยังมีแผ่นยางสำหรับช่วยลดการสั่นสะเทือนของลำโพงมาให้เราได้ใช้งานกันอีกด้วยนะ

ลองจับพลิกมาดูที่ด้านหลังกันสักหน่อย

หลังจากที่พลิกมาดูที่บริเวนด้านหลังของลำโพงจะพบว่าตัวบอดี้ภายนอกทั้งหมดนั้นยังทำมาจากพลาสติกคุณภาพสูง มาพร้อมกับโทนสีดำด้านและผนวกเข้ากับสีดำมันเงาตรงส่วนของขอบลำโพง นอกจากนี้จะเห็นว่าตรงส่วนที่เป็นช่องต่อสายลำโพงทาง JBL ได้ใส่ฝา Lock ที่บริเวณนี้มาให้อีกด้วย

ถ้าหากเห็นแรกๆ จะสงสัยกันใช่ไหมว่าเจ้าฝา Lock นี้มันมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งประโยชน์ของเจ้าฝาที่ว่านี้ก็คือมันจะช่วยให้เราสามารถใช้ยึดตัวของลำโพงเข้ากับผนังได้นั่นเอง โดยรอยบากที่เป็นแฉกๆ นั้นจะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับแขวนเข้ากับสกรูได้อย่างแนบเนียน

ซูมผ่านตัวฝาตระแกรงกันแบบใกล้สุดๆ กันอีกสักภาพ จะเห็นว่าตัวไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้วนั้นใหญ่เต็มพื้นที่บริเวณด้านหน้าเลยล่ะ

มาดู Subwoofer ที่เป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่ถือว่ามีความสำคัญไปไม่น้อยเลยแม้แต่นิดเดียวถ้าหากเทียบกับลำโพงทั้ง 5 ตัวที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้

โดยตัวของ Subwoofer นั้นเป็นแบบ Active จะมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพิ่มความน่าเกรงขามด้วยการใช้โทนสีดำทั้งหมดและเสริมความโดดเด่นเล็กน้อยด้วยผ่านยางรองขาลำโพงที่เป็นโทนสีส้มจี๊ดจ๊าด ในส่วนขนาดของตัวลำโพง Subwoofer นั้นจะอยู่ที่ 321 x 245 x 242 มิลลิเมตร (สูง x กว้าง x ลึก) ซึ่งถือว่าขนาดไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก

ขยับมาดูที่บริเวณทางด้านหลังจะพบเข้ากับส่วนของท่อเบสที่ยิงออกทางด้านหลังตู้ พร้อมกันนี้ยังเป็นส่วนของภาคขายที่ซ่อนอยู่บริเวณนี้อีกด้วยเช่นกัน

เมื่อลองจับลำโพง Subwoofer ตะแคงนอนกับพื้นจะพบเข้ากับไดร์เวอร์วูบเฟอร์ขนาด 6 1/2 นิ้ว ที่ยิงคลื่นเสียงความถี่ต่ำลงสู่พื้นเหมือนลำโพงตัวอื่นๆ ที่มักใช้หลักการทำงานในลักษณะนี้

Connectivity – ช่องต่อ

หลังจากที่ผ่านส่วนของดีไซน์กันไปหมาดๆ ทีนี้กระผมต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาเน้นกันที่ส่วนที่เป็นช่องต่อของตัวลำโพงกันบ้าง ซึ่งส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับดีไซน์เช่นกัน

สำหรับช่องเสียบสายลำโพงที่ตัวของ Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right จะเป็นแบบหนีบ ซึ่งตัวของรูเสียบนั้นจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก หากอยากอัพเกรดสายลำโพงให้ดีขึ้นจะต้องกะขนาดสายให้พอเหมาะ

ถัดมาที่แผงของภาคขายจะประกอบด้วย ไฟแสดงสถานะ, สวิทช์ปรับ Phase, วอลุ่มปรับระดับความดัง และช่องเสียบสาย Power ซึ่งส่วนนี้จะปิดทับและยึดภาคขยายภายในด้วยแผ่นเหล็กที่เราเห็นกัน

Sound – เสียง

จากที่ปล่อยให้คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านได้รับชมส่วนของดีไซน์และช่องต่อไปก่อนหน้านี้ ในที่สุดเราก็มาถึงยังส่วนที่ใครหลายๆ ท่านรอคอยกันอยู่นั่นก็คือส่วนของการทดสอบคุณเสียงกันแล้ว ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่กระผมจะพาไปรับฟังคาแรคเตอร์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้า JBL Cinema 510 ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง? และจะเหมาะกับสไตล์การใช้งานแบบไหนบ้าง? ถ้าหากพร้อมแล้วไปเริ่มกันได้ ณ บัดเดี๋ยวนี้

มาเริ่มกันที่การจัดเซ็ตอัพชุดลำโพง JBL Cinema 510 ให้เข้ากับห้องโฮมเธียเตอร์ที่เราจะใช้ทดสอบกันก่อน

สำหรับการติดตั้งเจ้าลำโพงชุดนี้ที่เป็นระบบเสียง 5.1 แชนแนล ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 6 ตัวนั่นก็หมายความว่าเราต้องวางลำโพงทั้ง 6 ตัวลงบนจุดต่างๆ ให้ถูกต้อง อย่างที่ได้บอกไปว่าลำโพงหลักที่เป็น Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน ทำให้เราสามารถที่จะหยิบลำโพงตัวไหนก็ได้มาวางในตำแหน่ง Center นั่นเอง

หลังจากที่ได้ทำการติดตั้งและปรับแต่งระบบเสียงพร้อมกับการปล่อยเบิร์นลำโพงให้ลงตัวกันแล้ว ทีนี้ก็พร้อมที่จะไปทดสอบการรับชมภาพยนตร์กันแล้วจ้า พร้อมกันรึยังเอ่ย?

มาเริ่มระเบิดความมันด้วยการเปิดภาพยนตร์จริงกันซะเลย

จากการใช้เจ้า JBL Cinema 510 รับชมภาพยนตร์เรื่อง Resident Evil: Afterlife เป็นเรื่องแรกนั้น พบว่าเจ้าลำโพงตัวเล็กๆ ทั้ง 5 ตัวที่ตั้งอยู่รายรอบของตัวกระผมนั้นสามารถให้น้ำหนักของเสียงออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้พอสมควร

โดยฉากที่เป็นแอฟเฟคเฟี้ยวฟ้าว อย่างเช่น ฉากที่นางเอกสู้กับปีศาจยักษ์ที่ถือขวานอันใหญ่มโหฬารนั้น (มันชื่ออะไรนะ) ก็สามารถถ่ายทอดรายละเอียดที่เป็นเสียงน้ำ เสียงที่ขวานที่หวดเข้าไปกระทบกับกำแพง หรือแม้กระทั้งฉากที่นางเอกใช้ปืนลูกซองยิงเหรียญออกมา ก็สามารถให้รายละเอียดของเสียงได้อย่างสมจริง

มาต่อกันที่ภาพยนตร์บู๊แอ็คชั่นอย่างเรื่อง The Avengers กันอีกสักเรื่อง

หลังจากที่รับชมภาพยนตร์จบไปหนึ่งเรื่องยังไม่ทันได้ซึมซับคาแรคเตอร์เสียงของ JBL Cinema 510 อย่างเต็มที่สักเท่าไหร่ กระผมจึงได้มาต่อที่เรื่อง The Avengers กันอีกสักเรื่อง หลังจากที่รับชมจนจบทั้งสองเรื่องแล้วก็พบว่าความรู้สึกของการตอบสนองไม่ว่าจะเป็นความถี่ในย่านเสียงกลางและเสียงสูงตัวลำโพงทั้ง 5 ตัวที่ใช้ไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้วทั้งหมดนั้น สามารถทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

JBL Cinema 510 สามามารถให้น้ำเสียงออกมาได้อย่างคมชัดแต่ก็ไม่ได้ถึงกับกระแทกกระทั้นอะไรมากนัก ทั้งยังให้เสียงสูงที่ค่อนข้างเปิดกว้างแต่ก็ไม่ได้ฟุ้งฟิ้งจนถึงกับฟังแล้วรู้สึกล้าแต่อย่างใด สำหรับตัวของเสียงในย่านความถี่ต่ำที่ได้จากลำโพง Subwoofer นั้นไม่พบว่ามีอาการย้วยหรือครางแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกันเสียงที่ได้นั้นจะค่อยๆ แพร่ออกมานิ่มๆ อาจจะไม่ได้ตึ้งตั้งเหมือนกับ Subwoofer ตัวใหญ่ๆ ที่ได้เคยสัมผัสมาสักเท่าไหร่นัก

ลองเปลี่ยนมาดูภาพยนตร์แอนิเมชั่นเบาๆ กันบ้าง ซึ่งจากการใช้งานตัวของชุดลำโพงก็สามารถถ่ายทอดน้ำเสียงของตัวละครออกมาได้อย่างเด่นชัดเช่นกัน แบบว่าดูแล้วเพลินเลยทีเดียว

ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งดูคอนเสิร์ตเพื่อปล่อยให้อารมณ์ล่องลอยไปกับเสียงเพลงกันบ้างก็ทำให้ได้ผ่อนคลายไปอีกแบบ

ฟังไปฟังมาก็ลองมานั่งโฟกัสกันที่เสียงของตัวนักร้องกันสักหน่อยว่ามันจะสมจริงเหมือนมีนักร้องมายืนร้องให้เราได้รับฟังอยู่ตรงหน้ากันหรือเปล่า

จากการที่กระผมได้นั่งดูนั่งฟังคอนเสิร์ตอยู่หลายเพลง ถึงแม้ว่า JBL Cinema 510 จะเป็นชุดลำโพงแบบ 5.1 แชนแนลที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนักแต่ตัวมันเองก็สามารถถ่ายทอด Soundstage ได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นความกว้างของเสียงกลางและเสียงสูงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากไดร์เวอร์มิดเรนจ์นั้นถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างกว้าง และส่วนที่เป็นเสียงในย่านความถี่ต่ำลึกก็สามารถแสดงออกมาได้กำลังดีถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลึกอะไรมากนัก แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ฟังสบายไม่รู้สึกจุกเมื่อฟังเป็นเวลานานๆ ติดต่อกัน

ปิดท้ายด้วยการเปิดเพลงจากแผ่นซีดีแล้วนอนกลิ้งฟังอยู่บนโซฟานิ่มๆ

โดยวันนี้กระผมได้ลองนำเอาแผ่นเพลงไทยที่มีอารมณ์เพลงฟังสบายๆ เหมาะแก่วันพักผ่อนมาลองเปิดฟังกันบ้าง ซึ่งพบว่าเสียงนักร้องและเสียงกีต้าในย่านความถี่สูงๆ ก็ยังคงมีกลิ่นไอความหวานละไมอยู่พอสมควรถึงแม้ว่าตัวของลำโพงจะไม่ได้รับการติดตั้งไดร์เวอร์ทวิตเตอร์มาให้ก็เถอะ สำหรับในเรื่องของเสียงกลางนั้นก็ยังคงมีความคมชัดตามสไตล์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากมิดเรนจ์เหมือนเช่นเคย

สำหรับส่วนนี้กระผมก็ขอทิ้งท้ายด้วยภาพบรรยากาศโดยรวมภายในห้องที่เราใช้ทดสอบเสียงกันสักเล็กน้อย

Conclusion – สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยสำหรับชุดลำโพง 5.1 แชนแนลจาก JBL ที่มีชื่อรุ่นว่า Cinema 510 หลังจากที่ได้อ่านรีวิวกันแบบเต็มอิ่มไปสองหน้า สำหรับลำโพงชุดนี้ถือว่าเป็นชุดลำโพงขนาดเล็กที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถนำไปจัดวางเข้ากับห้องสไตล์แบบต่างๆ ได้อย่างลงตัว เพราะว่าตัวของมันนั้นมาในมาดเข้มด้วยโทนสีดำที่ไม่ว่าจะเอาไปจัดวางกับห้องแบบไหน ต้องลงตัวและกลมกลืนไปกับห้องอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ตัวลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right นั้นจะเป็นแบบวางหิ้งแต่ก็ยังสามารถแขวนเข้ากับผนังห้องได้ด้วยเช่นกัน โดยเจ้า JBL Cinema 510 นั้นรองรับการใช้งานกับแอมป์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง หรือจะใช้คู่กับแอมป์รุ่นใหญ่ก็ได้ไม่ว่ากัน

ในการรีวิวครั้งนี้ทางเราได้เลือกใช้การติดตั้งเข้ากับขาตั้งลำโพงหรือจะเรียงว่าวางหิ้งก็ได้เช่นกัน

จากสเปคของ JBL Cinema 510 จะมาพร้อมกับลำโพงที่ได้รับการติดตั้งไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้วทั้งบน Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ซึ่งจากการทดสอบการใช้งานจริงนั้นถึงแม้ว่าลำโพงทั้ง 6 ตัวนี้ จะไม่ได้รับการติดตั้งไดร์เวอร์ทวิตเตอร์มาให้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่จากการที่ได้ฟังกับหูของกระผมเองพบว่ามันสามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้กว้างมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเสียงกลางที่มีความเต็มอิ่มและรวมถึงเสียงในย่านความถี่สูงที่ทำออกมาได้อย่างน่าโดดเด่นเกินตัวพอสมควร

ส่วนในย่านของความถี่ต่ำที่ภายในชุดทาง JBL ได้ส่ง Subwoofer ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดแต่อัดแน่นมาด้วยไดร์เวอร์วูบเฟอร์ขนาด 6 1/2 นิ้วที่สามารถลงรายละเอียดเสียงในย่านความถี่ต่ำได้ลึกในระดับที่น่าพอใจ แถมทั้งเมื่อได้นำไปทดลองรับชมภาพยนตร์ประเภทบู๊แอ็คชั่นก็ยังคงแสดงรายละเอียด อย่างเช่น เสียงเตะต่อย หรือเสียงระเบิด ออกมาได้อย่างพอดิบพอดีถึงแม้จะไม่ได้ลึกจนสั่นสะท้านก็เถอะ

JBL – Cinema 510
ราคา 20,000 บาท

มาปิดท้ายกันที่เรื่องของการใช้ฟังเพลงจากการที่ได้ทดลองใช้ฟังเพลงจากหลากหลายแนวนั้นส่วนตัวแล้วคิดว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากเลยนะ เพราะว่าคาแรคเตอร์ของน้ำเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ที่ถูกส่งออกมาจะไดร์เวอร์นั้นถือว่ามีความนุ่มนวลเกินตัวและไม่รู้สึกถึงความกระด้างของน้ำเสียงเลยแม้แต่นิด รวมถึงเสียงเบสที่ถูกส่งออกมาจากลำโพงซับวูฟเฟอร์นั้นก็ค่อนข้างกระชับและเบสนั้นมาเป็นลูกบางๆ แบบว่าไม่ได้ตู้มเดียวแล้วจบไปเลยนับว่าน่าสนใจไปอีกแบบ

สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดลำโพงขนาดเล็กค่อนไปกลางๆ พร้อมทั้งรองรับการใช้งานกับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักหรือจะเอาไปติดไว้ดูภาพยนตร์ฟังเพลงชิวๆ ในคอนโดก็สะดวกไม่แพ้กัน ถ้าหากท่านใดสนใจชุดนี้อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจกระผมแนะนำให้ไปลองฟังดูก่อนถ้าชอบก็จัดไปเลยจ้า

ข้อดีของ JBL รุ่น Cinema 510
1. ลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right มาพร้อมกับไดร์เวอร์มิดเรนจ์ที่สามารถตอบสนองเสียงได้ครบทุกย่านความถี่
2. ใช้งานกับห้องที่มีพื้นที่จำกัดได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าติดตั้งไปแล้วจะทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องจะลดลง
3. มาพร้อมกับโทนสีดำทั้งตัวสามารถจัดเข้ากับห้องได้แทบทุกสไตล์

ข้อเสียของ JBL รุ่น Cinema 510
1. ลำโพง Subwoofer ที่แถมมาให้ภายในชุดมีขนาดค่อนข้างเล็กจึงทำให้รู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยสุดเท่าที่ควร แต่ในเรื่องของการคืนตัวก็สามารถทำออกมาได้รวดเร็วทันใจ
2. สายลำโพงที่แถมมาให้ค่อนข้างสั้นไปหน่อย แต่ก็สามารถอัพเกรดเปลี่ยนสายได้

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้