กว่าจะเป็น Bose QuietComfort Headphones (2nd Gen) เทคโนโลยีชั้นสูงจากห้องนักบิน สู่หูฟังตัดเสียงระดับตำนานที่ใครก็สัมผัสได้

รู้หรือไม่ว่า... เทคโนโลยี "ตัดเสียงรบกวน" (Noise Cancelling) ที่เป็นฟีเจอร์พื้นฐานของหูฟังระดับไฮเอนด์ในปัจจุบัน ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากห้องทดลองธรรมดา แต่ถือกำเนิดขึ้นบนความสูงหลายหมื่นฟุตเหนือระดับน้ำทะเล

ย้อนกลับไปในปี 1978 ระหว่างเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ดร. อามาร์ โบส (Dr. Amar Bose) รู้สึกหงุดหงิดกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่กลบเสียงเพลงจากหูฟังของสายการบิน แทนที่จะปล่อยผ่าน เขากลับใช้เวลาบนเที่ยวบินนั้นร่างสมการทางคณิตศาสตร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนระดับโลก

ในปี 1986 หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (Active Noise Cancelling) ต้นแบบของ Bose ได้ถูกนำไปใช้ในเที่ยวบิน Voyager เพื่อปกป้องการได้ยินของนักบิน Dick Rutan และ Jeana Yeager ในภารกิจบินรอบโลกแบบไม่หยุดพักจนทำลายสถิติได้สำเร็จ

ในปี 1989 Bose เปิดตัว Bose Aviation Headset (1989-1995) ชุดหูฟังตัดเสียงรบกวนเชิงพาณิชย์รุ่นแรก ที่ปฏิวัติการฟัง และปกป้องการได้ยินสำหรับนักบิน โดยชูจุดเด่นชุดหูฟังที่ช่วยลดเสียงรบกวนและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมอบความสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในปี 1998 Bose ได้พลิกโฉมวงการอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Headset X ชุดหูฟังสำหรับนักบินที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยดีไซน์ที่เล็กลง น้ำหนักเบาลง และเปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี TriPort® สุดล้ำที่ยกระดับความสบายในการสวมใส่ แต่ยังคงตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC) ได้ยอดเยี่ยมเทียบเท่าหูฟังรุ่นบุกเบิกของ Bose ที่มีขนาดใหญ่และหนักกว่ามาก ความสมบูรณ์แบบนี้ทำให้ Headset X ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในตลาดได้อย่างรวดเร็ว และได้รับการโหวตจากนิตยสาร Professional Pilot ให้เป็นแบรนด์ผู้ผลิตชุดหูฟังอันดับ 1 ติดต่อกันยาวนานถึง 9 ปีซ้อน

ในปี 2000 Bose QuietComfort 1 ได้ถูกเปิดตัวขึ้นในฐานะ หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (Active Noise Cancelling - ANC) รุ่นแรกของโลกที่ผลิตขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วไป จากเดิมเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนของ Bose ถูกจำกัดการใช้งานอยู่เฉพาะในทางการทหารและอุตสาหกรรมการบินเท่านั้น ซึ่งทำให้หูฟังของ Bose ซีรีย์ QuietComfort ได้รับความนิยมอย่างล้นหล้าม

กว่า 4 ทศวรรษแห่งการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง จากร่างสมการทางคณิตศาสตร์ในสมุดโน้ตของ ดร. โบสในวันนั้น สู่หูฟังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในซีรี่ย์ Bose QuietComfort รุ่นแล้วรุ่นเล่า จนถึงวันนี้ Bose พร้อมสร้างนิยามใหม่อีกครั้งกับ Bose QuietComfort Headphones (2nd Gen) หูฟังรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสานมรดกทางเทคโนโลยีระดับตำนาน เข้ากับนวัตกรรมเสียงแห่งยุคอนาคต
จุดเด่น Bose QuietComfort (2nd Gen)
-
Legendary Active Noise Cancelling: สืบทอด DNA การตัดเสียงรบกวนระดับโลกที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 1978 ยกระดับการประมวลผลให้เงียบสนิทและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอก ไม่ว่าจะอยู่บนเครื่องบิน ร้านกาแฟ หรือออฟฟิศ เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงอย่างแท้จริง
-
Bose TrueSpatial Technology (Immersive Audio): เทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางที่จำลองเวทีเสียงให้กว้างขวางและมีมิติ ราวกับเสียงถูกขับออกมาจากลำโพงที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหูฟัง มาพร้อม Immersion Mode สำหรับการฟังเพลง และ Cinema Mode ที่ช่วยให้เสียงพูดและเอฟเฟกต์ในภาพยนตร์มีมิติชัดเจน ไม่แบนราบ
-
รองรับ Lossless Audio ผ่านสาย USB-C: ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด โดยสามารถฟังเพลงความละเอียดสูงแบบไม่สูญเสียรายละเอียด (Uncompressed) เมื่อเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับอุปกรณ์ผ่านสาย USB-C
-
ดีไซน์ใหม่แบบแคปซูล (Pill-Shaped Design): ปรับโฉมรูปทรงของ Earcups ให้ดูทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น พร้อมแถบคาดศีรษะ (Headband) ที่กว้างและเลื่อนปรับขนาดได้เรียบลื่นกว่าเดิม เน้นความเบาสบายสำหรับการสวมใส่ตลอดวัน
-
อัปเกรดระบบรับเสียงภายนอกด้วย ActiveSense: ในโหมด Aware Mode (รับเสียงรอบข้าง) ระบบ ActiveSense จะคอยตรวจจับและลดความดังของเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นกะทันหัน (เช่น เสียงไซเรน หรือเสียงก่อสร้าง) แบบเรียลไทม์ ทำให้คุณรับรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัวได้โดยไม่ถูกรบกวนจนตกใจ
-
โหมดการฟัง 4 รูปแบบ: นอกเหนือจาก Quiet, Aware, Immersion และ Cinema แล้ว รุ่นนี้ยังสามารถปิดระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancelling) ได้อีกด้วย
-
ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนที่คมชัดขึ้น: ปรับปรุงอัลกอริทึมกรองเสียงรบกวนพื้นหลัง (Background-noise reduction) ระหว่างการสนทนา ทำให้ปลายสายได้ยินเสียงพูดชัดเจนยิ่งขึ้น แม้อยู่ในที่ที่มีเสียงดัง
-
แบตเตอรี่ 24 ชั่วโมงพร้อมระบบชาร์จขณะใช้งาน: ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมง (หรือ 18 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมด Immersive Audio) รองรับชาร์จไว 15 นาที ใช้งานได้ 2.5 ชั่วโมง
ที่มา https://boseaviation.com/about/history/
