รีวิว Jamo S 606 HCS 3 – The Great Starter Kits

กราบสวัสดีเหล่าบุคคลผู้หลงไหลในเครื่องเสียงทุกท่านครับ พบกันเช่นเคยกับนาย Boomerang หน้าจืดคนนี้.. แน่นอนครับว่าวันนี้ไม่ใช่รีวิวหูฟังแล้ว(เย้ !) หลังจากที่ไปหมกมุ่นมาหลายตัวเลยทีเดียว ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่เปิดโลกทัศน์การฟังได้เป็นอย่างดีครับ

สำหรับรีวิวครานี้นั้นเป็นคิวของชุดลำโพง Home Cinema System ของแบรนด์ดังชื่อคุ้นหูจากประเทศเดนมาร์ก Jamo กับชุดที่มีชื่อเรียกว่า Jamo S 606 HCS3 ชื่อยืดยาวเสียหน่อยเพราะเป็นชุดดูหนังที่ประกอบไปด้วยลำโพง 5 ตัว ตอบสนองการรับฟังแบบเซอร์ราวด์เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่การดีไซน์วางตำแหน่งวูฟเฟอร์ของตัวฟลอร์สแตนด์ “ที่มีศักยภาพเสมือนฝังซับวูฟเฟอร์คู่ ขนาดไดรเวอร์ 8 นิ้ว มาในตัว” ออกจะแปลกและแหวกแนวไม่เหมือนใคร ! ได้ยินเรื่องแปลกใหม่อย่างนี้ชักจะน่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ อยากรู้ว่าประสิทธิภาพเป็นอย่างไร ก็ขอเชิญชมได้ ณ บัดนาวว !!

ชุดลำโพงทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ในซิสเต็มนี้ครับผม
Jamo S 606 HCS 3 – Home Cinema System
ราคา 22,980 บาท
Design – การออกแบบ
S 606 HCS 3 ชุดนี้นั้น ถือว่าเป็นการรวมชุดของลำโพง Studio Series นั่นเองครับ โดยจะประกอบไปด้วยรุ่นต่างๆ ดังต่อไปนี้ Floorstanding – S606 2 ตัว, Bookshelf – S602 2 ตัว และ Center – S60 CEN 1 ตัวรวมกันเป็น 5.0 Channel พอดิบพอดี

Bookshelf หรือลำโพงแขวนหิ้ง ที่ถูกจัดมาทำหน้าที่ Surround ทั้งสองฝั่งในชุดนี้ครับ
ลำโพงวางหิ้ง S602 นั้นเป็นลำโพงเบสรีเฟล็คแบบสองทาง หรือสองไดร์เวอร์นั่นเองครับ ซึ่งประกอบไปด้วยทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว และวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว อย่างละหนึ่งดอกลำโพง ตัวตู้เป็น MDF ปิดผิวไวนีลลายไม้แบบเดียวกับลำโพงในระดับเดียวกันครับ แต่งานประกอบทำออกมาได้ปราณีตใช้ได้เลยทีเดียว ด้านหน้า หลังจากถอดหน้ากากออกก็จะเป็นวัสดุกลอสซี่ดำมันเงาสะท้อนแสง

ด้านหลังขั้วต่อสายลำโพงเป็นแบบไบน์ดิ้งโพสต์ชุบทอง 1 คู่ (ซิงเกิลไวร์)
และท่อยิงเบส พร้อมสลักสำหรับการแขวนผนังได้ทันที

ถัดมาที่ลำโพงเซ็นเตอร์ของเราบ้างครับ เป็นเบสรีเฟล็กซ์สองทางเช่นเดียวกับตัววางหิ้ง ตัวไดร์เวอร์ก็เป็นวูฟเฟอร์สองตัวประกบทวีตเตอร์ ในขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เท่ากันกับตัววางหิ้งทุกประการ แต่ด้วยขนาดปริมาตรตัวตู้ที่ใหญกว่า การตอบสนองย่านความถี่ต่ำจึงลงได้ลึกกว่านิดหน่อย ซึ่งเพราะลำโพงเซ็นเตอร์นับว่าเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในการดูหนังเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่นน้ำเสียงเวลาตัวละครพูดหรือเสียงจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ที่เกิดตรงหน้าเรา ถ้าเซ็นเตอร์ตอบสนองความถี่ต่ำได้ไม่ลึกพอย่อมส่งผลต่ออรรถรสในการรับชมและมิติเสียงครับ

ด้านหลังเป็นท่อยิงเบส และขั้วต่อลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์ พร้อมสลักแขวนผนังเช่นเคย

มาถึงตัวสำคัญที่สุดในซิสเต็มนี้ครับซึ่งก็คือลำโพงฟลอร์สแตนดิ้งนั่นเองครับ เรียกได้ว่าเวลาจะบอกว่าชุดโฮมฯ ตัวนี้จะดีไม่ดี ส่วนใหญ่เราก็จะวัดจากลำโพงคู่หน้าที่ดูจะมีบทบาทมากที่สุดเนี่ยแหละครับ สำหรับ S606 นั้น หากมองหน้าตรงเราก็คงไม่สงสัยอะไร เพราะมันก็มีไดร์เวอร์เฉกเช่นลำโพงวางพื้นทั่วไปพึงมี อย่างทวีตเตอร์ และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ เป็นต้น ทว่าทันทีที่เราเหลียวไปมองด้านข้างนั้น ก็ต้องพลันร้องโอ้วว้าว! กันเลยทีเดียว เนื่องจากว่า ทาง Jamo ได้นำวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว มาแปะไว้ด้านข้าง ได้อย่างเรียบเนียน ชนิดที่ถ้าเราไม่แกะหน้ากากออกก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีอะไรซุกอยู่ ส่วนมันจะมีผลกับเสียงยังไง รอชมในหน้าถัดไปเลยครับ..

ลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว ที่แปะอยู่ด้านข้างของลำโพงฟลอร์สแตนดิ้งทั้ง 2 ตัว
ปกติจะมีหน้ากากปิดอยู่ แต่เราซนเปิดออกมาถ่ายด้านในให้ทุกท่านได้ยลโฉมกันครับ

ด้านหลังเป็นขั้วลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์เช่นเดียวกับทั้งเซอร์ราวด์ และเซ็นเตอร์
แตกต่างตรงที่มันรองรับการเชื่อมต่อแบบ Bi-Wired (และ Bi-Amp) อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ
Sound – เสียง
แล้วก็ถึงส่วนที่ทุกท่านรอคอยกับพาร์ทเสียงนั่นเองครับ แต่ก่อนอื่นนั้น เรามาเซ็ตอัพกันเสียก่อนครับ โดยห้องที่เราใช้ทดสอบนั้นก็จะเป็นห้องปิดทึบที่ดีไซน์มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หรือที่ออฟฟิศเราจะขนานนามกันว่า “ห้องเหม็น” เนื่องจากช่วงแรกๆ ที่ทำเสร็จใหม่ๆ ถ้าเข้าไปนั้นจะเหม็นถึงกับแสบตาเลยทีเดียว เอ้ามาดูก่อนว่าเซ็ตอัพแล้วจะหล่อขนาดไหน !

ภาพก็จะเป็นดังด้านบนเลยนะครับ โดยเราใช้เพลเยอร์ Oppo BDP-95 เจ้าเก่าเช่นเคย ประจวบเหมาะกับทาง Onkyo ได้ส่งแอมป์รุ่นใหม่ TX-NR818 มาให้เราทดสอบพอดี ผมเลยจัดแจงวางเข้าชุดเพื่อทดสอบไปในคราเดียวกับ ชนิดที่ว่า “นั่งฟังครั้งเดียว ได้เทสต์สองตัว” อะไรประมาณนั้นครับ (ติดตามบททดสอบ TX-NR818 ได้ เร็วๆ นี้)
จะเห็นว่าด้วยความพิเศษที่ทาง Jamo ฝังซับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้วมาใน Tower คู่หน้าของเราทั้งสองตัว ทำให้เราเกิดทางเลือกในการวางได้สองแบบครับ ว่าจะวางให้ซับวูฟเฟอร์ยิงเข้าหาผนังซ้ายขวา หรือจะให้ยิงชนกัน โดยจากการไปค้นหาข้อมูลที่คู่มือ ทางผู้ผลิตได้ให้คำแนะนำว่า การวางทั้งสองแบบนั้น มีข้อดีต่างกัน โดยการวางให้วูฟเฟอร์ยิงออกหาผนัง จะเป็นการเพิ่มปริมาณเบสให้มากขึ้นครับ แน่นอนว่าส่วนตัวผมเป็นคนชอบเสพย์เบส ก็เลยขอลองวางแบบยิงผนังก่อนละกัน โดยช่วงแรกทดลองฟังโดยจัดวาง S 606 ในแบบหน้าตรงก่อนครับ

จากรูปจะเห็นว่าผู้ผลิตได้แนะนำให้เราทำการวางลำโพงคู่หน้าทั้งสองข้างให้ห่างจากออกจากกันสัก 2 เมตร เป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ตำแหน่งของจุดรับฟังก็ควรจะห่างจากลำโพงซ้ายขวาในระยะเท่าๆ กันอีกด้วย เพื่อให้ลำโพงแสดงประสิทธิภาพที่ดีที่สุดออกมาในแง่มิติสเตริโอ

เช่นเดียวกันกับลำโพงเซอร์ราวด์นะครับ ควรมีระยะห่างจากพื้นอย่างน้อย 2 เมตร เยื้องไปทางด้านหลัง ทำมุม 20 องศากับตำแหน่งนั่งฟัง (อาจไม่จำเป็นต้องเอียงหน้า) แต่ถ้าเผื่อที่บ้านใครมีข้อจำกัดไม่สามารถทำตามเป๊ะๆ ได้ ก็แนะนำให้พยายามวางให้ได้ใกล้เคียงที่สุดครับผม

อุปกรณ์รองฐานลำโพงที่ทาง Jamo ได้แถมมากับชุดครับ
นอกจากนี้แล้ว ในกรณีตั้งวางบนพื้นแข็ง หลังจากติดตั้งสไปก์แล้วผมขอแนะนำให้ทำการรองใต้ฐานลำโพงเซอร์ราวด์ด้วยจุกยางสีดำที่แถมมาดังรูปด้านบน (วิธีการติดตั้งก็สามารถเปิดดูได้ที่คู่มือจากผู้ผลิตที่แถมมาให้ครับ) ซึ่งการติดตั้งสไปค์และจุกยางรองฐานหรือสไปค์นั้นเป็นการเสริมความมั่นคงให้กับลำโพงเพื่อที่มันจะได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้พื้นสวยๆ ต้องเป็นรอย

สไปค์คู่หน้าเมื่อติดตั้งแล้วจะมีหน้าตาดังรูปนี้ครับ
วางนู่นวางนี่กันมานานก็ได้เวลาทดลองฟังเสียงกันสักที และเพื่อต้องการทราบศัยกภาพที่แท้จริงของคู่หน้า ช่วงแรกจะฟังในแบบ 5.0 ไม่ใช้ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ครับ โดยกำหนดตั้งค่า Subwoofer เป็น No ระบบของ AVR จะทำการมิกซ์ “LFE” หรือช่องเสียง “.1” ไปยังคู่หน้า
เริ่มจาก Fast Five บลูเรย์ขาประจำออฟฟิศเราก่อนเลยครับ โดยฉากที่ผมเลือกใช้นั้นเป็นฉากสุดท้ายที่มีการปล้นตู้เซฟกัน ซึ่งจะต้องมีเหตุการณ์ขับรถไล่ล่าพร้อมกับยิงต่อสู้กันตามประสาภาพยนตร์แอ็คชั่นครับ โดยจากการนั่งฟังพบว่า Jamo S 606 HCS 3 ชุดนี้ถ่ายทอดบรรยากาศออกมาได้ดีครับ หน้าเป็นหน้า หลังเป็นหลัง เสียงแพนซ้ายขวากระชับฉับไวมีทิศทางชัดเจน นอกจากนี้ปริมาณเบสก็จับต้องได้ดังต้องการ ด้วยวูฟเฟอร์คู่ ขนาด 8 นิ้ว ที่ติดตั้งมากับฟลอร์สแตนดิ้งของชุดนี้นั่นเองครับ

อ้าวไหนบอกเทสต์ฉากแอ็คชั่น..รูปผู้หญิงหราเลยนี่หว่า(ฮา)
ต่อกันด้วย I Robot ในฟอร์แมตบลูเรย์เช่นเดียวกันครับ กับฉากที่หุ่นยนต์กำลังทำการปฏิวัติซึ่งเป็นฉากที่มีปริมาณเบสเยอะสะใจ และแน่นอนว่าคู่หน้า S 606 ของเราก็จัดแจงเสิร์ฟเสียงเบสมากระแทกหูผมได้อย่างอิ่มหนำสำราญ ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์วางให้มันยิงชนผนังฮ่าๆ มันมาเยอะจนเหมือนกับว่าไม่ต้องมีซับวูฟเฟอร์ก็ได้เลยทีเดียวเชียว
มาต่อกันที่การฟัง 2 แชนแนลกับออดิโอซีดีกันบ้างครับ วันนี้นึกครึ้มอยากฟังดนตรีคลาสสิคเลยจับแผ่น Vivaldi: Violin Concerto “The Four Seasons” ของ Mariko Sen Ju นักไวโอลินอัจฉริยะจากญี่ปุ่น ต้องบอกเลยครับว่าอานุภาพการสร้างเวทีเสียงของคู่หน้าในชุดนี้ทำได้เกินราคามาก จำแลงเสียงวงออเครสต้าออกมาได้อย่างสมจริง ลูกรับลูกส่งลูกเบาเก็บได้ประทับใจ รายละเอียดไม่ขาดหาย

เร่งจังหวะให้หนักหน่วงกับดนตรีเมทั่ลโหดๆ อย่าง Dream Theater, Dragonforce, Lamb of God เอกลักษณ์ของเบสก็ยังคงเป็นแบบเดิมเลย คือมีปริมาณดังแต่ขาดความลึกและน้ำหนักไปเสียหน่อย นอกนั้นรายละเอียดดนตรีดีครับ มาฟังเพลงร้องแบบออดิโอไฟล์ของสาวน้อย Kewei เนื้อเสียงร้องมีลักษณะเปิดใส กลางออกชัดเจนแหลมปลายสว่างกรุ๊งกริ๊งพอประมาณ เรียกว่าทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว ทำหน้าที่ได้ไม่บกพร่องนัก รวมๆ แล้วออกมาดีครับ
จากนั้นลองขยับลำโพงให้ Toe-in (เอียงเข้าหาศูนย์กลาง) พบว่าเสียงกลางแหลมเปิดสว่างชัดมากขึ้น ส่วนเบสนั้นมีความกระชับเข้าที่ แต่ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดคงจะเป็นที่ย่านกลางแหลมครับ ซึ่งก็เป็นผลลัพธ์ตามทฤษฎีฟิสิกส์อยู่ในเรื่องของทิศทางมุมกระจายเสียงของคลื่นความถี่ครับ แต่อาจรู้สึกว่าความกว้างเวทีเสียงแคบลงนิดนึง ฉะนั้นเวลาเราซื้อลำโพงมา ต้องลองขยับหันซ้ายขวา เอียงหน้าดู ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมเพื่อให้เสียงที่ดีที่สุดครับ
คราวนี้เรามาลองสลับตำแหน่งกันบ้างครับ โดยการวางให้วูฟเฟอร์ยิงเข้าหากัน และทดสอบด้วยคอนเทนต์แบบเดิมอีกรอบ ทว่าคราวนี้นั้นผมกลับไม่รู้สึกอย่างที่คู่มือลำโพงชุดนี้บอกไว้ แทนที่เบสจะลดน้อยลง แต่กลายเป็นว่าเหมือนมันจะเยอะขึ้น รวมไปถึงความอิ่มแน่นที่สัมผัสได้ก็ค่อนข้างมีเนื้อหนังขึ้นมา ซึ่งผลตรงนี้รวมไปถึงย่านกลางต่ำ มันเกิดอะไรขึ้นกันนี่ !!
หากอ้างอิงจากสภาพแวดล้อม ตำแหน่งตั้งวาง และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้อง อาจเป็นตัวแปรกระทบกับลักษณะดุลเสียงของลำโพงที่แตกต่างออกไป จึงกลายเป็นว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้น การหันวูฟเฟอร์ที่แปะอยู่ด้านข้างของฟลอร์สแตนด์เข้าหากัน จะช่วยเสริมกันให้เบสต้น และย่านกลางต่ำ มีปริมาณมากขึ้น ในขณะที่การวางวูฟเฟอร์ออกข้าง หาผนัง ให้ความกระชับ และให้ความโปร่งกว่าเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ตรงนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย ใช่ว่าห่างกันแบบฟ้ากับเหวนะครับ แต่จากบทสรุปนี้ ขอย้ำว่าท่านที่ใช้รุ่นนี้ แนะนำให้ทดลองกับสภาพแวดล้อมใช้งานว่าให้ผลลัพธ์เป็นเช่นไร เพื่อหาจุดลงตัวว่าแบบใดตรงกับรสนิยมมากกว่ากัน

กระนั้นแล้วนะครับ สำหรับท่านที่ฟังแล้วคิดว่าเบสยังไม่สาแก่ใจตัวท่าน อยากจะหาซับวูฟเฟอร์สักตัวมาเสริมฐานเบสให้แน่นมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการรับชมภาพยนตร์ ผมก็ขอแนะนำว่าให้เลือกดูที่มีขนาดใหญ่ไปเลยจะได้เสริมย่านลึกให้เห็นผลชัดเจนกว่าครับ เนื่องจากการทดสอบนี้ ผมได้ลองเพิ่มเติมแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ที่มีขนาด 8 นิ้ว เพื่อให้เป็นระบบ 5.1 แท้ๆ แต่ผลออกมาก็ไม่ต่างจากใช้วูฟเฟอร์ในตัว S 606 สักเท่าไร ในแง่ของปริมาณย่านต่ำลึก คงต้องยกให้ฟลอร์สแตนดิ้งของเราที่ตอบสนองย่านต่ำได้ดีเกินขนาดตัวไปมากอยู่แล้ว
Conclusion – สรุป
จากการทดสอบนั่งฟังนอนฟังตีลังกาฟัง Jamo S 606 HCS 3 ตัวนี้ภายในห้องเหม็นของเรา ความรู้สึกที่ทางทีมงานได้รับนั้นต้องบอกเลยครับว่า มันเป็นชุดลำโพงที่คุ้มค่ามากๆ ตัวหนึ่งของวงการเลยทีเดียว ด้วยคุณภาพเสียงที่น่าประทับใจมากๆ เบสสนั่น กลางแหลมชัดสัมผัสได้รายละเอียดมาครบ เวทีเสียงกว้างขวาง และยิ่งไปกว่านั้นคือปริมาณเบสที่ฟังแล้วต้องตกใจ ดูภาพยนตร์แอ็คชั่นลุยฝ่าทลายตึกมันส์สะใจ แทบจะไม่ต้องซื้อซับวูฟเฟอร์เพิ่มเลยเพราะวูฟเฟอร์ที่ถูกติดตั้งมาในตัวลำโพงคู่หน้านั้น ทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดีครับ
ก็เรียกได้ว่าชุดลำโพงชุดนี้เป็นชุดสุดคุ้มที่ไม่ควรพลาดไปลองสำหรับมือใหม่งบเริ่มต้นทุกคน แล้วคุณจะเผลอแบกกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว เพราะมันคือ “ชุดดูหนังฟังเพลง ที่ให้พลังเสียงเกินราคา !”

*หมายเหตุ : ผลจากการทดสอบอาจแตกต่างออกไป ขึ้นกับปัจจัย และสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นซิสเต็ม การเซ็ตอัพ ตำแหน่งตั้งวางลำโพง สภาพอะคูสติก ฯลฯ
LIKE
– พลังเสียงเบสหนาแน่นน่าพอใจ แทบจะไม่ต้องใช้ซับวูฟเฟอร์ในซิสเต็ม
– ราคามิตรภาพกับมือใหม่มากๆ
DISLIKE OR SHOULD HAVE
– เนื่องจากมีไดรเวอร์เบสขนาด 8 นิ้ว ยิงออกด้านข้าง ฉะนั้นตำแหน่งตั้งวาง และอะคูสติกของห้องจึงส่งผลค่อนข้างมากต่อผลลัพธ์ของเสียง
ราคากลาง Jamo S 606 HCS 3
Floorstanding Speaker : S 606 ราคา 15,980 บาท
Bookshelf Speaker : S 602 ราคา 5,980 บาท
Center Speaker : S 60 CEN ราคา 4,980 บาท
ทั้งชุด ราคา 22,980 บาท