Skip to content
|

สัมผัสคุณภาพเสียงระดับ Best-seller !! รีวิว Wharfedale Diamond 122 Bookshelf Speaker

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 08 Jan 2022 0 comments

Hi-Fi Speaker System

Wharfedale Diamond 122

อีกหนึ่ง “อัญมณี”
ประดับวงการลำโพง !!

ในบรรดาลักษณะลำโพงที่วางขายกันอยู่ ลำโพงวางขาตั้งขนาดกลางน่าจะเป็นรูปแบบที่เอื้อต่อการใช้งานมากที่สุด ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ การตอบสนองความถี่ที่ครอบคลุมกับปริมาณเบสที่เพียงพอต่อการใช้งานหลากหลาย ในขณะที่ขนาดไม่ได้ใหญ่โตมากนัก การติดตั้งจึงไม่ต้องการพื้นที่มากเหมือนลำโพงตั้งพื้น ความเสี่ยงที่เบสบวมในบางสถานการณ์ก็ย่อมจะน้อยกว่า… วันนี้จะมาทดลองใช้งานอีกหนึ่งลำโพงวางขาตั้งในตระกูล Diamond ที่ถือเป็นรุ่นที่ขายดีตลอดกาลของ Wharfedale รวมถึงการใช้งานในแบบ 2.1 ด้วยครับ

Design – การออกแบบ

กล่าวถึง Diamond 122 เป็นลำโพงวางหิ้งลำดับที่ 2 ของ Wharfedale Diamond 100 Series
หากเทียบขนาดของ 122 จะเหมือนกับเอาลำโพงวางพื้นรุ่น 155 ไปตัดส่วนล่างออก

ตัวขับเสียงที่ติดตั้งมาก็มีขนาดเท่ากันกับ 155 คือ ทวีตเตอร์โดมผ้าเส้นผ่านศูนย์กลางที่ 25mm ติดตั้งไว้ภายในโครงสร้าง “เวฟไกด์” แบบใหม่ มองเผินๆ คล้ายขอบเซอร์ราวด์ของวูฟเฟอร์ แต่อันที่จริงเป็นวัสดุสังเคราะแข็ง หล่อขึ้นเป็นรูปทรงเพื่อควบคุมมุมกระจายเสียงของทวีตเตอร์

ในส่วนของวูฟเฟอร์มิดเรนจ์/เบส ขนาด 6 1/2 นิ้ว นั้น ท่านใดที่คุ้นเคยกับลำโพงของ Wharfedale มาก่อน จะทราบว่าเจ้านี้เขาเลือกใช้วัสดุสังเคราะห์นำมา “ถักสาน” เป็นไดอะแฟรมมาช้านาน สำหรับ Diamond Series ก็ยึดมั่น Woven Kevlar เช่นเคย

ลวดลายถักสานบนผิวไดอะแฟรมที่เห็น คือ “เคฟล่าร์” แต่ที่พิเศษ คือ ผนวกลักษณะโครงสร้าง “ลายแฉก” จากรูปทรงครึ่งวงรี (Semi-elliptical) วางเรียงในแนวรัศมี ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่ทาง Wharfedale ใช้เสริมเพิ่มความแกร่งให้กับไดอะแฟรมของรุ่นไฮเอ็นด์ (Jade) เพื่อเพิ่มความแกร่ง ป้องกันการเสียรูป

นอกจากนี้ในส่วน “ขอบเซอร์ราวด์” ก็ยังมีลวดลายเป็นเส้นตัดไขว้กันไปมา (เหมือนกากบาท) ทาง Wharfedale เรียกว่า “Diamond Pattern” ซึ่งเป็นเทคนิคเสริมเพิ่มเสถียรภาพ ลดทอนปัญหาคลื่นสั่นค้าง ช่วยให้ไดรเวอร์หยุดตัวได้ดีขึ้น

(ซ้าย) Wharfedale Diamond 100 Series และ (ขวา) Wharfedale Jade Series
รูปนี้เปรียบเทียบให้เห็นว่า เทคโนโลยีตัวตู้ลำโพงของ Diamond 100 ถ่ายทอดลงมาจากรุ่น Jade โดยตรง

122 แม้จะเป็นลำโพงแบบวางขาตั้ง ตัวตู้ไม่ใหญ่ แต่การปรับจูนตัวตู้ก็ไม่แพ้รุ่นใหญ่

ลักษณะการออกแบบ Bass-reflex ที่มิได้ใช้ “ท่อ” ดังเช่นลำโพงทั่วๆ ไปนั้น อาศัยช่องเปิดจัดวางไว้ด้านล่างตู้ลำโพง จึงมีการเว้นระยะตู้ลำโพงกับแผ่นฐาน (plinth) ออกจากกัน การทดสอบใช้งานในเบื้องต้นพบว่า ลักษณะดังกล่าวมีส่วนช่วยยกลอยตู้ลำโพงจากปัญหาการกระพือของโครงสร้างรองรับด้านล่างตู้ลำโพงได้ด้วยครับ

ขั้วลำโพงด้านหลัง จัดวางแบบสับหว่างอันเป็นเอกลักษณ์ของ Wharfedale
อันจะช่วยให้การเสียบต่อสายลำโพงทำได้สะดวกดีมาก ไม่ว่าจะเข้าสายแบบปลายเปลือย
หางปลา หรือ บานาน่า ไปจนถึงโครงสร้างสายลำโพงใหญ่ก็ดำเนินการได้ไม่ติดขัด

หน้ากากลำโพงดูเก๋ดี โดยแยกอิสระสำหรับทวีตเตอร์และวูฟเฟอร์
ไม่ได้เป็นชิ้นเดียวปิดคลุมไปทั้งแผงหน้าเหมือนลำโพงทั่วไป

นอกเหนือจาก Diamond 122 ลำโพงวางขาตั้งแล้ว ทางตัวแทนจำหน่าย คือ Hi-Fi Tower ได้ส่งลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ในซีรี่ส์ Powercube SPC ที่เข้าชุดกัน เพื่อนำมาทดสอบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใช้งานในแบบ 2.1 ด้วย

หากจำกันได้ ลำโพงซับวูฟเฟอร์ซีรี่ส์นี้ ก็ประกอบอยู่ในชุดโฮมเธียเตอร์ Wharfedale Diamond 100 Series
ที่รีวิวไปก่อนหน้าแล้วนั่นเอง แต่จุดที่ต่างกัน คือ “ขนาดรุ่น” โดยครั้งนี้เป็นรุ่น SPC-12 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า
และถือเป็นรุ่นใหญ่ที่สุดของซีรี่ส์ Powercube SPC

ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 12 นิ้ว พร้อมภาคขยาย Class D กำลังขับสูงถึง 400W (850W Peak)

งานประกอบตัวตู้ ความสวยงามโดยรอบของซีรี่ส์ SPC จาก Wharfedale ทำได้ประณีตเรียบร้อยดี จุดที่ผมชอบมาก คือ ตำแหน่งปุ่มปรับระดับวอลลุ่ม และปุ่มปรับจุดตัดความถี่ (หรือครอสโอเวอร์) ติดตั้งไว้ด้านบนของตัวตู้ เยื้องมาทางด้านหน้า ซึ่งเอื้อต่อการใช้งานมากกว่าติดตั้งไว้ข้างหลังแบบที่ผู้ผลิตมักทำกับซับวูฟเฟอร์ทั่วไป

แต่ที่พิเศษสุด คือ จะมีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว เมื่อเอื้อมมือผ่านไปใกล้ๆ ไฟวงแหวนสีขาวจะติดสว่างขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ แบบนี้ถึงแม้วางลำโพงซับวูฟเฟอร์ไว้มุมห้องมืดๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมองไม่เห็นปุ่มปรับ

อย่างไรก็ดี จุดติดตั้งเชื่อมต่อสายสัญญาณ และ ปุ่มปรับเซ็ตบางอย่าง อาทิ เมนเพาเวอร์สวิตช์ และปุ่มปรับชดเชยเฟส (0°/180°) ยังคงต้องติดตั้งอยู่ด้านหลังตัวตู้นะครับ แต่ไม่ใช่จุดที่ต้องกังวล เพราะไม่ได้ดำเนินการกันบ่อยๆ

เมื่อพิจารณาดูจุดเชื่อมต่อด้านหลัง จะพบว่าให้มาครบครัน ทั้งช่องต่อสัญญาณแบบ Low-level RCA แยกมาให้ทั้งแบบ Stereo Input สำหรับเชื่อมต่อกับ Preamp/Integrated Amp (ผ่านทางช่อง Pre out) และ Mono (LFE) Input สำหรับเชื่อมต่อกับ SW Out ของ A/V Receiver/Pre Processor

และยังมี ช่องสัญญาณแบบ High-Level หรือ Speaker Level Input สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณทางสายลำโพง ร่วมกับภาคขยายที่ไม่มี Pre out รายละเอียดการติดตั้งเชื่อมต่อสัญญาณมายัง SPC-12 จะกล่าวถึงอีกครั้งในหัวข้อ Setup – การติดตั้ง ครับ

อีกจุุดที่ไม่กล่าวถึงมิได้ คือ เดือยแหลมปรับระดับ (Spike) ที่ให้มาในชุด
จำเป็นต้องติดตั้งเข้ากับตัวตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์เพื่อความมั่นคง ห้ามละเลยเป็นอันขาด!

ในการติดตั้งเดือยแหลมนั้น สามารถใช้งานร่วมกับแท่นรับที่เป็นยางสังเคราะห์ เพื่อป้องกันปลายของเดือยแหลมเจาะหรือขีดข่วนพื้นเป็นริ้วรอยเสียหาย ซึ่งการใช้งานในขั้นตอนทดสอบที่เป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ก็ติดตั้งเดือยแหลมร่วมกับแท่นรับยางสังเคราะห์เช่นกันครับ พบว่า ให้ความมั่นคงดีมาก

Setup – การติดตั้ง

ที่ฐานด้านล่างลำโพงวางขาตั้งอย่าง 122 จะมีการติดตั้งวัสดุสังเคราะห์อยู่ (ซึ่งทำหน้าที่ปิดหัวสกรูยึดฐานกับตัวตู้ไปพร้อมกัน) และด้วยโครงสร้างฐานที่แยกออกจากตัวตู้ อาจไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุรองรับอย่างอื่นเพื่อลดทอนผลจากเรโซแนนซ์ ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า เทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ดีถ้าจะยึดกับฐานตั้งวางไว้สักหน่อยเพื่อความมั่นคง ไม่ให้เลื่อนไถลง่าย อาจะติดบลูแท็กไว้ด้วยก็ได้

การติดตั้งใช้งานสำหรับลำโพงวางขาตั้ง นอกเหนือจากวัสดุรองรับที่มั่นคง และยกระดับความสูงของทวีตเตอร์ให้ใกล้เคียงกับระดับหูของผู้ฟังแล้ว ตำแหน่งตั้งวางก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยมิได้เช่นกัน

สำหรับลำโพงวางขาตั้ง (รุ่น 121 และ 122) ควรมีระยะตั้งวางห่างจากผนังด้านหลัง และด้านข้างลำโพงสักเล็กน้อย เนื่องจากหากวางลำโพงชิดผนังมุมห้องมากเกินไป ถึงแม้จะได้ปริมาณเบสเพิ่มขึ้น แต่ก็เสี่ยงที่เบสจะบวมได้ ผลที่ตามมา คือ รายละเอียดเสียงย่านอื่นจะถูกกลบความเด่นลง เสียงก็จะคลุมเครือ

จากคู่มือการใช้งานของ Wharfedale แจ้งว่า 121 และ 122 ระยะห่างควรมีอย่างน้อย 5 ซม. ขึ้นไปสำหรับผนังด้านหลัง และ 70 ซม. สำหรับผนังด้านข้าง ซึ่งระยะห่างจากผนังด้านหลังที่ 5 ซม. อาจจะเพียงในกรณีที่ลำโพงรับหน้าที่เป็นลำโพงเซอร์ราวด์ในระบบโฮมเธียเตอร์ แต่หากเป็นลำโพงคู่หน้าของระบบโฮมเธียเตอร์ หรือเมื่อใช้งานเป็นลำโพงไฮไฟ 2 แชนเนล ควรเว้นระยะห่างจากผนังด้านหลังมากขึ้น ระยะที่เหมาะสมนอกจากดุลเสียงที่เที่ยงตรงขึ้นแล้ว การแจกแจงมิติด้านลึก ก็จะดีขึ้นด้วย ในจุดนี้นี้คงต้องทดลองไฟน์จูนตามความเหมาะสมตามแต่สถานที่ครับ

อีกจุดที่คู่มือแนะนำ และผมก็เห็นดีด้วย คือ “การโท-อิน” ครับ การเอียงหน้าลำโพงเข้าหาตำแหน่งนั่งฟังจะช่วยให้การแจกแจงรายละเอียดย่านสูงทำได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระยะห่างของลำโพงทั้ง 2 ข้างห่างกันมาก การวางหน้าตรงอาจพบว่าความกระจ่างย่านปลายเสียงขาดหายไป

การเชื่อมต่อใช้งาน 122 ร่วมกับซับวูฟเฟอร์ SPC-12 แบบซิสเต็มลำโพง 2.1

หากอ้างอิงการใช้งานร่วมกับอินทิเกรตแอมป์ Audiolab 8200A มี 2 ทางเลือก

1.การเชื่อมต่อสัญญาณไปยังลำโพงซํบวูฟเฟอร์ จากช่องสัญญาณ Pre-out ของ 8200A ไปยัง Low-level Input ของ SPC-12 ผ่านสายสัญญาณ RCA (คลิกที่รูป เพื่อขยาย)

2. การเชื่อมต่อสัญญาณไปยังลำโพงซํบวูฟเฟอร์ จาก Speaker Output ของ 8200A ไปยัง Speaker-level Input ของ SPC-12 ผ่านสายลำโพง (คลิกที่รูป เพื่อขยาย)

การทดสอบนี้จะเป็นการเชื่อมต่อตามวิธีที่ 2 ทาง Speaker-level Input เหตุผลเพื่อความสะดวก เพราะสามารถจัดหาสายลำโพงที่มีขนาดค่อนข้างยาวได้ง่ายกว่าสายสัญญาณ RCA ครับ

หลังจากเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว สิ่งสำคัญประการถัดมา ที่ไม่อาจละเลยเป็นอันขาด คือ การเซ็ตอัพไฟน์จูนเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้กลมกลืนเข้ากับลำโพงหลัก ซึ่งขั้นตอนจะซับซ้อนกว่าการเซ็ตอัพใช้งานซับวูฟเฟอร์กับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ เนื่องจากจะไม่มีระบบตรวจวัดผลและตั้งค่าช่วยเหลือแบบอัตโนมัติใดๆ จึงต้องดำเนินการแบบแมนนวลด้วยตนเองเท่านั้น หากดำเนินการในขั้นตอนนี้ไม่ลงตัว เสียงของลำโพงหลัก และซํบวูฟเฟอร์จะแปลกแยกจากกัน ฟังแล้วผิดธรรมชาติ หากเป็นเช่นนี้ สู้ฟังแบบ 2.0 จะดีกว่า

ถึงแม้วิธีการออกจะซับซ้อน แต่ใช่ว่าการเซ็ตอัพระบบ 2.1 จะเป็นเรื่องที่ลำบากลำบนหรือเป็นไปไม่ได้แต่อย่างใด จุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ จุดตัดความถี่เสียง (Low-pass Filter – LPF) และระดับเสียง (Level) ของซับวูฟเฟอร์

ความยากอยู่ที่ตรงที่จุดตัดความถี่ LPF จะต้องสัมพันธ์ต่อเนื่องกับผลการตอบสนองความถี่ย่านต่ำของลำโพงหลัก (ในที่นี้ คือ 122) โดยทำการอ้างอิงในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง ซึ่งสภาพและขนาดของห้องฟัง ผลกระทบจากสภาพอะคูสติก ระยะห่างของลำโพงกับผนังหลังและผนังข้าง ฯลฯ จะทำให้ย่านความถี่ต่ำของลำโพงหลักตรงนี้ แตกต่างกันไป ส่งผลให้จุดตัดความถี่ครอสโอเวอร์แตกต่างไปด้วย หากกำหนดจุดตัดความถี่สูงไป ปริมาณย่านความถี่เสียงที่ซ้อนทับกันจะโด่งขึ้น แต่หากกำหนดจุดตัดต่ำไป จะเกิดการขาดหายของย่านความถี่บริเวณจุดตัด หากอาศัยหูในการฟังสามารถสังเกตจากจุดนี้ได้

ระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์เป็นอีกจุดที่มักจะดำเนินการผิดพลาดจนส่งผลลดทอนผลลัพธ์การใช้งานซิสเต็ม 2.1 ทั้งนี้โดยทั่วไปมักจะกำหนดระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์ไว้สูงกว่าปกติ เพื่อพยายามให้รู้สึกว่าซับวูฟเฟอร์แสดงตัวเหมือนทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์ที่กลมกลืนผสานเป็นเนื้อเดียวกับลำโพงหลักมากเพียงใด จะเสมือนว่าลำโพงซับวูฟเฟอร์หายไป และเสียงทั้งหมดออกมาจากลำโพงหลัก ความเป็นธรรมชาติก็จะมากตาม

ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องของเฟส (Phase) ถ้าว่ากันที่ความสำคัญ อาจไม่มากเท่าจุดตัดความถี่และระดับเสียง ทว่าเฟสก็มีส่วนไม่น้อยในแง่ของความกลมกลืน… เป็นกฏธรรมชาติที่คลื่นเสียงจากแหล่งกำเนิดต่างกันคนละที่ (และเวลา) ย่อมจะมีประเด็นเรื่องของเฟสที่จะหักล้างหรือส่งเสริมกันซึ่งกันและกัน แน่นอนว่าลำโพงหลักและซับวูฟเฟอร์ ก็เป็นแหล่งกำเนิดเสียงที่ทำหน้าที่อิสระวางห่างกันคนละจุด การชดเชยปัญหาการหักล้างทางเฟสสามารถดำเนินการผ่านปุ่มปรับเฟสด้านหลังลำโพงซับวูฟเฟอร์ได้ ถึงแม้ความละเอียดจะไม่มาก เพราะปรับได้เพียง 2 ตำแหน่ง แต่ก็ช่วยได้ในบางกรณี

สำหรับสภาพแวดล้อมในห้องทดสอบของทีมงาน ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยราว 20 ตร.ม. ระยะห่างของ 122 จากผนังด้านหลัง (วัดถึงระนาบทวีตเตอร์) อยู่ที่ราว 102 ซม. ห่างจากผนังด้านข้าง (วัดถึงกึ่งกลางทวีตเตอร์) ราว 89 ซม. ลำโพงทั้ง 2 ข้างวางห่างกัน 193 ซม. ทำการโท-อินเข้าหาจุดนั่งฟังราว 15 องศา จุดนั่งฟังห่างจากระนาบลำโพง 267 ซม. ส่วนลำโพงซับวูฟเฟอร์ SPC-12 วางไว้ที่มุมห้อง กำหนดจุดตัดความถี่ครอสโอเวอร์ไว้ประมาณ 60Hz ตำแหน่งวอลลุ่ม

Sound – เสียง

Wharfedale 122 จับคู่กับ Audiolab 8200A อินทิเกรตแอมป์สัญชาติเดียวกันแบบซฺสเต็มไฮไฟ 2.0 ซึ่งเข้าขากันเป็นอย่างดี… จากนั้นทดลองเพิ่มเติมลำโพงซับวูฟเฟอร์ SPC-12 จากผู้ผลิตเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบผลการใช้งานแบบซิสเต็มลำโพง 2.1

Wharfedale ยังคงเป็นลำโพงสัญชาติอังกฤษที่มีสไตล์เสียงนุ่มนวลระรื่นหูไม่เปลี่ยนแปลง ปลายเสียงของ 122 ก็เป็นเช่น Diamond Series ที่ผ่านมา ซึ่งออกไปทางสุภาพ ไม่รุกเร้า หรือบีบเค้นใดๆ คำว่าบาดหูไม่มีอยู่ในสารบบของลำโพงยี่ห้อนี้ การรับฟังกับหลายๆ อัลบั้มพบว่าสามารถถ่ายทอดอารมณ์เสียงได้ผ่อนคลาย ฟังกันเพลินเลย อาทิ Susan Wong – Close To You (SACD) เสียงร้องเนียนอิ่ม ฟังสบาย เสียงกลางจากไดรเวอร์เคฟล่าร์ยังคงมีเสน่ห์ที่หาตัวเปรียบได้ยากเช่นเคย ดังที่เรียนไปก่อนหน้าว่าการไฟน์จูนด้วยการโท-อิน จะส่งผลถึงคุณภาพเสียงย่านความถี่สูงอย่างชัดเจน หากต้องการการแจกแจงรายละเอียดที่จะแจ้งขึ้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งข้อดีอีกประการจากโท-อิน คือ อิมเมจจะชัดเจนขึ้นด้วยครับ

จากการใช้งาน 122 โดยลำพังในแบบ 2.0 เรียกว่าถ้าฟังเพลงก็ครบเครื่อง ให้ปริมาณเสียงย่านต่ำได้อย่างเต็มอิ่ม กับแผ่น Manger (Musik wie von einem anderen Stern – CD Version) – Marla Glen The Cost of Freedom ต้องเรียกว่าให้เสียงย่านต่ำได้เต็มอิ่มโดยลำพัง ไม่จำเป็นต้องพึ่งซับวูฟเฟอร์ก็ว่าได้ ซึ่งขนาดตัวตู้จุดนี้หากเทียบกับรุ่นน้อง 121 ขนาดที่ใหญ่กว่า 122 จะได้ในเรื่องของมวลเสียงความถี่ต่ำทั้งปริมาณและย่านความถี่ที่ลงได้ลึกกว่า

ความไวที่สูงกว่าที่ระดับวอลลุ่มเดียวกันจะให้เสียงที่ดังกว่า จากการใช้งานร่วมกับ Audiolab 8200A ตำแหน่งของระดับวอลลุ่มอยู่ที่ราว 10 – 11 น.ก็ให้เสียงได้เต็มห้อง ผลพลอยได้ คือ การถ่ายทอดไดนามิกจะเด่นชัดขึ้นกว่า 121 ขึ้นอีกระดับหนึ่งด้วย หากแม็ตชิ่งซิสเต็มลงตัว ก็สามารถรับฟังเพลงได้หลากหลายแนว ไม่เจาะจงว่าจะต้องเป็นเพลงร้องหวานๆ เท่านั้น แต่ที่เข้าทางก็คงไม่พ้นแนว Audiophile Voices หรือแนว Bossa

แล้วถ้าเป็นการรับชมภาพยนตร์ล่ะ? ด้วยคุณสมบัติข้างต้น หากนำ 122 มาใช้งานรับชมภาพยนตร์ ก็ทำได้น้องๆ ลำโพงตั้งพื้นขนาดเล็กในแง่ปริมาณย่านความถี่ต่ำ อย่างไรก็ดีการใช้งานในแบบ 2.1 เมื่อผนวก SPC-12 ซึ่งพื้นฐานจากตัวขับเสียงขนาด 12 นิ้ว กับภาคขยายคลาสดีกำลังขับสูงที่ให้ความลุ่มลึกในย่านความถี่ต่ำ จึงส่งเสริมการถ่ายทอดช่องสัญญาณเสียง Low Frequency Effect (LFE) ที่แม้จะดาวน์มิกซ์มารับฟังกับซิสเต็มสเตริโอผ่านอินทิเกรตแอมป์ ก็ยังให้อรรถรสเต็มอิ่มชัดเจนกว่าการใช้งานแบบ 2.0 จากวูฟเฟอร์เล็กๆ ของลำโพงหลักเพียงลำพัง

หากจะใช้งานซิสเต็มไฮไฟแบบชุดอเนกประสงค์ ทั้งดูหนังและฟังเพลง การจัดซิสเต็มลำโพงแบบ 2.1 จาก 122 ร่วมด้วยลำโพงซับวูฟเฟอร์ SPC-12 ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ

Conclusion – สรุป

Diamond 122 ตอกย้ำซีรี่ส์ลำโพงที่ขายดีตลอดกาลของ Wharfedale อีกครั้ง กับรูปแบบลำโพงวางขาตั้งขนาดกลางๆ ที่ครบเครื่องในแง่การตอบสนองความถี่ ที่ให้ย่านต่ำเต็มอิ่มกว่ารุ่นน้อง 121 ขึ้นอีกระดับหนึ่ง ด้วยศักยภาพดังกล่าว จึงสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการฟังเพลงหลากหลายแนว ไปจนถึงการรับชมภาพยนตร์ ทั้งนี้ SPC-12 ซับวูฟเฟอร์ เป็นตัวเลือกที่เสริมย่านต่ำลึกของช่องสัญญาณ LFE ได้อย่างเต็มอิ่ม

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– เทคโนโลยีถ่ายทอดลงมาจาก Jade Sereis ลำโพงระดับ Audiophile Class โดยตรง โครงสร้างแน่นหนา ผิวตัวตู้ให้ลวดลายแบบโมเดิร์น งานประกอบเนี้ยบ  
– สไตล์เสียงนุ่นนวล ฟังสบาย ไม่มีความหยาบกระด้างใดๆ ให้ได้สัมผัส เป็นลำโพงวางขาตั้งที่ให้เสียงได้อิ่มใหญ่ พร้อมปริมาณเบสที่เพียงพอสำหรับการรับฟังดนตรีหลากหลาย ไปจนถึงการนำไปใช้งานเป็นคู่หน้าในระบบโฮมเธียเตอร์; ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ SPC-12 ให้เสียงได้ลุ่มลึก ไม่เน้นกระแทก จึงเสริมย่านเสียงต่ำลึกสำหรับการฟงัเพลงได้เป็นอย่างดี 
– สไปก์ปรับระดับโลหะเงาของ SPC-12 ดูดีเกินราคา และให้ความมั่นคงได้เป็นอย่างดี มาพร้อมจานรองสไปก์ ป้องกันพื้นเป็นรอย
– ขั้วต่อสายลำโพงไบดิ้งโพสต์ใหญ่ มั่นคง ดูดี จัดวางสับหว่างเอื้อต่อการเสียบต่อสายลำโพงได้อย่างสะดวก ไม่ว่าปอกสายเปลีอย หางปลา หรือบานาน่า
– สานต่อตำนาน Best Seller งานประกอบตัวตู้ที่ประณีต กับคุณภาพเสียงในสไตล์ผ่อนคลาย ฟังสบาย อันเป็นเอกลักษณ์สำหรับลำโพงอังกฤษยี่ห้อนี้

by ชานม !
2014-08

ราคา Wharfedale Diamond 100 Series
Diamond 122
 = 12,500.- (ราคาโปรโมชั่น)

ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower)
ร้านขายเครื่องเสียงใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน
ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ โทร. 02-8817273-7

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้