Skip to content
|

รีวิว ViewSonic M1 โปรเจ็คเตอร์ ที่พกพาไปได้ทุกที่ พร้อมแบตเตอรี่ในตัว และ ลำโพงคุณภาพเยี่ยมจาก Harman Kardon

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 27 Feb 2022 0 comments

 

ทุกวันนี้การพักผ่อนหย่อนใจที่คนเรานิยมกันคงจะหนีไม่พ้นการนั่งดูทีวี ดูละคร หรือ ดูหนังสักเรื่องเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานมาทั้งวัน และถ้าหากว่าเราไม่อยากนั่งอยู่เฉพาะบนโซฟาล่ะ อยากนอนดูหนังบนเตียงแบบสบายๆ อยากดูละครบริเวณสวนนอกบ้านของตัวเอง โดยขนาดของจอภาพที่ได้ยังคงมีขนาดที่ใหญ่กว่า หรือ เทียบเท่าทีวีอยู่ล่ะจะดีแค่ไหน วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับโปรเจ็คเตอร์แบบพกพาจาก ViewSonic รุ่่น M1 ที่จะทำให้ทุกๆ ที่ที่คุณไปเป็นสถานที่่แห่งความบันเทิงอย่างแท้จริง 

สเปกเบื้องต้น

– ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED

– ขาตั้งในตัวสามารถหมุนได้ 360 องศา

– ลำโพงคุณภาพเยี่ยมจาก Harman Kardon

– USB Type-C สำหรับการเชื่อมต่อภาพ และ ชาร์จแบตเตอรี่

– มีแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง

– มีความจุในตัวเครื่อง 16 GB สำรับใส่ไฟล์ต่างๆ 

– ราคา 11,900 บาท

 

ดีไซน์

ตัวเครื่องมาในขนาดเล็กเพียง “ฝ่ามือ” เท่านั้น

การออกแบบของ โปรเจ็คเตอร์แบบพกพา ViewSonic M1 รุ่นนี้ ได้รับรางวัลจากสาขา Design Award 2018 จากสถาบัน iF WORLD DESIGN ซึ่งจากที่ผมได้เห็นแค่แพ็คเกจตัวกล่องครั้งแรกบอกง่ายๆ ได้เลยว่า “ดูแพง” สมกับการได้รับรางวัลจริงๆ ครับ ตัวกล่องมาในโทนสีดำซึ่งดูดีกว่าแพ็คเกจโปรเจ็คเตอร์รุ่นก่อนจาก ViewSonic มาก ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีตรงนี้ต้องขอชื่นชมเลยครับ “ปรบมือ !!!”

กล่องมาในโทนสีดำสวยงาม พร้อม โลโก้ ViewSonic ขนาดใหญ่ที่ฐานของตัวเครื่อง

ในส่วนของตัวเครื่อง M1 โดยรวมจะมาในโทนสีเทาตัดกับสีเงินซึ่ง “ดูเรียบหรู ดูพรีเมี่ยม” พอสมควร โดย ด้านหน้า ของตัวเครื่องจะมีโลโก้แบรนด์ ViewSonic เด่นเป็นสง่า มีตัวรับสัญญาณรีโมท เซ็นเซอร์ Eye Protect และ เลนส์ฉายภาพที่เปรียบเสมือนเป็นหัวใจหลักของตัวเครื่องเลยนั่นเองล

 

ด้านหน้าของตัวเครื่อง

ด้านหลัง จะประกอบไปด้วยปุ่มกดต่างๆ ได้แก่ ปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, ปุ่ม ลด/เพิ่ม เสียง, ปุ่มย้อนกลับ ซึ่งปุ่มต่างๆ บริเวณนี้สามารถใช้ควบคุมเมนูต่างๆ ของตัวเครื่องได้แบบเบื้องต้น เช่น เวลากดปุ่ม Power 2 ครั้งจะเป็นการปิดเครื่อง กดหนึ่งครั้งจะเป็นการ Enter แล้วใช้ปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียงเพื่อทำการขยับ ซ้าย/ขวา แต่ตรงนี้ผมแนะนำว่าให้ใช้รีโมทที่มากับตัวเครื่องจะใช้งานได้สะดวกกว่า บริเวณใต้ปุ่มกดต่างๆ จะมีไฟดวงเล็กๆ เรียงกัน ซึ่งมีไว้เพื่อบอกปริมาณแบตเตอรี่ว่าเหลือเท่าไหร่ ไฟหนึ่งดวงเท่ากับ 20% รวม 5 ดวงจะเท่ากับ 100% ด้านขวาสุดจะเป็นลำโพงคู่ จาก Harman Kardon ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีเกินตัว

ด้านหลังของตัวเครื่อง

ด้านซ้าย ของตัวเครื่อง จะเป็นจุดที่ยึดขาตั้งของตัวเครื่องพร้อมฐานที่มียางแบบเหนียวเล็กน้อยเพื่อช่วยในยึดวางตัวเครื่องไว้กับพื้นผิวที่วางตัวเครื่อง M1 นี้ไว้ให้มั่นคงในทุกๆ พื้นที่ ซึ่งจุดนี้จะมีโลโก้ ViewSonic อีกเช่นกัน โดยขาตั้งนี้สามารถหมุนได้แบบ 360 องศา เวลาไม่ได้ใช้งานตัวเครื่องก็สามารถเลื่อนมาเป็นฝาปิดที่ด้านหน้าตัวเครื่อง เพื่อทำการปิดเครื่องและป้องกันหน้าเลนส์ได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบ แบบ 2 in 1 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ผมชอบมากครับ

โลโก้ ViewSonic ที่บริเวณฐานรองของตัวเครื่อง

ด้านขวา ของตัวเครื่อง จะมีที่หมุนสำหรับปรับโฟกัส พร้อมที่ดึงสำหรับเปิดฝาช่องต่อต่างๆ แต่หากไม่ได้ใช้งานก็สามารถปิดไว้ให้ตัวเครื่องดูเรียบเนียนสวยงาม

ที่หมุนปรับโฟกัส

ด้านล่าง ของตัวเครื่องจะเป็นช่องสำหรับไว้ติดตั้งกับขาตั้งกล้อง เพื่อการใช้งานที่สะดวก ไม่ต้องมาไขน็อตหลายๆ ตัวให้ยุ่งยากเหมือนกับในโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ทั่วไป

ช่องสำหรับติดตั้งกับเพลทขาตั้งกล้อง

เมื่อใส่เพลทของขาตั้งกล้องเข้าไปแล้วจะเป็นแบบนี้

ติดตั้งบนขาตั้งกล้องเรียบร้อยพร้อมใช้งาน

อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีมาให้ในกล่องนั้นได้แก่ อะแดปเตอร์, สายไฟ, USB-C, รีโมท, กระเป๋าสำหรับใส่ตัวเครื่องเพื่อพกพา และ คู่มือการใช้งาน ซึ่งถือว่าให้มาแบบเพียงพอต่อการใช้งานเบื้องต้นครับ

สาย และ อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีให้มาในกล่อง

รีโมท ที่มากับตัวเครื่องนั้นมีขนาดเล็กกำลังดี ให้ปุ่มการใช้งานมาแบบครบครัน ได้แก่ ปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง, ปุ่มการตั้งค่า, ปุ่มเข้าหน้าหลักของตัวเครื่อง, ปุ่มปรับโหมดเสียง จาก Harman Kardon, ปุ่มปิดภาพ, ปุ่มปรับสี่เหลี่ยมคางหมู, ปุ่มลูกศรกับปุ่ม Ok, ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่ม Play/Pause, ปุ่ม Mute เสียง และ ปุ่มเพิ่มลดเสียง

รีโมทมาในขนาดเล็กกำลังดี

 

ช่องต่อ

ช่องต่อต่างๆ ของ M1 เครื่องนี้ให้มาแบบครบครันพอสมควร โดยมี ช่องต่างๆ ดังนี้ 

– Micro SD Card สำหรับใช้ในการเล่นไฟล์ต่างๆ

– DC In ช่องชาร์จไฟแบตเตอรี่

– USB-C ที่รองรับสัญญาณภาพและเสียงได้ รวมถึงสามารถใช้ช่องทางนี้ในการชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ได้ด้วยเช่นกัน

– HDMI 1.4 ที่รองรับสัญญาณภาพได้มากสุดที่ 1080p 60Hz กับ ภาพ 3D แบบ 1080p 

– ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. 

– ช่อง USB 2.0 สำหรับใช้ในการเล่นไฟล์ต่างๆ ผ่าน Flash drive หรือ External HDD รองรับสูงสุดที่ 1TB

 

ช่องต่อต่างๆ ที่อยู่บริเวณด้านขวาของตัวเครื่อง

ทดสอบการต่อ HDMI กับ NoteBook ทั่วไป

USB-C สามารถส่งสัญญาณภาพและเสียงได้ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับอย่าง MacBook Pro

 

เพิ่มเติม

ถึงแม้ว่าเจ้า M1 เครื่องนี้จะเป็นโปรเจ็คเตอร์พกพาขนาดเล็ก แต่ลูกเล่นที่ใส่มาให้ก็ไม่ได้น้อยไปตามขนาดเลย ตัวเครื่องมาพร้อมขาตั้งที่สามารถหมุนได้แบบ 360 องศา ทำให้เราสามารถใช้งานตัวเครื่องได้แทบทุกที่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นฉายกับผนัง ฉายขึ้นเพดานเวลานอนดูก็ทำได้ หรือจะนำไปใช้งานนอกสถานที่ก็ทำได้สบายๆ

ขาตั้งของตัวเครื่องสามารถหมุนได้ถึง 360 องศา

ฉายขึ้นเพดานเมื่อนอนดูก็ทำได้

เพื่อให้ M1 เครื่องนี้เป็นโปรเจ็คเตอร์แบบพกพาอย่างแท้จริง ทาง ViewSonic จึงได้ทำการใส่แบตเตอรี่ที่สามารถ ใช้งานได้ สูงสุด 6 ชั่วโมง มาให้ (แต่ในการใช้งานจริงอาจอยู่ที่ระหว่าง 2.5 ถึง 6 ชั่วโมง) อยู่ที่การใช้งานกับการเลือกโหมดความสว่างของการฉายภาพ และ M1 เครื่องนี้ยังมี หน่วยความจำในตัวมาให้ 16 GB ที่สามารถใส่ไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ ภาพ เพลง รวมถึงไฟล์เอกสารต่างๆ ให้สามารถพร้อมเปิดใช้งานรับชมได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ ให้ยุ่งยาก

มีแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถใช้งานได้สูงสุด 6 ชั่วโมง

มีหน่วยความจำในตัวเครื่องมาให้ 16 GB

หลังจากเปิดเครื่องขึ้นมาเราจะพบกับหน้าหลักของตัวเครื่อง หรือ หน้า Home ที่จะมีเมนูให้เลือกช่องสัญญาณ Input ต่างๆ รวมการเข้าถึงหน่วยความจำทั้งภายใน และ ภายนอกตัวเครื่อง อย่าง Micro SD Card กับ ช่อง USB

หน้า Home หรือ เมนูหลักของตัวเครื่อง

สามารถเลือกภาพพื้นหลังของตัวเครื่องได้ผ่านหัวข้อ วอลล์เปเปอร์ (Wallpaper)

ในการทดสอบการเล่นไฟล์ต่างๆ ผมได้ทำการเสียบ External HDD ความจุ 2TB ซึ่งเกินกว่าที่สเปกระบุไว้ว่า รองรับมากสุดที่ 1TB แต่ผลปรากฏว่าตัวเครื่องสามารถอ่านได้ เรียกว่าให้มาเกินสเปก แต่ถือเป็นสิ่งที่ดีเลยครับ โดยในการทดสอบผมได้ลองคัดลอกไฟล์ไปใส่ในหน่วยวามจำในตัวเครื่องบางส่วนด้วย ซึ่งตัวเครื่องสามารถเล่นไฟล์ทั้งในตัวเครื่องรวมถึงผ่าน USB ได้เหมือนกันในทุกรูปแบบไฟล์ที่รองรับ 

ผมได้ทำการทดสอบเปิดไฟล์ MKV หลากหลายไฟล์ ตัวเครื่องสามารถเล่นได้หมด แต่บางไฟล์ไม่สามารถเล่นเสียงออกมาได้ เนื่องจากตัวเครื่องไม่รองรับเสียงในรูปแบบ Dolby Digital กับ DTS รองรับแค่เสียงแบบปกติ หรือ AAC รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนเสียงไปภาษาอื่นหรือเลือกคำบรรยายได้ ซึ่งจุดนี้ผมแนะนำให้ดูเป็นไฟล์เสียงแบบพากย์ไทย หรือ บรรยายไทยแบบฝังมาในภาพเลยจะสะดวกการใช้งานกว่าครับ

ในส่วนของการเล่นแบบอื่นๆ อย่างไฟล์เพลง ผมได้ลองนำไฟล์เพลงแบบ MP3 และ WAV มาลองเปิดดู ตัวเครื่อง M1 ก็สามารถเล่นได้แบบผ่านฉลุยครับ

 

สามารถเล่นไฟล์เพลงได้

ไฟล์ภาพ JPG รวมถึงไฟล์เอกสารต่างๆ จาก Microsoft Office เช่น Word, PowerPoint และ Excel ก็สามารถอ่านและแสดงผลออกมาได้แบบไม่มีผิดเพี้ยน แต่เสียดายตรงที่ว่าไม่สามารถอ่านไฟล์แบบ PDF ได้

ไฟล์ Word

ไฟล์ Excel ก็อ่านได้เช่นกัน

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Watchmen

ViewSonic M1 เครื่องนี้แม้ว่าจะเป็นโปรเจ็คเตอร์แบบพกพาแต่ในเรื่อง คุณภาพเรื่องภาพก็อยู่ในระดับที่ดี ไม่ได้มาเล่นๆ ตามขนาดของตัวเครื่องเลย  

สเปกด้านภาพนั้นใช้หลอดภาพแบบ DLP LED ที่สามรถใช้งานได้สูงสด 30,000 ชั่วโมง อัตราส่วนภาพ 16:9 ความละเอียด WVGA 854 x 480 Pixel ความสว่างสูงสุด 250 LUMENS มี DYNAMIC CONTRAST อยู่ที่ 120,000:1 ในเรื่องระยะฉายสามารถฉายได้ตั้งแต่ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ที่ระยะ 0.6 เมตร จนถึงขนาดใหญ่สุดที่ 100 นิ้ว ที่ระยะ 2.54 เมตร แต่ขนาดที่แนะนำและคมชัดที่สุดจะอยู่ที่ขนาดหน้าจอประมาณ 60 นิ้ว ที่ระยะฉาย 1.8 เมตรโดยประมาณครับ

เล่นเกมชิวๆ อย่าง Counter-Strike ก็เพิ่มความสนุกได้ดีทีเดียว

สำหรับเรื่องภาพและสีสันโดยรวมของ M1 เครื่องนี้นั้นถือว่าดีพอตัวเลย ให้สีสันสวยงาม โดยโหมดภาพที่ผม แนะนำคือโหมดโรงภาพยนตร์ (Cinema) เพราะให้ภาพได้ใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด แต่หากอยากได้ความสว่างโดยรวมของภาพขึ้นมาอีกนิด โหมดมาตรฐาน (Standard) ก็สามารถใช้ได้ดีอยู่เช่นกัน ส่วน โหมดสว่างที่สุด (Brightest) แนะนำให้ใช้ในกรณีที่ต้องการความสว่างสูงสุดจริงๆ แล้วกันครับเพราะโหมดนี้จะให้ภาพที่ค่อนข้างโพลนรายละเอียดภาพหายไปเยอะพอสมควร

ค่าอุณหภูมิสีของแต่ละโหมด ค่อนข้างติดโทนเย็น

ภาพจากการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง Moana

โหมดภาพต่างๆ ของ M1

เรื่องความสว่างถึงแม้จะไม่เยอะมากแค่ 250 LUMENS แต่หากห้องหรือสถานที่ฉายสามารถคุมแสงได้ ภาพที่ได้ถือว่าชัดเจนดูได้แบบสบายๆ เลย โดยโหมดความสว่างที่ แนะนำ ให้ใช้จะเป็น โหมดเต็ม (Full) หรือ โหมดอีโค (ECO) ที่ความสว่างยังอยู่ในระดับที่พอดี สู้แสงได้อยู่บ้าง แต่หากใครต้องการจะประหยัดแบตเตอรี่แนะนำให้เลือกใช้ เอ็กซ์เทนเด็ดอีโค (Extended Eco) ที่ความสว่างจะลดจากโหมดเต็ม (Full) ไปประมาณ 35% เปอร์เซ็น ซึ่งการประหยัดรวมถึงภาพที่ได้ยังอยู่ระดับรับได้ ส่วน โหมดการประหยัดแบตเตอรี่ (Battery Saving) นี้ค่อนข้างให้แสงที่มืดมาก แนะนำว่าให้ใช้งานในกรณีที่อยู่ห้องที่มืดสนิท 100% หรือ ต้องการประหยัดแบตเตอรี่แบบจริงๆ ค่อยเลือกใช้โหมดนี้ครับ

โหมดความสว่างของ M1

เนื่องจากในสเปกของ M1 เครื่องนี้บอกไว้ว่า รองรับภาพแบบ 3 มิติ ได้ด้วย แต่ในกล่องไม่ได้มีแว่น 3 มิติ แถมมาให้ ทางผู้เขียนจึงได้นำแว่น  3D DLP Projector ของตนเองมาทดสอบ เพราะแว่น 3D ชนิดนี้รองรับการใช้งานได้กับโปรเจ็คเตอร์ทุกรุ่นที่เป็น 3D DLP Projector

ในการทดสอบ ได้ทำการเล่นไฟล์ 3D แบบ Side by Side ผ่านตัวเครื่องฉายเองเลย ผลคือสามารถเล่นได้ไม่มีปัญหา ตัวเครื่องสามารถรวมภาพ ซ้าย-ขวา ให้เป็นภาพเดียวเพื่อแสดงผล 3 มิติ ออกมาได้ รวมถึงการรับสัญญาณภาพจากแผ่นหนัง 3 มิติ ผ่านเครื่องเล่น Blu-ray 3D ที่เป็นสัญญาณแบบ Full 3D ผ่านทาง HDMI ตัวเครื่อง M1 ก็สามารถแสดงผลภาพ 3 มิติออกมาได้ไม่มีปัญหา

ไฟล์ 3 มิติแบบ Side by Side ก่อนรวมภาพ

หลังรวมภาพแล้วจะแสดงเป็นภาพซ้อนกันแบบนี้

ภาพ 3 มิติ ที่ได้อยู่ในระดับพอใช้ได้ มิติภาพลอย และ ลึกในแบบพอดีๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะความละเอียดของภาพไม่เยอะมากเลยทำให้ภาพโดยรวมดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ ถือว่าเป็นของแถมสำหรับโปรเจ็คเตอร์เครื่องนี้ก็แล้วกันครับ

*แว่นตา 3 มิติ ที่ผมใช้ทดสอบเป็นของ 3D DLP  Projector ที่ผู้เขียนมีอยู่แล้วนำมาทดสอบร่วมกันเอง ไม่ใช่แว่นจากทาง View Sonic แต่อย่างใด*

สรุปเรื่องภาพ

โดยรวม ViewSonic M1 เครื่องนี้ให้สีสันของ ภาพอยู่ในระดับที่ดี สีสันมีความอิ่ม อาจติดโทนเย็นไปบ้าง แต่โดยรวมต้องถูกใจผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน และหากเทียบกับขนาดตัวเครื่องกับราคาระดับนี้ถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียว สามารถรับชมภาพยนตร์ วีดีโอ รูปภาพต่างๆ รวมถึงงานเอกสารได้เป็นอย่างดีเลยครับ

เสียง

ลำโพงคุณภาพเยี่ยมจาก Harman Kardon

ในส่วนของเสียง จากการที่เราเห็นโลโก้ Harman Kardon นั้นก็ช่วยให้เราอุ่นใจได้เลยว่าเสียงจากโปรเจ็คเตอร์ M1 เครื่องนี้ต้องออกมาดีในพอสมควร 

โหมดเสียงที่ตัวเครื่องให้มามี 3 แบบ ด้วยกัน คือ

Movie – ที่จะช่วยยกระดับเสียงในทุกๆ ย่านรวมถึงเสียงพูดให้มีความชัดจัดจ้าน

Bass Booster – จะเพิ่มปริมาณเสียงเบสขึ้นมาอีกระดับโดยรวมทำให้ฟังดูมีน้ำมีเนื้อในระดับหนึ่ง

Instrumental – โหมดนี้จะให้เสียงที่ออกเรียบๆ แบบไม่ปรุงแต่ง ฟังสบายๆ ได้ทุกๆ คอนเทนต์

โหมดเสียงต่างๆ

ในการทดสอบเปิดภาพยนตร์รวมถึงเพลงต่างๆ เนื้อเสียงโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีเลย เสียงที่ได้จะออกแนวเน้นชัดย่านกลาง เน้นเสียงพูด เสียงร้อง เสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ส่วนเรื่องเสียงเบสเนื่องจากตัวลำโพงมีขนาดเล็กเสียงเบสที่ได้อาจไม่ได้กระหึ่ม แต่เนื้อเสียงโดยรวมก็ฟังดูดีมีน้ำหนัก ฟังดูใหญ่เกินตัวระดับหนึ่งเลยครับ 

โดยโหมดเสียงที่ แนะนำ ให้ใช้สำหรับการ ดูหนังหรือวีดีโอต่างๆ คือ โหมด ภาพยนตร์(Movie) เพราะจะช่วยยกระดับสียงพูด เสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ให้มีความชัดเจน ทำให้ดูหนังสนุกมากขึ้น ส่วนการ ฟังเพลงแนะนำ ให้ใช้เป็น โหมด เบสบูสเตอร์ (Bass Booster) เพราะเนื้อเสียงโดยรวมจะไม่ถูกปรับแต่งมาก จะเพิ่มแค่ย่านเสียงเบสขึ้นมาหน่อยทำให้โดยรวมฟังเพลงได้ดีครับ

สรุปเรื่องเสียง

โดยรวมเสียงของ M1 เครื่องนี้ อยู่ในระดับดี ให้เสียงชัดเจน เปิดดังได้ในระดับหนึ่ง โดยหากอยู่ในที่เงียบๆ อย่างในบ้านหรือห้องนอน เรื่องเสียงนี่เรียกว่าสอบผ่านเลยครับ

 

สรุป

โปรเจ็คเตอร์แบบพกพาจาก ViewSonic รุ่น M1 นี้ เป็นโปรเจ็คเตอร์ที่มีคุณสมบัติที่ครบครันพอตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กเท่าฝ่ามือ ขาตั้งหมุนได้ 360 องศา แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 6 ชั่วโมง ช่องต่อต่างๆ ที่ครบครัน มีหน่วยความจำในตัว คุณภาพของภาพอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงลำโพงจาก Harman Kardon ที่ให้เสียงดีเกินขนาดตัว ทำให้ M1 เครื่องนี้เป็นโปรเจ็คเตอร์แบบพกพา ที่สะดวกในการใช้งาน พร้อมนำไปสร้างความบันเทิงให้กับทุกคนได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างแท้จริงครับ

ข้อดี

1.ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา สะดวกในการพกพาไปใช้งานในที่ต่างๆ

2.มีแบตเตอรี่และหน่วยความจำในตัวทำให้สามารถใช้แบบ Stand Alone ได้

3.ลำโพง Harman Kardon ที่ให้เนื้อเสียงที่ดี ใหญ่เกินตัว

4.ขาตั้งแบบ 360 องศา ช่วยพลิกแพลงการติดตั้งได้หลากหลาย

5.มี USB-C ที่สาารถใช้รับสัญญาณภาพและเสียง พร้อมใช้ชาร์จแบตเตอรี่ได้

ข้อเสีย

1.ความสว่างของภาพอาจไม่สูงมากนัก แต่หากฉายในห้องที่คุมแสงได้ 100% ภาพที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลย

2.ความละเอียดเป็นแบบ WVGA อาจไม่เท่ากับเครื่องฉายทั่วไป แต่หากฉายที่จอขนาดประมาณไม่เกิน 50 ถึง 60 นิ้วภาพที่ได้อยู่ในเกณฑ์ดี

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification

Leave your email and we will notify as soon as the product/variant is back in stock

is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้