Skip to content
|

รีวิว Polk Audio TSi Series อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญบนเส้นทางสายไฮเอนด์ !!!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 24 Dec 2018 0 comments

บนเส้นทางของนักเล่นเครื่องเสียง ถ้าเป็นระดับมือเก๋า เป้าหมายของการเดินทางมักจะเป็นชุดซิสเท็มที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างสมจริงถูกใจมากที่สุด แต่หากเป็นมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มก้าวเข้ามาในวงการนี้ เป้าหมายของพวกเขาเหล่านั้น คงจะเป็นเพียงชุดเครื่องเสียงระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลาง ที่พอจะใช้ฝึกฝนประสาทการรับฟังก่อนที่จะก้าวไปยังระดับต่อไป

Polk Audio บริษัทผู้ผลิตลำโพงและชุดเครื่องเสียงขายดีอันดับต้น ๆ ในอเมริกา ที่แฟน ๆ เว็บไซต์หลาย ๆ ท่านอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันไปบ้างแล้วกับรีวิว Polk Audio RTi A Series และ Polk Audio BlackStone TL1600 ที่คุณชานมได้นำมาทดสอบไปก่อนหน้านี้ สำหรับวันนี้จะเป็นคิวของ Polk Audio TSi Series ซึ่งเป็นชุดที่รองลงมาจาก RTi Series หนึ่งขั้น โดยอุปกรณ์ที่บริษัท CMG ตัวแทนจำหน่ายส่งมาให้เราทดสอบมีดังต่อไปนี้ครับ

Floorstanding : Polk Audio TSi400 (ราคากลาง 18,900 บาท ต่อคู่)
Bookshelf : Polk Audio TSi200 (ราคากลาง 9,900 บาท ต่อคู่)
Center : Polk Audio CS20 (ราคากลาง 9,900 บาท)
Subwoofer : Polk Audio PSW110 (ราคากลาง 7,900 บาท)

โดยทั้งหมดถูกนำมาเชื่อมต่อกันในระบบ 5.1 แชนแนล และทดสอบในสภาพแวดล้อม 2 แบบ คือห้องที่สามารถควบคุมอะคูสติกได้ และห้องนั่งเล่นทั่วไป เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Design – การออกแบบ

วัสดุหลักทั้งเซ็ตของ Polk Audio TSi Series เป็นแผ่น MDF(Medium Density Fibreboard) ซึ่งเป็นวัสดุที่เกิดจากการอัดไม้อัดด้วยแรงดันสูงเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ Particle board เหมือนอย่างลำโพงถูก ๆแต่อย่างใด โดยเซ็ตนี้มีให้เลือกอยู่สองสีคือสีดำและสี Cherry wood ด้านบริเวณด้านบนของลำโพงแต่ละตัวแปะด้วยเพลตวัสดุสังเคราะห์สีดำมันวาว

ลำโพงเซ็นเตอร์ ประกอบไปด้วยลำโพงวูฟเฟอร์เพื่อขับย่านเสียงกลาง/ต่ำ
และ Silk Dome ทวิตเตอร์เพื่อตอบสนองย่านเสียงสูง เมื่อถอดหน้ากากออกก็ดูดีใช่ย่อย

บริเวณด้านหลังเป็นขั้วต่อสายลำโพงและท่อยิงเบส น้ำหนักโดยรวมประมาณแปดโลกว่า ๆ
ใครต้องการออกกำลังแล้วขี้เกียจซื้อดัมเบลล์ ก็หยิบขึ้นมายกเบิร์นไขมันได้เป็นอย่างดี (ฮา)

มาดูในส่วนของคู่เซอร์ราวนด์กันมั่งครับ ไดร์ฟเวอร์ยังคงเป็นวูฟเฟอร์และ Silk Dome ทวิตเตอร์เหมือนเดิม
แต่วูฟเฟอร์จะมีขนาดเล็กกว่าของเซ็นเตอร์อยู่เล็กน้อย

ด้านหลังมีท่อยิงเบสเช่นเดียวกัน พร้อมขั้วต่อสายสัญญาณแบบ Single-wired

ถัดมาเป็นฟลอร์สแตนดิ้งขนาดความสูงเกือบ 1 เมตร(วัดเฉพาะตัวลำโพงไม่รวมขาตั้ง)
โดย TSi400 จะเป็นรุ่นกลางของซีรี่ส์นี้

ขั้วต่อสายแบบไบดิ้งโพสต์ เลือกเสียบได้ตามรสนิยมของแต่ละคนโดยความแตกต่างของเสียงนั้น ตามหลักการแล้วการเสียบช่องบนจะให้น้ำเสียงเปิดสว่างและช่องล่างจะเป็นการเน้นในเรื่องของเสียงในย่านความถี่ต่ำแทนแต่ถ้าหากท่านใดมีอุปกรณ์รองรับการทำไบแอมป์หรือไบไวร์แล้วล่ะก็แนะนำให้เสียบแบบนั้นเลยครับ เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดของลำโพงออกมา

หน้ากากของทั้งซีรี่ส์ TSi นี้เป็นแบบสลักเสียบเวลาแงะออกมาควรจะเบามือสักเล็กน้อยนะครับ
เปลื้องผ้าออกก็จะมีหน้าตาดังรูปนี้เลยครับ

ท่อยิงเบสของ TSi 400 ฟลอร์สแตนดิ้งของเราครับ เป็นแบบยิงอัดพื้น
ดังนั้นแม้ตำแหน่งของลำโพงจะใกล้ผนังมาก ก็จะไม่ส่งผลกับปริมาณเบสที่ได้รับสักเท่าไรครับ

สำหรับบริเวณส่วนขาของลำโพงฟลอร์สแตนด์ดิ้งนั้นจะมีลักษณะเป็นแบบนี้ครับ
ซึ่งออกแบบมาให้คล้ายกับ Spike แต่สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องไปหาจานรองมากรณีกลัวพื้นจะเป็นรอย
แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่ไม่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้กรณีที่พื้นบ้านเราเอียง

ส่วนซับวูฟเฟอร์ที่จัดมาเข้าชุดกับซีรี่ส์นี้นั้นก็คือ PSW110 ตัวเดียวกับในรีวิว RTi Series
ที่คุณชานมได้เคยรีวิวให้ทุกท่านได้รับชมกันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้

ประกอบเข้าชุด Reference ของเราก็จะได้ออกมาประมาณนี้เลยครับผม
หล่อใช้ได้เหมือนกัน

จบจากดีไซน์คร่าวๆ กันไปแล้วนะครับ จะเห็นว่าหน้าตาของ TSi Series นั้นก็ไม่ธรรมดาทีเดียว ด้วยวัสดุคุณภาพที่ใช้ประกอบขึ้นรูปมาเป็นตัวลำโพงอย่างที่ได้เห็นกัน การออกแบบก็ค่อนข้างจะแหวกแนวด้วยการนำ Piano black top plate มาแปะไว้ที่ด้านบนของลำโพงแต่ละตัว สร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

ในหน้าต่อไปผมจะพาทุกท่านมาสัมผัสกับเทคโนโลยีที่ทาง Polk Audio ได้ทำการปรุงแต่งมาในลำโพงซีรี่ส์นี้กัน ว่ามีอะไรอย่างไรบ้าง เพื่อที่ทุกท่านจะได้ทราบว่าหลังจากที่นำมันมาตั้งภายในห้องฟังเพลงอันสุนทรีย์ของท่านแล้ว Polk Audio TSi Series จะสำแดงความสามารถออกมาขนาดไหน

Klippel Optimization นิ่งสนิทแม้ดังสนั่น !!

เคยไหมครับ เวลาเปิดเครื่องเสียงดูหนังดัง ๆกับลำโพงโนเนมจะรู้สึกว่ามันกำลังกรีดร้องด้วยแรงสั่นบางอย่าง คล้ายกับว่าจะระเบิดออกมาจากตู้ ครั้นจะเบาเสียงก็อาจจะเสียอรรถรสของภาพยนตร์ชั้นดี ในทางกลับกันถ้าเรารั้นจะเปิดต่อก็อาจจะต้องเสียตังซ่อมดีไม่ดีพี่แกกลับบ้านเก่าเลยก็เป็นได้ ทาง Polk Audio ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวนี้ จึงได้ร่วมมือกับบริษัท Klippel นำเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนด้วยเลเซอร์ มาใช้ในการออกแบบลำโพง TSi ซีรี่ส์ตัวนี้ !!

ซึ่งการร่วมมือดังกล่าวทำให้ Polk Audio TSi Series มีความสามารถในการขับเสียงดังมาก ๆได้โดยไม่เกิดอาการเพี้ยนแตกแต่อย่างใด สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานโดยไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะต้องยอมเสียอรรถรสในการรับชมเพื่อแลกกับอายุการใช้งานอย่างแน่นอน

Dynamic Balancing สร้างสมดุลแห่งเสียงให้กับลำโพง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1988 เหล่าวิศวกรนักออกแบบลำโพงของทาง Polk Audio ได้ร่วมมือกับวิศวกรจากมหาวิทยาฮ็อปกินส์ เพื่อร่วมกันสร้างเครื่องมือ Laser Interferometer (เลเซอร์อีกแล้ว!?) เพื่อนำมาวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนตัวของบริเวณพื้นผิวของตัวไดร์ฟเวอร์ ซึ่งการที่ลำโพงจะสามารถให้เสียงที่มี Tonal Balance ยอดเยี่ยมนั้น จะต้องมีการสั่นพ้องในลักษณะราบเรียบ ไม่บิดเบี้ยว ตามรูปด้านล่างเลยครับ

Polk Audio TSi Series ก็เป็นหนึ่งในซีรี่ส์ลำโพงที่ได้รับการออกแบบภายใต้เทคโนโลยี Dynamic Balancing นี้ ซึ่งทาง Polk Audio การันตีว่ามันจะให้เสียงที่มีสมดุลและใกล้เคียงกับความเป็นจริงอย่างสุดความสามารถ นอกจากนี้ยังทำให้สินค้าในซีรี่ส์เดียวกันทำงานสอดประสานกันอย่างมีระบบ สร้างเวทีเสียงที่ต่อเนื่องไม่มีสะดุด

นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านบนแล้ว งานออกแบบลำโพง TSi ซีรี่ส์นั้นมีจุดประสงค์หลักเพื่อที่จะขับเสียงที่มีเอกลักษณ์เปิดสว่าง แต่ต้องไม่ทำให้คนฟังเหนื่อยล้าด้วยความชัดแจ่ม ดังนั้นทาง Polk Audio จึงเลือกที่จะใช้ ทวิตเตอร์แบบโดมผ้าแทนโดมโลหะที่ให้เสียงสว่างใสในคราแรก แต่หากฟังไปนาน ๆจะรู้สึกเครียด และอึดอัด จนไม่อยากจะกลับมาฟังอีกก็เป็นได้

นอกเหนือจากทวิตเตอร์แล้ว TSi ซีรี่ส์ยังมีท่อยิงเบสแบบ Critically Tuned Flared Port ซึ่งมีลักษณะพิเศษแตกต่างจาก Flared Port แบบธรรมดาตรงที่ มันสามารถลดเสียงรบกวนที่เกิดจากการขับเสียงย่านความถี่ต่ำได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้อดีของมันคือจะทำให้เสียงเบสที่ถูกสำรอกออกมาจากลำโพงชุดนี้มีความสมจริง เป็นธรรมชาติ ในปริมาณที่พอดี

ฟังเรื่องขี้โม้มาก็เยอะแล้วนะครับ ทีนี้ก็ได้เวลาที่จะมาทดสอบกันเสียที ว่าเรื่องขี้โม้ดังด้านบนนั้นเป็นความจริงอย่างที่ทาง Polk Audio ได้กล่าวอ้างหรือเปล่า ซึ่งการทดสอบของเรานั้นก็จะเป็นไปตามที่ได้เกริ่นไว้ในหน้าแรกนะครับ ว่าเราจะลองกับสภาพห้องที่คุมอะคูสติกได้ดี และห้องที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย เพื่อสัมผัสถึงความแตกต่างกันไป เพราะท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะไม่ได้มีห้องที่เพอร์เฟ็กต์กันทุกคนใช่ไหมครับ เราเลยต้องทำการทดสอบให้รู้ว่าสภาพห้องที่เปลี่ยนไปจะส่งผลต่อเสียงของลำโพงอย่างไร….

Sound – เสียง

ก่อนจะเริ่มการทดสอบต้องทำความเข้าใจกันสักนิดนะครับ ว่าคำวิจารณ์ทั้งหมดนั้น เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลล้วน ๆนะครับผม ซึ่งสามารถบ่งชี้ภาพลักษณ์ของสินค้าได้เพียงส่วนนึงเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ผมเห็นว่าดีท่านผู้อ่านอาจจะไม่ชอบก็เป็นได้ ทั้งนี้เวลาตัดสินใจจริง ๆทางทีมงานจึงอยากให้ทุกท่านได้ไปทดลองฟังด้วยตัวเองหลังจากอ่านรีวิวอีกที เพื่อเป็นการยืนยันในสิ่งที่ท่านคิดว่าถูกใจจริง ๆไม่ใช่ซื้อตาม ๆกันแล้วมาเสียใจในภายหลังครับผม

ในเมื่อความคิดเราตรงกันแล้ว ก็มาเริ่มกันเลยครับผมกับการทดสอบแรก การดูภาพยนตร์ในระบบเสียง 5.1 !!!

ภาพยนตร์ที่เรานำมาใช้ในการรับชมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแผ่น Blu-ray เกือบทั้งหมด เนื่องจากเป็นที่สุดของสื่อบันเทิง ณ เวลานี้แล้ว นอกจากนี้ระบบเสียงที่ได้ยังเป็นระบบเสียง HD แท้ ๆจากสตูดิโอดังอย่าง DTS และ Dolby Digital ซึ่งทั่วทั้งโลกยอมรับ

วินาทีแรกที่ได้เปิดทดสอบ บอกได้คำเดียวเลยครับว่าประหลาดใจ ว่าทำไมสุ้มเสียงที่ได้มันตีกันมั่วขนาดนี้ !! “ก็แหงล่ะยังไม่ได้เซ็ตอัพเลยนี่หว่า” หลาย ๆท่านคงคิดแบบนี้อยู่ในใจใช่ไหมครับ แน่นอนครับว่าหัวใจสำคัญของเครื่องเสียงทุกชนิดก็คือการเซ็ตอัพระดับเสียง, ระยะห่าง, ขนาด, ฯลฯ ของซิสเต็มของเราให้เข้าที่กับสภาพห้องเสียก่อน ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ก็มักจะเป็น Set up mic ที่แถมมากับแอมป์ของท่าน ซึ่งก็มีความแม่นยำแตกต่างกันออกไป ก็ไม่ขอพูดถึงในรีวิวนี้ละกันนะครับ เพราะคาดว่าน่าจะใช้เป็นกันทุกคน

หลังจากเซ็ตอัพเสร็จสิ้นก็ลองกันกับภาพยนตร์เรื่องแรก Fast Five ในฉากสุดท้าย “ขับรถ ปล้นเซฟ พระเอกหล่อ” ที่เป็นอีกหนึ่งฉากไฮไลท์ของเรื่อง เสียงโอบล้อมที่ได้รับจาก TSi ซีรี่ส์อยู่ในเกณฑ์กลาง ๆไม่หวือหวา การโยนเสียงซ้ายขวาในช่วงที่รถหักเลี้ยว ก็ทำได้ตามมาตรฐานชุดโฮมเธียร์เตอร์ครับ โดยข้อได้เปรียบของซีรี่ส์นี้อยู่ที่ ชุดลำโพงเซ็นเตอร์และเซอร์ราวนด์ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ช่วยสร้างบรรยากาศและเก็บรายละเอียดโดยรอบให้กับห้องรับชมได้เป็นอย่างดี

เปลี่ยนเรื่องกันสักหน่อยเป็น The Bourne Ultimatum มหากาพย์ภาพยนตร์สายลับแนวบู๊สุดมันส์ ฉากต่อสู้ยิงกันกระหน่ำหูดับตับไหม้ ชุดลำโพงทั้ง 5 ตัว หลังจากได้ทำการเซ็ตอัพแล้ว ความสามารถในการแพนสัญญาณจากซ้ายไปขวาได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเด่นชัด ไม่ได้แข่งกันดังรบกวนกันแต่อย่างใด แม้กระทั่งความต่อเนื่องของเสียงสิ่งแวดล้อมภายในฉากที่มีการแพนกล้องตามตัวละคร ลำโพง TSi ซีรี่ส์ก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ ให้น้ำเสียงที่กระชับจับใจความง่าย ในส่วนของน้ำหนักของระเบิดอาจจะเบาไปเสียหน่อย เปรียบเทียบได้กับคำว่า ตูม! กับ ตรู้วมมมม!!! ซึ่ง TSi จะออกมาในแนวคำแรกมากกว่า

เปลี่ยนอารมณ์อันดุดันมานั่งฟังคอนเสิร์ตของ Adele : Live at the Royal Albert Hall นักร้องสาวเสียงมหัศจรรย์ที่ถูกบันทึกภายในฮอลล์ที่ได้ชื่อว่ามีสภาพอะคูสติกดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลก แน่นอนว่าการจะหยิบยกแผ่นนี้มาเป็นแผ่นทดสอบก็คงจะเหมาะสมไม่น้อย

เสียงร้องที่ถูกถ่ายทอดออกมามีความบางอยู่พอสมควร ไม่ทุ้มมาก แหลมปลายสดใสไม่ขุ่น เสียงเมโลดี้จากเครื่องดนตรี ดูพริ้วไหว สละสลวย รวบรัด พอดีคำ อาการครางค้างของปลายเสียงมีให้พบเห็นเพียงเล็กน้อย น้ำหนักของเสียงต่ำในบางจังหวะที่ถูกขับออกมาจาก TSi 400 อาจจะดูเบาไปสักนิด หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง RTi A7 ซึ่งตัวนั้นจะได้ความนุ่มอิ่มของเนื้อเสียงมากกว่า(แหงล่ะแพงกว่าตั้งเท่าไร)

เร่งจังหวะขึ้นมาหน่อยกับคอนเสิร์ตลืมแก่ของวง Scorpions ที่มีชื่อว่า Scorpions Get Your Sting & Blackout Live in 3D ให้จังหวะร็อคแอนด์โรลมันส์ ๆ กระแทกกระทั้นกันให้หายง่วงสักนิดนึง นอกจากนี้มันจะเป็นตัวชี้วัดอย่างดีว่าความหนักแน่นของเบสที่กระแทกลงไปนั้น มีตัวตนสัมผัสได้ขนาดไหนเป็นอย่างไร

แล้วผลที่เราได้รับนั้นก็ไปในทิศทางเดียวกันกับคอนเสิร์ตที่แล้วครับ ทุกครั้งที่มือกลองย่ำกระเดื่อง(กลองใบใหญ่) ลงไปนั้น ผมรู้สึกได้ถึงความสนั่นแต่ขาดน้ำหนักไปเล็กน้อย เนื่องจากย่านเสียงกลางที่ขาดหายไปนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว TSi ซีรี่ส์สามารถให้ท่านได้อย่างไม่ขัดเขิน กับชุดลำโพงราคาเฉียดครึ่งแสน

เปลี่ยนสภาพแวดล้อม จากห้องฟังเพลงสภาพแวดล้อมนิ่งสงัด มาเป็นห้องนั่งเล่นที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลยบ้าง

อย่างที่บอกไปในหน้าแรกนะครับ ว่าเราจะทำการย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดมาทดสอบในห้องที่ไม่สามารถควบคุมอะคูสติกกันบ้าง เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน โดยการขนย้ายครั้งนี้ก็เรียกว่าเหนื่อยหนักกันพอสมควร ด้วยสภาพอากาศช่วงบ่ายที่ร้อนดั่งนรก เหมือนตอนก่อนฝนจะตก ทำให้ทีมงานเหงื่อแตกมันกันซะยกใหญ่ แต่เพื่อท่านผู้อ่านเราสู้ตายครับ เท่าไรเท่ากัน

หลังจากนั่งพักเหนื่อยกันไปสักพัก การทดสอบในห้องที่มีสภาพ “มั่ว” ที่สุดแห่งหนึ่ง ก็ได้เริ่มขึ้น.. โดยยังคงเดินตามรอยจากห้องที่แล้ว คือการฟังไล่จากภาพยนตร์แอ็คชั่นไปจนคอนเสิร์ตประจบกับการฟังเพลง 2 แชนแนลทั่วไป จากรูปด้านบนนะครับ จะเห็นว่าลำโพงเราวางใกล้กับผนังปูนด้านหลัง ทำให้ปริมาณเสียงเบสวิ่งเข้าหาเราได้มากขึ้นนิดนึงแม้ว่าท่อเบสที่ยิงลงพื้นจะไม่ค่อยส่งผลกับผนังมากเท่าไรนัก แต่ก็ช่วยให้เสียงนิ่มขึ้นอีกนิดนึง มวลเสียงโดยรวมยังคงถูกจัดให้วิ่งเรี่ยพื้นหนักกลาง เนื่องจากขนาดของเซ็นเตอร์ที่ค่อนข้างใหญ่ ช่วยให้ผู้ชมโฟกัสจุดสนใจได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าชุด TSi นี้เซ็นเตอร์เด่นเซอร์ราวนด์ดังดีจริงๆ

ในหน้าที่แล้วเราก็พอจะเห็นตัวตนคร่าว ๆ ของ Polk Audio TSi ซีรี่ส์ ไปแล้วนะครับ ด้วยความที่เป็นลำโพงระดับมือใหม่-กลาง ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นลำโพงที่เด่นในย่านแหลมและกลาง ไม่หนักหน่วงในย่านเบสอย่าง RTi ซีรี่ส์ เสียงที่ได้จึงอาจจะไม่อึกทึกดดุดันมากมายขนาดนั้น แต่จะเป็นไปในทางสดใส สว่างจ้า จนเกือบจะบางไปเสียหน่อยสำหรับคนหูหนักแบบผม

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะธรรมดานะครับ เวลาที่เรารับชมภาพยนตร์ ด้วยขนาดที่ได้เปรียบของเซ็นเตอร์และลำโพงวางหิ้งที่เป็นเซอร์ราวนด์ บรรยากาศที่โอบล้อมบริเวณห้องรับชมจึงมีมวลจับต้องได้สูง ช่วยให้เราโฟกัสความสนใจได้อย่างง่ายดายถือเป็นข้อดีของชุดลำโพงในซีรี่ส์นี้เลยล่ะครับ

ดูมาจะร้อยรอบจนจะออกแฟนพันธุ์แท้ได้อยู่แล้วฉากนี้ (ฮา)

นอกจากนี้ด้วยความราบเรียบของมัน จึงเป็นข้อได้เปรียบเรื่องสถานที่พอสมควรครับ ดังเช่นสภาพห้องในรูปด้านบนที่มีผนังปูนอยู่ด้านหลัง หากเป็นลำโพงชุดอื่นที่ออกแบบมาเน้นย่านเสียงต่ำ การันตีได้เลยว่ามันต้องมีอาการเบสครางสะท้านโสตประสาทของท่านอย่างแน่นอน ซึ่งในกรณีนั้นคงจะต้องมาหาวิธีแก้กันไป แต่สำหรับ TSi ซีรี่ส์ การวางชิดผนังปูนตามรูปด้านบน จะเป็นการช่วยขุดเสียงเบสให้ผุดขึ้นมามากขึ้นครับ ทำให้เราได้เนื้อเสียงเพิ่มขึ้นมาในระดับที่กำลังดี สร้างความอึกทึกได้อีกนิดนึง

แล้วฟังเพลงล่ะเสียงเป็นไง ?

ในส่วนของการฟังเพลงแบบ 2 แชนแนล เริ่มจากทดสอบแบบดิบๆ กันก่อน ด้วยการกดโหมดที่ AVR เป็น Pure Direct(อ้างอิงจาก Onkyo TX-NR1008) เพื่อหาตำแหน่งอ้างอิงในการกำหนดปรับจูนเสียงจากผลกระทบภายในห้องเบื้องต้นก่อน โดยจะเน้นที่ลำโพงฟลอร์สแตนดิ้งคู่หน้าเป็นหลัก แล้วค่อยตามด้วยแชนเนลอื่นๆ (สำหรับมัลติแชนเนล) หลังจากนั้นจึงค่อยใช้ Auto Calibration ตั้งค่าเบื้องต้น แล้วตรวจสอบผลพร้อมแก้ไขโดยละเอียดอีกทีเพื่อให้ลำโพงทั้งหมดทำงานเสริมประสานกันนั่นเอง

แทร็คเพลงที่เราใช้ในการทดสอบก็จะแบ่งออกเป็นหลากหลายแนวด้วยกัน เพื่อที่จะได้รู้ว่า TSi ของเรานั้นเหมาะกับแนวไหนมากที่สุด ซึ่งจากการฟังเพลงจำพวกแนว Audiophile ที่เน้นเสียงร้องใส ๆฟังเล่นสบาย ๆในวันหยุดสุดสัปดาห์ ลำโพงตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีครับ รายละเอียดเปิดเผยชัดเจนดีแต่ไม่จัดเกินไป ตามคุณลักษณะของทวิตเตอร์โดมผ้า กลางชัดแจ่ม อาจเน้นอยู่นิดๆ กับบางอัลบั้มอาจให้ความรู้สึกรุกเร้าเล็กๆ จากการทดสอบพบว่าการใส่หน้ากากผ้า ช่วยให้ดุลย์เสียงโดยรวมมีความผ่อนคลายไหลลื่นน่าฟังมาก

การถ่ายทอดเสียงพลังเสียงของนักร้องคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ส่วนเสียงต่ำนั้นมีพอให้พบเห็นจับต้องได้ แต่ทว่ายังลงไปได้ไม่ลึกสักเท่าไรนัก ซึ่งมิใช่เรื่องน่าแปลก เนื่องจากขนาดลำโพงก็มิได้ใหญ่โตอะไรนัก ผลของการดีไซน์ท่อเปิดแบบยิงพื้น ช่วยให้ย่านต่ำได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมน้อย ถึงแม้ทดลองวางลำโพงชิดผนังหรือมุมห้องมากก็ไม่เกิดอาการเบสบวมรุนแรง แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการเสริมฐานเบสเพื่อดึงให้ย่านเสียงต่ำไปจนถึงย่านกลางต่ำมีน้ำหนักขึ้นโดยอาศัยการปรับจูนตำตำแหน่งลำโพง อาจจะใช้เทคนิคเดิมๆ ที่ทำกับลำโพงคู่อื่นไม่ได้อย่างที่คิด แต่โดยรวมให้ผลลัพธ์คุณภาพเสียงโอเคครับ ออกจะเกินค่าตัวเสียด้วยซ้ำ

หากเปลี่ยนแนวเร่งจังหวะให้ดุดันขึ้นกับเพลงแนวร็อคแอนด์โรลหรือพวกเพลงนิวเอจที่มีจังหวะรุกเร้าสนุกสนาน เมื่อนำมาเปิดกับ TSi 400 ตัวนี้ อาจต้องฟังแบบ 2.1 (เลือก Litening Mode: Stereo แทน Pure Direct) กรณีรับฟังแหล่งโปรแกรมระบบเสียง 2 แชนเนล เพื่อให้ซับวูฟเฟอร์ช่วยถีบส่งสัญญาณเสียงต่ำให้มากระแทกทรวงหนักข้อขึ้นสักหน่อย ให้มันเข้าถึงอารมณ์อึกทึกของเพลง ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่คนชอบด้วยนะครับ แต่ผมว่าทำแบบนี้แล้วผลลัพธ์ออกมาดีกว่านะ

Conclusion – สรุป

Polk Audio TSi Series ชุดนี้เป็นซิสเต็มที่คุ้มราคาชุดหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยขนาดที่ใหญ่พอสมควรของเซ็นเตอร์ และเซอร์ราวด์ทำให้บรรยากาศขณะรับชมภาพยนตร์ดูสนุก ไม่ป้อแป้เหมือนลำโพงเล็ก จึงอินไปกับเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก การตอบสนองในฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม ก็ทำได้สมน้ำสมเนื้อ แม้ว่าการสร้างอิมเมจแรงกระแทกของฉากระเบิดลั่น ๆอาจจะดูไม่อลังการดังเช่นรุ่นพี่ RTi A Series รวมถึงปริมาณย่านต่ำ และการให้น้ำหนักเน้นย้ำในน้ำเสียง ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะราคาค่าตัวของ RTi สูงกว่า (และขนาดก็ใหญ่กว่า) แต่ก็ทดแทนได้ด้วยการใช้งานร่วมกับซับวูฟเฟอร์

หากนำมาฟังเพลง 2 แชนแนลธรรมดา TSi 400 ที่ส่งมาให้ทดสอบนั้นมีความเด่นในย่านแหลมและกลางพอสมควรจนเกินคุ้มก็ว่าได้ ปลายแหลมเปิดสว่างทอดตัวยาว กลางชัดแจ่มไม่ขุ่นมัว แม้ประสิทธิภาพในการตอบสนองย่านเสียงต่ำจะไม่หนักหน่วงอิ่่มลึกมากมายดังเช่นลำโพงตัวใหญ่ ๆ สามารถทำได้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงกระทบที่มีน้ำหนักอยู่ไม่ได้หลบหายไปในกลีบเมฆซะทีเดียว หากใครต้องการความอึกทึกที่รุนแรงกว่านั้นก็เปิดซับช่วยเสียหน่อย หรือไม่ก็อาจจะขยับตำแหน่งให้เข้าชิดผนังมากขึ้น จะช่วยขุดความลึกและดุดันให้เผยออกมาได้สัมผัสกันไม่น้อย

การเก็บงานในส่วนของดีไซน์ตัวลำโพงมีความประณีตเหมาะสม ดูแล้วไม่ใช่ลำโพงก็อปกิ๊กก๊อกป๋องแป๋งแน่นอน เสริมสง่าราศีให้กับห้องรับชมได้ไม่ธรรมดา แม้จะไม่ใช่ไม้แท้ ๆทั้งตัว เป็นเพียงแผ่น MDF แต่ก็เก็บงานได้เรียบเนียนมาก แปะส่วนหัวด้วยวัสดุสังเคราะห์สีดำมันวาว (คล้าย Piano black) สร้างความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ดูเหมือนลำโพงรุ่นนี้จะออกแบบมาให้ใส่หน้ากากตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความลงตัวทางรูปลักษณ์ (ดูลงตัวไม่ขัดตา) หรือแม้แต่ดุลย์เสียงที่ฟังสบายไหลลื่นขึ้น

จากข้อวิจารณ์ดังกล่าวสามารถสรุปออกมาเป็นข้อดี-ข้อเสียได้ดังนี้ครับ

ข้อดี
– งานประกอบดีมีความประณีตสวยงามสมราคา
– สองเทคโนโลยีเด็ด Klippel Optimization และ Dynamic Balancing ช่วยเสริมคุณภาพของลำโพง
– น้ำเสียงย่านกลางไปจนถึงแหลมชัดเจนเปิดสว่าง แต่หากใส่หน้ากากจะให้ความโดดเด่นด้านดุลย์เสียงที่ฟังได้ไหลลื่นขึ้น
– ลำโพงเซ็นเตอร์และเซอร์ราวด์ขนาดใหญ่สะใจ สร้างบรรยากาศโอบล้อมห้องรับชมได้อย่างง่ายดาย ไม่ป้อแป้

ข้อเสีย
– พลังเสียงย่านเบส(เสียงต่ำ) น่าจะให้ปริมาณ และลงได้ลึกอีกสักนิดเพื่อความอุ่นหนาอิ่มเอิบของเนื้อเสียง
– หน้ากากแบบสลัก ติดแน่น ขณะแกะออกควรจะต้องเบามือลงสักหน่อย (แต่แนะนำให้ใส่หน้ากากคาไว้ หากต้องการดุลย์เสียงที่ฟังสบาย ให้ความไหลลื่นของเสียงร้อง)
– ฐานลำโพงฟลอร์สแตนดิ้งแบบกึ่งทิปโท ทำให้ไม่สามารถปรับระดับสูงต่ำของลำโพงได้

ราคากลาง Polk Audio TSi Series
Floorstanding : Polk Audio TSi400 (ราคากลาง 18,900 บาท ต่อคู่)
Bookshelf : Polk Audio TSi200 (ราคากลาง 9,900 บาท ต่อคู่)
Center : Polk Audio CS20 (ราคากลาง 9,900 บาท)
Subwoofer : Polk Audio PSW110 (ราคากลาง 7,900 บาท)

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้