Skip to content
|

รีวิว Pioneer BDP-X300 – เครื่องเล่น 3D Blu-ray 4K 24p Upscaling รองรับการถ่ายทอดเสียงระดับพรีเมียม

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 09 Mar 2022 0 comments

Pioneer BDP-X300

Premium image and sound performance

Pioneer 3D Blu-ray Player รุ่น BDP-X300
ราคา 17,900บาท

หลังจากที่ Pioneer ห่างหายการออกเครื่องเล่น Blu-ray Player มาอยู่สักพักหนึ่ง ซึ่งผนวกกับช่วงตั้งแต่กลางปี 2016 ที่ผ่านมาตลาดในประเทศไทยต่างก็หันไปให้ความสนใจกับเครื่องเล่น Blu-ray Player ที่รองรับการเล่นแผ่น 4K กันอย่างฮือฮา จึงทำให้เหล่าบรรดาแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์ต่างพากันดึงเชิงดูเทรนด์ของตลาดกันอยู่นานพอสมควร

ซึ่งการมาของคอนเทนท์ที่มีความคมชัดระดับ 4K ในไทยช่วงที่ผ่านมานั้นก็เริ่มมีให้ได้เลือกซื้อมารับชมอยู่ค่อนข้างบางตาและยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก เนื่องด้วยตัวแผ่นคอนเทนท์ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ Pioneerอย่าง CMG (Central Marketing Group) จึงได้เข็นเจ้า Pioneer รุ่น BDP-X300 ซึ่งเป็นเครื่องเล่น Blu-ray Player ที่เน้นประสิทธิภาพทางด้านเสียงในระดับพรีเมียมออกมาทำตลาด เพื่อมาเอาใจกลุ่มผู้เล่นระดับกลางโดยเฉพาะ

Pioneer BDP-X300 ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray 3D และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก พร้อมกันนี้ตัวเครื่องเองก็ยังรองรับ Wi-Fi, Miracast และการเล่นไฟล์ผ่านทาง LAN บนเทคโนโลยี DLNA อีกด้วยเช่นกัน

สเปคคร่าวๆ ของ Pioneer BDP-X300 มีดังนี้

VIDEO FEATURES  
– Ultra HD (4K/24p) Upscaling (BD/DVD/PC File) 
– Blu-ray 3D Playback 
– 36-bit Deep Colour, “x.v.Colour”

AUDIO FEATURES  
– Exclusive Audio DAC Board with 192 kHz/24-bit DAC 
– 192 kHz/24-bit Audio Playback (WAV, FLAC, ALAC) 
– Multi-Channel (5.1ch, 5.0ch) Audio Playback (WAV, FLAC, DSD) 
– Dolby TrueHD/Dolby Digital Plus 
– DTS-HD Master Audio/DTS-HD High Resolution Audio/DTS-ES/DTS 96/24 
– HQ Sound for Clear Audio Transmission via HDMI 
– Shielded Power Supply (SMPS) Circuit Board 
– Anti-Standing Wave Insulators (Rear Insulators Only)

NETWORK FEATURES  
– DLNA Certified*1 (1.5) with Trick Play Features (Fast/Slow Forward, Fast/Slow Rewind) 
– Built-in Wi-Fi (IEEE802.11 b/g/n) 
– Miracast via Wi-Fi Direct

Design – การออกแบบ

มาเริ่มดูกันที่ส่วนของงานดีไซน์กันก่อนเลย สำหรับรูปร่างหน้าตาหากเทียบกับรุ่น BDP-100 และ BDP-180 ที่อยู่ในไลน์อัพเดียวกันแล้วล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าหน้าตาเหมือนกันเด๊ะๆ แต่ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 นั้นมีความพิเศษกว่าจริงๆ แต่ไม่ได้พิเศษตรงที่มีตัวอักษร “X” นำหน้านะ ซึ่งเดี๋ยวถ้าตามอ่านกันไปเรื่อยๆ จะต้องร้อง อ๋อ! กันอย่างแน่นอน

ตัวเครื่องที่ทางเราได้มารีวิวจะเป็นรุ่นสีดำ ซึ่งจากที่ได้แอบเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ Pioneer พบมีรุ่นที่เป็นสีเงินโลหะด้วย แต่เข้าใจว่าในไทยจะเอาเข้ามาจำหน่ายอยู่สีเดียวคือสีดำ

ด้านหน้าตัวเครื่องจะเป็นหน้ากากพลาสติกสีดำมีการขัดลายออกแนวโลหะนิดๆ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1.ปุ่ม Power สำหรับ เปิด/ปิด ตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player
2. ถาดสำหรับใส่แผ่น  BD, DVD, CD และ SACD
3. หน้าจอ LED สำหรับแสดงสถานะของตัวเครื่องเล่น
4. ปุ่มสำหรับกดให้ถาดรับแผ่นคอนเทนท์เด้งเข้าเด้งออก
5. ปุ่ม Stop สำหรับหยุดเล่นคอนเทนท์
6. ช่องต่อ USB 2.0 รองรับการจ่ายไฟ 5V/0.5A จำนวน 1 พอร์ต
7. ปุ่มสำหรับกด Play เพื่อสั่งเล่นคอนเทนท์

เมื่อซูมเข้ามาที่ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องเล่นจะเห็นว่ามีการบอกรายละเอียดต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน แถมที่ด้านใต้ยังมีการเสริมส่วนที่เป็นขาตั้งแยกออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีพื้นที่ช่องว่างสำหรับระบายความร้อนได้สะดวก

พลิกกลับมาที่ด้านหลังของตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player กันต่อเลย

โดยที่จุดนี้มีการจัดเรียงพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ไว้ได้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบดี ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าเครื่องเล่นตัวนี้จะมีความพิเศษกว่า BDP-100 และ BDP-180 ก็ตรงที่ส่วนที่เป็นพอร์ต HDMI Out, Coaxial และ Analog Audio Out นั้นจะได้รับการเคลือบพื้นผิวด้วย “ทองคำ” อีกชั้นนึงนั่นเอง

นอกจากพอร์ตสำคัญๆ ทางด้านเสียงจะถูกเคลือบพื้นผิวด้วยทองคำแล้ว ภายในตัวของเครื่องเล่นยังมาพร้อมกับระบบลดสัญญาณรบกวนต่างๆ อีกด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อที่อยู่ด้านซ้ายทางด้านหลังของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะอยู่ที่บริเวณแถบนี้

ในส่วนของพอร์ตอื่นๆ ตามภาพด้านบนจะประกอบด้วย

1. พอร์ต LAN ที่รองรับความเร็วสูงสุดที่ 100Mbps
2. พอร์ต USB 2.0 รองรับการจ่ายไฟที่ 5V/0.5A จำนวน 1 พอร์ต ซึ่งสามารถต่อเข้ากับ External Hard Disk ได้สบายๆ
3. พอร์ต HDMI Out จำนวน 1 พอร์ต
4. พอร์ต Coaxial จำนวน 1 พอร์ต
5. พอร์ต Optical จำนวน 1 พอร์ต

ถัดมาที่ส่วนทางด้านขวาจะเป็นที่อยู่ของพอร์ต Analog Audio Out จำนวน 1 ชุด และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับสายไฟหลัก

รีโมทคอนโทรลก็ไม่ได้มีหน้าตาอะไรที่หวือหวามากนัก ซึ่งเน้นที่การใช้งานได้ง่ายเสียมากกว่า โดยทาง Pioneer ก็ได้หยิบปุ่มลัดอย่างเช่น Miracast, Audio, Subtitle และ Video มาใส่ไว้บนรีโมทคอนโทรล เพื่อให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยน

Picture – ภาพ

หลังจากที่ไปไล่ดูในส่วนของดีไซน์บนตัวเครื่องเล่นกันไปแล้วทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาดูการเล่นไฟล์และแผ่นคอนเทนท์ต่างๆ กันต่อ ซึ่งก็จะได้มาทดสอบกันด้วยว่าคุณภาพของภาพที่ถูกส่งผ่านออกมาจาก Pioneer BDP-X300 นั้นมีความคมชัดและลื่นไหลตลอดการรับชมมากน้อยเพียงใด

หากพร้อมแล้วมาเริ่มที่การใส่แผ่นเข้าไปที่เจ้าเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้กันก่อนเลย

สำหรับความละเอียดในการถ่ายทอดสัญญาณภาพวีดีโอสามารถรองรับการตั้งค่าได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ 4K/24p เนื่องจากตัวเครื่องเล่นรองรับ Ultra HD (4K/24p) Upscaling นั่นเอง

มาเริ่มเปิดเบิร์นเจ้า Pioneer BDP-X300 ด้วยภาพยนตร์เรื่อง “The Revenant” ที่มีเนื้อหาออกแนวผจญภัยและดราม่านิดๆ

สำหรับแนวภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะติดย้อมสีออกทึมๆ ให้อารมณ์เคว้งคว้างเล็กน้อย ซึ่งจากที่ได้ลองรับชมตัวเครื่องเล่นก็สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของภาพออกมาได้คมชัด และสามารถให้สีสันต่างๆ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

ถัดมากระผมได้ทดสอบความลื่นไหลของภาพจากภาพยนตร์เรื่อง “Fast And Furious 7” หลังจากที่ได้ลองรับชมเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้จนจบเรื่อง พบว่าการส่งผ่านสัญญาณภาพมายังทีวีนั้นสามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างลื่นไหล โดยที่ไม่พบอาการภาพค้างหรือกระตุกระหว่างที่กำลังรับชมคอนเทนท์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ในส่วนของการเล่นไฟล์ชนิดต่างๆ นอกจากจะรองรับการเล่นคอนเทนท์ผ่านทางแผ่น Blu-ray 3D, Blu-ray แบบปกติ และ DVD แล้วตัวเครื่องเล่นเองยังรองรับการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB และ LAN/WiFi ผ่านทางเทคโนโลยี DLNA อีกด้วย

สำหรับการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB และการเล่นไฟล์ผ่านเทคโนโลยี DLNA หรือการเล่นไฟล์ผ่านระบบ LAN นั้นตัวเครื่องสามารถรองรับการเล่นไฟล์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันได้ อย่างเช่นไฟล์สกุล DivX (.avi/.divx/.mkv), MP4, WMV, AVI, 3GP, FLV และ RMVB (.rm/.rmvb) ก็สามารถนำมาเล่นบนเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ได้อย่างหายห่วง

Sound – เสียง

มาถึงเรื่องของเสียงที่เป็นจุดเด่นของเจ้า Pioneer BDP-X300 ตัวนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับ DAC Aduio แบบ on Board ในตัวที่สามารถรองรับการถอดรหัสเสียงและไฟล์เพลง Hi-Res Audio ที่มีความละเอียดในระดับ 192 kHz/24-bit ได้อย่างสบายๆ รวมทั้งที่ตัว DAC Audio ก็ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติ Anti-Standing Wave ที่ช่วยลดการรบกวนของคลื่นสัญญาณต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ส่วนที่เป็นขั้วต่อ HDMI Out และขั้วต่อสัญญาณเสียงต่างๆ บนตัวเครื่องยังได้ถูกเคลือบด้วยทองคำแท้ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งผ่านสัญญาณเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และส่วนที่เป็นภาคจ่ายไฟยังได้ถูกติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณรบกวนที่มีชื่อว่า “SMPS Shield Case” อีกด้วย

ในส่วนของการ Output สัญญาณเสียงผ่านพอร์ต HDMI สามารถเลือกได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ Bitstream, PCM และ Reencode

แต่ในส่วนของรีวิวนี้จะเลือกใช้เป็นแบบ Bitstream เนื่องด้วยกระผมใช้ตัวเครื่องเล่นต่อเข้ากับชุด AV Receiver ที่ทำหน้าที่ในการถอดรหัสสัญญาณเสียงก่อนที่จะส่งสัญญาณภาพวีดีโอไปยังทีวี ซึ่งจากที่ได้ทดสอบพบว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 สามารถทำการ Bitstream สัญญาณเสียงทั้งแบบ Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio ได้อย่างลื่นไหล

มาทดสอบที่การใช้รับชมคอนเสิร์ต และการฟังเพลงจากแผ่นซีดีกันบ้างดีกว่า

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 นั้นมีจุดเด่นที่เรื่องของเสียง เพราะว่าตัวของมันมาพร้อมกับระบบ HQ Sound ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยในการตัดสัญญาณภาพวีดีโอทิ้งในขณะที่เราใช้เจ้าเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ในการเล่นเพลงจากแผ่น CD/SACD ที่มีแต่เสียงเพลงล้วนๆ ซึ่งไม่นับรวมแผ่น Blu-ray คอนเสิร์ตที่เราจะต้องรับชมทั้งภาพและเสียง หรือถ้าคุณผู้อ่านท่านใดต้องการฟังแต่เสียงก็สามารถตัดภาพวีดีโอทิ้งได้นะ ด้วยฟังก์ชันที่เรียกว่า “HQ Sound” นี้ซึ่งจะมีปุ่มอยู่บนรีโมทคอนโทรล

ฟังก์ชัน HQ Sound ที่ถูกติดตั้งมาบนเครื่องเล่นตัวนี้ทำงานอย่างไร?

สำหรับฟังก์ชัน HQ Sound นั้นจะเป็นฟังก์ชันที่เรามักเจอในกลุ่มของเครื่องเล่นระดับไฮเอ็นด์ หรือกลุ่มผู้เล่นหูเทพหูทองที่เข้ามักใช้กันนั่นล่ะ โดยผู้เล่นกลุ่มนี้มักจะมีการต่อเครื่องเล่น Blu-ray Player เข้ากับชุด AV Receiver, Amplifier และลำโพงระดับไฮเอ็นด์ที่ค่อนข้างจะมีความไวต่อการตอบสนองต่อสัญญาณเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ถ้าเรามีการเปิดเครื่องเล่น Blu-ray Player เพื่อฟังเพลงจากแผ่น CD/SACD เพียงอย่างเดียว หากเป็นเครื่องเล่นทั่วๆ ไปตัวเครื่องเล่นจะยังมีการประมวลผลสัญญาณภาพอยู่ถึงแม้ว่าตัวคอนเทนท์ที่เราเปิดอยู่จะไม่มีภาพวีดีโอหรือมีแต่เสียงก็ตาม บางครั้งอาจจะทำให้สัญญาณภาพที่ถูกส่งออกมาพร้อมๆ กับสัญญาณเสียงผ่านทางสาย HDMI เส้นเดียวกันอาจถูกบันทอนเสียงลงได้ จึงเป็นเหตุให้เครื่องเล่นตัวบนๆ ที่มีราคาสูงมักจะมีโหมด HQ Sound ติดมาให้นั่นเอง

ซึ่งข้อดีของการเปิดฟังก์ชัน HQ Sound ในขณะที่ใช้เครื่องเล่นฟังเพลงอย่างเดียวจะทำให้ตัวเครื่องจะตัดการประมวลผลวีดีโอทิ้งไป และจะมามาเน้นหรือให้ความสำคัญในการประมวลผลสัญญาณเสียงจากคอนเทนท์ที่เรารับฟังอยู่เพียงอย่างเดียว โดยอาจจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าสัญญาณเสียงนั้นดีขึ้นกว่าการไม่ได้เปิดฟังก์ชันดังกล่าว

จากการทดสอบเปิดและปิดฟังก์ชัน HQ Sound ที่อยู่บนตัวของเจ้า Pioneer BDP-X300 โดยกระผมได้ลองใช้เพลง “My Heart Will Go On – Celine Dion” ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไททานิคในการทดสอบครั้งนี้

หลังจากที่กระผมได้ทดสอบด้วยการเปิดฟังเพลงดังกล่าววนแล้ววนอีกอยู่ประมาณ 30 รอบเห็นจะได้ โดยเปิดฟังวนไปทั้งแบบที่เปิดฟังก์ชัน HQ Sound และแบบที่ปิดฟังก์ชัน HQ Sound ซึ่งก็สังเกตได้ว่าตัวเนื้อเสียงกลางที่เป็นลูกๆ ค่อนไปทางเสียงสูงของ Celine Dion นั้นจะติดจมนิดๆ ถ้าหากไม่ได้เปิด HQ Sound แต่ถ้าหากเทียบกับแบบเปิดฟังก์ชันดังกล่าวแล้วจะรู้สึกว่าเสียงกลางที่ออกมาระหว่างที่นักร้องอ้าปากแล้วค่อยๆ ไล่ลมเสียงออกมาจะมีความพุ้งของเนื้อเสียงที่มากกว่า

ทั้งนี้บางท่านอาจจะสงสัยว่าตัวเครื่องเล่นสามารถรองรับการเล่นไฟล์เพลงแบบไหนได้บ้าง จากที่ทดสอบมานั้นก็ต้องขอบอกเลยว่าสามารถเล่นได้ทั้งไฟล์ MP3, WMA, AAC (.m4a), WAV, FLAC และ DSD (.dff/.dsf) โดยทั้งหมดนี้สามารถเล่นผ่านได้ทั้งในรูปแบบของแผ่น CD/SACD/BD, USB และผ่านทางเครือข่าย Network บนเทคโนโลยี DLNA ได้ทั้งสิ้น

Features – ลูกเล่น

ถึงแม้ว่าบนตัวของเครื่องเล่นจะไม่ได้มีการติดตั้งแอพพลิเคชันใดๆ มาให้ และไม่สามารถใช้งานเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ก็ตาม แต่ตัวของมันเองยังคงรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Network ภายในบ้านได้อยู่ ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทางสาย LAN หรือจะเชื่อมต่อไร้สายผ่านทางสัญญาณ WiFi ก็ได้ จึงทำให้ตัวมันเองสามารถรองรับการเล่นไฟล์คอนเทนท์ต่างๆ ผ่านทางเทคโนโลยี DLNA ได้อยู่นะ

ทั้งนี้ทาง Pioneer ก็ไม่ได้ถึงกับใจร้ายอะไรขนาดนั้น จึงได้ทำการใส่ฟังก์ชัน Miracast ที่เอาไว้ให้เราสามารถแชร์ภาพและเสียงจาก Smart Phone และ Tablet ไปแสดงผลยังหน้าจอทีวี นอกจากนี้แล้วเรายังใช้แอพพลิเคชันที่มีชื่อว่า “iControlAV5” ควบควมตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ได้อีกด้วย โดยที่ Smart Device และตัวเครื่องเล่นจะต้องเชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย LAN เดียวกันนะ

หน้าตาของแอพฯ iControlAV5 จะเป็นเช่นนี้

หมายเหตุ แอพฯ iControlAV5 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store และ Apple Store ฟรี!

Conclusion – สรุป

ข้อดีของ Pioneer BDP-X300

1. รองรับการเล่นแผ่นได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแผ่น CD, SACD, DVD และ BD
2. รองรับการเล่นไฟล์คอนเทนท์จาก NAS ผ่านทางเทคโนโลยี DLAN ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย LAN และ WiFi ที่ถูกติดตั้งมาในตัว
3. ภายในตัวเครื่องมาพร้อมกับวงจรภาคขยาย DAC Audio ที่รองความสามารถในการแปลงถอดรหัสเสียงได้ที่ความละเอียดระดับ 192 kHz/24-bit
4. ตัวเครื่องมีฟังก์ชัน HQ Sound ที่ช่วยตัดการแสดงผลภาพวีดีโอขณะใช้เล่นเพลง ช่วยให้ลดการรบกวนของสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี

ข้อเสียของ Pioneer BDP-X300

1. ตัวเครื่องเล่นรองรับ Ultra HD (4K/24p) Upscaling แต่ไม่สามารถเล่นแผ่น 4K ได้
2. มีพอร์ต HDMI Out มาให้พอร์ตเดียว ไม่สามารถแยกสัญญาณภาพ และเสียงออกจากกันได้อย่างตายตัว

Pioneer BDP-X300 เป็นเครื่องเล่น Blu-ray Player ในระดับกลางที่ค่อนไปทางกึ่งๆ ไฮเอ็นด์ มาพร้อมกับความสามารถในการรองรับการเล่นคอนเทนท์ได้อย่างครบครัน ทั้งยังได้รับการติดตั้งวงจรในส่วนของการถอดรหัสเสียงหรือ DAC Audio มาในระดับ Hi-Res แถมยังมีระบบป้องกันการรบกวนของสัญญาณเสียงและภาคจ่ายไฟอีกด้วย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการใช้รับชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้เป็นอย่างดี

Pioneer 3D Blu-ray Player รุ่น BDP-X300
ราคา 17,900บาท

เครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้จะไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เนื่องจากไม่รองรับฟังก์ชัน Smart และไม่ได้มีแอพพลิเคชันใดๆ ติดมาให้ได้ใช้งานเลยก็ตามถึงแม้ว่าตัวมันเองจะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Network ได้ก็ตาม แต่ว่าทาง Pioneer ยังได้ใจดีใส่ฟังก์ชัน Miracast ที่สามารถเชื่อมต่อตัวเครื่องเล่นเข้ากับ SmartPhone และ Tablet โดยสามารถแชร์ภาพและเสียงผ่านตัวเครื่องเล่นไปออกที่หน้าจอทีวีได้ (ถ้าท่านใดที่ใช้ SmartTV อยู่แล้วก็อาจจะดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าใดนัก)

อีกหนึ่งลูกเล่นที่กระผมคิดว่าใช้งานได้จริงนั่นก็คือการคอนโทรลตัวเครื่องเล่นผ่านทางแอพฯ ที่มีชื่อว่า “iControlAV5” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ทั้งอุปกรณ์ Smart Device ที่เป็นระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เลยล่ะ เอาเป็นว่าถ้าหากท่านใดกำลังมองหาเครื่องเล่น Blu-ray ที่มาพร้อมกับระบบเสียงระดับไฮเอ็นด์ ลองรับเจ้า Pioneer BDP-X300 ไว้พิจารณาอีกสักเครื่องก็ได้นะรับรองว่าท่านต้องชอบเจ้าตัวนี้แน่ๆ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้