Skip to content
|

Music makes us feel truly alive !!! รีวิว Elac 6x.2 Series Home Theater System

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 24 Dec 2018 0 comments

Home Theater Speaker System

Elac 6x.2 Series + SUB 111.2 ESP

Music makes us feel
truly alive !!!

Elac ผู้ผลิตลำโพงเก่าแก่จากเยอรมัน แน่นอนว่าระยะเวลาที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานเกือบหนึ่งศตวรรษ คงมิใช่เรื่องบังเอิญ ความเป็นที่สุดในเรื่องของเทคโนโลยีจากเยอรมัน คงจะหาผู้เทียบเคียงได้ยาก ซึ่ง Elac ก็คิดค้นและพัฒนาลำโพง ทั้งยังออกแบบไดรเวอร์เอง จึงได้ความน่าเชื่อถือทั้งในแง่เสถียรภาพความลงตัว และคุณภาพเสียง

6x.2 Series ถือเป็นลำโพงระดับ High Performance ของ Elac คือ เน้นความคุ้มค่าจากการตอบสนองด้านคุณภาพเสียงที่โดดเด่น แต่คำนึงถึงความคุ้มค่า

ดูโหงวเฮ้งรูปลักษณ์โดยเฉพาะไดรเวอร์ที่ใช้กับ 6x.2 Series แล้ว ทำให้นึกถึงลำโพง Elac ตัวดังในอดีต คือ CL 82i โดยส่วนตัวอาจกล่าวได้ว่ารุ่นนั้นเป็นหนึ่งในลำโพงที่สร้างความประทับใจให้กับตัวผมเองเมื่อช่วงเริ่มสนใจเรื่องเครื่องเสียงใหม่ๆ ซึ่งตอนนั้นถึงจะได้ยินเสียงจากในห้างที่มิได้จัดเตรียมสภาพแวดล้อมอะไรมากมาย แต่เสียงที่ได้ยินช่างเรียกร้องความสนใจไม่น้อย อาจด้วยศักยภาพการตอบสนองย่านต่ำ ที่ทำได้น้องๆ ลำโพงตั้งพื้นขนาดย่อม ทั้งๆ ที่ตัวมันเองเป็นเพียงลำโพงวางหิ้งแท้ๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ “ลีลาที่ฟังสนุก” ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความกระฉับกระเฉงฉับไวจาก Aluminium Sandwich (AS) Cone ไดรเวอร์มิดเบสที่เกิดจากการผสานอะลูมิเนียมฟอยล์แผ่นบาง (ราว 0.2 มม.) ประกบเข้ากับไฟเบอร์โคนด้วยเทคนิคการยึดติดแบบพิเศษ เพื่อเพิ่มความแกร่งให้กับตัวไดรเวอร์ และช่วยลดความเพี้ยน เทคโนโลยี AS Cone นี้ ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ Elac ยึดมั่นและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบลักษณะ 6x.2 Series กับ CL 82i จะพบว่านอกเหนือจากตัวขับเสียง AS Cone ที่คล้ายคลึงกันแล้ว ในส่วนของทวีตเตอร์ก็ดูใกล้เคียงกันมาก จากตะแกรงโลหะสีเงินครอบทับเหนือทวีตเตอร์โดม ที่ติดตั้งอยู่บนโครงสร้างเวฟไกด์ (เพื่อควบคุมมุมกระจายเสียง) เหตุนี้เมื่อไดรเวอร์ทั้งสองถูกติดตั้งเข้ากับตู้ลำโพงแล้ว สีเงินสะอาดตาจึงตัดกับแผงหน้าตัวตู้ ดูโดดเด่นมากๆ นี่คือเอกลักษณ์ของ Elac จาก 6x.2 Series และ CL 82i ที่สังเกตได้ด้วยตา แต่ถึงแม้จะคล้าย ผมก็ไม่แน่ใจว่าไดรเวอร์ทั้ง 2 นี้ เป็นตัวเดียวกันหรือไม่ นี่ก็ผ่านมาเกิน 10 ปีแล้ว ทาง Elac คงต้องทำการปรับเปลี่ยนสเป็กปลีกย่อยของไดรเวอร์ไปบ้าง แต่คงมิใช่ประเด็นสำคัญอะไรหากว่ามันสามารถเรียกความประทับใจในอดีตให้หวนกลับคืนมาได้อีกครั้ง ซึ่งประเด็นนี้คงต้องพิสูจน์กันต่อไปในส่วนของคุณภาพเสียง… ก่อนอื่นมาดูในส่วนของดีไซน์การออกแบบในจุดอื่น ของ 6x.2 Series ก่อนครับ

หมายเหตุ: ลักษณะตัวขับเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Elac ในส่วนของตัวขับเสียงสูง นอกเหนือจากทีวเตอร์โดมอ่อนภายใต้ตะแกรงโลหะดังที่เห็นจากลำโพง 6x.2 Series ยังมี JET Tweeter ซึ่งใช้โครงสร้างตัวขับเสียงสูงแบบเมมเบรน (ใช้พื้นฐานจากเทคโนโลยี Air Motion Transformer ของ Dr.Oskar Heil) และ 4Pi 360 omnidirectional ribbon tweeter (ลักษณะเหมือนดอกเห็ด) ที่ขึ้นชื่อมากในวงการ โดยทั้ง 2 เทคโนโลยี ถูกใช้ในลำโพงของ Elac รุ่นกลางสูงขึ้นไป

Design – การออกแบบ

ลำโพงในซีรี่ส์ 6x.2 ของ Elac มีทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ประกอบไปด้วยลำโพงวางหิ้ง (Book Shelf – BS) 2 รุ่น
ตั้งพื้น (Floor Standing – FS) 2 รุ่น และเซ็นเตอร์ (CC) 1 รุ่น

รูปลักษณ์ของลำโพงในซีรี่ส์ 6x.2 ต้องเรียกได้ว่าดูเก๋ไก๋เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะแผงหน้าที่ดูเรียบง่าย สะอาดสะอ้าน ไม่มีรูร่องใดๆ จากเทคนิคการฝังแม่เหล็กไว้ใต้แผงหน้า เมื่อใส่หน้ากากผ้าจึงยึดได้ด้วยแรงแม่เหล็ก ไม่จำเป็นต้องมีรูหรือโครงสร้างยึดหน้ากากใดๆ อันจะทำให้รกลูกตา การจัดวางไดรเวอร์วัสดุโลหะสีเงิน ตัดกับสีของแผงหน้าสีดำเงาสร้างความโดดเด่นได้มาก แม้ว่าพื้นผิวมันเงาที่ได้จะเกิดจากการใช้วัสดุสังเคราะห์ ไม่ใช่การลงเงาบนผิวไม้ จึงไม่อาจให้อารมณ์สัมผัสหรูหราแบบผิวเปียโน แต่ก็น่าจะช่วยให้ดูแลรักษาง่ายกว่า ส่วนผนังตู้ด้านอื่น (นอกเหนือจากแผงหน้า) ที่เป็นผิวไวนีลลายไม้ มิใช่ผิวไม้แท้ ซึ่งจำกัดลาย (สี) เพียง 2 แบบ ความหลากหลายในแง่ของตัวเลือกด้านรสนิยมอาจไม่มาก แต่โดยรวมก็ให้ความสวยงามลงตัว แลดู “เก๋” และ “เท่” ไม่น้อย รับรองว่าเมื่อตั้งอยู่ในบ้านแล้ว ไม่เชย!

สำหรับเซ็ตลำโพงที่ประกอบมาเป็นชุดโฮมเธียเตอร์ดังที่ท่านจะได้อ่านต่อไป ประกอบไปด้วยลำโพงคู่หน้า คือ FS 68.2 ซึ่งเป็นลำโพงรุ่นใหญ่ที่สุดในซีรี่ส์ 6x.2 ของ Elac ลักษณะพื้นฐานก็เป็นเช่นเดียวกับลำโพงตั้งพื้นทั่วไปที่มีขนาดค่อนไปทางใหญ่ แต่ไม่ถึงกับใหญ่โตมากนัก เป็นลำโพง 3-ทาง ติดตั้งทวีตเตอร์ coated silk dome ขนาด 2.5 มม. มิดเรนจ์ AS Cone ขนาด 140 มม. และวูฟเฟอร์ AS Cone ขนาด 175 มม. จำนวน 1 คู่ ค่าความต้านทานปกติที่ 6 โอห์ม (ต่ำสุด 4.6 โอห์ม)

ด้านหลังส่วนล่างจะพบกับท่อเปิดคู่ ในกรณีที่จำเป็นต้องวางชิดผนังเพราะที่ทางจำกัด และประสบปัญหาเบสบวมสามารถใช้ Foam plug อุดท่อเบสนี้ เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาย่านต่ำลงได้ (จะกล่าวถึงต่อไป) ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นจุดเชื่อมต่อสายลำโพงไบดิ้งโพสต์แบบไบไวร์ มีจัมเปอร์โลหะติดตั้งอยู่ หากใช้สายลำโพงแบบไบไวร์ หรือเชื่อมต่อแบบไบแอมป์ ต้องถอดจัมเปอร์นี้ออก

ส่วนล่างของลำโพง FS 68.2 จะมีโครงสร้างฐานไม้ขนาดกว้างยาวเลยตัวตู้ลำโพงออกมาอีกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรากฐานความมั่นคง นอกจากนี้ผู้ผลิตยังให้สไปก์โลหะ (เดือยแหลมปรับระดับ) พร้อมจานรองสีเงินเงาวับมาด้วย สไปก์ถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับลำโพงวางขาตั้ง แต่จานรองนี่ถือว่าหายากสำหรับลำโพงระดับนี้ ท่านใดที่กลัวสไปก์จะทำให้พื้นเป็นรอยก็หมดกังวลได้ครับ

จากลำโพงคู่หน้าที่เป็นลำโพงตั้งพื้น ถัดไปคือ CC 61.2 ลำโพงเซ็นเตอร์เพียงรุ่นเดียวของ 6x.2 Series ขนาดตัวตู้จะเรียกว่ากะทัดรัดก็ได้อยู่ คือ ค่อนข้างเล็ก แต่ไม่ถึงกับเล็กมาก ติดตั้ง coated silk dome ขนาด 25 มม. ที่มีตะแกรงโละหะครอบป้องกันตัวโดม ส่วน Al-Sandwich woofer ขนาด 140 มม. อยู่ในตำแหน่งขนาบข้าง ได้รับการชีลด์ป้องกันการแพร่สนามแม่เหล็ก จึงสามารถวางใกล้กับทีวี CRT รุ่นเก่าได้โดยไม่รบกวนให้ภาพผิดเพี้ยน (แต่ประเด็นนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับทีวีรุ่นใหม่ๆ เช่น LCD/LED/Plasma ครับ)

ข้อสังเกต: ขนาดวูฟเฟอร์ AS Cone ของ CC 61.2 เป็นขนาดเดียวกับไดรเวอร์มิดเรนจ์ของ FS 68.2 ที่เป็นลำโพงตั้งพื้น

ด้านหลังของ CC 61.2 ตำแหน่งท่อเปิดอยู่บริเวณกึ่งกลางพอดี ในส่วนของขั้วต่อสายลำโพงของเซ็นเตอร์นี้ จะต่างจากรุ่นลำโพงวางหิ้ง และตั้งพื้น ตรงที่มีชุดเดียว (Single-wire) ค่าความต้านทานปกติที่ 6 โอห์ม (ต่ำสุด 4.8 โอห์ม)

ลำโพงเซอร์ราวด์ของซิสเต็มนี้ คือ BS 63.2 ลำโพงวางหิ้งลำดับที่ 2 ของซีรี่ส์ (ลำโพงวางหิ้งรุ่นเล็กสุด คือ BS 62.2) ขนาดตัวตู้โดยรวมจึงไม่ถึงกับเล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่นัก ติดตั้งทวีตเตอร์ coated silk dome ขนาด 2.5 มม. มิดเรนจ์ AS Cone ขนาด 175 มม. ค่าความต้านทานปกติ 6 โอห์ม (ต่ำสุด 4.9 โอห์ม)

Accessories อื่นๆ ที่ให้มาด้วย นอกเหนือจากคู่มือการใช้งานแล้ว ลำโพงในตระกูล 6x.2 ของ Elac ทุกรุ่นจะมี Bass-Control foam plug ตามจำนวนท่อเปิดของลำโพงรุ่นนั้นๆ (เช่น FS 68.2 ที่มีท่อเปิด 2 ชุด จะให้ foam plug มา 2 อัน ต่อข้าง) หน้าที่ของมันคือใช้ลดทอนความรุนแรงจากปัญหา “เบสบวม” อันเกิดจากสภาพแวดล้อม (ตำแหน่งตั้งวาง อะคูสติก ฯลฯ)

ส่วนเม็ดขาวๆ คือ เม็ดยางสำหรับติดรองใต้ตัวตู้ ซึ่งให้มากับลำโพงรุ่นวางหิ้ง และเซ็นเตอร์ ถือเป็นอุปกรณ์เพิ่มความมั่นคงในการตั้งวาง นอกจากช่วยยึดไม่ให้ลำโพงเลื่อนไถลง่ายๆ แล้ว ยังลดทอนแรงสั่นสะเทือนส่วนเกินขณะที่ลำโพงทำงานได้อีกต่างหาก แน่นอนว่าความมั่นคงนี้จะส่งเสริมให้ลำโพงทำงานได้เต็มศักยภาพ คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะเต็มที่มากขึ้น

รูปข้างบนนี้ ผมทดลองใส่ Bass-Control foam plug เข้าไปในท่อเปฺิดของ BS 63.2 เพื่อให้เห็นภาพว่าเราจะใช้ foam plug ปรับจูนอัตราการตอบสนองความถี่ต่ำของลำโพงได้อย่างไร ทั้งนี้ foam plug 1 อัน ใส่ได้ 2 แบบ คือ ใช้อุดเต็มท่อพอร์ท (ลำโพงจะทำงานกึ่งลำโพงตู้ปิด) หรืออุดแบบบางส่วน (ใช้แค่วงรอบนอก) เพื่อกำหนดระดับการลดทอนย่านการตอบสนองความถี่ต่ำ ซึ่งต้องพิจารณาความรุนแรงของปัญหา อันเป็นผลจากตำแหน่งตั้งวางที่ชิดผนังหลังมากเกินไป หรือที่มุมห้อง (รายละเอียดผลลัพธ์การใช้งาน foam plug จะกล่าวถึงอีกครั้งในช่วง รายงานการทดสอบ)

SUB 111.2 ESP ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ ที่มีขนาดถือว่าค่อนข้างกะทัดรัดดีทีเดียว สัดส่วนตัวตู้ที่กว้างที่สุด (สูงและลึก) ยาวกว่าไม้บรรทัดมาประมาณ 10 ซม. เท่านั้น ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 200 มม. (ประมาณ 8 นิ้ว) แบบ AS Cone ซึ่งใช้เทคนิคการผลิตเช่นเดียวกับ AS Cone ที่ใช้ในลำโพงหลักรุ่นอื่นๆ ของ Elac เห็นขนาดซับวูฟเฟอร์เล็กๆ อย่างนี้ก็เถอะ แต่เมื่อเทียบกับซับฯ รุ่นอื่นของ Elac ขนาด SUB 111.2 ESP ก็ไม่ถือว่าเล็กนะครับ (มีรุ่นอื่นที่เล็กกว่า อีกทั้ง Elac เอง ก็ไม่เน้นทำซับฯ ขนาดใหญ่) หน้ากากผ้าของ ESP-111.2 ยังใช้วิธีการยึดเข้ากับรูที่แผงหน้าตัวตู้ (ขายึดเป็นทองเหลืองชุบนิกเกิล ไม่ใช่พลาสติกแบบที่เห็นได้ทั่วไป) ซึ่งก็น่าจะเหมาะกับซับวูฟเฟอร์ เพราะให้ความแน่นหนาดี ติดตั้งภาคขยายขนาด 100 วัตต์

ด้านหลังของ SUB 111.2 ESP

ซูมให้เห็นกันชัดกับช่องต่อ และปุ่มปรับต่างๆ ด้านหลัง SUB 111.2 ESP

ในส่วนของอินพุตนั้น รองรับทั้งแบบ Low-level จาก Mono LFE In อันเป็นการเชื่อมต่อสัญญาณความถี่ต่ำผ่านทางสายสัญญาณ RCA จาก AVR เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานหลักสำหรับการเชื่อมต่อในระบบโฮมเธียเตอร์ แต่ขณะเดียวกัน SUB 111.2 ESP รองรับการเชื่อมต่อแบบ Speaker Level ได้ด้วย โดยรับสัญญาณผ่านทางสายลำโพงจากภาคขยาย ซึ่งรับได้ถึง 3 แชนเนล (FL-C-FR) ในกรณีใช้งานร่วมกับลำโพง Satellite ในระบบโฮมเธียเตอร์ หรือเมื่อนำไปใช้งานกับระบบออดิโอ 2 แชนเนล แต่ในการทดสอบนี้เป็นการใช้งานร่วมกับ AVR ในระบบโฮมเธียเตอร์ ผมจึงใช้งาน SUB 111.2 ESP โดยเชื่อมต่อสัญญาณทาง Mono LFE In ครับ

สำหรับปุ่มปรับเซ็ตต่างๆ ที่มีความสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้งเพื่อให้เสียงของซับวูฟเฟอร์มีความกลมกลืนผสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบมากที่สุด โดย SUB 111.2 ESP ให้ปุ่มปรับพื้นฐาน แต่สำคัญมาก อย่าง Subwoofer Level (หรือ Main Volume) และ Crossover Frequency (หรือ Cut-off Frequency หรือ Low-pass Filter) ในการทดสอบ ใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์ ผมกำหนด Crossover Frequency ไว้ที่ตำแหน่งสูงสุด (หรือ Bypass หากว่ามี) เนื่องจากเราจะใช้ Low-pass Filter จากใน AVR เป็นหลักครับ ส่วน Subwoofer Level ในเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 12 นาฬิกา (+/- 0 dB) ในจุดนี้สามารถชดเชยได้อีกเล็กน้อยจาก AVR ได้เช่นเดียวกัน

SUB 111.2 ESP ยังปรับชดเชยในเรื่องของเฟสให้สัมพันธ์กับลำโพงหลัก โดยเป็นสวิตช์เลือกได้ 2 ค่า คือ + กับ – (หรือ 0° กับ 180°) เรื่องของเฟสนี้ อาจจะไม่สำคัญเท่า Crossover กับ SW Level แต่ก็เป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพการตอบสนองย่านต่ำของระบบโดยตรง ทว่าการอ้างอิงจะทำได้ค่อนข้างยาก ในเบื้องต้นสามารถใช้ระบบ Auto Calibration ของ AVR ได้ครับ ซึ่งศักยภาพของบางรุ่นนั้น (โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ) สามารถอ้างอิงใช้งานได้ดีมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ SUB 111.2 ESP ยังกำหนดเปิดทำงานแบบอัตโนมัติได้เมื่อมีสัญญาณความถี่ต่ำเข้ามา และปิดตัวลง (Standby) เมื่อไม่มีสัญญาณเข้ามาในระยะเวลาหนึ่ง โดยกำหนด Power Mode ไว้ที่ตำแหน่ง Auto กระนั้น หากมิได้ใช้งานเป็นเวลานาน แนะนำให้ปิดสวิทช์ Main Power (ตำแหน่งใกล้กับ IEC Inlet) หรือจะดึงปลั๊กออกจากเต้ารับไปเลยก็ได้ เพื่อประหยัดพลังงาน และป้องกันเหตุไม่คาดฝันทางไฟฟ้า

Sound – เสียง

การทดสอบคุณภาพเสียงผมขอแยกเป็น 2 ส่วน เริ่มจากการใช้งานในห้องรับแขก
ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ต่างจากห้องรับแขกในบ้านทั่วไป

ปกติสภาพแวดล้อมแบบนี้มักจะไม่เอื้ออำนวยสำหรับการติดตั้งลำโพง โดยเฉพาะลำโพงตั้งพื้นเท่าใดนัก เนื่องจากขนาดพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด และลักษณะการใช้งานพื้นที่ที่ค่อนข้างอเนกประสงค์ การจะนำลำโพงไปตั้งเกะกะขวางทาง (แม้ตำแหน่งนั้นจะให้เสียงดี) ก็คงไม่เหมาะ เพราะไม่คุ้มหากเป็นจุดเสี่ยงของการกระทบกระทั่งจนเกิดอันตรายไม่ว่าจะเป็นตัวอุปกรณ์เอง หรือแขกเหรื่อ-ผู้อาศัยก็ตามที อย่างไรก็ดีด้วยการเอื้อประโยชน์ของซิสเต็มลำโพง Elac 6x.2 Series ทำให้ผลการใช้งานมีศักยภาพอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจมากครับ สำหรับพื้นที่ลักษณะนี้

การเอื้อประโยชน์ประการแรก คือ เรื่องของอุปกรณ์เสริมอย่าง Bass Control Foam plug ทั้งนี้ในสภาพการทดสอบ การตั้งวางลำโพง FS 68.2 ไม่ต้องการให้เลยระนาบชั้นวางออกมาเกะกะขวางทาง แน่นอนว่าพื้นที่ขนาดนี้ลำโพงจะอยู่ค่อนข้างชิดผนังหลัง เสียงความถี่ต่ำย่อมได้รับผลกระทบ พูดง่ายๆ ว่าถ้าเป็นลำโพงตั้งพื้นก็คง “เบสบวม” เป็นปกติ และในเคสนี้พบว่าที่ตำแหน่งดังกล่าว การตอบสนองย่านความถี่ต่ำช่วงราว 50~150Hz ล้ำย่านอื่นขึ้นมามากกว่า 4dB การแก้ปัญหาทางกายภาพ (คือไม่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ชดเชย) ที่ง่ายที่สุด คือ ขยับลำโพงออกมาให้ห่างผนังจะลดทอนปัญหาลงได้ไม่มากก็น้อย แต่นั่นเท่ากับลำโพงคงออกมาวางอยู่กลางบ้าน !! ซึ่งเป็นการสร้างปัญหาอย่างอื่นตามมา ทว่าเรามีทางเลือกอื่นที่ดูลงตัวกว่าสำหรับเคสนี้ คือ การใช้ Foam Plug อุดท่อเบส!

หมายเหตุ: การใช้งาน Foam plug สำหรับ FS 68.2 ที่มีท่อเปิดคู่ พบว่า ลักษณะการใช้งาน Foam plug แบบอุดบางส่วน (ใช้แค่วงนอก) มิได้ส่งผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ หากอุดบางส่วน 1 ท่อ จะไม่เกิดผลอย่างมีนัยสำคัญ หากอุดบางส่วน 2 ท่อ ผลลัพธ์จะเทียบเท่าอุดเต็ม 1 ท่อ ผิดกับลำโพงรุ่นวางขาตั้ง หรือเซ็นเตอร์ที่มีท่อเปิดเดี่ยว การอุดแบบบางส่วน กับอุดเต็ม ส่งผลลัพธ์แตกต่างกันค่อนข้างมาก ดังนั้นการใช้งาน Foam plug สำหรับ FS68. 2 จึงเป็นการประเมินว่าจะอุดเต็ม 1 ท่อ หรืออุดเต็มทั้ง 2 ท่อ

การอุดท่อเบสของ FS 68.2 แม้ผลลัพธ์จะเป็นการลดทอนอัตราการตอบสนองความถี่ย่านต่ำลง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยลดทอนความรุนแรงของอาการเบสบวมเมื่อที่ทางวางลำโพงไม่เอื้ออำนวยได้ จากสภาพแวดล้อมข้างต้น จะส่งผลให้ช่วงความถี่ตั้งแต่ 150Hz ลงไป ที่โด่งล้ำย่านกลาง-สูงอยู่ ลดทอนลง แน่นอนว่าส่งผลให้เบสย่านต่ำโดยรวมมีปริมาณลดลง แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือ “ดุลย์เสียง” ที่เที่ยงตรงยิ่งขึ้น และนั่นจะส่งผลให้จุดเด่นของ FS 68.2 ถูกสำแดงออกมาให้รับรู้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น (ไม่ถูกปัญหาเบสบวมกลบไปเสียหมด) ซึ่งการใช้งานในสภาพแวดล้อมนี้ ผมเลือกที่จะใช้ Foam plug อุดที่ท่อเบสของ FS 68.2 ทั้ง 2 ท่อครับ

หมายเหตุ:
– ผลลัพธ์จากการใช้งาน Foam plug จะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ผลการลดทอนย่านความถี่จาก Foam plug จะลดต่ำลงเมื่อลำโพงห่างจากผนังหลังมากขึ้น ผลการใช้งานนี้จึงไม่สามารถใช้อ้างอิงในสภาพแวดล้อมอื่นที่มีตัวแปรต่างออกไป
– การใช้งาน Foam plug ไม่สามารถใช้แก้ไขปัญหาเบสบวมจากผลของเรซโซแนนซ์ภายในห้อง (Room Mode) ที่ทำให้ช่วงความถี่ต่ำบางช่วงแคบๆ โด่งขึ้น

การเอื้อประโยชน์ประการที่สอง คือ แนวเสียงของลำโพงที่ออกไปทางกระะชับ ย่านความถี่ต่ำค่อนข้างเก็บตัวเร็ว ดังนั้นถึงแม้เบสจะบวมนิดๆ (จากปัญหาตำแหน่งตั้งวาง) หากไม่แก้ไขก็ยังพอฟังได้  แม้ลำโพงบางคู่จะให้เบสที่มีมวลหนักหน่วงกว่า แต่ออกจะสร้างความน่ารำคาญ เพราะจะเกิดอาการบวมแบบทั้งยานทั้งคราง ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงมากในการรับฟังในสภาพแวดล้อมเดียวกันนี้ (เป็นการอ้างอิงในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหา) ทว่าแนวเสียงของ Elac ช่วยให้ปัญหาเบสบวมนี้ ไม่ถูกเน้นขึ้นมาชัดเจนมากนัก

อย่างไรก็ดี ผมก็ยังยืนยันว่า ถ้าเป็นไปได้การเลือกขนาดลำโพงที่เหมาะสมกับสภาพใช้งาน นอกจากจะลดทอนปัญหาจากสภาพแวดล้อมที่พยายามจะแก้นี้ได้ส่วนหนึ่งแล้ว ขณะเดียวกันอาจจะลดงบประมาณที่อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ลงได้ (ในซีรี่ส์เดียวกัน ลำโพงเล็กกว่า ย่อมมีราคาต่ำกว่า) กระนั้น หากสถานที่เอื้ออำนวย เชื่อว่างบที่จ่ายไปสำหรับ FS 68.2 จะให้อะไรกลับคืนมาได้อย่างคุ้มค่า ดังจะกล่าวถึงต่อไปครับ

ส่วนที่ 2 เป็นการทดสอบในห้องโฮมเธียเตอร์ ด้วยในห้องทดสอบมีที่ทางมากขึ้น จึงสามารถจัดวางลำโพงให้ได้เสียงที่ลงตัวง่ายกว่า ในกรณีนี้จึงไม่มีการใช้ Foam plug สำหรับ FS 68.2 อย่างไรก็ดีกับ BS 63.2 ในตำแหน่งลำโพงเซอร์ราวด์ที่เสมือนวางแนบผนัง ยังคงต้องใช้ Foam plug โดยเป็นการอุดแบบเต็มท่อ เพื่อรักษาดุลย์เสียงย่านต่ำจากข้อจำกัดของตำแหน่งตั้งวางเช่นเคย

จุดเด่นของ 6x.2 Series (หรือจะว่าเป็นจุดเด่นของลำโพง Elac ก็ได้) คือ ความฉับไว ซึ่งส่งผลเกี่ยวเนื่องไปถึงการตอบสนองสัญญาณแบบ “ฉับพลัน” Sibelius : Finlandia – Eiji Oue : Minnesota Orchestra จาก AV Show 2011HK (SACD) การถ่ายทอดไดนามิกเรนจ์เป็นจุดที่ทำได้อย่างน่าทึ่งสำหรับลำโพงระดับราคานี้ แต่ประเด็นนี้คงต้องอาศัยภาคขยายที่มีคุณภาพสักหน่อย ซึ่ง AVR ระดับราคาสัก 5 หมื่นบาท ขึ้นไป น่าจะตอบสนองในจุดนี้ได้ดีจนเป็นที่น่าพอใจไม่น้อย เสียงดนตรีเพอร์คัสชั่นเป็นสิ่งที่ฟังแล้วชื่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน เพราะทั้งกังวาน และชัดเจน ถึงแม้ว่า 6x.2 Series อาจจะด้อยกว่า 24x Series (ใช้ JET Tweeter บวก Crystal AS Cone) ที่ราคาสูงกว่า ซึ่งให้เสียงความถี่สูงเป็นประกายทอดยาวกว่า แต่ก็ยังฟังแล้วได้อรรถรสอยู่มาก หากพิจารณากันที่ราคา ก็ถือว่า 6x.2 Series ให้ความคุ้มค่าในระดับสูง ซึ่งการใช้งานทวีตเตอร์โดมอ่อนของ 6x.2 ก็ถือว่ามีข้อดีอยู่ เพราะช่วยให้ง่ายต่อการแม็ตชิ่ง เพราะไม่ฟ้องคุณภาพแหล่งโปรแกรม และซิสเต็ม มากเท่ากับ JET

มุมกระจายเสียงย่านเสียงสูง โดยเฉพาะ FS 68.2 กว้างขวางมาก อัตราการตอบสนองย่านสูงช่วงราว 10kHz เมื่อเปรียบเทียบในแนวแกน (โทอิน) และนอกแกน (ตั้งหน้าตรง) พบว่าแตกต่างที่ระดับ 1.5dB เท่านั้น (ลำโพงทั่วไป ปกติค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3dB) ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องโทอิน และผลของการวางหน้าตรงช่วยให้ได้เวทีเสียงที่โอ่อ่า ในขณะที่การถ่ายทอดอิมเมจยังคงชัดเจน กลางไม่โหว่

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ เมื่อชมภาพยนตร์ เอกลักษณ์ของลำโพงช่วยสร้างอรรถรสได้มากโดยเฉพาะกับแนวแอ็คชั่น  Fast Five Blu-ray (DTS-HD MA 5.1) เสียงกระแทก หรือชนของวัตถุ เช่น กระจกแตก เสียงโลหะกระทบ ได้อารมณ์ดีแท้ การตอบสนองย่านต่ำอาจมิได้เน้นปริมาณอวบอิ่ม แต่ให้น้ำหนักโฟกัสได้ดี พละกำลังของ SUB 111.2 ESP เติมเต็มเสียงภายในห้องทดสอบได้อย่างไม่มีปัญหา ถึงแม้ย่านลึกจะจางหายเร็วไปนิดเมื่อเทียบกับซับฯ ขนาดใหญ่ ทว่าก็ชดเชยด้วยความกระชับ ฉับไว จึงสัมผัสการเน้นย้ำได้ค่อนข้างชัดเจน นี่กระมังคือเอกลักษณ์ที่เอื้อมาจากไดรเวอร์ที่ประกอบด้วยวัสดุโลหะ

แล้วไดรเวอร์โลหะทำให้ “เสียงแข็ง” หรือไม่? จากแผ่นบลูเรย์ Adale Live at The Royal Albert Hall Blu-ray (DTS-HD MA 5.1) แม้ว่าแผ่นนี้จะบันทึกเสียงโดยเน้นเสียงร้องมาค่อนข้างเปิดเผย หากเปิดฟังกับบางซิสเต็มอาจจะะรู้สึกว่าเสียงชัดจนออกจัดไปหน่อย แต่กับ Elac 6x.2 Series  ผมมิได้รู้สึกว่า ให้เสียงที่แข็งกระด้างเลย แน่นอนว่าความจะแจ้งเป็นสิ่งที่สามารถรับรู้ได้ มันอาจมิใช่ลำโพงที่ให้เสียงอิ่ม หวาน แต่ถ้าจะเอาแบบนั้นทว่าเสียงออกเนือยๆ ง่วงเหงา ฟังไปแล้วก็อาจจะเบื่อ ตอนแรกผมค่อนข้างกังวลเรื่องความกลมกลืนเมื่อเห็นขนาดเซ็นเตอร์เทียบกับคู่หน้า แต่เมื่อใช้งานจริงกลับไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นเสียงไดอะล็อกจากภาพยนตร์ หรือเสียงร้องจากคอนเสิร์ต ก็ให้น้ำหนักเสียงได้ดี ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าแชนเนลอื่น อานิสงส์คงเป็นผลจากวูฟเฟอร์ที่มีขนาดเดียวกับไดรเวอร์มิดเรนจ์ของคู่หน้า เพียงแค่เซ็ตอัพระบบให้ลงตัวอีกนิดก็ให้ผลลัพธ์ความกลมกลืนที่ดี

Conclusion – สรุป

หากจะกล่าวว่าถูกใจตรงไหนเป็นพิเศษ ก็คงจะเป็น FS 68.2 แม้ขนาดและศักยภาพของมันอาจต้องใช้เวลาพิถีพิถันสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของที่ทางตั้งวาง ซึ่งประเด็นนี้ ส่วนหนึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยความยืดหยุ่นของอุปกรณ์เสริมอย่าง Foam plug อย่างไรก็ดีหากแม็ตชิ่งทุกอย่างลงตัว ทั้งซิสเต็ม และสภาพแวดล้อม จะสนองตอบต่อดนตรีที่ให้ทั้งความมีชีวิตชีวา สนุกสนาน พร้อมๆ กับรูปลักษณ์ที่ดูเก๋ไก๋ ทันสมัย เช่นเดียวกับลำโพงอื่นๆ ในระบบ ที่ประกอบเข้าด้วยกันเป็นซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ที่น่าทึ่ง ในการถ่ายทอดอรรถรสได้อย่างน่าสนใจ

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– แม้ผิวตู้ลำโพงเป็นวัสดุสังเคราะห์ มี 2 สี และเป็นสีเข้มทั้งหมด ตัวเลือกที่เข้ากับรสนิยมจึงอาจไม่หลากหลายนัก แต่สไตล์การออกแบบทันสมัย แผงหน้าดูเรียบ แต่เก๋ไม่หยอก โดยเฉพาะความโดดเด่นของวัสดุโลหะจากไดรเวอร์ที่ตัดกับแผงหน้าที่สะอาดตา จากการที่หน้ากากลำโพงยึดติดด้วยแรงแม่เหล็ก ที่แผงหน้าจึงไม่ต้องมีรูยึด  
– ถ้าได้ภาคขยายที่ถึงพร้อม (อาจจะไม่ถึงกับต้องราคาสูงนัก) เชื่อว่าคุณภาพเสียงที่ได้จากลำโพงชุดนี้จะทำให้ทึ่งได้ไม่ยาก ถึงแม้บางท่านอาจมองว่าแนวเสียงที่กระชับฉับไวจะเอื้อกับการรับชมภาพยนตร์มาก แต่ในการฟังเพลงก็ส่งเสริมอรรถรสเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกับการนำ FS 68.2 ไปรับฟังดนตรีจำพวกคลาสสิก การถ่ายทอดไดนามิก การเน้นย้ำ อยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับลำโพงระดับราคานี้ ในขณะที่น้ำเสียงโดยรวมยังคงไหลลื่น ไม่รู้สึกว่าเครียดแต่อย่างใด
– ลูกเล่นพิเศษที่เอื้อประโยชน์ในการติดตั้งลำโพงให้เสียงลงตัวได้มากยิ่งขึ้น คือ Foam plug ซึ่งใช้ปรับจูนเสียงความถี่ต่ำ โดยจะช่วยลดทอนความรุนแรงจากปัญหาเบสบวมในกรณีระยะตั้งวางชิดผนังหลังมากเกินไป/ นอกจากสไปก์ปรับระดับ ผู้ผลิตยังให้จานรองเข้าชุดกันมาด้วย แม้ขนาดอาจดูเล็ก ตอนใช้จึงต้องเล็งกะตำแหน่งวางแม่นๆ หน่อย แต่ก็ใช้งานได้ดี (ช่วยป้องกันไม่ให้พื้นเป็นรอย)
– จุดเชื่อมต่อสายลำโพงดูดี แนะนำให้เชื่อมต่อสายลำโพงแบบไบไวร์ หรือไบแอมป์จึงจะได้ศักยภาพสูงสุด หากจำเป็นต้องเชื่อมต่อแบบซิงเกิลไวร์ แนะนำให้เชื่อมต่อที่ขั้วบน
– ถือเป็นซิสเต็มลำโพงโฮมเธียเตอร์ระดับราคาไม่เกิน 1 แสนบาท ที่มีศักยภาพน่าสนใจมิใช่น้อย หากชอบสไตล์เสียงที่กระชับฉับไว กับสไตล์รูปลักษณ์ทันสมัย เชื่อว่า Elac 6x.2 Series จะเป็นตัวเลือกที่หาตัวเปรียบเทียบได้ไม่ง่ายเลย

by ชานม !
2012-03

ราคาตั้ง Elac 6x.2 Series
FS 68.2 Floorstanding = 37,800 บาท
BS 63.2 Bookshelf = 19,600 บาท
CC 61.2 Center = 11,400 บาท
SUB 111.2 = 17,900 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้