Skip to content
|

รีวิว Polk Audio PSWi225 – พลังเคลื่อนย้ายจักรวาล… ศักยภาพจากซับวูฟเฟอร์ไร้สาย !!!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 25 Dec 2018 0 comments

Wireless Powered Subwoofer

Polk Audio PSWi225

พลังเคลื่อนย้ายจักรวาล…
ศักยภาพจากซับวูฟเฟอร์ไร้สาย !?

สายสัญญาณนับเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด จากหน้าที่ตัวกลางส่งผ่านสัญญาณระหว่างอุปกรณ์ แน่นอนว่าหากจำนวนการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ จำนวนเส้นสายต่างๆ ในระบบย่อมต้องเพิ่มจำนวนขึ้นมากเท่านั้น หากมากไป หรือบริหารจัดการไม่ลงตัว ความรกรุงรังอาจเป็นปัญหาปวดหัวตามมา

ประโยชน์ของการ “ไม่มีสาย (ยาวๆ)” สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์คืออะไร? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน โดยเริ่มจากส่วนของ “ลำโพงซับวูฟเฟอร์” ที่แม้มิใช่อุปกรณ์ในระบบที่มีความจำเป็นมากที่สุด แต่ก็ขาดไม่ได้ในการสร้างความบันเทิงครับ…

การจัดวางเครื่องเคราอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์มักจะวางรวมกลุ่มอยู่ใกล้กัน เพื่อความสะดวกในเรื่องของการเชื่อมต่อและความสวยงาม ปกติความยาวสายสัญญาณสัก 1 เมตรก็น่าจะพอ ส่วนซับวูฟเฟอร์นั้น จริงอยู่ว่าตำแหน่งใช้งานในบ้านส่วนใหญ่ อาจอยู่ไม่ห่างจากชุดเครื่องเสียงมากนัก ถึงกระนั้นสายสัญญาณสำหรับซับวูฟเฟอร์ก็จำเป็นต้องมีความยาวกว่าสายสัญญาณของอุปกรณ์อื่น และอันที่จริงถึงแม้จะวางซับฯ ไว้ใกล้ซิสเต็มได้ แต่ก็ไม่ควรใกล้เกินไป (หากซีเรียสเรื่องการรบกวน ไม่ว่าจะเป็นสนามแม่เหล็ก หรือแรงสั่นสะเทือน)

ในการจัดวางซับวูฟเฟอร์บางลักษณะ อาจต้องลากสายกันเกือบรอบห้อง ค่าใช้จ่ายในส่วนของสายสัญญาณจะแปรผันตามความยาวสาย หากลดทอนในจุดนี้ได้ ย่อมลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความสะดวกในการติดตั้งซับวูฟเฟอร์ได้มากยิ่งขึ้น…

ปกติสายสัญญาณซับวูฟเฟอร์น่าจะยาวสัก 3 ม. หรือสั้นที่สุดก็ไม่น่าน้อยกว่า 2 ม. เพื่อให้มีความยืดหยุ่นเพียงพอ ไม่ตึง จนจำกัดตายตัวเกินไปสำหรับตำแหน่งตั้งวาง และในกรณีพิเศษ อย่างการเพิ่มจำนวนซับวูฟเฟอร์ในระบบ (ตัวที่ 2, 3, 4, …) จากเหตุผลเพื่อเติมเต็มเสียงให้ครอบคลุมพื้นที่ห้องขนาดค่อนข้างใหญ่ หรือแม้แต่การขยายจุดรับฟังไปยังโซนอื่นภายในบ้าน (Multi Zone) ตำแหน่งของซับวูฟเฟอร์เหล่านั้น ย่อมอยู่ห่างจากชุดเครื่องเสียงมาก หากใช้วิธีลากสายสัญญาณแบบเดิมๆ งบประมาณสายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ จะเพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบอื่นที่ตามมา หากสายยาวมาก แต่โครงสร้างสายมีคุณภาพต่ำ ย่อมส่งผลกระทบลดทอนคุณภาพเสียง สายดีราคาย่อมไม่ถูก นี่ยังไม่รวมถึงความยุ่งยากในการเก็บซ่อนสายรกๆ ยาวๆ นั้น ให้เรียบร้อย

ดีกว่าไหม หากห้องโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์จะดูสะอาดตา
ไม่ต้องปวดหัวรำคาญตา กับสายยาวๆ ระโยงระยางมากมาย…

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก “ซับวูฟเฟอร์ไร้สาย” !

แนวทางของ Wireless Subwoofer นั้น สามารถแก้ปัญหาข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประการแรก คือ งบประมาณที่จะประหยัดลงอย่างเห็นได้ชัด จากค่าสายสัญญาณซับวูฟเฟอร์รกๆ ที่ลากไปตามพื้นห้อง (หรือจะร้อยตามผนัง ขึ้นบนฝ้า ก็ตามแต่สะดวก ซึ่งต้องเผื่อความยาวเพิ่มมากขึ้นไปอีก)

ประการที่สอง แน่นอนว่า ขั้นตอนอันน่าปวดหัวอย่างการเก็บซ่อนสายให้ดูดี (ไมว่าจะทำโครงสร้างบิลท์อินปิดบังหรือไม่) ก็จะหมดไปด้วย

ประการที่สาม ความสะดวกอื่นๆ ที่จะตามมา คือ ความยืดหยุ่นในการจัดวางซับวูฟเฟอร์ จากระยะที่สัญญาณไวร์เลสไปถึง รัศมีราว 10 ม. (ในพื้นที่เปิดโล่ง) จะวางในตำแหน่งใดก็ได้ตามสะดวก ไม่ต้องยึดติดกับข้อจำกัดจากระยะความยาวสายสัญญาณอีกต่อไป ประโยชน์ในจุดนี้ หากนำไปประยุกต์กับแนวคิด “การปรับจูนตำแหน่ง” เพื่อให้ได้เสียงดีที่สุดตามอุดมคติ (โดยอิงตามสภาพห้อง) ก็จะดำเนินการได้ง่ายขึ้น…

Design – การออกแบบ

Polk Audio PSWi225 คือ Wireless Subwoofer ที่สนองการใช้งานตามแนวคิดข้างต้นได้เป็นอย่างดี อุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน หรือแตกต่างจากซับวูฟเฟอร์ทั่วไปนัก

อุปกรณ์ในชุด ประกอบไปด้วย Wireless Transmitter หรือ “ตัวส่งสัญญาณ” แบบไร้สาย อาศัยพลังงานจากไฟ DC 5V ผ่านปลั๊กอแดปเตอร์ และอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ คือ ตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์ ซึ่งมาพร้อมกับ “ตัวรับสัญญาณ” ติดตั้งอยู่ภายในตัวตู้ เรียกรวมๆ ว่า Wireless Subwoofer นั่นเอง

มาดูกันที่พระเอกของงานนี้กันก่อน เพราะว่าถ้าขาดอุปกรณนี้ คงจะไม่สามารถใช้งานแบบ “ไร้สาย” ได้

Wireless Transmitter หรือตัวส่งสัญญาณ (เสียง) แบบไร้สาย อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่แปลงสัญญาณออดิโอให้เป็นสัญญาณวิทยุ ใช้พื้นฐานคลื่นความถี่ 2.4GHz ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ลามมาถึงอุปกรณ์ในแวดวงออดิโอต่างก็ใช้พื้นฐานคลื่นความถี่นี้กันอย่างแพร่หลาย ดังเช่นหูฟังไร้สาย ชุดเครื่องเสียงที่รับสัญญาณออดิโอแบบไรสาย อุปกรณ์เครื่อข่าย Wi-Fi ความเร็วสูงก็คาบเกี่ยวอยู่เช่นกัน

ขนาดกล่อง Transmitter ในชุด PSWi225 เล็กกะทัดรัด เพียง “ฝ่ามือ” เท่านั้น ตัวถังเป็นวัสดุสังเคราะห์สีดำรูปทรงเรียบง่าย น้ำหนักเบา ด้านบนปั๊มโลโก้ Polk Audio ส่วนด้านหน้าไม่มีปุ่ม หรือจอแสดงผลใดๆ มีเพียงไฟแสดงสถานะ LED สีฟ้าที่กึ่งกลางส่วนล่าง บ่งบอกว่าทำงานอยู่หรือไม่ จะติดสว่างขึ้นทันทีเมื่อเสียบปลั๊ก ไม่มีสวิทช์เพาเวอร์ On/Standby เพื่อเปิดหรือปิดการทำงาน แต่ด้วยอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมากจึงอาจไม่มีความจำเป็นต้องมีสวิทช์ปิดเมื่อเลิกใช้งาน กระนั้นหากไม่ใช้เป็นเวลานาน ควรถอดปลั๊กไฟออกจากเต้ารับดีกว่าครับ

ด้านหลังเป็นจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ Line-level เพื่อรับสัญญาณเสียงจาก AV Processor/AVR (ผ่านสัญญาณ Mono LFE) หรือ Hi-Fi Preamplifier (ผ่านสายสัญญาณ Stereo 2ch) เช่นเดียวกับซับวูฟเฟอร์ทั่วไป แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้จะทำการแปลงสัญญาณเสียงดังกล่าว ให้กลายเป็นคลื่นวิทยุ และส่งต่อไปยัง Wireless Subwoofer ทดแทนการใช้เส้นสายยาวๆ ให้รกรุงรัง… ถัดมาเป็นสวิทช์สำหรับปรับเลือกช่องสัญญาณวิทยุ หรือ Wireless ID (ค่าเริ่มต้น คือ ID1 รายละเอียดจะกล่าวถึงอีกครั้งในขั้นตอนติดตั้ง) ส่วนขวามือสุด คือ ช่องเสียบไฟ DC 5V

สามารถจัดวางกล่อง Transmitter ได้หลายแนวทาง ไม่ว่าจะวางบนพื้นเรียบ เช่น บนชั้น หรือโต๊ะ หรือจะแขวนผนังก็ได้ โดยส่วนล่างจะมีรูสำหรับการแขวนเข้ากับสกรู

ถัดจาก WirelessTransmitter ก็เป็นคิวของ Wireless Subwoofer หรือ แอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีรับสัญญาณ (เสียง) แบบไร้สาย การติดตั้งตัวรับสัญญาณ Wireless ที่ซับวูฟเฟอร์นั้น ถูกฝังอยู่ข้างในตัวตู้ลำโพงแล้วครับ ไม่มีชิ้นส่วนยื่นออกมา หรือมีเสาอากาศสำหรับรับสัญญาณให้เกะกะลูกตาแต่อย่างใด เมื่อมองภายนอกเผินๆ จึงดูไม่แตกต่างจากแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ทั่วไป และอันที่จริงมันก็ใช้พื้นฐานการออกแบบใกล้เคียงกับแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ในชุด BlackStone TL1600 จากผู้ผลิตเดียวกันด้วยซ้ำ (ภายนอกเหมือนกันมาก) ทว่าด้วยเหตุที่เป็น “Wireless Subwoofer” มันต้องมีอะไรต่างกันบ้างล่ะน่า มาลองดูกันทีละจุดครับ…

ทรงตัวตู้ออกไปทางสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ไดเมนชั่นแต่ละด้านราว 1 ไม้บรรทัดนิดๆ เท่านั้นเอง ซึ่งขนาดตัวตู้เล็กนี้ มีส่วนช่วยสร้างความกลมกลืนได้ง่าย และถึงแม้จะเล็ก แต่ก็เล็กพริกขี้หนู จากการเอาใจใส่ในเรื่องของความแข็งแรง ตัวตู้ประกอบขึ้นจาก Heavy duty MDF ความหนาแน่นอย่าได้เทียบกับปาร์ติเคิลบอร์ดเลย มันห่างกันหลายขุม นอกจากนี้ยังมีการคาดแดมป์ภายในเพิ่มเติมในบางจุดอีกด้วย

โลโก้ Polk Audio สีเงินตัดดำ มองเห็นได้ชัดเจน ตัวตู้ปิดผิวด้วยไวนีลสีดำ เท็กเจอร์ละเอียด (ไม่ใช่ลายไม้ Black Ash) ให้สัมผัสที่สากมือเล็กน้อย ลักษณะขอบมุมตัวตู้โค้งมน ซึ่งลักษณะภายนอกพื้นฐานที่กล่าวไปข้างต้นนี้ คล้ายคลึงกับลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ในชุด TL1600 อยู่มาก

แต่เมื่อพลิกดูด้านหลัง จะเห็นความต่างเล็กๆ ในชุด PSWi225 อย่างแรก คือ ไม่มีช่องต่ออินพุตสายสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้นครับ ! เพราะเป็นแบบ “ไร้สาย” นี่นา จะเอาช่องต่อเพื่อมานั่งเสียบสายอยู่เหมือนเดิมทำไม เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่หากอยากซน ก็อาจรู้สึกเสียดายนิดๆ เพราะถ้าเผื่อให้เสียบสายโดยตรงที่ตัวซับวูฟเฟอร์ได้ (ดังเช่นมาตรฐานซับวูฟเฟอร์ใช้สายทั่วไป) คงจะเพิ่มความยืดหยุ่นในเรื่องของชนิดการเชื่อมต่อได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกว่าคงโดดเด่นไร้ที่ติเลยทีเดียวแหละ

ซูมใกล้ขึ้นอีกนิด ที่บริเวณปุ่มปรับต่างๆ อันเป็นส่วนสำคัญในการติดตั้งซับวูฟเฟอร์ (ไม่ว่าจะเป็นซับวูฟเฟอร์แบบมีสาย
หรือไร้สาย) หากขาดการปรับตั้งในจุดนี้ เสียงคงจะกลมกลืนเข้ากับลำโพงหลักได้ยาก

สำหรับ PSWi225 ผู้ผลิตให้มาทั้งปุ่มปรับระดับเสียง (Volume) ปุ่มปรับจุดตัดความถี่ (Low-pass Crossover 60~160Hz) สวิทช์ปรับเฟส (0º/180º) และสวิทช์เพาเวอร์ On/Standby โดยกำหนดให้ระบบเปิด-ปิดการทำงานของซับวูฟเฟอร์แบบอัตโนมัติได้ (โดยอาศัยการตรวจจับสัญญาณอินพุต) อ้อ ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น Wireless Subwoofer แต่ยังต้องมีสายไฟอยู่นะครับ มิใช่ว่าจะไม่มีสายไปเสียทั้งหมด แต่การที่มีสายไฟเพียงอย่างเดียว ตัดสายสัญญาณยาวๆ ออกไป น่าจะเพิ่มความยืดหยุ่นได้มากแล้ว ลักษณะสายไฟเป็นแบบ 2 ขากลม ติดตายกับตัวตู้ลำโพง ความยาวสายไฟยาวถึง 2.5 ม. การใช้งานในห้องทั่วไปน่าจะเสียบกับปลั๊กไฟได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งปลั๊กราง แต่หากตำแหน่งใก้ลปลั๊กมากอยู่แล้ว คงต้องเก็บสายให้เรียบร้อยกันหน่อยครับ

อีกจุดหนึ่งที่แตกต่างจากแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ทั่วไป (นอกเหนือจากคอนเน็กเตอร์อินพุตสายสัญญาณ ที่หายไป) คือ Wireless ID Switch ที่เพิ่มเข้ามา หน้าที่มีไว้ปรับเลือกช่องสัญญาณวิทยุนั่นเอง เผื่อกรณีที่ช่องสัญญาณซ้ำซ้อนกับอุปกรณ์ไร้สาย 2.4GHz อื่น จนถูกรบกวน หรือไม่ก็ไปรบกวนอุปกรณ์ไร้สายข้างเคียง การปรับต้องกำหนดช่องสัญญาณของซับวูฟเฟอร์ให้ตรงกันกับตัว Transmitter

มาดูด้านล่างกันบ้าง จากพื้นฐานลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่จัดวางไดรเวอร์ 8 นิ้ว แบบ “ยิงลงพื้น” ก็ไม่แปลกที่จะเห็นไดรเวอร์ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งนี้  ตรงขาวัสดุสังเคราะห์ จะมีจุกยางรองรับเพื่อทำหน้าที่สลายแรงสั่นสะเทือนอีกที เกี่ยวเนื่องไปถึงเรื่องของความมั่นคง และขานี้ยังทำหน้าที่ยกลำโพง ให้ไดรเวอร์และท่อพอร์ท มีระยะห่างจากพื้นที่เหมาะสม อ้อ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ไดรเวอร์ต่างกับที่ใช้ในซับวูฟเฟอร์ชุด TL1600 อยู่บ้าง จุดที่เห็นได้ชัดคือ ลักษณะของ Dust Cap ที่ต่างออกไป

ซับวูฟเฟอร์ชุด TL1600

เทคโนโลยีไดรเวอร์ที่ใช้ คือ Long-throw Dynamic Balance polymer composite cone เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Polk Audio วัสดุกรวยจาก Copolymer ที่มีน้ำหนักเบาจะได้รับการปรับจูนเสริมความแกร่ง เช่นเดียวกับการออกแบบดัสต์แค็ป และใช้ขอบเซอร์ราวด์ butyl rubber เพื่อป้องกันเรซโซแน้นซ์ และความเพี้ยนต่างๆ ช่วงชักที่ยาวสามารถให้อัตราตอบสนองเสียงความถี่ต่ำได้ลึก แม้ไดรเวอร์จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่มาก ขับเคลื่อนโดยภาคขยายขนาด 100 วัตต์ (200W Dynamic Power) ที่มาพร้อมกับวงจร Digital Logic

มาดูภายในกันบ้าง จากรูปตัดตัวตู้ลำโพง จะเห็นลักษณะท่อพอร์ทที่แปลกประหลาดกว่าที่เห็นทั่วไป ตามชื่อที่ถูกเรียกว่า J-port ว่าแต่สงสัยไหมครับว่า ที่มาของลักษณะดังกล่าวมีเหตุผลเพื่อการณ์ใด?

ที่มานั้น มาจากลักษณะปลายท่อด้านในตัวตู้ ที่คดงอในลักษณะคล้ายตัว J ทาง Polk Audio ให้เหตุผลว่า การออกแบบนี้ (จากการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์) จะช่วยส่งเสริมการเคลื่อนตัวของอากาศผ่านท่อ จึงเพิ่มประสิทธิภาพให้ลำโพงสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงความถี่ต่ำได้อย่างชัดเจน เพราะการเคลื่อนตัวของมวลอากาศภายในตัวตู้ไม่ถูกขัดขวาง ไร้เสียงรบกวน ไม่ว่าจะใช้งานในระดับวอลลุ่มใด

Setup – การติดตั้ง

เมื่อเป็นชุดซับวูฟเฟอร์ไร้สาย ย่อมต้องใช้รูปแบบการเชื่อมต่อแบบไร้สาย อย่างไรก็ดีการติดตั้งในบางจุดยังคงต้องเชื่อมต่อสาย เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์มาตรฐานหลักในระบบโฮมเธียเตอร์ (ที่ยังคงใช้สายอยู่) ได้

การเชื่อมต่อหลักๆ คล้ายคลึงกับแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ทั่วไป แต่ต่างกันที่ PSWi225 จะเน้นเชื่อมต่อสายสัญญาณมายัง Wireless Transmitter เพื่อทำหน้าที่แปลงสัญญาณออดิโอนั้นให้เป็นเป็นสัญญาณวิทยุ (ไร้สาย) ก่อนจะส่งไปยัง Wireless Subwoofer นั่นเอง

การเชื่อมต่อแบบที่ 1 ส่วนใหญ่จะอิงการใช้งานรูปแบบนี้มากที่สุด คือ การใช้งาน PSWi225 ร่วมกับ
ระบบโฮมเธียเตอร์ 5.1, 7.1, … กับชุดลำโพงปกติ ไปจนถึงลำโพงรูปแบบ Surround Bar

จากภาพ เป็นการอ้างอิงระบบลำโพง 5.1 ร่วมกับอุปกรณ์หลัก คือ AV Processor/ AV Receiver ซึ่งการเชื่อมต่อสัญญาณมายัง PSWi225 ให้เชื่อมต่อจากช่อง Subwoofer out (หรือ LFE Out) ของ AVR ผ่านสายสัญญาณ Low-level (Mono RCA) มายัง Wireless Transmitter จากนั้นเช็ค Wireless ID ให้ตรงกัน ทั้งที่ Transmitter และที่ Subwoofer แล้วทำการเสียบปลั๊กไฟ เปิดใช้งานอุปกรณ์ในระบบ เท่านี้ก็เริ่มต้นใช้งานได้แล้ว ไม่ต้องจูนช่อง สแกนหาสัญญาณใดๆ ให้ยุ่งยากเลย

ในส่วนของการเซ็ตอัพปรับตั้ง (อ้างอิงเฉพาะการตั้งค่าเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับซับวูฟเฟอร์ เมื่อใช้งานร่วมกับระบบโฮมเธียเตอร์) ให้กำหนดระดับ Volume ที่ซับวูฟเฟอร์ไปที่ตำแหน่ง 11~13 น. (ขึ้นอยู่กับ Input & Output Gain) เฟสตั้งที่ 0° และหมุนครอสโอเวอร์ตามเข็มนาฬิกาจนสุด (ทดแทนการบายพาสครอสโอเวอร์ฟิลเตอร์ภายในตัวซับวูฟเฟอร์) จากนั้น สามารถดำเนินการโดยอาศัยระบบ Auto Calibration ของ AV Processor/AVR เพื่อกำหนดละเอียดในส่วนอื่นๆ โดยระบบจะทำการตรวจวัด และตั้งค่าต่างๆ รวมถึงในส่วนของซับวูฟเฟอร์ให้เอง

ทว่ากรณีที่ AVR ไม่มีระบบดังกล่าว หรือบางท่านไม่อยากพึ่งระบบช่วยเหลือ-ชดเชยข้างต้น ไปจนถึงต้องการปรับจูนตั้งค่าละเอียดเพิ่มเติมด้วยตนเอง สามารถดำเนินการได้ความเหมาะสม (ต่างระบบ ต่างสภาพแวดล้อม ความเหมาะสมย่อมแตกต่างกัน) ซึ่งการกำหนดจุดตัดความถี่ ชดเชยระดับเสียง และดีเลย์ กระทำผ่านหัวข้อ Speaker Settings ที่ AVR จะยืดหยุ่นกว่า

การเชื่อมต่อแบบที่ 2 หรือ การใช้งาน PSWi225 ร่วมกับระบบไฮไฟ 2 แชนเนล

จากภาพ เป็นการอ้างอิงระบบลำโพง 2.1 ร่วมกับ Stereo Amplifier การเชื่อมต่อสัญญาณไปยัง PSWi225 ให้เชื่อมต่อจากช่อง L/R Pre-out ของ Preamp หรือ Integrated amp ผ่านสายสัญญาณ Low-level (Stereo RCA) มายังตัว Transmitter จากนั้นเช็ค Wireless ID ให้ตรงกัน ทั้งที่ Transmitter และที่ Subwoofer เสียบปลั๊กไฟ เปิดใช้งานอุปกรณ์ในระบบ เท่านี้ก็เริ่มต้นใช้งานได้แล้ว

การเชื่อมต่อกับระบบไฮไฟ 2 แชนเนลนี้ การเซ็ตอัพ (แบบแมนนวล) เป็นสิ่งสำคัญ จะละเลยมิได้เลย เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้เสียงของซับวูฟเฟอร์กลมกลืนเข้ากับลำโพงหลัก แม้ในเชิงเทคนิคจะมีความซับซ้อนเช่นเดียวกับการตั้งค่าใช้งานกับระบบโฮมเธียเตอร์ แต่ในทางปฏิบัติการใช้งานร่วมกับซิสเต็ม 2 แชนเนล จะยุ่งยากกว่ามาก เนื่องจากต้องปรับตั้งแบบแมนนวล 100% (ความยืดหยุ่นจากระบบช่วยเหลือในการติดตั้งน้อยกว่า)

การตั้งค่าที่ซับวูฟเฟอร์ นอกจาก ระดับวอลลุ่ม และเฟส แล้ว การกำหนดครอสโอเวอร์ก็มีบทบาทสำคัญมากเช่นเดียวกัน ถามว่า ให้ตั้งที่เท่าไหร่? อันนี้ตอบเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ครับ เพราะขึ้นกับปัจจัย คือ ซิสเต็ม และสภาพแวดล้อม (ต่างระบบ ต่างสภาพแวดล้อม ความเหมาะสมย่อมแตกต่างกัน) เช่นเดียวกับการปรับจูนตำแหน่งที่ทางตั้งวางให้เหมาะสมลงตัวกับห้อง (ชดเชยผลกระทบของ Room Mode) ซึ่งกับ PSWi225 สามารถขยับปรับตำแหน่งกันได้อย่างยืดหยุ่น จากการที่มันไม่มีสายสัญญาณเกะกะนั่นเอง บวกกับขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักไม่มาก ช่วยเพิ่มความสะดวกในประเด็นนี้ได้ดีทีเดียวแหละ

หมายเหตุ: เนื่องจากที่ตัวซับวูฟเฟอร์ปรับชดเชยเฟสได้เพียง 2 ค่า และระบบเครื่องเสียง 2 แชนเนลทั่วไป ไม่สามารถชดเชยเฟสด้วยะบบดีเลย์ (ดังเช่นที่พบได้กับ AVR) การชดเชยเอาจากระยะตั้งวาง เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกัน (นอกเหนือจากการขยับตำแหน่งเพื่อลดทอนปัญหาโทนัลบาลานซ์จาก Room Mode)

มาดูการเชื่อมต่อใช้งาน PSWi225 อีกรูปแบบหนึ่ง ที่น่าสนใจกันบ้าง คือ การเสริมศักยภาพให้กับระบบเสียงของทีวี  รูปแบบนี้ จะก้ำกึ่งกับระบบไฮไฟ 2.1 แชนเนล (คล้ายรูปแบบที่ 2) แต่เป็นการใช้ร่วมกับระบบเสียงของทีวี

ดังที่ทราบว่า “ทีวี” ที่วางขายกันมาตั้งแต่อดีต มาพร้อมกับระบบเสียงที่ตอบสนองการใช้งานได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เรียกว่าสามารถให้ความบันเทิงจนอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งชุดเครื่องเสียงภายนอก ถึงแม้ศักยภาพในบางประเด็นอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง จุดที่ยังขาดอยู่คงไม่พ้นเรื่องของการถ่ายทอดเสียงย่านต่ำ อันเป็นข้อจำกัดของขนาดพื้นที่ติดตั้งตัวขับเสียงในตัวทีวีเอง ดังนั้นการเสริมซับวูฟเฟอร์เข้ามาเพื่อรับหน้าที่นี้ ย่อมเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ปัจจุบันทีวีหลายๆ รุ่น ก็มีศักยภาพรองรับการใช้งานรูปแบบนี้

หมายเหตุ: การสังเกตรุ่นทีวีที่ (มีแนวโน้ม) รองรับการเสริมซับวูฟเฟอร์อย่างสมบูรณ์
– ที่ตัวทีวีควรจะต้องมีตัวขับเสียง หรือติดตั้งวูฟเฟอร์แยกสำหรับรับหน้าที่ถ่ายทอดเสียงย่านกลางต่ำ (ไปจนถึงเบสต้น) นอกเหนือจากดอกลำโพงมาตรฐานฟูลเรนจ์ขนาดเล็กปกติ
– ต้องมีช่องต่อ Analog Audio Out (Stereo) ที่สามารปรับตั้งค่าสัญญาณเอาต์พุตแบบ Variable ได้ กล่าวคือ ระดับเสียงเอาต์พุต จะเปลี่ยนแปลงสัมพันธ์ตามการกำหนดระดับวอลลุ่มของทีวี

Sound – เสียง

การที่ตัวซับวูฟเฟอร์ไม่สามารถรับสัญญาณตรงได้ จึงไม่อาจเปรียบเทียบศักยภาพในเชิงคุณภาพเสียงว่ามีความต่างหรือไม่ ระหว่างการเชื่อมต่อสัญญาณตรง (ใช้สาย) กับการส่งสัญญาณวิทยุ (แบบไร้สาย) อย่างไรก็ดีตลอดระยะเวลาทดสอบแบบไร้สาย ผมไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรมาลดทอนอรรถรสในการรับฟังเลย เรื่องเสียงแปลกปลอมสอดแทรกเข้ามาให้เสียงต้นฉบับบิดเบือนผิดเพี้ยนนั้น ตัดออกไปได้เลย มิต้องกังวล เช่นเดียวกับเสถียรภาพของการเชื่อมต่อสัญญาณ ที่ให้ความต่อเนื่อง ไม่มีขาดๆ หายๆ หรือระดับเสียงวูบวาบไม่คงที่ ให้ได้ยินแต่ประการใด

เมื่อพิสูจน์แล้วว่า การใช้งานในห้องเดียวกันไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ทีนี้ลองย้ายไปต่างห้อง เพื่อดูศักยภาพของการส่งสัญญาณแบบไร้สายดูว่าจะทำได้ดีเพียงใด (เผื่อท่านใดอยากจะนำไปใช้แบบมัลติโซน) การย้าย Wireless Subwoofer ไปอยู่คนละห้องกับตัว Transmitter พบว่า หากเป็นพื้นที่ชั้นเดียวกัน ซึ่งในสภาพทดสอบ แต่ละห้องมีผนังของตัวเอง (มีโถงคั่นกลาง เท่ากับมีผนัง 2 ชั้น) ระยะห่างจากตัว Transmitter ราว 5~6 ม. พบว่าใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาครับ แต่การพิจารณาใช้งานควรดูลักษณะโครงสร้าง และการตกแต่งภายในประกอบด้วยนะครับ หากผนังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหนา กั้นหลายชั้น หรือมีสิ่งกีดขวาง ไปจนถึงมีการใช้งานอุปกรณ์ 2.4GHz อยู่ก่อนเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะลดทอนศักยภาพลงได้

แล้วถ้าพื้นที่ต่างชั้นกันล่ะ? เมื่อนำ Wireless Subwoofer ไปไว้ชั้นล่าง ขณะที่ตัว Transmitter อยู่ชั้น 2 เหมือนเดิม พบว่าถ้าตำแหน่งห้องตรงกัน (มีเพียงพื้นชั้นบน และฝ้าชั้นล่างกั้นขวาง) ก็ยังคงใช้งานได้ปกติครับ แต่ถ้าย้ายตำแหน่งไปในพื้นที่ห่างออกไป จะเริ่มรับสัญญาณไม่ได้ (เสียงขาดๆ) ซึ่งก็ไม่แปลก หากจะหวังให้มันทำงานได้ทั่วบ้าน ทั้งชั้นบนชั้นล่าง คงจะเกินความต้องการไปหน่อย จากศักยภาพเท่านี้ถือว่า “เปิดโอกาส” การใช้งานในแบบมัลติโซนได้ดีมากแล้วครับ เพราะหากย้อนกลับไปใช้วิธีลากสายแบบเดิมๆ เอาแค่ข้ามไปอีกห้องบนชั้นเดียวกัน ยังไม่ถึงกับต้องลากสายลงมาชั้นล่าง ก็ปวดหัวตึ้บแล้วครับ

จุดตัดครอสโอเวอร์สูงสุดที่ราว 160Hz ใกล้เคียงกับมาตรฐานของซับวูฟเฟอร์ขนาดเล็กทั่วไป แต่อาจจะต่ำไปสักนิดหนึ่ง หากจะนำไปใช้งานร่วมกับระบบเสียงของทีวี กล่าวคือ ที่จุดตัดฟิลเตอร์ดังกล่าว ซับวูฟเฟอร์จะถ่ายทอดเสียงย่านต่ำได้ตั้งแต่ 160Hz ลงไป เมื่อใช้งานร่วมกับระบบลำโพงของทีวีส่วนใหญ่ หรือลำโพงแบบแซทเทลไลท์เล็กมากๆ ที่ไม่อาจให้น้ำหนักเสียงย่านกลางต่ำต่อเนื่องลงไปจนถึง 160Hz จะส่งผลกระทบกับความกลมกลืน และโทนัลบาลานซ์ที่จะขาดหายไป (บางช่วง) ความยืดหยุ่นในการปรับตั้งเพื่อใช้งานกับระบบดังกล่าว จึงอาจจะจำกัดกับทีวีแค่บางรุ่น ซึ่งอันที่จริงเป็นข้อจำกัดของทีวีมากกว่า ประเด็นนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น กับการใช้งานร่วมกับลำโพงโฮมเธียเตอร์ทั่วไปครับ

คุณภาพเสียงนั้น ถือว่าเป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์ขนาดตัวตู้ไม่ใหญ่ แต่สามารถเติมเต็มน้ำหนักเสียงย่านต่ำได้เป็นอย่างดี ย่านต่ำลึกพอเพียง อาจมิได้มากมายจนจับต้องได้ชัดเจน แต่กับขนาดตัวถือว่าน่าสนใจ ซึ่งในประเด็นนี้ทำได้ดีกว่าซับวูฟเฟอร์ที่มีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกันมาก อย่างซับวูฟเฟอร์ในชุด TL1600 อยู่เล็กน้อยด้วย ภาคขยายขนาด 100 วัตต์ มิได้เหนียมเลย เติมเต็มพื้นที่ทดสอบกว่า 25 ตร.ม. ได้ไม่ลำบาก เบสต้นมีมวลเสียงหนักแน่น กระแทกกระทั้นดี หัวเบสออกนุ่มมนเล็กน้อย แต่มิใช่เป็นความย้วยยาน ซึ่งจะว่าไปแล้วมีโอกาสเกิดซับฯ ขนาดใหญ่ ที่มีข้อจำกัดด้านการเซ็ตอัพในพื้นที่จำกัดมากกว่าแน่นอน

การใช้งานร่วมกับ Paradigm Monitor 7 นั้น PSWi225 มีส่วนเติมเต็มปริมาณย่านต่ำให้มีมวลหนักแน่นขึ้นอีก หากเซ็ตอัพดีๆ ก็กลมกลืนไปกับการรับฟังดนตรีได้ ความกระฉับกระเฉงยังคงเท่าทันคู่หน้าได้ดีอยู่ การใช้งานร่วมกับ Polk Audio RTi A7 ด้วยการเสริมระบบ 2.1 อาจไม่ชัดเจนนัก เนื่องจาก A7 ให้ปริมาณย่านต่ำได้มากอยู่แล้ว กระนั้นกับการรับชมภาพยนตร์ระบบเสียงรอบทิศทาง PSWi225 กับการรับหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณ .1 หรือ LFE สามารถเสริมอรรถรสด้วยซับวูฟเฟอร์ อันมีส่วนช่วยให้ระบบ 5.1/7.1 มีความลงตัวสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ อรรถประโยชน์จากความยืดหยุ่นของซับวูฟเฟอร์ไร้สาย ที่น่าสนใจมากๆ เลย คือ การใช้งานแบบเสริมซับวูฟเฟอร์ตัวที่ 2… โอกาสหน้าคงจะได้เขียนประสบการณ์เล่าสู่กันฟังครับผม

Conclusion – สรุป

หากมองในเรื่องของการถ่ายทอดความถี่ต่ำที่ลึกสุดขั้ว หลายท่านตั้งเป้าเลือกซับฯ ขนาดใหญ่ แต่แน่นอนสิ่งที่ตามมา คือ ขนาดตัวตู้ที่เทอะทะขึ้น เมื่อเสริมกับสายสัญญาณที่ต้องลากยาว ปัญหาที่อาจตามมาคือความลงตัว ไม่ว่าจะเป็นทางสายตา หรือแม้แต่เรื่องของเสียง กระนั้นถ้าต้องการความลงตัว พร้อมๆ กับความสะดวก ไม่มีสายสัญญาณรกรุงรัง สามารถชดเชยการปรับตั้งด้วยการขยับตำแหน่งได้อย่างยืดหยุ่น มิพ้นต้อง PSWi225 เป็นคำตอบสุดท้ายเลยครับ

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– ลำโพงซับวูฟเฟอร์ขนาดกะทัดรัด ขอบตู้ลบมุมโค้งมนเล็กน้อย ผิวตัวตู้ไวนีลสีดำ (มีสีเดียว) ที่ขามีจุกยางรองรับช่วยป้องกันการลื่นไถล และลดทอนแรงสั่นสะเทือน ท่อพอร์ทได้รับการออกแบบเป็นรูปตัว J เพื่อเสริมศักยภาพการทำงาน
– รูปแบบการส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ 2.4GHz ไม่สร้างปัญหากระทบกับคุณภาพเสียง (หากตัวรับและตัวส่งอยู่ในระยะที่กำหนด) ศักยภาพโดยรวมไม่ต่างจากลำโพงซับวูฟเฟอร์ปกติ ปริมาณเบสลึกพอเพียง แรงปะทะหนักแน่นกำลังดี สามารถเติมเต็มย่านต่ำที่มีความจำเป็นสำหรับซิสเต็มเครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์ได้  และแน่นอนว่าความยืดหยุ่นจากตำแหน่งตั้งวางช่วยเพิ่มความกลมกลืนกับระบบเสียงของลำโพงหลักได้ง่ายขึ้น
– แม้มิได้ไร้สายไปเสียทั้งหมด (ยังคงต้องมีสายไฟ) แต่เทคโนโลยี “ไร้สาย” ช่วยให้การติดตั้งลำโพงซับวูฟเฟอร์เป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น ไม่มีข้อจำกัดในการตั้งวางจากเรื่องของระยะความยาวสายสัญญาณ ช่วยให้การติดตั้งดูเรียบร้อยสวยงาม ไม่รกรุงรัง สายไฟซับวูฟเฟอร์ยาวถึง 2.5 ม. ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในเรื่องของระยะเสียบต่อปลั๊กไฟ
– ไม่มีอินพุตเสียบต่อสายสัญญาณตรงที่ตัวซับวูฟเฟอร์ เพราะใช้วิธีการรับสัญญาณแบบ “ไร้สาย” กระนั้นอินพุตที่ตัว Transmitter แบบ Low-level ก็เพียงพอ รองรับได้ทั้ง Stereo สำหรับใช้งานร่วมกับซิสเต็ม 2 แชนเนล และแบบ Mono LFE เมื่อเชื่อมต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์
– แอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ขนาดกะทัดรัดที่ให้ความยืดหยุ่นในเรื่องของการเชื่อมต่อสัญญาณที่ไม่ต้องลากสายยาวๆ ช่วยลดทอนงบประมาณค่าสาย และความยุ่งยากในการติดตั้งเก็บซ่อนสายลงได้ พร้อมเติมเต็มพลังเสียงความถี่ต่ำให้กับซิสเต็มไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ หรือแม้แต่ระบบเสียงของทีวี

by ชานม !
2012-09

ราคาตั้ง Polk Audio PSWi225
16,900 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้