อีกหนึ่งอัญมณีประดับวงการลำโพง !! รีวิว Wharfedale Quartz Series 5.1
Home Theater Speaker System
Wharfedale Quartz Series 5.1

อีกหนึ่ง “อัญมณี”
ประดับวงการลำโพง !!

เรียกว่าใหม่สดยังไม่เปิดเผยที่ไหน เพราะขณะที่ทีมงานได้รับมาทดสอบ ยังไม่มีข้อมูลใดๆ ของลำโพงซีรี่ส์นี้ในเว็บไซต์ของ Wharfedale เลย (มีชื่อแสดงอยู่ แต่ยังไม่มีรายละเอียด) จึงนับว่าครั้งนี้ “Exclusive” จริงๆ… ข้อมูลเบื้องต้นจากตัวแทนจำหน่าย คือ Hi-Fi Tower แจ้งมา ทำให้ทราบว่าซีรี่ส์นี้วางระดับราคาไว้ประหยัดงบยิ่งกว่า Diamond Series เสียอีก (ปัจจุบัน Diamond Series คือ Diamond 100 << อ่านรีวิวคลิก) เมื่อพิจารณาจากโหงวเฮ้งภายนอกแล้ว Quartz Series ก็ดูดีไม่น้อยทีเดียว แต่ที่เด็ด คือ คุณภาพเสียงก็ไม่ธรรมดาเสียด้วย…

ในเว็บไซต์ของ Wharfedale ยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ของ Quartz Series
(อ้างอิง ณ ต้นเดือน ก.พ. 57)
ยังไม่แน่ชัดว่า Quartz Series มีทั้งหมดกี่รุ่น แต่หากดูจากลำโพงในเซ็ตที่ทีมงานได้รับมาทดสอบ มี 3 รุ่นด้วยกัน คือ Quartz Q7 ลำโพงตั้งพื้น, Quartz Q1 ลำโพงวางขาตั้ง และ Quartz QC1 ลำโพงเซ็นเตอร์ ส่วนลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ WH-S10 นั้น เป็นหนึ่งใน WH Series ซึ่งถือเป็นซีรี่ส์ราคาประหยัดเช่นกัน มีทั้งหมด 2 รุ่น คือ WH-S8 และ WH-S10
Design – การออกแบบ
ดังที่เรียนว่า ยังไม่มีข้อมูลใดๆ ปรากฏในเว็บไซต์ผู้ผลิต ในส่วนของรายละเอียดทางสเป็กจึงไม่สามารถอ้างอิงได้
ถึงกระนั้นคงไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงในเรื่องของสเป็ก มาดูของจริงตัวเป็นๆ กันเลยดีกว่าครับ

โดยรูปลักษณ์ของ Wharfedale Quartz Series นั้น แม้จะถูกำหนดระดับระคาไว้เป็นรุ่นประหยัด (งบต่ำกว่า Diamond Series) แต่เทคนิคที่ใช้ในการประทินโฉมลำโพงของ Quartz Series ก็ไม่ธรรมดา ถือว่ายังให้ความสวยงาม ดูทันสมัย เก๋ไก๋ดีไม่น้อย โดยเฉพาะกับการนำวัสดุสังเคราะห์ผิวมันเงามาทำแผงหน้า ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ทำครอบปิดตู้ลำโพงอีกที (เอามือเคาะเหมือนจะมีช่องว่างเล็กๆ ข้างใน)
นอกจากแผงหน้าเงาๆ ลวดลายไม้โดยรอบตัวตู้เป็นการปิดผิวด้วยไวนีล (ไม่ใช่ผิวไม้แท้) ดังเช่นลำโพงระดับราคาเดียวกัน รวมถึงรุ่นพี่อย่าง Diamond Series เอง แต่เข้าใจว่า Quartz จะไม่มีสีสันลวดลายตัวตู้ให้เลือกมากเท่า สำหรับ Quartz คงจะมีสีดำเพียงสีเดียวอันเป็นสีลวดลายมาตรฐาน (ไม้สีดำ เข้าใจว่าจะเป็นลาย Black Ash ขณะที่ Diamond 100 มีมากถึง 7 ลวดลาย) มีหน้ากากผ้ามาให้ โดยจะปิดคลุมไดรเวอร์ทั้งหมด เท่ากับขนาดของแผงหน้าเงาๆ นั่นแหละ

Quartz Series ทุกรุ่น ติดตั้งตัวขับเสียงสูงเป็นทวีตเตอร์โดมผ้าอาบน้ำยา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 มม. ซึ่งการใช้งานทวีตเตอร์โดมผ้า ถือเป็นเอกลักษณ์ของลำโพงอังกฤษยี่ห้อนี้อยู่แล้ว ไม่ว่ารุ่นเล็กยันรุ่นใหญ่ใช้โดมผ้าหมด แต่จะต่างกันที่รายละเอียดโครงสร้าง หากเปรียบเทียบลักษณะภายนอกแล้ว ดูเหมือนทวีตเตอร์โดมผ้าของ Quartz ออกจะมันเงากว่า Diamond น่าจะเป็นทวีตเตอร์โดมผ้าคนละตัวกัน

ในส่วนของวูฟเฟอร์นั้นชัดเจนว่าต่างจาก Diamond Series ซึ่งเป็น Woven Kevlar แต่วูฟเฟอร์ของ Quartz แม้ภายนอกจะมีลวดลายคล้ายการถักสาน แต่อันที่จริงเป็นเท็กเจอร์ เข้าใจว่าวัสดุที่ใช้ทำไดอะแฟรมจะเป็น Polypropylene และมี Dust Cap ทรงกระสุนที่ใจกลาง

Quartz Q7 ลำโพงตั้งพื้น จะติดตั้งทวีตเตอร์โดมผ้าขนาด 25 มม.
และวูฟเฟอร์จำนวน 2 ชุด แบ่งหน้าที่ตามลักษณะลำโพง 2.5 ทาง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 130 มม.

ด้านหลังจะมีรายละเอียดชื่อรุ่น และสเป็กกำกับไว้พอสังเขป
จุดนี้มีอีกข้อสังเกตหนึ่ง ที่น่าสนใจมากของ Quartz Series คือ ปลายท่อ Bass-reflex ช่วงด้านในตู้ลำโพงมีตาข่ายปิดเอาไว้ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะบังเอิญมีสิ่งของอะไรหล่นลงไปข้างในตู้ลำโพงผ่านท่อนี้ ซึ่งเอาออกได้ยากมากๆ หรือถ้าใครกลัวว่าจะมีสัตว์ไม่พึงประสงค์ (หนู จิ้งจก แมลงสาบ) เข้าไปใช้ชีวิตแบบมีระดับเคล้าเสียงเพลงอยู่ในตู้ลำโพง ก็สบายใจได้… อย่างเพิ่งมองเป็นเรื่องตลก เคสแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นจริงๆ นะครับ ผมไม่ได้พูดเล่น!?

ขั้วต่อสายลำโพงในซีรี่ส์ Quartz ภายนอกจะเป็นพลาสติกสีดำ-แดง ดูธรรมดาอย่างที่เห็นในรูป แต่สามารถใช้งานร่วมกับสายลำโพงแบบปอกปลายเปลือย หรือที่เข้าหัวหางปลา และบานาน่า ได้หมดเลย ตำแหน่งจัดวางจะอยู่ชิดติดกันไปบ้าง การหมุนขันล็อคสายจึงไม่สะดวกมากเหมือน Diamond Series (ที่จัดวางขั้วต่อสายลำโพงแบบสับหว่าง เสียบสายสะดวกสุดๆ )

ตัวอย่างภาพจาก Diamond Series

และด้วยระยะความสูงของโครงสร้างขั้วลำโพงที่ค่อนข้างสั้น เวลาเสียบหัวบานาน่าจะดูเหมือนหัวจมลงไปไม่ลึกนัก
ทว่าในด้านการใช้งานนั้นปกติ มิได้ส่งผลกระทบกับความมั่นคงใดๆ

Quartz Q1 ลำโพงวางขาตั้ง ขนาดตัวตู้ภายนอกดูกะทัดรัดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกแบบเป็นลำโพงตู้เปิด 2 ทาง
ใช้งานวูฟเฟอร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ Q7 คือ 130 มม.

Q1 ลำโพงวางขาตั้ง จัดวางท่อ Bass-reflex ด้านหลังเช่นเดียวกัน
ตัวตู้ด้านข้างจะเห็นเท็กเจอร์ลวดลายไม้สีดำชัดเจน

โลโก้ Wharfedale บนหน้ากากผ้า

เมื่อนำหน้ากากผ้าออก จะเห็นแผงหน้าดำเงา
และตัวขับเสียงทวีตเตอร์โดมผ้าขนาด 25 มม. กับวูฟเฟอร์มิด/เบส ขนาด 130 มม.

ลำโพงเซ็นเตอร์ Quartz QC1 จัดวางแนวนอนแบบที่คุ้นเคย

ติดตั้งทวีตเตอร์โดมผ้า ขนาด 25 มม. ขนาบข้างด้วยวูฟเฟอร์คู่ ขนาด 100 มม.
(วูฟเฟอร์จะมีขนาดเล็กกว่า Q7 และ Q1 ที่เป็นลำโพงตั้งพื้น และวางขาตั้ง)

ด้านหลังเป็นตำแหน่งจัดวางท่อจูนเบส (Bass-reflex) จัดวางกึ่งกลางตัวตู้พอดี
เยื้องไปทางขวา เป็นจุดติดตั้งขั้วต่อสายลำโพง

มาถึงคิวของลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ WH-S10 ดีไซน์การตกแต่งตัวตู้ภายนอกคล้ายคลึงกับลำโพงหลักซีรี่ส์ Quartz
ผิวตัวตู้โดยรอบเป็นไวนีลลายไม้สีดำ แผงหน้าเป็นวัสดุสังเคราะห์สีดำ จุดที่ต่างไปคือ วัสดุสังเคราะห์ที่แผงหน้าให้สัมผัสที่สากมือ จากลวดลายเท็กเจอร์ละเอียด ไม่ได้มันเงาเรียบลื่นเหมือนลำโพงหลักในชุด และมีการลบมุมที่ขอบด้านซ้ายขวาเล็กน้อย

ตัวเลข 10 ในชื่อรุ่น มีนัยบ่งบอกถึงขนาดตัวขับเสียง คือ 10 นิ้ว วัสดุที่ใช้ทำไดอะแฟรมไม่แน่ชัด
สเป็กกำลังขับที่แจ้งไว้ในคู่มือการใช้งาน คือ 215W (450W peak)

WH-S10 ถูกออกแบบเป็นลำโพงตู้ปิด จึงไม่มีท่อเปิดใดๆ ด้านหลังจะมีเพียงจุดติดตั้งช่องต่อและแผงควบคุมต่างๆ
อันป็นส่วนสำคัญสำหรับการติดตั้งใช้งานซับวูฟเฟอร์ให้ได้ความกลมกลืนเข้ากับชุดลำโพงหลัก

ช่องต่อจะประกอบไปด้วย อินพุตรับสัญญาณแบบ Low-level เชื่อมต่อโดยใช้สาย RCA มีทั้งช่องต่อแบบ Stereo สำหรับใช้งานกับซิสเต็มไฮไฟ (มีเอาต์พุตให้ด้วย) และ Mono สำหรับเชื่อมต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์ ขั้วต่อสายไฟเป็นแบบหัวเลข 8 (C7) ถอดเปลี่ยนสายไฟได้ มีเมนเพาเวอร์สวิตช์ สำหรับตัดไฟเมื่อไม่ไดใช้งาน
ปุ่มปรับเซ็ตสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ ปุ่มปรับระดับเสียง (Volume) ปุ่มปรับจุดตัดความถี่ (Crossover)
สวิตช์ปรับชดเชยเฟส (0°/180°) และสวิทช์ Auto Power On/Standby

ส่วนล่างตัวตู้ ติดตั้งขาวัสดุสังเคราะห์คล้ายยาง มีลักษณะแข็ง แต่หยุ่นตัวเล็กน้อย ไม่สามารถปรับระดับได้ แต่หากพื้นผิวตั้งวางได้ระดับดี ก็ให้ความมั่นคง (เทียบกับซับวูฟเฟอร์ของ Wharfedale ในซีรี่ส์ SPC ขารองจะเป็นสไปก์ทิปโทโลหะ สามารถปรับระดับได้ )

ภาพซับวูฟเฟอร์ของ Wharfedale ในซีรี่ส์ SPC
Setup – การติดตั้ง

การติดตั้ง Quartz Q7 ซึ่งเป็นลำโพงตั้งพื้นนั้น จะมีเดือยแหลมปรับระดับ (Spike) มาให้ด้วย จำเป็นที่ผู้ใช้ต้องติดตั้งเข้ากับลำโพง (อย่าละเลยเป็นอันขาด) สำหรับท่านใดที่กลัวว่าเดือยแหลมๆ นี้ จะจิกพื้นสวยๆ เป็นรอยเสียหาย สามารถนำ Spike Shoe ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์สีดำดังภาพ (มีแถมมาให้) ไปรองรับเดือยแหลมไว้ได้ อีกด้านหนึ่งยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในการตั้งวางขึ้นด้วยกรณีเป็นพื้นแข็งอย่างกระเบื้อง หรือปูน

เมื่อติดตั้งสไปก์เข้ากับ Quartz Q7 และรองด้วย Spike Shoe ก็จะออกมาเป็นแบบนี้
Sound – เสียง
สไตล์เสียงของลำโพง Wharfedale นั้น ก็อย่างที่หลายท่านทราบว่าจะออกแนวนุ่มนวล เรียกว่าหาความหยาบกระด้างไม่เจอเลย และก็เช่นกันว่า Quartz Series ก็ไม่ผิดไปจากนี้ น้ำเสียงที่นุ่มนวล ฟังสบายๆ ต่อเนื่อง ไม่รุกเร้าแบบนี้ยังคงยึดมั่นเอาไว้ได้เช่นเคย ซึ่งไม่ว่าจะตั้งวางในสภาพแวดล้อมเช่นไร ก็ให้ผลลัพธ์ดังที่กล่าวไปข้างต้นเสมอ ด้วยระดับราคาที่ต่ำกว่า Diamond 100 Series บางอย่างก็ย่อมจะย่อหย่อนลงไปบ้าง กระนั้น ในบางประเด็นพบว่า Quartz เองก็ทำได้ดี และก็มีบางจุดที่ออกจะได้เปรียบ Diamond 100 เสียด้วย ประเด็นที่ว่าคืออะไร?

Quartz Series
นอกเหนือจากประเด็นที่ว่า Quartz มีราคาต่ำกว่าแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องของความง่ายในการเซ็ตอัพ ประการแรก การเลือกภาคขยายมาแม็ตช์กับ Quartz Series ทำได้ง่ายกว่าเล็กน้อย เดิม Diamond 100 (155) นั้น พบว่า หากแม็ตช์ซิสเต็มไม่ดี ภาคขยายกำลังไม่ถึง เสียงจะไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควร จึงต้องพิถีพิถันกันในประเด็นนี้สักหน่อย ซึ่งถ้าทำได้ก็แน่นอนว่าจะได้รับความพึงพอใจเต็มที่ ในขณะที่ Quartz เองนั้น ประเด็นเรื่องการแม็ตชิ่งแนวเสียงของซิสเต็ม มิใช่จะละเลยได้ ทว่าความต้องการในเรื่องของพละกำลังจากภาคขยายนั้น สามารถย่อหย่อนลงได้ระดับหนึ่ง
นั่นหมายความว่านอกเหนือจากงบของลำโพงที่ต่ำกว่า เรื่องของงบประมาณภาคขยายที่นำมาใช้งานก็อาจจะน้อยลงได้มากกว่าด้วย ที่พูดแบบนี้มิได้หมายความว่าจะละเลยไม่ให้ความสำคัญกับภาคขยายนะครับ แต่หากงบจำกัดจริงๆ หรือเป็นกรณีใช้งานซิสเต็ม Home Theter in a Box อยู่ แล้วจะอัพเกรดชุดลำโพงมามอง Quartz “น่าจะ” ให้ความลงตัวได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำเสมอ คือ แนวเสียงจะต้องไปกันได้ด้วย
ประเด็นนี้พิสูจน์ด้วยผลการใช้งานร่วมกับ Denon AVR-X500 ซึ่งถือเป็น AVR รุ่นน้องสุดท้องในตระกูล X Series ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจไม่น้อยเลยดีเดียว เรียกว่าความหนาของเนื้อเสียง บาลานซ์กับแนวเสียงติดรุกเร้านิดๆ ของ Denon AVR ได้เป็นอย่างดี รายละเอียดจะกล่าวถึงอีกครั้ง แต่ก่อนอื่นขอพูดถึง ข้อดีจาก Quartz Series ประการที่สอง ที่ส่งผลผลเกี่ยวเนื่องจากความง่ายในการเซ็ตอัพ คือ ลักษณะทางกายภาพ

หากเทียบกันในรุ่นตั้งพื้น Quartz Q7 จะมีขนาดตัวตู้ที่เล็กกว่า Diamond 155 อยู่เล็กน้อย แน่นอนปริมาณเบสจะน้อยกว่า ทว่าแง่หนึ่งถือเป็นข้อดี หากเป็นการใช้งานในพื้นที่จำกัดคับแคบ พบว่า ผลกระทบจากระยะตั้งวางที่ค่อนข้างชิดติดผนัง Q7 จะได้รับผลกระทบไม่มากเท่า 155 กล่าวคือ เบสจะบวมน้อยกว่า ซึ่งเมื่อปริมาณความคลุมเครือย่านต่ำลดลง ดุลเสียงย่านกลางแหลมจะเปิดเผยให้เห็นชัดขึ้น เช่นเดียวกับการรับฟังจะผ่อนคลายมากขึ้นเพราะความรู้สึกอึดอัดจากการเหลื่อมล้ำของปริมาณเบสจากผลกระทบของสภาพแวดล้อม ลดน้อยลง

แต่ที่ดู “อะเมซิ่ง” เมื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมจำกัดแบบนี้ กลับเป็นลำโพงวางขาตั้ง คือ Q1 (คู่ละ 5 พันกว่าบาท) เป็นซิสเต็มที่ดูเล็กๆ ง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ลงตัวมากทีเดียว เดิมกรณีของ Q7 แม้ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่อาจจะยังรู้สึกถึงอาการโด่งล้ำช่วงย่านความถี่ต่ำจากข้อจำกัดของระยะตั้งวางอยู่บ้าง เมื่อสลับเป็น Q1 จึงให้เบสที่กระชับ เก็บตัวดีกว่า ขณะที่ยังคงอ้างอิงกับ AVR รุ่นเล็ก
กับซิสเต็มฟังเพลง หากเน้น Vocal เสียงกลางของ Wharfedale ที่อิ่มหนามาถูกทางแล้ว ลูกคอไม่ถึงกับใสกระจ่างเป็นแก้วเจียรไนรายละเอียดระยิบระยับ ทว่าฟังสบาย หากได้ภาคขยายที่เหมาะสม จะให้ช่วงปลายเสียงทอดยาวขึ้นด้วย ส่วนย่านต่ำลำพัง Q1 โดดๆ เวลาฟังเพลงก็ให้ปริมาณเบสได้เพียงพอ แต่หากรับชมภาพยนตร์คงเลี่ยงซับวูฟเฟอร์ไม่ได้

ประเด็นใช้งานเป็นชุดโฮมเธียเตอร์นั้น หากว่ากันที่ความคุ้มค่าของซับวูฟเฟอร์ในงบประมาณต่ำหมื่น คงมีตัวเลือกดีๆ น้อย แต่กระนั้นที่น่าจับตามอง ไม่อาจละเลยพูดถึงลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ในชุดนี้ คือ WH-S10 ไปได้ ด้วยพื้นฐานที่เป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์ตู้ปิด กับภาคขยายกำลังขับสูงถึง 215 วัตต์ (เข้าใจว่าจะเป็น Class-D) มีศักยภาพควบคุมไดรเวอร์ช่วงชักยาวขนาด 10 นิ้ว ได้เป็นอย่างดี ไม่เกิดเสียงแปลกปลอมผิดเพี้ยนเมื่อเปิดในระดับเสียงที่พอเหมาะ เบสกระชับไม่ย้วยยาน แต่ถ้าเทียบกับรุ่นระดับราคาที่สูงกว่าอย่าง Wahrfedale POWERCUBE SPC Series (ซับวูฟเฟอร์ที่จับคู่กับ Diamond Series) ขีดความสามารถในการถ่ายทอดเบสลึกที่ระดับความดังสูงจะทำได้ดีกว่า แต่กับราคา 7 พันกว่าบาทของ WH-S10 ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยนะ หากเซ็ตอัพลงตัว ก็ให้อรรถรสและความกลมกลืนกับซิสเต็มลำโพงโฮมเธียเตอร์ได้เป็นอย่างดี

Q7+Q1+QC1+WH-S10 กับห้องโฮมเธียเตอร์เป็นสัดส่วน จะดึงศักยภาพออกมาได้คุ้มค่ามาก การจับคู่กับ X500 ยังคงใช้งานได้ผลลัพธ์ที่ดี ขยายมิติเสียงรายล้อมได้เต็มห้อง ทว่าหากโฟกัสในบางจุดจะพบว่ายังย่อหย่อนอยู่บ้างตามงบประมาณ ซึ่งมิใช่เรื่องผิดปกติ อาทิ น้ำหนักเสียงความถี่ต่ำจะขาดแรงปะทะไปสักนิด ทดลองขยับไปจับกับ AVR-X2000 พร้อมกับอัพเกรดสายลำโพงไปด้วย (เดิมกับ X500 ใช้สายลำโพงแถมเพราะขั้วลำโพงแบบหนีบทำให้เปลี่ยนสายลำบาก) พบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เสียงความถี่ต่ำจะให้โฟกัส และมีน้ำหนักมากขึ้น ในขณะที่รายละเอียดเสียงจะแจ้งขึ้นอีกระดับ
อย่างไรก็ดีเพดานของผลลัพธ์ที่ได้จะยังจำกัดเป็นรอง Diamond 100 Series อยู่ครับ พูดง่ายๆ ว่า ถ้ามีการอัพเกรด โดยพื้นฐานของลำโพงซีรี่ส์สูงกว่าจะส่งเสริมผลลัพธ์ขึ้นไปได้ไกลกว่า ยกตัวอย่าง กรณีอัพเกรด AVR เป็น X2000 โดยพื้นฐานปกติหรือเมื่อกำหนดใช้งานภาคขยายของเป็น Bi-amp เพื่อขับ 155 ผลลัพธ์ทางเสียงที่ได้จะขยายขอบเขตเหนือขึ้นไปอีกระดับนึงเลยเมื่อเทียบกับ Q7 (Quartz Series เป็นลำโพง Single-wire ไม่สามารถ Bi-wire หรือ Bi-amp ได้ แต่มิใช่เรื่องผิดปกติหรือเกินความคาดหมายสำหรับลำโพงระดับราคานี้) ทีนี้ก็อยู่ที่งบประมาณแล้วล่ะครับว่าพึงพอใจในระดับใด ถ้างบจำกัด Quartz ก็ให้ความคุ้มค่าเช่นเดียวกัน
Conclusion – สรุป
ด้วยระดับราคาน่าสนใจ เริ่มต้นแค่ 5 พันต้นๆ สำหรับลำโพง Wharfedale Quartz Series ในรุ่นวางขาตั้ง ขณะเดียวกันรูปลักษณ์ภายนอก ก็สมราคา ดูทันสมัย จึงเป็นบรรทัดฐานซีรี่ส์ลำโพงที่ให้ความคุ้มค่าในระดับสูง หากได้ซิสเต็มเครื่องเสียงที่ลงตัวเข้ากันแล้วละก็ เชื่อว่าจะให้ความพึงพอใจทั้งคุณภาพเสียง และจำนวนเงินที่เหลือในกระเป๋าครับ
หมายเหตุ: ทราบมาว่า Quartz จะมาแทน Vardus Series ซึ่งมีระดับราคาใกล้เคียงกัน ท่านใดที่สนใจอาจหาโอกาสไปทดลองฟังเปรียบเทียบทั้ง 2 ซีรี่ส์นี้ดูได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายครับ
หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– แม้เข้าข่ายลำโพงรุ่นประหยัด แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์ เน้นเรียบๆ แต่ดูดี แผงหน้าวัสดุสังเคราะห์สีดำเงา กับตัวตู้ลายไม้สีดำที่เน้นเหลี่ยมมุมชัดเจน งานประกอบลวดลายไม่เนี้ยบหรูถึงขั้น Diamond แต่เรื่องเสียงไม่ธรรมดา
– ยังคงเอกลักษณ์น้ำเสียงแบบ Wharfedale เช่นเคย คือ ออกแนวนุ่มนวล ฟังสบาย ไม่รุกเร้า เสียงกลางที่หวานอิ่ม รายละเอียดกำลังดี ขนาดของรุ่นตั้งพื้น Q7 ไม่เทอะทะ จัดวางได้ค่อนข้างยืดหยุ่น แต่ที่เห็นจะถูกใจเป็นพิเศษคือรุ่นวางหิ้ง Q1 หากได้ภาคขยายที่แนวเสียงแม็ตช์กัน (ไม่จำเป็นต้องกำลังสูง) ก็ให้เสียงโดดเด่นลงตัว ซับวูฟเฟอร์คุ้มราคา 7 พันกว่าบาทมาก
– ลำโพงตั้งพื้นมีสไปก์ปรับระดับโลหะ พร้อม Shoe รองรับกันพื้นเป็นรอย ทำจากวัสดุสังเคราะห์หยุ่นตัวเล็กน้อยคล้ายยาง ไม่ใช่โลหะเงาแบบรุ่น Diamond 100
– ขั้วต่อสายลำโพงไบดิ้งโพสต์พลาสติกสีแดงดำ แบบซิงเกิลไวร์ ขนาดจะเล็กกว่าปกติ จึงเข้าสายลำบากกว่านิดหน่อย แต่ใช้งานได้ไม่ติดขัด
– ชุดลำโพงแบบ Full-size ราคาประหยัดจาก Wharfedale ที่มีศักยภาพในแง่ถ่ายทอดคุณภาพเสียงได้เกินตัว ท่านใดกำลังมองหาลำโพงโฮมเธียเตอร์ราคาไม่สูง มองดู Quartz Series ก็นับว่าเป็นตัวเลือกน่าสนใจครับ
by ชานม !
2014-02
ราคา Wharfedale Quartz Series
Quartz Q7 Floorstanding = 15,000.-
Quartz Q1 Bookshelf = 5,500.-
Quartz QC1 Center = 5,000.-
WH-S10 Active Subwoofer = 7,900.-
ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower)
ร้านขายเครื่องเสียงใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน
ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ โทร. 02-8817273-7